บทที่ 283 ลงโทษคนโง่ (อ่านฟรี 15 ธ.ค. 68)
บทที่ 283 ลงโทษคนโง่ (อ่านฟรี 15 ธ.ค. 68)
บทที่ 283 ลงโทษคนโง่
“เอาล่ะ ในเมื่อเรื่องนี้จัดการแก้ไขแล้ว ทุกท่านพอใจกับการจัดการหรือไม่ ถ้าพอใจแล้ว...เรื่องนี้ก็ไม่ต้องให้ถึงมือของทางการหรอก ใช่ไหม? คุณอัน คุณสวี่และคุณชายทั้งหลาย...” ผู้นำตระกูลเซี่ยมองอันซูหยวน เขารู้ดีว่าอันซูหยวนก็คือคนที่นำเรื่องนี้ได้ เพราะแม้แต่คุณชายสวี่ก็ยังสังเกตสีหน้าของเธอเลย
ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมเด็กน้อยคนหนึ่งจากเขตชั้นนอกถึงได้มีอำนาจขนาดนี้ แต่ในใจของผู้นำตระกูลเซี่ยก็ตัดสินใจยกอีกฝ่ายขึ้นมาให้เทียบเท่าคนของตระกูลใหญ่แล้ว
ครั้งต่อไป จะมีปัญหากับใครก็ได้ ยกเว้นเด็กสาวอันซูหยวนผู้นี้ไว้หนึ่งคน!
“เรื่องนี้...ในเมื่อเป็นความเข้าใจผิดก็แล้วไปเถอะ แต่ครั้งหน้าอย่าให้เกิดขึ้นอีกก็แล้วกัน”
“ใช่แล้ว อย่าให้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นพวกเราไม่ปล่อยไปแน่” สวี่เฟิงรุ่ยกล่าวสมทบ
“รับรองว่าจะไม่ให้คนของตระกูลเซี่ยก่อเรื่องอีกแน่นอน ในฐานะผู้นำตระกูล...ถ้ามีคนคิดจะทำเรื่องเช่นนี้อีก จะไม่ถือว่าเป็นคนตระกูลเซี่ยอีกต่อไป!” คนเป็นผู้นำตระกูลรับคำเสียงดัง ดังนั้นซูหยวนและคุณชายทั้งหลายจึงหันไปพยักหน้าให้กับคนของทางการ
อันที่จริง...เรื่องนี้ไม่ควรจบได้ง่ายดายขนาดนั้น แต่พวกเขารู้จักอันซูหยวนดี เธอเป็นถึงพลทหารพิเศษ เรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นนี้ถ้าบอกจะเอาเรื่อง พวกเขาก็จะดำเนินการให้ถึงที่สุด แต่ถ้าบอกไม่เอาเรื่องแล้ว...พวกเขายังรั้นทำต่อไป อาจจะตายไม่รู้ตัวก็ได้ อีกอย่าง...อันซูหยวนเป็นคนสำคัญที่พวกผู้นำก็ยังชื่นชม เช่นนั้นเมื่อเธออยากเล่นสนุก พวกเขาก็ต้องเล่นตามไปด้วย
เมื่อจบเรื่องแล้ว...อันซูหยวนก็พาคนของสถาบันเพลิงพลองออกไป ทุกคนได้รับยาดีๆมาคนละสองสามขวดแถมยังมีอุปกรณ์ดีๆอีกคนละชิ้น ย่อมต้องรู้สึกมีความสุขอยู่แล้ว
“ติดตามพี่สวี่ไม่เสียเปรียบจริงๆ” พวกเขาโห่ร้องเมื่อออกมาจากตระกูลเซี่ย ทว่าสวี่เฟิงรุ่ยกับยกนิ้วขึ้นส่ายไปมา
“พูดผิดแล้ว”
“พูดผิดหรอ?” พวกรุ่นน้องจากสถาบันมองหน้ารุ่นพี่ของตนเองอย่างไม่เข้าใจว่าพวกเขาพูดผิดที่ตรงไหนกัน
“ใช่แล้ว ที่พวกนายพูดนั้นไม่ถูกต้อง เพราะที่ถูกต้องก็คือ...ติดตามนายท่านอันไม่อดอยากต่างหาก!” สวี่เฟิงรุ่ยเป็นผู้นำ พวกรุ่นน้องชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมา
“ใช่แล้ว ติดตามนายท่านอันไม่อดตาย”
“ติดตามนายท่านอันรุ่งเรืองตลอดไป!!” เสียงโห่ร้องของพวกเขาทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มหันมามอง ซูหยวนอับอายกับการกระทำเช่นนี้มาก เธอจึงต้องรีบปลีกตัวออกไป
“เอาล่ะ แยกย้ายกันตรงนี้เถอะ พวกนายก็ไปฝึกฝนต่อ แล้วก็...ถ้าคนตระกูลหานมาขอร้องให้ยอมอภัยต่อพวกเขา ก็เรียกร้องยารักษาหรืออุปกรณ์อะไรก็ได้ให้มากหน่อยก็แล้วกัน ต้องมากกว่าที่ได้รับจากตระกูลเซี่ยเป็นสองเท่า เข้าใจไหม”
“โอ้ เข้าใจแล้ว ปรากฏว่ายังจะมีคนอยากให้ของพวกเราอีกงั้นหรือ?”
“ฮ่าๆ อย่างนั้นเดือนนี้ก็ต้องเพิ่มการฝึกเป็นสองเท่าแล้ว ด้วยอุปกรณ์และยาพวกนี้ย่อมต้องทำให้ฝีมือพวกเราก้าวหน้าขึ้นมากแน่” พวกนักเรียนชายของสถาบันเพลิงพลองไม่คิดอะไรมาก อันซูหยวนบอกเช่นไรก็ทำตามเช่นนั้น
ตอนนี้คุณชายหานถูกพาตัวไป ตระกูลเซี่ยบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่คนสกุลหานที่ลงมือก็ยังลงมืออยู่ อีกฝ่ายยังร้องขอให้ตามผู้อาวุโสของเขามาเพื่อจะชดเชยความผิดพลาดบ้าง ดังนั้นอีกไม่นานคงจะไปขอพบเด็กจากสถาบันเพลิงพลอง
ซูหยวนไม่ต้องการเศษเงินของพวกเขา อีกอย่าง...ตระกูลหานก็ยังไม่มีความผิดต่อเธอ ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจอีก
กลับกัน...สถานการณ์ในตระกูลเซี่ยกลับร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ทำใจดีสู้เสือ ปล่อยให้คนภายนอกกลับกันก่อน จนเมื่อเหลือแค่สมาชิกตระกูลเซี่ย ผู้นำตระกูลก็หันไปหาบุตรชายคนโตแล้วตบเข้าที่หน้าของเขาอย่างแรง!!
“ไอ้สารเลว แกคิดจะลากตระกูลเซี่ยลงไปตายหรือไง! ถึงกับเอาคนของตระกูลหานเข้ามาเกี่ยวข้อง แกเชื่อใจพวกมันได้ยังไง ไม่รู้หรือว่าตระกูลหานก็ไม่ต่างอะไรกับงูพิษน่ะ ห๊า!!”
“ท่านพ่อ เรื่องนี้เป็นความผิดของลูกเอง”
เพี๊ยะ!!
“บอกว่าเป็นความผิดก็จะจบรึไง แกถึงกับคิดจะขายหลานสาวออกไปเนี่ยนะ แถมยังคิดจะมอบวิธีการผลิตกระดาษให้พวกมันอีก ถ้าตระกูลหานได้รับวิธีการผลิตกระดาษไป พวกเราตระกูลเซี่ยคงจะไม่มีวันตามได้ทันอีกเลย แกยังต้องการจะขึ้นเป็นผู้นำตระกูลในขณะที่ตระกูลเซี่ยมองเห็นแค่หางของพวกตระกูลหานใช่ไหม!!”
“แล้วหลังจากนั้นจะเป็นยังไง? แกคิดบ้างหรือเปล่า หากแกได้ตำแหน่งจริงๆ ในฐานะผู้นำตระกูลที่เคยขายหลานสาวให้พวกมัน คิดว่าเรื่องนี้จะจบลงง่ายๆหรือ? ต่อไปเดินไปทางไหนก็มีแต่จะต้องก้มหน้าลงเพราะความอับอายแล้ว”
ผู้นำตระกูลเซี่ยรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังโกรธจนสามารถจะตายได้แล้ว คิดไม่ถึงว่าลูกชายเพื่อที่จะทำร้ายกันเอง สุดท้ายยังลากตระกูลเซี่ยทั้งตระกูลลงไปด้วย
“พ่อ ลูกผิดไปแล้วครับ จะลงโทษลูกยังไงก็ได้ เรื่องนี้เป็นลูกที่คิดไม่ถึงการณ์”
“เหอะ เหอะ เหอะ!! สารเลวจริงๆ ฉันเองก็ผิดที่เชื่อใจแก สุดท้ายแล้วแกกลับเป็นคนที่ทำลายความเชื่อใจฉันมากที่สุดแล้ว ต่อไปนี้...กิจการอะไรที่แกดูอยู่ ยกให้น้องชายของแกไปครึ่งหนึ่งเสียเถอะ!!”
“พ่อ เรื่องนี้...”
“หรือแกอยากจะให้ฉันเรียกคนของทางการกลับมาแล้วลากเข้าคุก เอาอย่างไร? เรื่องนี้เป็นความผิดแก แถมยังคิดทำลายหลานสาวของตัวเองด้วย ยังไงก็ต้องชดเชยให้บ้านรอง!”
“พ่อ....ลูก....” แม้ว่าเขาอยากจะหาทางออกอื่น แต่ก็ไม่อาจทำได้ สุดท้ายมีแค่ต้องยอมรับคำตัดสินของบิดาเท่านั้น
เมื่อได้ยินพ่อกับพี่ชายตัดสินใจโดยที่ไม่สอบถามความคิดเห็นของตนเอง พ่อของเซี่ยเฟยเฟยก็ลอบกำหมัดแน่น แม้แต่ตอนนี้...เขาก็ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ตัวเขาไม่ใช่พวกที่คิดเอาลูกสาวไปขายเพื่อแลกกับทรัพย์สินหรืออำนาจ ไม่ว่าอย่างไรก็อยากให้พี่ใหญ่ชดใช้ชีวิตด้วยชีวิต!
แต่พ่อของเขาพูดเช่นนี้แล้ว ทั้งยังหาทางลงทั้งหมดแทนตัวเอง เขาในฐานะบุตรชายยังสามารถพูดอะไรได้อีกหรือ?
“เฟยเฟย พ่อ....พ่อไร้ความสามารถเอง เรื่องนี้พ่อไม่สามารถคืนความยุติธรรมให้ลูก ต้องขอโทษลูกแล้ว” เมื่อกลับมาอยู่ในบ้านรองของพวกเขา พ่อของเซี่ยเฟยเฟยก็พูดกับบุตรสาวอย่างตรงไปตรงมา
วันนี้ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนออกหน้าช่วยเหลือมากมาย เชื่อได้เลยว่าแม้แต่การชดใช้ก็ไม่มี บางที...เซี่ยเฟยเฟยก็อาจจะกลายเป็นเหยื่อ บ้านรองของพวกเขาคงจะถูกตัดสินโทษตายที่ได้ขายความลับให้ตระกูลหาน!
พอเป็นพี่ใหญ่ลงมือ เขากลับเสียทรัพยากรครึ่งหนึ่งให้ตัวเองเท่านั้น นี่ยังเรียกว่าความยุติธรรมได้อย่างไร เขารู้ว่าพ่อของเขาลำเอียงมาตลอด แต่ไม่คิดว่าจะลำเอียงมากขนาดนี้
“พ่อ เรื่องนี้ไม่เป็นอะไรค่ะ ตอนนี้เพิ่งเป็นก้าวแรกที่สำคัญของพ่อ หลังจากนี้พวกเราจะต้องหาโอกาสเอาคืนบ้านใหญ่ได้แน่ ลุงใหญ่คิดร้ายต่อลูก ลูกก็จะไม่ไว้หน้าเขาแล้วเช่นกัน”
“ดี เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้พ่อได้รู้ใจคนแล้วจริงๆ”
สองพ่อลูกมองหน้ากัน ต่อไปนี้บ้านรองของพวกเขาจะไม่ยอมอ่อนข้อให้อีกแล้ว ในเมื่อพี่ใหญ่เริ่มลงมือก่อน อย่างนั้นก็อย่าหาว่าน้องชายคนนี้อกตัญญู!!
บรรยากาศของสกุลเซี่ยหลังจากนั้นก็ปราศจากความสามัคคีกันแล้วจริงๆ ผู้นำตระกูลเซี่ยไม่อาจทำอะไรได้มากไปกว่าถอนหายใจ แก้วที่ถูกทำลายลงแล้วย่อมไม่อาจจะสมานกลับมาได้เหมือนเดิม สุดท้ายมีแต่ต้องปล่อยให้มันเป็นไปเท่านั้น
ทางอันซูหยวน เมื่อภารกิจในการจัดการวัชพืชจบลงไปอย่างนั้น ทั้งยังสามารถก่อตั้งทีมรับจ้างจัดการวัชพืชกระดาษขึ้นมาและเป็นหนึ่งเดียวที่สามารถทำเรื่องนี้ได้ เธอย่อมต้องกอบโกยผลประโยชน์กลับไปไม่น้อย อย่างไรก็ตาม...เรื่องทีมรับจ้างจัดการวัชพืชกระดาษนี้ ซูหยวนมอบให้ตระกูลจางเข้ามามีส่วนร่วมด้วยส่วนหนึ่ง ที่จริงไม่ใช่เพราะอยากแย่งประโยชน์ให้ใคร แต่ตัวเธอในฐานะไม่มีผู้ใดหนุนหลัง ใช้ชื่อเสียงของตระกูลจางปิดบังที่มาของยาฆ่าหญ้า ย่อมจะทำให้ตัวเองปลอดภัยมากกว่า
ดีที่ประธานจางไม่ต้องการส่วนแบ่งอะไร เพียงแค่ได้รับชื่อเสียงมาก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว ส่วนแบ่งเล็กๆน้อยๆนี้ย่อมต้องมอบให้อันซูหยวนทั้งหมด ดังนั้นข้อตกลงนี้จึงไม่มีใครเสียเปรียบ
ที่สำคัญที่สุด...เรื่องที่ตระกูลหานอยากได้วิธีการผลิตของตระกูลเซี่ย และการที่บ้านใหญ่เซี่ยคิดลงมือกับวิธีการผลิตกระดาษของอันซูหยวนทำให้จางอู่หยางโกรธมาก เขาไม่สามารถทนเห็นผู้หญิงของตนเองถูกเล่นลูกไม้เช่นนี้ได้ ดังนั้นตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ย่อมมีคำสั่งให้คนของตระกูลจางและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดยกเลิกการซื้อกระดาษจากตระกูลหาน แล้วให้ความสำคัญกับตระกูลเซี่ยแทน
กิจการผลิตกระดาษของตระกูลหานแต่เดิมก็สั่นคลอนอยู่แล้ว เวลานี้กลับถูกตระกูลจางประกาศแบนสินค้าอีก ย่อมไม่เจอผลลัพธ์ที่ดี ในขณะที่บ้านใหญ่เซี่ยเห็นผลประกอบการของน้องชาย ตอนนี้เขาอิจฉาจนธาตุไฟเกือบจะเข้าแทรก พลังงานในร่างผันผวนจนต้องรักษาตัว เสียค่ายาไปมากโข ทั้งยังต้องนอนเป็นผักอีกหลายเดือน
ทั้งหมดนี้ ซูหยวนไม่ได้รู้เลยว่าประธานทำเพื่อระบายความโกรธให้ตัวเอง แค่เข้าใจว่าเขาต้องการสนับสนุนกิจการที่อยู่ภายใต้ชื่อของตระกูลจางเท่านั้น แม้ว่ากิจการกระดาษนี้เขาจะไม่มีส่วนแบ่ง แต่ถ้าทำให้ชื่อเสียงของตัวเองเพิ่มขึ้น มูลค่าทางการตลาดภายใต้ชื่อเสียง “จาง” ย่อมต้องมากขึ้นไปด้วย
สองคนหนุ่มสาวยังไม่รู้ความคิดของกันและกันดี แต่สุดท้ายทั้งคู่กลับร่วมมือไปในทิศทางเดียวกันอย่างราบรื่น หากมีผู้ใดรู้ความคิดของทั้งสองคนนี้ บางทีอาจจะเรียกว่าพวกเขาเป็นคู่ชีวิตที่ลงตัวอย่างบอกไม่ถูกก็ได้...
ทางฝั่งของเพื่อนๆกลุ่มจูหลิวหลี่ก็สามารถทำภารกิจเสร็จไป 1 อย่าง อันซูหยวนและเพื่อนอีก 2 คนเสร็จไปอีก 1 อย่าง สุดท้ายภารกิจของชั้นปีที่ 2 นี้ก็เสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ไม่กี่วันหลังเปิดเรียน เท่ากับว่าพวกเขาสามารถจบชั้นปีที่ 2 ได้แล้ว จะขาดก็แค่เรื่องวิชาพิเศษเท่านั้นที่ต้องใส่ใจ
เมื่อปัญหาที่ค้างคาใจจบแล้ว อันซูหยวนจึงให้ความสำคัญกับเรื่องการฝึกฝนวิชาหอกของตัวเอง ภาคเรียนนี้จะต้องต่อสู้กับผู้ใช้หอกที่มีทักษะดีกว่าเดิม อีกทั้งทางการน่าจะส่งคนที่เก่งที่สุดมาจัดการรับมือเธอด้วย เพื่อไม่ให้เธอผ่านง่ายดายเกินไป
ช่วงเวลาดีๆที่แสนสงบย่อมไม่สามารถอยู่ได้นานเกินไปในสถานการณ์เช่นนี้ สุดท้ายแล้วพื้นที่ล่าเขต A ที่เหมือนกับระเบิดเวลาก็เกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ
ในตอนที่คนของกองทัพคิดว่าตัวเองควบคุมพื้นที่ได้หมดแล้ว กลับกลายเป็นหลุมกับดักขนาดใหญ่ อันซูหยวนได้คร่าวจากพ่อของเธออีกครั้งเมื่อตอนกลับมาดูแปลงเพาะปลูก ปรากฏว่าตอนนี้ทหารอาสาเขต A มากกว่าครึ่งถูกฆ่าตาย
เป็นเพราะพืชอย่างหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ที่บุกรุกออกมาจากเขต B เมื่อเห็นว่าพื้นที่เขต A ช่างโล่งเตียนเหลือเกิน แทนที่จะปล่อยทิ้งร้างแล้วไปต่อสู้กับพวกพืชกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งเหมือนกันที่เขต B พวกมันจึงได้เพิ่มการขยายการเติบโตของตัวเองมายังเขต A ด้วย
แล้วก็เป็นไปตามคาด...ทหารอาสาเป็นแค่ผู้มีฝีมือในการต่อสู้ธรรมดาๆเท่านั้น ไหนเลยจะรับมือกับการโจมตีกะทันหันของหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ได้
“ความเสียหายครั้งนี้ ทำให้พวกกองทัพหวาดกลัวมาก พวกเขารู้ดีว่าถ้าไม่ใช่เพราะมีทหารอาสาคอยรับมือ คนที่ตายก็น่าจะเป็นทหารของพวกเขา”
“ต่อให้เป็นทหารที่ฝึกฝนมาอย่างดี ในตอนที่สงบสุขก็คงไม่ได้เตรียมพร้อมจะรับมือกับการโจมตีอย่างกะทันหันแบบนั้นหรอก”
“ใช่แล้ว ดีนะที่พวกเราไม่ได้เข้าร่วมเป็นทหารอาสาด้วย สงสารก็แต่คนที่ไม่รู้เรื่อง”
“เฮ้อ เรื่องนี้ไม่สามารถโทษใครได้ เป็นโชคชะตาของพวกเขาเอง”
“นั่นน่ะสิ โทษว่าเป็นเรื่องของโชคชะตาก็ถูกต้องแล้ว เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่มีใครคาดคิดสักหน่อย”
พ่อและเพื่อนนักล่าของเขาแสดงความคิดเห็นกัน ตอนนี้งานที่แปลงเพาะปลูกยังไม่มีอะไร ในเมื่อเกษตรกรแปลงข้างเคียงไม่เริ่มเพาะปลูก อย่างนั้นอันซูหยวนก็ไม่ให้พวกเขาทำอะไร จนตอนนี้...เห็นพวกนั้นเริ่มเตรียมแปลงเพาะปลูกของตน พวกเขาก็ยังไม่มีอะไรทำอยู่ดี ก่อนหน้านี้ได้จัดการเอาไว้หมดแล้ว ขอแค่แช่เมล็ดพันธุ์แล้วก็เริ่มการเพาะปลูกได้ทันที จะต้องมีอะไรให้จัดการอีก
“แล้วทางการมีแผนจัดการเรื่องหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์อย่างไรคะ”
“เพราะการสร้างกำแพงบาเรียของพวกเขายังไม่เสร็จดี ดังนั้นก็มีแต่จะต้องให้ทหารจัดการตรึงเขต A เอาไว้ ล่าพวกกลายพันธุ์ที่อยากจะมาเขต A ให้หมดนั่นแหละ”
“โอ้ ก็คงจะทำได้แค่นั้นแล้ว...ตอนนี้ เจ้าหลิ่วโปเป็นยังไงบ้างคะ คนได้ส่งข่าวมาบ้างไหม” ซูหยวนถอนหายใจ เรื่องนี้เธอทำอะไรไม่ได้มาก ขอแค่พ่อและครอบครัวของเธอปลอดภัยเท่านั้นก็พอ
เรื่องที่เธอตัดสินใจเป็นเกษตรกร ทำแปลงเพาะปลูกถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว ไม่อย่างนั้นพ่อของเธอก็คงจะเลือกเป็นทหารอาสาเหมือนกัน เวลานี้อาจจะเป็นเขาที่ถูกโจมตีอย่างหนักก็ได้
ซูหยวนเลิกที่จะสนใจเรื่องเขต A ถามถึงหลิ่วโปที่ตอนนี้กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบสำหรับปีหน้าแทน
……………………………………