บทที่ 284 เริ่มลงมือ (อ่านฟรี 16 ธ.ค. 68)
บทที่ 284 เริ่มลงมือ (อ่านฟรี 16 ธ.ค. 68)
บทที่ 284 เริ่มลงมือ
ทางด้านเด็กหนุ่มที่ถูกถามถึง เวลานี้เขากำลังนั่งดื่มน้ำเปล่าแสนอร่อยอย่างเพลิดเพลิน นี่เป็นเวลาพักผ่อนของเขาแล้ว ก่อนหน้านี้ได้รับคำสั่งจากเจ้านายอันให้เขาฝึกฝนวิชาการต่อสู้ อ่า....มันอาจจะเรียกว่าวิชาต่อสู้ไม่ได้ ถึงอย่างนั้น...สำหรับเขาแล้วมันก็คือการฝึกฝนที่เข้มงวดอย่างหนึ่ง
เพราะยังไม่ได้เข้าสถาบันศึกษา เขาไม่สามารถที่จะหาอาจารย์ได้ แม้ว่าพลังงานของเขาจะถูกกระตุ้นโดยแกนพลังงานแล้วก็ตาม
ก่อนหน้านี้เจ้านายส่งแกนพลังงานพร้อมกับน้ำดื่ม 1 ถังให้แก่เขา บอกให้เขาดูดซับแกนพลังงานนี้หากต้องการจะก้าวหน้าต่อไปในเส้นทางการแก้แค้น หลิ่วโปเชื่อเจ้านายที่สุดแล้ว เขารู้ว่าถ้าไม่กลายเป็นผู้ใช้พลังงาน ต่อให้พยายามอีกร้อยปีก็ไม่อาจจะเอาคืนพวกสารเลวเหล่านั้นได้ ดังนั้นมีแค่ทางเลือกนี้เท่านั้น...ต่อให้ต้องตายตั้งแต่ตอนนี้ อย่างน้อยก็ได้พยายามจนถึงที่สุดแล้ว
หลิ่วโปกระทั่งเขียนจดหมายลาตายให้เจ้านายไว้ด้วย กล่าวว่าถ้าเธอมีเมตตา...ถ้าเขาไม่รอดจากการใช้แกนพลังงานนี้ ขอให้ช่วยกรุณาแก้แค้นให้เขาถ้ามีโอกาสด้วย
แน่นอนว่าโชคดีที่จดหมายลาตายนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะเขาสามารถดูดซับแล้วกลับมามีร่างกายแข็งแรงได้ หรือก็คือ...ร่างกายของเขาพิเศษ มันสามารถรองรับพลังงานมหาศาลได้ ซึ่งหลิ่วโปไม่ได้รู้ว่าที่จริงแล้ว...ร่างกายของเขาก็ปกติทั่วไป รับพลังงานจำนวนมากทั้งยังมีสารตกค้างเช่นนั้นย่อมทำให้ตกตายได้ แต่เพราะน้ำบริสุทธิ์ที่อันซูหยวนส่งมาให้ด้วย หลิ่วโปจึงสามารถรอดจากความตาย รับเอาพลังงานเหล่านั้นผ่านช่องทางที่บริสุทธิ์ได้
เนื่องจากสามารถกลายเป็นผู้ใช้พลังงานได้ ดังนั้นหลิ่วโปจึงได้ก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น เขาเริ่มทดสอบว่าแท้จริงแล้วตัวเองเหมาะกับทักษะการต่อสู้แบบไหน เพื่อให้รู้เรื่องนั้น...เจ้านายสั่งให้เขาใช้อาวุธทุกชนิดตลอด 6 วัน แล้วกำหนดให้มีวันพักผ่อนหนึ่งวันเพื่อทบทวน
เขาเริ่มจากการใช้ดาบที่ง่ายที่สุด หวดไปมาตลอดทั้งวัน จากนั้นก็เริ่มไปที่กระบี่ หอก พลอง มีดสั้น ธนู ค้อน ลูกตุ้ม กระบอง เข็ม และอื่นๆอีกมากมายเท่าที่จะมีเวลา สุดท้ายแล้วก็รู้สึกได้ว่าตัวเขานั้นชอบการใช้กรงเล็บเหล็กในการต่อสู้มากที่สุดแล้ว
มันไม่เพียงแค่สามารถเข้าประชิดตัวได้เท่านั้น แต่อุปกรณ์ยังไม่เทอะทะเกินไป เขาสามารถซ่อนมันเอาไว้ใต้ถุงมือ เมื่อต้องใช้ก็แค่ปลดถุงมือออกแล้วกดบนอุปกรณ์เอาเขี้ยวเล็บออกมาได้เหมือนกับพยัคฆ์ หลิ่วโปแค่คิดก็ชอบมาก อีกอย่าง...ร่างกายของเขาก็เหมือนกับเจ้านายอัน เพราะไม่ได้กินอาหารดีๆตั้งแต่เกิด ร่างกายจึงผอมแกร็นไปหน่อย ทว่า...ถ้าใช้ให้ดี ยังสามารถเพิ่มความเร็วของตัวเองได้
เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว เขาก็เตรียมคำตอบเอาไปให้เจ้านายได้เสียที
หลิ่วโปไม่รู้ว่าเจ้านายของตัวเองจะสั่งสอนการต่อสู้นี้ได้หรือไม่ แต่เขามีหน้าที่แค่ต้องบอกเธอว่าตัดสินใจจะเรียนรู้การต่อสู้แบบไหน ที่เหลือก็รอรับคำสั่งเท่านั้น
ระหว่างเวลาพักผ่อนนี้ เขายังต้องอ่านความรู้ต่างๆไปพลางด้วย เจ้านายมอบวิธีการศึกษาขั้นต้นให้แก่เขา เธอซื้อสายรัดข้อมืออันใหม่ให้ ซึ่งจะทำให้เขาเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น ด้วยข้อมูลที่เขียนบนกระดานต่างๆนี้ หลิ่วโปยังสามารถเป็นมือขวาในการหาข้อมูลให้เจ้านายได้ด้วย
เรียกว่าพรสวรรค์ของเขาถูกเอาออกมาใช้ได้อย่างถูกต้องภายใต้การชี้นำของอันซูหยวน
สถานการณ์ของเขต A ทำให้มีภารกิจมากมายมาที่สถาบันมากขึ้น อันซูหยวนและเพื่อนแม้จะไม่ต้องรับภารกิจเพิ่มก็ยังเข้าใจถึงสถานการณ์ที่วุ่นวายนี้ วิชาเรียนภาคบังคับก็ไม่พบเพื่อนร่วมชั้นเลย ปรากฏว่าพวกเขาทั้งหมดรับภารกิจที่เขตพื้นที่ล่าเพื่อเร่งสะสมให้ครบตามจำนวน ไม่น่าแปลกใจที่ห้องเรียนไม่กี่วันนี้จะมีนักเรียนเพียง 8 คนเท่านั้น
อาจจะเพราะในห้องเรียนมีคนไม่มากนัก อาจารย์จึงสามารถมุ่งเป้าไปที่นักเรียนไม่กี่คนนี้ได้ การเรียนการสอนจึงมีประสิทธิภาพมากขึ้น นักเรียนทั้ง 8 คนย่อมได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย
นอกจากเวลาเรียนวิชาพื้นฐานและวิชาเพิ่มเติมแล้ว อันซูหยวนก็ยังเข้าไปช่วยงานที่ห้องวิจัยอาจารย์เหวินด้วย เพราะก่อนหน้านี้ซูหยวนมีส่วนช่วยมาก อาจารย์เหวินที่มีอคติย่อมต้องเปลี่ยนความคิดของตัวเอง เมื่อเห็นซูหยวนมาที่ห้องก็ยังต้อนรับอย่างดี กระทั่งรายงานให้เธอรู้ด้วยว่าการศึกษาของพวกเธอตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว ทำเหมือนกับว่าอันซูหยวนก็คือนักลงทุนผู้หนึ่ง
นักเรียนคนอื่นๆเห็นท่าทางอาจารย์เช่นนั้นย่อมต้องเปลี่ยนท่าทีตาม บรรยากาศในห้องวิจัยดีขึ้นมาก สถานการณ์ที่อันซูหยวนเผชิญอยู่ตอนนี้เรียกว่าราบรื่นเกินไป จนสุดท้ายปัญหาก็ได้เกิดขึ้น...
“รุ่นพี่ รุ่นพี่แย่แล้ว มีคนจากข้างนอกบอกว่าเป็นคนของรุ่นพี่ พวกเขามาแจ้งเกี่ยวกับสถานการณ์ในแปลงเพาะปลูก บอกว่าเจอปัญหาใหญ่แล้ว ขอให้รุ่นพี่รีบไปดูครับ!!”
รุ่นน้องปีหนึ่งที่รู้จักอันซูหยวนเป็นอย่างดีก็วิ่งเข้ามารายงาน เพราะหญิงสาวมีชื่อเสียงในบรรดานักเรียนปี 1 มาก ดังนั้นเมื่อคนของเธอมาที่นี่ แค่ถามถึงอันซูหยวนก็พร้อมจะมีรุ่นน้องเข้าช่วยเหลือมากมายแล้ว
เด็กหนุ่มคนนี้ก็เป็นอีกคนหนึ่ง ในขณะที่ด้านหลังของเขาก็มีนักเรียนชายอีกสองสามคนวิ่งตามมา พอเห็นว่ามีคนพูดเรื่องนี้ให้รุ่นพี่อันฟังแล้ว พวกเขาก็หงุดหงิดไม่น้อย
“ชิ! ดันมาช้ากว่ามันหนึ่งก้าวเสียได้!”
“รู้แบบนี้ ฉันน่าจะฝึกฝนวิธีการต่อสู้ที่เน้นความเร็วบ้าง” พวกเขาสองคนอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำออกมา รุ่นพี่อันเป็นเหมือนไอดอลของพวกเขา ทั้งเก่งกาจและมีความสามารถมาก ชื่อเสียงของเธอโด่งดังเป็นที่สุดในช่วงนี้ ทุกคนได้รู้ว่าเธอสามารถช่วยเหลือได้กระทั่งนักเรียนของสถาบันเพลิงพลอง บุคคลเช่นนี้...ถ้าพวกเขาได้รับคำแนะนำแม้เพียงน้อย ก็อาจจะทำให้การฝึกฝนก้าวหน้าขึ้นไปได้
ซูหยวนคิดเล็กน้อยก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า แต่ในความจริงแล้วเธอเอามันออกมาจากคลังในมิติที่เก็บของเอาไว้ต่างหาก
“สิ่งนี้ให้รุ่นน้อง ขอบใจที่รีบมาบอกนะ” หญิงสาวแสดงน้ำใจ แม้ว่าเธอจะไม่ใช่คนเข้าสังคมเก่ง แต่คนที่สามารถทำงานให้เธอได้ ซูหยวนย่อมต้องเลี้ยงเอาไว้
ก็เหมือนกับหลิ่วโป เหมือนกับเด็กหนุ่มในชีวิตก่อน...เธอช่วยเหลือพวกเขาก็เพราะรู้สึกว่าพวกเขาอาจจะใช้งานได้ แม้ว่าหลิ่วโปหรือเด็กหนุ่มคนนั้นจะมองว่าเป็นบุญคุณ แต่ซูหยวนก็ไม่ได้คิดจะช่วยเหลือพวกเขาโดยเปล่าประโยชน์
การยื่นมือเข้าช่วยไม่ใช่แค่มีใจก็จะช่วยได้ ซูหยวนเคยมีประสบการณ์ถูกหักหลังมาก่อนแล้ว การเป็นคนดีมากเกินไปย่อมทำให้เกิดปัญหา ดังนั้น...เธอจะไม่ไว้ใจใครมากเกินไป ทั้งยังต้องการการตอบแทนจากพวกเขา
เด็กหนุ่มนักเรียนชั้นปีที่ 1 นี้ช่วยเธอเพราะเห็นว่าเธอมีความสามารถ แต่ในอนาคตล่ะ? พวกเขาจะลืมเลือนเรื่องนี้ไปในอีกไม่นาน ทว่า...ด้วยของตอบแทนเล็กๆน้อยๆนี้ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน คนก็ต้องอยากจะช่วยงานเธอตลอดไป
“นี่ก็คือ...บรอกโคลี่ใช่ไหม!”
“นี่เป็นผักที่รุ่นพี่ปลูกได้หรือ? ได้ยินข่าวลือว่าเป็นผักที่ให้คุณค่าทางอาหารเป็นสองเท่าจากปกติเลยนะ! แต่เดิมการหาพืชผักขนาดใหญ่นี้มากินก็ยากแล้ว ฉันเคยไปที่ร้านอาหารกับพ่อ เพียงแค่เศษผักลอยอยู่ในน้ำซุปก็มีราคาเป็นแสนเครดิต ไม่คิดเลยว่ารุ่นพี่จะใจกว้างขนาดนี้ สมแล้วที่เป็นรุ่นพี่ไอดอลของพวกเรา!”
“สุดยอดจริงๆ ฉันเองก็เพิ่งจะได้สัมผัสผักสดๆใหม่ๆเช่นนี้ รุ่นพี่...นี่เป็นของขวัญที่ดีที่สุดเลยครับ” เด็กหนุ่มสามคนไม่เกรงใจเลยเมื่อเห็นของล้ำค่าขนาดนี้
ซูหยวนคลี่ยิ้มเล็กน้อย เพียงโบกมือให้เด็กๆจากไป ตัวเธอเองก็ต้องรีบไปจัดการปัญหาด้วยเหมือนกัน
“อาจารย์คะ...”
“ไปเถอะ รีบไปเถอะ” อาจารย์เหวินโบกมือ ท่าทางเป็นกังวลของเธอทำให้ซูหยวนพยักหน้ารับขอบคุณ อย่างไรก็ตาม...หากเธอหันไปมองแม้เพียงเล็กน้อย อาจารย์เหวินกลับยื่นมือออกมาด้วยความเสียดาย ลำคอยังลอบกลืนน้ำลายในขณะที่ดวงตาแอบมองไปที่บรอกโคลี่ที่พวกนักเรียนชั้นปีที่ 1 ถือเอาไว้ด้วย
“นักเรียน...บรอกโคลี่นั้นอาจารย์สามารถซื้อต่อ...”
ไม่รอให้อาจารย์เหวินพูดจบ นักเรียนทั้งสามคนก็ถือบรอกโคลี่แล้ววิ่งหนีไปทันที พวกเขาต่อหน้าอาจารย์แล้วไม่กล้าปฏิเสธ ดังนั้นเมื่อปฏิเสธไม่ได้...ก็อย่าอยู่ให้อาจารย์มีโอกาสขอบรอกโคลี่ของพวกเขาเลย!
หลังจากนั้น ข่าวลือที่ว่ารุ่นพี่อันเก็บเกี่ยวบรอกโคลี่ส่งจนผ่านชั้นปีที่สองแล้ว ดังนั้นเธอก็เลยมีบรอกโคลี่เหลือเป็นจำนวนมาก มากชนิดที่สามารถโยนให้รุ่นน้องที่ช่วยแจ้งข่าวเล็กๆน้อยๆให้ได้ 3 ต้นพร้อมกัน พวกนักเรียนชั้นปีที่ 1 พูดกันเป็นวงกว้าง สุดท้ายนักเรียนชั้นปีอื่นๆก็รู้ด้วยเช่นกัน พวกเขาต่างคนต่างก็อยากได้ผลประโยชน์นี้กันทั้งนั้น!
คนที่เจ็บใจมากที่สุดหลังได้ยินเรื่องนี้คงไม่พ้นพวกนักเรียนปี 2 ที่ตัวเองยังเพาะปลูกพืชไม่สำเร็จด้วยซ้ำ ทั้งๆที่เริ่มทำงานพร้อมกัน อยู่ชั้นปีเดียวกัน แต่อันซูหยวนกลับมีเวลาว่างมากพอที่จะปลูกบรอกโคลี่จนเอาไปโยนทิ้งแจกคนอื่นเรี่ยราดได้ ในขณะที่พวกตนขอแค่ปลูกให้มีจำนวนเพียงพอต่อการผ่านชั้นปีที่ 2 ก็ยังไม่ได้เลย
นี่...สวรรค์จะลำเอียงเกินไปแล้วหรือไม่?
เรื่องข่าวลือนี้ยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในภายหลัง อันซูหยวนหลังจากมอบบรอกโคลี่สามต้นให้รุ่นน้องแล้วก็ตรงมายังด้านหน้าสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง เห็นเป็นลุงนักล่าที่รออยู่ก่อนแล้ว เธอจึงพยักหน้าให้เขา
“เป็นเหมือนที่คุณหนูอันบอกจริงๆ เมื่อพวกเราเริ่มการเพาะปลูกหลังจากเกษตรกรทั้งสองแปลงเริ่มดำเนินการ ปรากฏว่าเมื่อคืนนี้ก็เกิดปัญหาขึ้น ต้นอ่อนอัลเลี่ยมของพวกเราถูกจัดการจนหมดแปลงเลย เป็นความเสียหายครั้งใหญ่แล้วจริงๆ!!”
นักล่าอายุมากพูดไปก็เสียใจไปด้วย เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นจริงๆ เดิมทียังคิดว่าเจ้านายน้อยของเขาคิดมากเกินไป ใครจะอยากมาเล่นงานแปลงเพาะปลูกของเด็กสาวคนหนึ่ง แถมพวกเขาก็ยังมีคนคุ้มกันจำนวนมากด้วย ทว่า...มันเกิดเรื่องขึ้นจริงๆเสียนี่ เช่นนี้แล้วพวกเขาจะถูกตัดเงินหรืออะไรก็ช่าง ขอแค่ไม่ทำให้เจ้านายน้อยอันลำบากก็พอ
ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ประโยชน์ไปมาก กระทั่งได้เงินโบนัสที่คุณหนูอันมอบให้เพิ่มอีก เงินส่วนนั้นควรจะต้องคืนแก่เธอแล้ว ถือว่าเป็นเงินในการลงทุนครั้งต่อไปที่พวกเขาทำพลาดท่า
“ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เมื่อฉันคิดว่าจะเกิดปัญหาแล้ว ย่อมเตรียมรับมือเอาไว้แล้ว ว่าแต่...คนที่เฝ้ายามเมื่อคืนนี้ได้รับบาดเจ็บหรือเปล่าคะ”
“อ้อ ใช่ๆ ได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง ตามตัวของเขามีร่องรอยการกัดแทะ ถึงอย่างนั้นก็ยังปลอดภัย ไม่ได้เป็นอันตรายมากนัก เจ้านั่นบอกว่าก่อนที่มันจะหมดสติ ได้ฝันเห็นหนูขาวเข้ามาช่วยลากตัวเองออกมา แต่คงจะเป็นพลังงานหยดสุดท้ายที่พยายามเอาตัวรอดนั่นแหละ จึงหนีออกมาได้” นักล่าคนนั้นโบกมือ
เรื่องนี้เพื่อนของเขายังปลอดภัยอยู่ ถือว่าเป็นเรื่องดีเพียงเรื่องเดียวของวันนี้เลย
“ปลอดภัยก็ดีแล้ว” ซูหยวนพยักหน้า ทั้งสองคนรีบเดินไปยังตำแหน่งแปลงเพาะปลูก เมื่อมาถึงก็พบว่าที่ทางเข้ามาคนมากมายมารออยู่ก่อนแล้ว
“มาแล้วหรือ? เกษตรกรอัน”
“เกษตรกรอัน ได้ยินว่าแปลงเพาะปลูกเกิดปัญหา พวกเราได้รับคำสั่งจากรองประธานฯให้มาช่วยตรวจสอบ”
เห็นเกษตรกรอาวุโสสองคนที่นี่ อันซูหยวนก็ก้มหัวขอบคุณทั้งสองคน ดีที่ทั้งสองคนมาเร็ว ดังนั้นเธอจึงสามารถเปิดเผยปัญหาให้พวกเขาเห็นได้
“ขอบคุณที่มาช่วยนะคะ เชิญด้านในค่ะ” เธอผายมือแล้วเดินนำพวกเขา เกษตรกรอาวุโสสองคนก็เดินตามไปอย่างไม่มีอิดออด แต่ก่อนที่ซูหยวนจะได้พูดอะไร เสียงร่ำไห้เหมือนครอบครัวตายกันหมดก็ดังขึ้นมา
“ฮือๆ เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร เป็นเช่นนี้ได้ยังไงกัน!!”
“เลวจริงๆ เลวมากๆ ทำไมถึงทำแบบนี้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะทำลายพวกเราไปด้วย”
“ไม่น่าเลย ไม่น่าเลยจริงๆ นี่เป็นเงินลงทุนก้อนใหญ่ของฉันเลยนะ เป็นแบบนี้แล้วบ้านฉันจะเอาอะไรกินอีก การลงทุนครั้งต่อไปก็ไม่เหลือแล้ว ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”
“ฮือๆ อย่าพูดแต่เรื่องเงินลงทุนเลย บ้านฉันมีเงินพอสำหรับลงทุนครั้งต่อไป แต่นี่...นี่มันเพียงพอที่จะฟื้นฟูดินด้วยหรือ? ด้วยการทำลายของแมลงกัดกิน ต่อให้อยากจะฟื้นความสมบูรณ์กลับมาก็ไม่ได้แล้ว นี่มันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”
สองเกษตรกรที่อยู่แปลงข้างเคียงกับอันซูหยวนส่งเสียงร้องไห้ดังลั่นทุ่ง ตอนนี้พวกเขาไม่สนใจแล้วว่าใครจะมองตัวเองบ้าง ความเสียหายเช่นนี้ยากที่จะรับได้ไหวจริงๆ
“นั่น...ทั้งสองคนนั้น...”
“เป็นเกษตรกรแปลงข้างเคียงค่ะ คงจะได้รับผลกระทบจากแมลงกัดกินด้วยเหมือนกัน”
“อืม ก็คงจะเป็นแบบนั้น สภาพดินแบบนี้...สู้ไปเช่าพื้นที่ใหม่ จ่ายเริ่มต้น 1 แสนเครดิตยังถูกกว่าเลย เฮ้อ...โชคร้ายจริงๆ” คนพูดไปก็สมเพชไปด้วย เรื่องแมลงกัดกินนี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับเกษตรกรจริงๆ
ทางรองประธานฯที่ได้ข่าวเรื่องนี้ก็ยังให้ความสำคัญด้วย แม้ว่าเรื่องนี้จะกระทบกับเกษตรกรแค่ 3 คนเท่านั้น แต่เพื่อไม่ให้มันกระจายออกไปที่อื่นอีก จะต้องควบคุมและจัดการพวกมันให้ได้ก่อน
“เกษตรกรอัน แปลงเพาะปลูกของเธอนี้...” เดิมทีทั้งสองคนตั้งใจจะมาช่วยเกษตรกรอันจัดการแปลงเพาะปลูกของเธอ ทว่า..เมื่อหันไปมองอีกที กลับพบว่าแปลงเพาะปลูกของอันซูหยวนทั้งหมด 20 แปลง มีเสียหายอยู่แค่ 6 แปลงเท่านั้น ยังมีอีก 14 แปลงที่ยังคงเปล่งแสงสีเขียวสวยงามอยู่
“น่าแปลก น่าแปลกจริงๆ”
……………………………….