LNCrawler

บทที่ 282 ความเข้าใจผิด (อ่านฟรี 14 ธ.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 282 ความเข้าใจผิด (อ่านฟรี 14 ธ.ค. 68)

บทที่ 282 ความเข้าใจผิด

 

“ตระกูลเซี่ยตกลงทำสัญญาธุรกิจการผลิตกระดาษกับฉัน ในสัญญาระบุว่าวิธีการทำกระดาษนี้จะไม่เปิดเผยให้ผู้อื่นรู้ แต่ผ่านไปไม่นาน...กลับถูกตระกูลหานได้ข้อมูลไปแล้ว นี่ไม่เรียกว่าผิดกฎหมายหรือ?”

 

“นี่เป็นการฉ้อโกงอย่างเห็นได้ชัด ถ้าตระกูลหานได้ส่วนแบ่งของตลาดไป เท่ากับส่วนแบ่งที่ตระกูลเซี่ยต้องให้ฉันลดลงไปด้วย พวกคุณแท้จริงร่วมมือกับผู้อื่นก็เพื่อประหยัดส่วนต่างนี้ นี่แหละที่เรียกว่าเป็นการฉ้อโกงอย่างแท้จริง”

 

“นอกจากเรื่องความตั้งใจที่จะโกงเงินกันแล้ว พวกคุณก็ยังให้ตระกูลหานทำร้ายคนของสถาบันเพลิงพลอง คิดจะใส่ร้ายคนของสถาบันเพลิงพลองว่าเป็นพวกสารเลวต่ำช้ารังแกผู้หญิงหรือ? ไม่อย่างนั้นจะมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ในการพาคุณหนูเซี่ยเฟยเฟยของตระกูลไปในทิศทางภูเขาฝึกฝนของสถาบันเพลิงพลองล่ะ”

 

“ที่นั่นมีบุรุษมากมาย หากคุณหนูเซี่ยมีปัญหาขึ้น ไม่ใช่ว่าพวกคุณจะได้ใส่ความนักเรียนของสถาบันเพลิงพลองไปด้วยหรือ? อีกอย่าง...คุณชายหานคนนั้นข่มขู่ว่าจะฆ่าคนจากสถาบันเพลิงพลองอีก นี่...หรือว่าก็เป็นความตั้งใจของพวกคุณเช่นกัน คิดอยากจะสังหารคนภายใต้กฎหมายเช่นนี้เลยหรือ?”

            

อันซูหยวนพูดรวดเดียวจบ โยนข้อหาหนักที่อาจจะทำให้ตายได้ใส่ผู้นำตระกูลเซี่ย ทำเอาคนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ต่อให้เขามีเล่ห์เหลี่ยมขนาดไหน ก็ไม่สามารถรับมืออันซูหยวนได้ทัน

            

อะไรคือการพาหลานสาวของตัวเองไปที่สถาบันเพลิงพลองเพื่อใส่ความคน? ไหนจะเรื่องการฆ่าคนอีก โทษพวกนี้..ไม่ว่าจะอย่างไรก็มีโทษหนักทั้งสิ้น ต่อให้เขามีกี่หัวก็คิดไม่ถึงว่าอันซูหยวนผู้นี้จะมอบข้อหาร้ายแรงเช่นนี้มาได้

            

เรื่องนี้....ถ้าจะโทษเรื่องนี้ก็ต้องโทษไปที่บุตรชายคนโตของเขา ทำความผิดเอาไว้ไม่ยอมบอกกับคนเป็นพ่อ สุดท้ายก้าวขาออกมาก็โดนโยนลงหลุมเสียแล้ว หากเขารู้ก่อนว่ามันจะถูกทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ สู้ปล่อยให้เจ้าใหญ่จัดการปัญหาของตัวเองไปก็คงจะดีกว่า!

 

“เอ่อ คุณอันกำลังพูดเรื่องอะไร สัญญาความร่วมมือนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเซี่ยแน่นอน พวกเราไม่ได้เปิดเผยออกไปแน่ อีกอย่าง...เรื่องการจัดการนักเรียนของสถาบันเพลิงพลองนั้นก็ไม่ใช่พวกเรา”

 

“อ้าว ไม่ใช่ว่าผู้นำตระกูลเซี่ยออกตัวเมื่อครู่หรือ? ไหนบอกว่าเป็นความเข้าใจผิดระหว่างตระกูลเซี่ยและตระกูลหาน...” ซูหยวนเลิกคิ้ว ท่าทางใสซื่อของเธอเช่นนี้ ดูอย่างไรก็เป็นการแสร้งทำทั้งนั้น

            

ตอนนี้ผู้นำตระกูลเซี่ยรู้แล้วว่าอันซูหยวนไม่ใช่แค่เด็กธรรมดาๆเท่านั้น แม้เธอจะไม่มาจากตระกูลใหญ่โต กระนั้นเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเช่นนี้ คงอีกไม่นานที่จะกลายเป็นคนใหญ่คนโตได้

            

ถ้าปกติเป็นแค่คนฉลาดก็ยังไม่ได้รับความสนใจจากเขามากนัก ทว่า...คนที่ชายชราเซี่ยผู้นี้กลัวมากที่สุดก็คือคนอย่างอันซูหยวน! รู้จักพูด รู้จักใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ตัวเองมี เปลี่ยนทั้งหมดให้กลายเป็นผลประโยชน์ 

 

เดิมทีเคยได้ยินมาอยู่บ้างว่าเด็กสาวคนนี้เป็นคนที่ผู้นำตระกูลจางสนับสนุน ก็ยังคิดว่าอาจจะเป็นการสนับสนุนทั่วไป องค์กรนักล่าสกุลจางนั้นมีชื่อเสียงเรื่องการเป็นนักล่าและการลงทุน เขาก็คิดไปว่าหญิงสาวอันซูหยวนมีความสามารถในด้านการวิจัย จะได้รับการสนับสนุนก็ไม่แปลก แต่ความจริงได้แสดงให้เขาเห็นแล้วว่ามันไม่ใช่ทั้งหมด...

            

แท้จริงแล้วคนที่ประธานจางผู้นั้นเลือก ไม่สมควรจะเป็นเด็กสาวธรรมดา!!

            

ผู้นำตระกูลเซี่ยยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เจอคำถามของอันซูหยวนก่อนหน้านี้ก็อยากจะตอบกลับไปว่า “ก็นั่นเป็นเพราะฉันไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นยังไงล่ะ เดิมทีได้ยินหลานสาวพูดเกี่ยวกับการจะพาตัวคนไป โดยบุตรชายคนโตมีส่วนรู้เห็นกับตระกูลหาน ก็คิดว่าเป็นแค่การกลั่นแกล้งกัน แย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล คิดไม่ถึงว่าเรื่องจะบานปลายมาถึงขนาดนี้”

 

แน่นอนว่าต่อให้อยากพูดแค่ไหน ก็ไม่สามารถพูดมันออกมาโดยตรงได้ คิ้วของเขาผูกกันเป็นปม พยายามหาทางออกของเรื่องนี้ให้ดีที่สุด แต่สวี่เฟิงรุ่ยกลับไม่ยอมปล่อยให้นายท่านของตนเองต้องรอ

 

“เหอะ!! ไม่ว่าจะเป็นใครร่วมมือกับใครก็ช่าง! ฉันก็หวังว่าจะได้รับคำตอบ ไม่อย่างนั้นตระกูลสวี่ของฉันจะไม่ยอมแน่!” 

 

ชายหนุ่มกอดอกตัวเอง แสดงออกด้วยท่าทางจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ก่อนหน้านี้สวี่เฟิงรุ่ยไม่เข้าใจว่านายท่านของเขาต้องการอะไรจึงได้พาเขามาที่นี่ แต่เมื่อได้ยินนายท่านอ้างถึงสถาบันเพลิงพลองของพวกเขาในประโยคคำพูดเหล่านั้น เขาก็แน่ใจแล้วว่าตัวเองมีประโยชน์อะไร

            

ปรากฏว่า...นายท่านต้องการทำลายตระกูลหานและตระกูลเซี่ยอย่างนั้นสินะ ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะสนับสนุนนายท่านเอง นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่นายท่านถูกเอาเปรียบจากตระกูลเซี่ยและตระกูลหาน คนคิดจะโกงเงินที่นายท่านควรจะได้รับ หักหลังความเชื่อใจของนายท่านเช่นนี้.... เขาในฐานะทาสผู้รับใช้จะยอมได้อย่างไร

            

เมื่อตระกูลสวี่กระโดดเข้ามาร่วมด้วย สีหน้าของผู้นำตระกูลเซี่ยก็ยิ่งมืดครึ้มลง สรุปว่าเจ้าใหญ่ทำเรื่องอะไรลงไปกันแน่ ทำไมจึงมีปัญหาใหญ่โตตามมาขนาดนี้!

            

คนของสองพูดจาไม่ครบถ้วน เจ้าใหญ่เวลานี้เหมือนจะเป็นใบ้ไปเสียแล้ว ไม่เปิดปากพูดอะไรสักคำ เซี่ยเฟยเฟยก็พูดแค่เรื่องตัวเองถูกพาตัวไปให้ตระกูลหาน ในขณะที่คุณชายสวี่และอันซูหยวนพูดไปในทิศทางที่ใหญ่โต แล้วเรื่องจริงคืออะไร ข้อเท็จจริงที่ตรงไปตรงมาคืออะไรกันแน่ 

            

ตอนนี้คนทำอะไรไม่ได้ เข้าใจเรื่องทั้งหมดก็ไม่ มีแต่จะต้องทำให้ทุกอย่างคลี่คลายลงเท่านั้น สุดท้าย... ต่อให้เขาอยากจะหยุดยั้งไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้น และไม่ให้ชื่อเสียงของตระกูลเซี่ยต้องเสียหาย แต่เวลานี้ยังจะทำอะไรได้อีก?

            

จากเดิมที่มีตัวเลือกคือ ยอมให้หลานสาวชื่อเสียงเสื่อมเสีย ส่งเธอเข้าตระกูลหานอย่างที่เจ้าใหญ่วางแผน เพื่อทำให้ทางการเชื่อว่าในตระกูลเซี่ยไม่ได้มีเรื่องอะไร เป็นแค่ข้อตกลงกันระหว่างสองตระกูลเท่านั้น กลับกลายเป็น...เวลานี้ต้องเลือกระหว่างเอาตระกูลเซี่ยรอดออกมาแต่ต้องขายหน้า กับการยอมขายหน้าแต่ให้ตระกูลเซี่ยอยู่รอด!

 

“เจ้าใหญ่ สรุปแล้วนี่มันเรื่องอะไรกันแน่!!” 

           

เดิมทีบุตรคนโตของผู้นำตระกูลก็รู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้จะกลายมาเป็นปัญหาให้เขา ต่อให้พ่อช่วยเหลือตัวเองไว้ได้ แต่การที่เขาสร้างเรื่องใหญ่โตนี้ อย่างไรก็ต้องยอมรับ

            

ทว่า....เขาไม่ได้คิดเหมือนกันว่าเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โตอะไรขนาดที่จะต้องติดคุกหรืออาจจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!

 

“นี่ นี่เข้าใจผิดแล้ว คุณอันเข้าใจผิดแล้ว ไม่ได้มีการมอบวิธีการผลิตกระดาษาทั้งนั้น พวกเราตระกูลเซี่ยลงชื่อทำสัญญาแล้วย่อมต้องไม่กล้าผิดสัญญาแน่” ไม่ว่าจะอย่างไร...วิธีการผลิตก็ยังไม่ได้มอบให้จริงๆ ดังนั้นเรื่องนี้ยังถือว่าแก้ไขได้ทันใช่ไหม?

            

ทว่า...ความคิดของคุณชายใหญ่เซี่ยนั้นมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้ว อันซูหยวนแค่นหัวเราะคำหนึ่งก่อนจะหันไปหาคุณชายหาน

 

“ถ้าคุณเซี่ยพูดอย่างนั้นก็แปลว่าคุณชายหานโกหกใช่ไหม? โทษฐานโกหกและต้องการทำให้เกิดความเสื่อมเสีย เขาก็ควรจะถูกตัดลิ้นใช่ไหมคะ” ซูหยวนจ้องอีกฝ่ายเขม็ง ทำเอาคุณชายหานหวาดกลัวจนปัสสาวะเกือบราด

            

เขาไม่มั่นใจว่าตัวเองได้พูดเรื่องความร่วมมือนี้ต่ออันซูหยวนตอนไหน แต่ไม่ว่าจะพูดหรือไม่...เขาก็ไม่อาจยอมรับโทษของการโกหกได้

            

ตัดลิ้น! ถ้ายอมรับว่าโกหก อย่างนั้นก็ต้องถูกตัดลิ้นเลยนะ!!

 

“โกหกงั้นหรอ? ใครกันแน่ที่โกหก เป็นพวกแกตระกูลเซี่ยที่บอกจะมอบวิธีการผลิตกระดาษให้พวกเรา ขอแค่ใส่ร้ายบ้านรองเซี่ยว่าเป็นคนมอบให้ไม่ใช่รึไง ยังบอกด้วยว่ามันเป็นสินสอดการหมั้นหมาย ทั้งหมดนี้พวกเรามีหลักฐานเก็บเอาไว้อยู่แล้ว คนที่โกหกจริงๆเป็นใครกันแน่ ก็คือพวกแกนั่นแหละ!”

            

คุณชายหานน้อยตะโกนออกมา โทษนี้เขาไม่สามารถยอมรับได้ อีกอย่าง...ท่านพ่อก็เตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว ขอแค่เขาพูดออกไปทั้งหมด บอกว่าตระกูลหานเชื่อคนผิดคิดว่าตระกูลเซี่ยต้องการทำอย่างนั้นก็จบเรื่องแล้ว สุดท้ายตระกูลเซี่ยไม่มีทางยอมให้เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่โต นี่เป็นทางเดียวที่ตระกูลหานจะรอดพ้นได้

 

“อะ ไอ้เด็กนี่!” คุณชายใหญ่เซี่ยอ้าปากค้าง โกรธจนแทบจะกระอักเลือด เขาชี้หน้าคุณชายหานน้อย อยากจะพุ่งตัวเข้าไปแล้วตีคนให้ตายคามือ ทว่า...ตอนนี้คุณชายหานน้อยอยู่กับคนของทางการ ถ้าเขาทำอะไรบุ่มบ่ามมีแต่จะเพิ่มปัญหาขึ้นเท่านั้น

 

“อย่ามาชี้หน้าฉันนะ เป็นแกนั่นแหละที่วางแผนทุกอย่าง เจ้าหน้าที่...ทั้งหมดตระกูลหานก็คือเหยื่อเหมือนกัน พวกเราเข้าใจผิดคิดว่าตระกูลเซี่ยตกลงกันแล้ว ยังคิดว่าผู้ผลิตยินยอมด้วยจึงคิดมอบวิธีการผลิตกระดาษนั่นให้พวกเราเป็นสินสอด สุดท้ายพวกเราก็คือเหยื่อเหมือนกัน”

            

พูดไปพูดมา เด็กหนุ่มก็รีบสรุปอย่างที่พ่อของเขาสอนมาทันที สีหน้าของบ้านใหญ่เซี่ยมีแค่ความมืดมน ปรากฏว่าความร่วมมือกับตระกูลหานนี้...ได้นำหายนะมาให้พวกเขาแล้วจริงๆ

 

“ท่านพ่อ ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอนครับ นี่...นี่ไม่ใช่เพราะตระกูลหานเป็นเหยื่อ พวกเขาก็สมรู้ร่วมคิดด้วย เรื่องนี้ที่จริงแล้วเป็นพวกเขาที่อยากกระโจนเข้ามาเกี่ยวข้อง ลูก...พ่อต้องช่วยลูกด้วยนะ” เมื่อจนมุมแล้วจริงๆ ต่อให้อายุมากขนาดนี้ เขาก็ยังหันไปกอดขาของพ่อตัวเองเพื่อขอให้คนช่วยเหลืออยู่ดี

            

ผู้นำตระกูลเซี่ยอยากจะเตะลูกชายออกไป แต่เวลานี้ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ โชคดีจริงๆที่สุดท้ายแล้วเขาก็คิดอะไรบางอย่างได้

 

“เข้าใจแล้ว...สรุปว่าเรื่องที่แกวางแผนจะตลบหลังตระกูลอัน ก็คือการใช้เรื่องนี้มาต่อรองงั้นหรือ?” ผู้นำตระกูลเซี่ยคิดจนหัวแทบจะระเบิด สุดท้ายก็สามารถมองหาทางออกดีๆได้ เขามองไปยังเจ้าลูกชาย ส่งสายตาให้มันรับหมากกระดานนี้ ไม่อย่างนั้นก็ไร้ทางออกอื่นแล้ว

            

อันซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย รอดูว่าผู้นำตระกูลเซี่ยจะจบเรื่องนี้ได้อย่างไร ก่อนจะได้เห็นอีกฝ่ายหันกลับมายิ้มให้เธอ

 

“คุณอัน...เรื่องนี้ต้องโทษที่ฉันไม่ทันระวัง ไม่คิดว่าเจ้าลูกชายจะใช้แผนการนี้เพื่อต่อสู้กับตระกูลหาน เฮ้อ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่ฉันเชื่อใจมันเกินไป คิดว่าจะหาทางออกดีๆได้ แต่สุดท้ายกลับเป็นก่อเรื่องขึ้นมาเสียอย่างนั้น ที่จริง....แผนการนี้ก็ควรแล้วที่จะทำให้คุณอันเข้าใจผิด คิดว่าพวกเราจะผิดสัญญา แต่ในความจริงแล้ว...มันเป็นแผนวางกับดักให้ตระกูลหานเท่านั้นเองครับ คุณอันอย่าได้กังวลไป”

            

คนโตถึงกับยอมก้มหัวให้เด็กสาว อันซูหยวนยังคงรอฟังไม่ขัดเขา สมแล้วที่เป็นไม้แก่หนึ่งต้น ย่อมต้องมีความสามารถในการทนแดดทนฝนอยู่บ้าง

 

“ผู้นำตระกูลเซี่ย เรื่องนี้...แท้จริงหมายความว่ายังไงคะ? ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจมากกว่านี้หน่อยเถอะ” 

 

ซูหยวนเล่นตามน้ำ แม้เธอจะเกลียดบ้านใหญ่เซี่ย แต่ตระกูลเซี่ยยังเป็นตระกูลที่เธอจะสามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่ วันนี้ได้สั่งสอนให้พวกเขารู้แล้วว่ากำลังยุ่งอยู่กับใคร วันข้างหน้าพวกเขาย่อมไม่กล้าทำเรื่องสุ่มสี่สุ่มห้าอีก

 

“คุณอัน ที่จริงคุณก็รู้ สัญญาเก็บเกี่ยววัชพืชทั้งหมดเป็นของคุณ องค์กรเกษตรกรก็ไม่สามารถตัดสินใจขายให้ผู้อื่นได้อยู่ดีเนื่องจากพวกเขาไม่มีวิธีการเก็บเกี่ยวเหมือนที่คุณมี ดังนั้น...พวกเราแค่อยากให้ตระกูลหานลงทุนให้มากหน่อย แต่สุดท้ายก็จะรู้ว่ามันเป็นแค่กับดักใหญ่ พวกเขาไม่อาจจะหาทรัพยากรมาผลิตได้ จะมีแต่ขาดทุนเท่านั้น”

 

“คุณอัน นี่เป็นวิธีการในการจัดการคู่แข่งของพวกเราเท่านั้น ในวงการธุรกิจการผลิตกระดาษมีการแข่งขันกันสูงมาก เทคนิคเล็กๆน้อยๆเช่นนี้ก็ใช้กันอยู่บ่อยครั้งไป หวังว่าคุณอันจะยอมลงให้สักครั้ง เอาอย่างนี้เป็นไง พวกเรามาแก้สัญญา เพื่อชดเชยให้คุณอัน...สัญญาส่วนแบ่งยังสามารถเพิ่มให้ได้จนกว่าคุณอันจะพอใจ ดีหรือไม่”

            

ผู้นำตระกูลเซี่ยที่แต่เดิมวางท่าสูงส่ง เวลานี้กลับยอมกระทั่งจะก้มหัวให้อันซูหยวน หญิงสาวถอนหายใจออกมา เธอมองไปยังบ้านใหญ่ตระกูลเซี่ยด้วยสายตาไม่พอใจนัก

 

“เรื่องสัญญานั้นจะยอมรับก็ได้ แต่เรื่องที่เขาส่งเซี่ยเฟยเฟยไปที่เขตภูเขาของสถาบันเพลิงพลองเพื่อใส่ร้ายคนจะว่าอย่างไร”

 

“โอ้ ใช่ๆ พวกเราเสียหายแบบนี้ จะไม่ยอมให้จบง่ายๆแน่” สวี่เฟิงรุ่ยที่คิดว่าเรื่องจะจบแล้วชะงักไปเล็กน้อย รีบรับคำให้นายท่านของตัวเองทันที

 

“เรื่องนี้...นี่ไม่ใช่ความตั้งใจของฉันตั้งแต่แรก มันก็แค่...”

            

เพี๊ยะ!!

            

ไม่ปล่อยให้ลูกชายผู้โง่เขลาแก้ต่างอีกต่อไป ผู้นำตระกูลตบหน้าบุตรชายของตนเองฉาดใหญ่ เกิดเสียงดังมากจนคนที่แอบดูอยู่ได้แต่เจ็บปวดแทน

 

“ยังจะไม่รีบจัดการชดเชยความสะเพร่าของแกให้เหล่าคุณชายอีก! เร็วเข้า! รีบทำให้พวกคุณชายพอใจ ไม่ใช่ว่าแกมียารักษาและอุปกรณ์มากมายอยู่ในคลังสมบัติหรือ? ทำไมยังไม่รีบเอาออกมาอีก อยากจะถูกส่งเข้าคุกให้ตระกูลเซี่ยต้องอับอายหรือไง!”

            

ผู้นำตระกูลตวาดดังลั่น สถานการณ์มาถึงขนาดนี้แล้ว เจ้าใหญ่ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรอีกหรือ? 

            

เมื่อถูกตบสั่งสอน บุตรชายคนโตของผู้นำตระกูลเซี่ยก็กัดฟัดกรอด รีบสั่งให้คนไปยกยาระดับสูงที่เก็บเอาไว้ในคลังออกมาทันที

 

ตอนนี้เขาก็เหมือนกับถูกกรีดทั้งเลือดและเนื้อออกไปทั้งหมดแล้ว คนมองไปที่ตระกูลหาน...ให้ลงมือกับเด็กสาวคนเดียวก็ยังทำไม่ได้ แถมกล้าเปิดเผยเรื่องจนเขาต้องแบกรับความเสียหายและอับอายอีก!

            

หากเมื่อก่อนนี้พวกเขาเป็นศัตรูกันเพราะขัดแย้งเรื่องธุรกิจ เวลานี้...ในใจของเขาสาบานว่าจะเป็นศัตรูคู่แค้น ต้องการฆ่าล้างตระกูลหานจนกว่าจะมีใครสิ้นกันไปข้างหนึ่ง!!

 

………………………………………..