บทที่ 281 ยอมรับด้วยตัวเอง (อ่านฟรี 13 ธ.ค. 68 )
บทที่ 281 ยอมรับด้วยตัวเอง (อ่านฟรี 13 ธ.ค. 68 )
บทที่ 281 ยอมรับด้วยตัวเอง
“ทำไมยังไม่ปล่อยพวกฉันไปอีก! คิดจะทำอะไรกันแน่ เป็นเจ้าหน้าที่แล้วสามารถรังแกผู้อื่นได้หรือ?” เด็กหนุ่มตระกูลหานโวยวาย เขารู้สึกว่ายิ่งอยู่ที่นี่นานเท่าไร ก็เหมือนกับว่าจะตกเป็นเป้าหมายให้ถูกรังแกมากขึ้นเท่านั้น
ถึงจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรก็ตาม ทั้งๆที่แผนการของพวกเขานั้นเตรียมเอาไว้อย่างดีแล้ว แม้แต่ความผิดของพวกเขาก็ไม่ควรจะกลายเป็นความผิดจริงๆได้ เนื่องจากตระกูลเซี่ยเป็นคนมอบเด็กสาวเซี่ยเฟยเฟยให้พวกเขาเอง หากมีปัญหาใดๆ...คนที่จะถูกลากลงมาให้ตกต่ำด้วยไม่ใช่คนตระกูลเซี่ยเองหรอกหรือ?
ทว่า...สายตาของเด็กสาวคนนั้นกลับทำให้เขาหวาดกลัวจริงๆ
แน่นอนว่าซูหยวนไม่ทำให้ผิดหวัง หลังจากที่เธอเป็นคนไปแจ้งความกับทางการเอง เธอก็คิดทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกตระกูลหานมีความฉลาดมากหรอกหรือ? ในเมื่อพวกเขาพร้อมจะหักหลังบ้านใหญ่เซี่ย อย่างนั้นก็ต้องใช้ประโยชน์จากพวกเขาให้ได้
บ้านใหญ่เซี่ยเองก็ควรจะรู้ด้วย ขนาดมิตรแท้ยังไม่อาจเชื่อใจได้ เช่นนั้นเขาสามารถเชื่อใจศัตรูได้อย่างไร ถ้ายังมีครั้งหน้า...เขาควรจะเลือกหมากที่ดีกว่านี้หน่อย
“เจ้าหน้าที่คะ คนพวกนี้ต้องการขโมยวิธีการผลิตกระดาษของฉันที่ทำสัญญากับตระกูลเซี่ยค่ะ ช่วยจับพวกเขาไปลงโทษสถานหนักด้วยเถอะนะคะ ตามกฎหมายแล้ว...ผู้ทำผิดฐานขโมยก็คือการตัดแขนขาใช่ไหมคะ อ้อ แล้วก็...พวกเขายังคิดทำร้ายคนอื่นด้วยค่ะ โทษพวกนี้จะต้องคำนวณรวมให้หมดนะคะ”
เมื่อได้ยินซูหยวนพูดเช่นนั้น ดวงตาของคุณชายหานก็เบิกกว้าง เขารีบถลึงตาใส่อันซูหยวนทันที
“เธอพูดเรื่องอะไร ขโมยอะไร ทำร้ายคนอะไร!! ถ้าเธอเห็นว่าพวกเขากำลังจับเซี่ยเฟยเฟยไป แท้จริงแล้วนี่เป็นคำสั่งของคนตระกูลเซี่ยต่างหาก! ถ้าจะเอาผิดอะไรก็ไปที่ตระกูลเซี่ยกับฉัน!”
คุณชายหานไม่ยอมรับ เขาถึงกับท้าทายออกมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็หรี่ตาลง สีหน้าท่าทางของเขากำลังรอประมวลผลข้อมูลทั้งหมด แน่นอนว่าถ้าซูหยวนต้องการลงมือจริงๆ ในฐานะทหารพิเศษของเธอ ฆ่าคุณชายเซี่ยตัวเล็กๆนี้จะทำไม่ได้เชียวหรือ?
ทว่า...เพื่อมอบบทเรียนสำคัญให้บ้านใหญ่เซี่ยและรังแกตระกูลหานเล็กๆน้อยๆ ซูหยวนยังต้องการเล่นสนุกต่อไป
“อะไรๆก็โทษตระกูลเซี่ย ไม่ใช่ว่านี่ก็เป็นการใส่ความด้วยหรอ? ทุกคนรู้ว่าตระกูลหานกับตระกูลเซี่ยไม่ถูกกัน ทำไมจึงจะมีความร่วมมือกันได้ล่ะ” ได้ยินอันซูหยวนพูดเช่นนั้น ทุกคนก็พยักหน้ารับทันที แต่สีหน้าของคุณชายหานกลับมีความมั่นใจมากขึ้น
ปรากฏว่าเด็กสาวคนนี้เข้าใจผิด คิดว่าตระกูลหานกับตระกูลเซี่ยไม่มีทางร่วมมือกันได้นี่เอง เธอถึงได้มั่นใจหนัก สุดท้ายแล้วนี่ก็อยู่ในการคำนวนของท่านปู่เขา เด็กน้อยเอ๋ย...เธอที่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง สุดท้ายตระกูลเซี่ยจะตัดสินใจกับคนที่เข้ามาทำเรื่องเสื่อมเสียให้พวกเขาอย่างไร.... เหอ เหอ เหอ
คุณชายหานคนเล็กแค่นหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น
“ถ้าไม่เชื่อ ทำไมพวกเราไม่ไปตระกูลเซี่ยด้วยกันเลยล่ะ”
“โอ้ ดี อย่างนั้นก็ไปตระกูลเซี่ยด้วยกัน”
อันซูหยวนราวกับรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเด็กหนุ่มพูด เธอก็พยักหน้าทันที ทั้งยังส่งสัญญาณให้พวกนักเรียนของสถาบันเพลิงพลองที่นำโดยสวี่เฟิงรุ่ยติดตามไปด้วยกัน
ทางเซี่ยเฟยเฟย เธออยากจะห้ามไม่ให้อันซูหยวนดำเนินการต่อ เธอรู้ว่าปู่ของเธอไม่ชอบมากที่สุดก็คือเรื่องที่จะทำให้ตระกูลเซี่ยเสียหน้า ถ้าเทียบกันระหว่างเธอเสียชื่อเสียง กับตระกูลเสียชื่อเสียง...ปู่ของเธอย่อมต้องเข้าข้างตระกูลมากกว่าแน่นอน
ทำแบบนี้...อาจจะทำให้อันซูหยวนเดือดร้อนไปด้วย แม้เธอจะเป็นนักวิจัยที่เก่งกาจ แต่ตระกูลเซี่ยไม่ใช่ตระกูลเล็กๆเลย ทั้งยังไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของตระกูลอันด้วย หากว่าเธอมาจากครอบครัวเล็กๆ แม้แต่เซี่ยเฟยเฟยหรือพ่อของเธอก็ไม่สามารถปกป้องหญิงสาวได้
ในขณะที่เซี่ยเฟยเฟยกำลังกังวล สวี่เฟิงรุ่ยกลับก้าวออกมา เขาเดินตามหลังของอันซูหยวนราวกับกำแพงหน้า ท่าทางของบุรุษที่มั่นคงเช่นนี้ทำให้เซี่ยเฟยเฟยอดไม่ได้ที่จะหวั่นไหวอีกครั้ง
เด็กสาวไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเวลานี้เธอได้ตกหลุมรักคนทึ่มอย่างสวี่เฟิงรุ่ยไปเสียแล้ว แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้แสดงฝีมืออย่างที่ประกาศกร้าวเนื่องจากคนของทางการปรากฏตัวขึ้นมาก่อน ทว่า....การที่เขามั่นคงจริงใจนี้กลับเป็นบุรุษที่เซี่ยเฟยเฟยไม่เคยพบเจอมาก่อน
สาวงามเดินตามหลังทั้งสองคนไป เดิมทีอยากจะหยุดอันซูหยวนเอาไว้ แต่เมื่อถูกสวี่เฟิงรุ่ยดึงดูดสายตาก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียแล้ว ทำได้แค่เดินตามเขาเหมือนผู้โง่งมคนที่สองเท่านั้น
พวกรุ่นน้องของสถาบันลอบมองหน้ากัน วันนี้รุ่นพี่ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าการจะพิชิตใจสาวงามนั้นต้องทำอย่างไร ไม่จำเป็นต้องดูแลนางดีเกินไป ท้ายที่สุดแล้วการปล่อยนางไว้ข้างหลังก็อาจจะดึงความสนใจได้ อย่างไรก็ตาม...เวลานี้พวกเขาควรจะต้องมองหน้า “นายท่าน” ของตัวเอง เผื่อว่าหลังจากได้ติดตามอีกฝ่ายแล้ว จะได้พิชิตใจสาวงามเช่นรุ่นพี่บ้าง
อันซูหยวนและสวี่เฟิงรุ่ยไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้กำลังสร้างความเข้าใจผิดกับให้เด็กหนุ่มจำนวนมาก พวกเขานับถือรุ่นพี่ของตัวเองเป็นที่สุด ดังนั้นเห็นอีกฝ่ายทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จย่อมต้องทำตาม กลายเป็นว่าเด็กๆรุ่นน้องนี้พยายามอย่างยิ่งที่จะมี “นายท่าน” เป็นของตนเอง สร้างความวุ่นวายให้นักเรียนต่างสถาบันไปช่วงหนึ่งเลย
แน่นอนว่าเรื่องราวในอนาคตนั้นไม่เกี่ยวข้องกับอันซูหยวน ตอนนี้เธอเพียงเดินนำหน้าคนของทางการไปหาครอบครัวเซี่ย พวกเขายังไม่รู้ว่าเกิดปัญหาขึ้นกับเด็กสาวตัวน้อยเซี่ยเฟยเฟย แต่เมื่อเห็นว่าคนของทางการเดินทางมานี้ ย่อมต้องรู้สึกตื่นตระหนกไม่น้อย
เจอคนของทางการเช่นนี้ย่อมไม่มีเรื่องดี แต่จะเป็นปัญหาอะไรนั้นพวกเขายังต้องคอยฟังดูก่อน
พนักงานของตระกูลเซี่ยรีบไปรายงานให้ผู้นำตระกูลทราบว่าน่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว เวลานี้ผู้นำตระกูลเซี่ยและบุตรชายทั้งสองคนกำลังพูดคุยเกี่ยวกับกิจการของตระกูล เมื่อได้ยินข่าวว่าเจ้าหน้าที่ของทางการมาที่นี่ ทั้งสามล้วนแต่ตื่นตระหนกกันทั้งนั้น
“เจ้าหน้าที่มาพร้อมกับคนของตระกูลหาน ได้ยินเขาบอกว่าตัวเองเป็นคุณชายน้อยของตระกูลหานด้วยครับ ด้านหลังก็ยังมีคุณหนูเซี่ยเฟยเฟย มีคนของสถาบันเพลิงพลอง แล้วก็มีจ่าสิบโทอันจากฝ่ายศึกษาวิจัยมาด้วยครับ”
คนของตระกูลเซี่ยรายงานรายละเอียดได้อย่างครบถ้วนจริงๆ หลังาจกที่ตระกูลมีความร่วมมือกับอันซูหยวน ตระกูลเซี่ยก็ได้ตรวจสอบสถานการณ์ของอันซูหยวนมาบ้างแล้ว
ดังนั้นพวกเขาจึงได้รู้ว่าอันซูหยวนแท้จริงแล้วเป็นนักเรียนของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง เป็นทหารฝ่ายปฏิบัติการ ทว่ามีความสามารถในการศึกษาและวิจัยที่ยอดเยี่ยมจึงถูกเชิญไปช่วยงานที่ฝ่ายศึกษาวิจัยอยู่ทุกๆปี เป็นคนที่ไม่มีพื้นหลังของตระกูลที่ยิ่งใหญ่อะไร ก่อนหน้านี้ยังเป็นคนจากเขตชั้นนอกเท่านั้น ได้ดีก็เพราะตระกูลจางเห็นความสามารถ แต่สุดท้ายแล้วไม่นับว่าเป็นคนสลักสำคัญอะไร
ที่ต้องให้เกียรติเธอก็เพราะโครงการผลิตกระดาษที่ทำสัญญากันไว้ นวัตกรรมนี้พวกเขาได้ร่วมมือกับเธอ ทั้งยังทำสัญญาร่วมมือกันไปแล้ว ดังนั้นการให้หน้าอีกฝ่ายจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
ทว่า....การให้หน้าก็ส่วนการให้หน้า ยามนี้อีกฝ่ายมาที่ตระกูลของพวกเขา ทั้งยังมีคนของตระกูลหาน มีเซี่ยเฟยเฟย และมีเจ้าหน้าที่ทางการมาเกี่ยวข้อง แบบนี้แล้วทำให้ผู้นำตระกูลรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่บ้างจริงๆ
ผู้นำตระกูลรู้สึกว่าอาจจะมีปัญหา แต่บุตรชายคนโตของเขารู้แล้วว่าเรื่องนี้จะต้องมีปัญหาแน่!!
ไม่ใช่ก่อนหน้านี้ตัวเองและตระกูลหานได้ร่วมมือกันหรอกหรือ? เพื่อทำลายบ้านรอง เขาไม่สนใจหรอกว่ากิจการโรงผลิตกระดาษจะขาดทุนหรือเสียหายขนาดไหน มันเป็นความรับผิดชอบของน้องรอง แล้วก็ยังลากให้เซี่ยเฟยเฟยเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย แต่...เรื่องที่ควรจะเป็นปัญหากันภายในตระกูลเซี่ย เหตุใดจึงมีคนของทางการ แล้วก็คนของสถาบันเพลิงพลองเข้ามาเกี่ยวข้องได้กันล่ะ
“ไป ไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้ารอง...เรื่องนี้มีลูกสาวของแกเกี่ยวข้องด้วย ถ้ามีปัญหาอะไรจะต้องให้แกจัดการให้ดี ตอนนี้ชื่อเสียงของแกกำลังเป็นที่สนใจ ถ้าทำให้พวกเขาผิดหวัง...รับรองได้ว่าไม่มีครั้งต่อไปอีกแน่”
ผู้นำตระกูลหรี่ตาลง กลัวว่าเซี่ยเฟยเฟยจะสร้างปัญหาอะไรขึ้นมา ทว่า...เมื่อพวกเขามาถึงด้านหน้าตระกูล เจ้าหน้าที่ก็โยนคนของตระกูลหานลงมากองกับพื้นให้พวกเขาแล้ว
ผู้นำตระกูลเซี่ยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เห็นเพียงหลานสาววิ่งเข้าหาบุตรชายคนรองแล้วร้องไห้ด้วยท่าทางหวาดกลัว ในขณะที่คนอื่นๆยังยืนดูนิ่งๆ
ทว่า...ท่าทางของเจ้าใหญ่นั้นต่างออกไป
“นี่แหละ! เป็นคนนี้แหละที่บอกให้พวกเขารับตัวเซี่ยเฟยเฟยไปได้เลย เขาต้องการให้ตระกูลเซี่ยและตระกูลหานเกี่ยวดองกัน เป็นแบบนี้แล้วฉันคุณชายหานจะยังมีความผิดอยู่อีกหรือ? จดหมายที่ส่งมาโดยบุตรชายคนโตของผู้นำตระกูลเซี่ยก็ยังอยู่ในตระกูลหานอยู่เลย ถ้าอยากได้หลักฐานล่ะก็...พวกเราก็มีพร้อมอยู่แล้ว”
เด็กชายตระกูลหานประกาศออกมา ชี้ไปยังบุตรชายคนโตของสกุลเซี่ย ทำเอาผู้นำตระกูลหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด
“นี่...หมายความว่ายังไง!”
พ่อของเซี่ยเฟยเฟยไม่เข้าใจสถานการณ์นัก เขามองไปยังลูกสาวที่ยังร้องไห้อยู่ในอกของตนเอง ซึ่งเซี่ยเฟยเฟยก็พร้อมที่จะเล่าสถานการณ์อยู่แล้ว แม้จะรู้ว่าเรื่องนี้เธออาจไม่ได้รับความยุติธรรมอีกต่อไปก็ตาม...
“คนตระกูลหานต้องการฉุดลูกไปค่ะ พวกมันบอกว่าลุงเซี่ยขายหนูให้ตระกูลหานแล้ว”
“อะไรนะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เหมือนกรีดคมเฉือนเข้าที่หัวใจคนเป็นพ่อ เขาหันไปหาพี่ชายของตนเอง รู้ว่าช่วงนี้เกิดความไม่พอใจกันอยู่บ้าง เพราะตัวเขาที่จู่ๆก็ได้รับใบหน้ามากขึ้น มีการสนับสนุนให้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะอย่างไร...นี่ก็เป็นการแข่งขันภายในตระกูลเซี่ยไม่ใช่หรือ? ทำไมพี่ชายของเขาจึงได้เอาหลานสาวออกไปให้ศัตรูแบบนั้นกันล่ะ!!
ผู้นำตระกูลเซี่ยมองดูท่าทางของบุตรชายคนโตก็เข้าใจทั้งหมด เขาไม่จำเป็นต้องถามอีกต่อไปว่ามีหลักฐานหรือไม่ เรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดหรือเปล่า สุดท้ายแล้วเจ้าใหญ่เป็นคนเช่นไร...บิดาอย่างเขาจะไม่รู้เรื่องหรือ?
“ท่านเจ้าหน้าที่ เรื่องนี้คงจะเป็นความเข้าใจผิดแล้ว”
ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย ผู้นำตระกูลเซี่ยก็พูดกับเจ้าหน้าที่โดยตรง คำพูดของเขาทำให้บุตรชายคนรองอ้าปากค้าง อะไรคือการเข้าใจผิด? นี่มีความเข้าใจผิดอะไรได้อีก? หรือจะบอกว่าตระกูลเซี่ยกับตระกูลหานต้องการเกี่ยวดองกันผ่านบุตรสาวของเขาหรือ?
“พ่อ!”
“ไม่ต้องพูดแล้ว เรื่องในตระกูลใช่เรื่องที่จะเอาออกมาอธิบายกันแบบนี้หรือ? เรื่องนี้ฉันจะอธิบายให้แกฟังทีหลัง สรุปก็คือ...ไม่มีเรื่องการลักพาตัวหรือต้องการทำร้ายอะไรกันทั้งนั้น”
ได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนี้ ดวงตาของเซี่ยเฟยเฟยก็มืดครึ้มลง เธอคิดอยู่แล้วว่าคุณปู่จะต้องไม่เห็นแก่ความปลอดภัยของเธอ เข้าต้องไม่ทวงคืนความยุติธรรมให้เธอแน่หลังจากที่รู้ว่านี่เป็นฝีมือของลุงใหญ่ เซี่ยเฟยเฟยลอบกำหมัดแน่น รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอยู่ไม่น้อย
“เอาล่ะ ในเมื่อไม่มีเรื่องอะไรแล้วก็ปล่อยคนเถอะ” ผู้นำตระกูลเซี่ยโบกมือ
เรื่องภายในตระกูลเขาจะต้องจัดการแน่ แต่ตอนนี้ไม่ควรทำให้เป็นเรื่องใหญ่เกินไป หากเจ้าใหญ่ถูกผู้อื่นจับได้ว่ามีความผิด เช่นนั้นตระกูลเซี่ยไม่ต้องเสียหายหนักเลยหรือ?
“ปล่อยคนหรือ? ผู้นำตระกูลเซี่ย...คุณกำลังบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกคุณตระกูลเซี่ยและตระกูลหานมีข้อตกลงร่วมกันอย่างนั้นใช่ไหม?” อันซูหยวนหรี่ตาลง เธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังไม่พอใจ
ผู้นำตระกูลเซี่ยมองเด็กสาว ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับตระกูลเซี่ยนั้นเป็นความสัมพันธ์ที่จะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ยังเข้าใจผิดคิดว่าอีกฝ่ายมีรากฐานมาจากตระกูลใหญ่ แต่หลังจากตรวจสอบดีแล้ว พบว่าเธอก็แค่เด็กที่โชคดีนิดหน่อย มีความฉลาดอยู่บ้างก็เลยถูกเลือกให้เข้าไปทำงานในกองทัพเท่านั้น ทว่า...คนแบบนี้ไม่ใช่ตระกูลเซี่ยเห็นมาเยอะหรอกหรือ?
สุดท้ายแล้วความเก่งกาจพวกนี้ก็หาซื้อได้ด้วยเงินและอำนาจ ก่อนหน้านี้เขาให้เกียรติเธอก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจแล้ว เวลานี้ไม่คิดว่าอีกฝ่ายยังต้องการเข้ามายุ่งเรื่องของตระกูลเซี่ยอีก เช่นนั้นตัวเขาก็ไม่มีอะไรให้ต้องไว้หน้าอีกแล้ว
“คุณอัน เรื่องนี้เป็นเรื่องในตระกูลพวกเรา ถ้าอย่างนั้น....”
“เรื่องในตระกูลงั้นหรอ? เช่นนั้นก็ดีแล้ว ในเมื่อผู้นำตระกูลยืนยันด้วยตัวเอง ก็ไม่ต้องหาหลักฐานจากที่ไหนอีก เอาล่ะ...เจ้าหน้าที่คะ ช่วยจัดการคนตระกูลเซี่ยไปด้วยกันเลยค่ะ”
“คุณอัน ที่พูดนี้หมายความว่ายังไงกันแน่” ผู้นำตระกูลเซี่ยคิดไม่ถึงว่าอันซูหยวนจะพูดเช่นนั้น แถมยังให้ทางการเข้ามาจับเขาด้วยหรือ? เด็กนี่จะอวดดีเกินไปแล้ว!
………………………………