LNCrawler

บทที่ 285 ไม่คุ้มเสีย (อ่านฟรี 17 ธ.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 285 ไม่คุ้มเสีย (อ่านฟรี 17 ธ.ค. 68)

บทที่ 285 ไม่คุ้มเสีย

 

“น่าแปลก น่าแปลกจริงๆ” ผู้อาวุโสขององค์กรพึมพำขึ้นมา พวกเขามองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ แปลงเพาะปลูกของเกษตรกรอันนั้นถูกโจมตีเพียง 6 แปลงได้อย่างไร แมลงกัดกินพวกนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นหายนะของเกษตรกร ไม่สมควรที่จะปล่อยพืชสีเขียวเหล่านี้รอดไว้ได้

            

เรื่องนี้ย่อมไม่มีใครรู้ดีไปกว่าอันซูหยวนอีกแล้ว หลังจากที่เธอรอคอยมาเป็นเวลานาน ในที่สุดแมลงกัดกินก็ถูกปล่อยมายังแปลงเพาะปลูกของเธอเสียที ดังนั้นหลังจากปล่อยให้เกษตรกรสองคนเริ่มการเพาะปลูกของตนเองจนพืชของพวกเขาเริ่มเติบโตขึ้น ค่าสารอาหารจำนวนมากขนาดนั้น รวมแล้วหลายสิบแปลงย่อมต้องทำให้แมลงกัดกินสามารถสะสมพลังงานจนวางไข่ได้

            

อันซูหยวนยังคำนวณพลาดไปเล็กน้อย เดิมทียังคิดว่าแมลงกัดกินรวมกับพืชของเธออีกสัก 4 แปลงก็น่าจะวางไข่แล้ว ยังไม่คิดว่าจะต้องใช้แปลงเพาะปลูกของเธอแลกไปอีก 6 แปลงด้วย ต้นทุนครั้งนี้นับว่าสูงมากจริงๆ

            

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่พวกมันวางไข่ ซูหยวนก็จัดการสั่งให้องค์รักษ์หนูขาวจำนวนมากที่ทิ้งเอาไว้อยู่แล้วไล่จัดการ เธอรู้ว่าเมื่อตัวเองเริ่มการเพาะปลูก เวลานี้จะต้องมาถึงแน่ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง...ดังนั้นองค์รักษ์หนูขาวสี่ตัวที่ปล่อยไว้ที่นี่ย่อมจัดการพวกมันได้ทันทีที่ต้องการ

            

ต่อให้เจ้าแมลงกัดกินบินหนีขึ้นที่สูงได้ ก็ไม่อาจจะหนีรอดพลังโจมตีของหนูขาวของเธอไปได้

            

สุดท้าย ไข่ที่พวกมันวางเอาไว้นับสิบก็ถูกส่งไปยังแปลงเพาะปลูกของเธอพร้อมหนูขาว 3 ตัวแล้ว ทิ้งหนูขาว 1 ตัวเอาไว้คอยตรวจสอบสถานการณ์ที่แปลงเพาะปลูกต่อไป

 

“เกษตรกรอัน พวกเราเสียใจกับความเสียหายครั้งนี้จริงๆ แต่ด้วยแปลงเพาะปลูกอีก 14 แปลงที่เหลือ ยังถือว่าโชคดีแล้ว อย่างน้อยๆหากเก็บเกี่ยวได้ เชื่อว่าจะต้องได้ต้นทุนคืนแน่” 

 

เกษตรกรอาวุโสคนนั้นกล่าวปลอบโยน แม้การฟื้นฟูที่ดินหลังถูกแมลงกัดกินจัดการไปจะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้ารวมการจ่ายค่าเช่าสถานที่ใหม่ 100,000 เครดิต ยังนับว่า 14 แปลงเพาะปลูกที่เหลือช่วยได้อยู่

 

“ขอบคุณมากค่ะ” ซูหยวนตอบรับน้ำใจของพวกเขา

 

“ฉันจะให้คนรีบมาตรวจสอบหาเจ้าแมลงกัดกินเจ้าปัญหานั้นให้เร็วที่สุด ปกป้องแปลงเพาะปลูกอีก 14 แปลงเอาไว้ให้ได้ ระหว่างนี้ก็ช่วยกันตรวจสอบ ยิ่งเจอเร็วเท่าไร พวกเราก็จะควบคุมความเสียหายได้มากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม...ที่มาของแมลงกัดกินพวกนี้ยังเป็นปัญหา พวกเราองค์กรเกษตรกรจะต้องตรวจสอบให้ชัดเจน จะต้องทำให้เกษตรกรอันมั่นใจว่าองค์กรเกษตรกรของพวกเราไม่ปล่อยปละละเลยปัญหาเหล่านี้”

 

“เข้าใจแล้วค่ะ เรื่องนี้เดือดร้อนมากจริงๆ ไม่คิดเลยว่าการลงแปลงเพาะปลูกแค่ไม่กี่ครั้งก็จะเจอปัญหาแล้ว แบบนี้กำลังใจในการเพาะปลูกของฉันก็ลดลงไปมากแล้ว”

 

“โอ้ อย่าเป็นเช่นนั้นเลย เกษตรกรอัน...นี่ก็แค่บททดสอบเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ปกติแล้วแมลงกัดกินพวกนี้ไม่ค่อยมีปรากฏตัวมากนักหรอก ยิ่งเป็นเขตชั้นในแบบนี้ยิ่งหาได้ยาก เรื่องนี้อาจจะมีคนต้องการสร้างปัญหา เพราะเกษตรกรอันมีความสำเร็จมาก ไม่แน่ว่าอาจจะมุ่งเป้ามาทางนี้ก็ได้”

 

“ใครกันที่คิดร้ายได้ขนาดนั้น ขอให้เวรกรรมนี้ส่งผลกระทบกับเขาด้วยเถอะ” ซูหยวนแสร้งทำเป็นโกรธแค้น เสียงสาปแช่งของเธอไม่ได้เบา ย่อมทำให้เกษตรกรสองคนที่ได้รับความเสียหายมากสะดุ้งโหยงไปพร้อมๆกัน

            

เรื่องที่เกษตรกรอาวุโสพูดก่อนหน้านี้พวกเขาได้ยินแล้ว องค์กรเกษตรกรจะเข้ามาสืบสวนเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เช่นนั้น...พวกเขาจะได้รับความเดือดร้อนไปด้วยหรือไม่?

            

เนื่องจากพวกเขามีส่วนรู้เห็นตั้งแต่แรก แถมยังให้ความร่วมมืออย่างดีอีกด้วย ถ้าองค์กรต้องการเอาผิดจริงๆ คงจะไม่ใช่แค่คนตระกูลเซิ่นเท่านั้นที่เดือดร้อน แม้แต่ตัวเองก็อาจจะได้รับโทษไปด้วย

            

จากเดิมที่กอดคอร้องไห้เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นรุนแรงเกินไป เวลานี้พวกเขากอดคอร้องไห้เพราะกลัวความผิดแทน

            

แม้แปลงเพาะปลูกเสียหายย่อยยับจนขาดทุน แต่พวกเขาก็ยังสามารถค่อยๆหาเงินทุนกลับมาได้ด้วยความพยายามที่มากขึ้น ไหนจะยังกู้เงินกับองค์กรต่างๆเพื่อมาลงทุนได้ด้วย ทว่า...หากตรวจสอบแล้วพบความผิด พวกเขาย่อมไม่มีอนาคตที่ดีอะไร บางทีอาจจะถูกจับเข้าคุก หรืออาจจะถูกตัดแขนตัดขาจนกลายเป็นคนพิการไปเลยก็ได้

 

“ฮือๆ พวกเราแย่แล้ว พวกเราแย่แน่ๆแล้ว”

            

เสียงร้องโหยหวนของทั้งสองยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ เกษตรกรอาวุโสที่มาช่วยซูหยวนโดยเฉพาะเห็นภาพนี้ก็ถอนหายใจ เรื่องของพวกเขานับว่าเป็นคราวซวยจริงๆ ต่อให้คนโง่ก็ยังเดาได้ว่าแมลงกัดกินพวกนี้ถูกปล่อยมาเพื่อจัดการอันซูหยวน หากไม่ใช่เพราะเธอมาเพาะปลูกแปลงข้างเคียงของพวกเขาล่ะก็...คงจะไม่ต้องซวยไปด้วยแบบนี้

 

“เกษตรกรอัน และเกษตรกรอีกสองท่าน แปลงเพาะปลูกที่เสียหายไปแล้วแบบนี้ถือว่ายากที่จะจัดการ หากต้องฟื้นฟูใหม่เห็นทีว่าจะต้องเสียทรัพยากรมากแน่ๆ ดังนั้น...พวกเราแนะนำให้เช่าพื้นที่ใหม่เสียเลย นั่นจะทำให้จัดการได้ง่ายกว่า และไม่ต้องลงทุนเยอะด้วย”

 

“สำหรับแปลงเพาะปลูกพวกนี้ เฮ้อ...เนื่องจากระดับของมันไม่ได้สูงมากนัก ทางองค์กรก็มีแปลงเพาะปลูกอีกมากที่ต้องจัดการ ทั้งความเสียหายนี้ก็หยั่งลึกเกินไป แปลงเพาะปลูกที่ถูกแมลงกัดกินจัดการนอกจากจะไม่เหลือสารอาหารใดๆแล้ว ยังทิ้งสารพิษสะสมเอาไว้ในดินด้วย ต่อให้พยายามเพาะปลูกก็ไม่ได้ผล ฟื้นฟูก็ต้องใช้เวลานับ 5 ปีกว่าจะกลับมาดีเหมือนเดิม ดังนั้น...พวกเราคงจะต้องทิ้งแล้ว”

 

“แปลงเพาะปลูกที่แม้แต่วัชพืชก็ไม่เติบโตนี้ ตอนนี้รวมที่นี่ด้วยก็นับเป็น 1,200 แปลงเห็นจะได้ นับเป็นความเสียหายครั้งใหญ่จริงๆ” เกษตรกรอาวุโสให้คำแนะนำกับเกษตรกรทั้ง 3 คนที่อยู่ในบาเรียแปลงเพาะปลูกนี้

            

ก่อนหน้านี้มีแปลงเพาะปลูกที่ได้รับความเสียหายจากแมลงกัดกินมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการที่เกษตรกรมีปัญหากับพวกนักล่า หรือแมลงกัดกินที่หลงมาจากพวกนักล่าที่เลี้ยงไว้ และอื่นๆ แต่รวมแล้วทำให้แปลงเพาะปลูกขององค์กรถูกทำลายไปเยอะมาก ผ่านไปหลายปี...พวกเขาก็ยังไม่ได้จัดการมันเลย

 

“ฮือๆ พวกเราเข้าใจแล้ว” เกษตรกรสองคนก็ยอมแพ้เช่นกัน หลังเห็นสภาพแปลงเพาะปลูกของตน พวกเขาก็ไม่คิดจะดื้อรั้นทำการฟื้นฟูใดๆ คำแนะนำนี้ย่อมสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว

            

อย่างไรก็ตาม ซูหยวนมองไปรอบๆก่อนจะเสนอความคิดของตนเองขึ้น

 

“ผู้อาวุโสทั้งสอง เนื่องจากแปลงเพาะปลูกเหล่านี้...สุดท้ายแล้วก็จะไม่ได้ใช้ประโยชน์ ถ้าอย่างนั้น...สู้ให้ฉันลองฟื้นฟูมันดีไหมคะ ขอเพียงแค่เงื่อนไขที่ว่า...ถ้าฉันสามารถฟื้นฟูพวกมันจนสมบูรณ์ได้ แปลงเพาะปลูกเหล่านี้ก็ขอให้ฉันได้เช่าไว้สัก 10 ปีเพื่อให้สามารถคืนทุนได้ เป็นอย่างไรบ้างคะ?” 

            

ซูหยวนยื่นข้อเสนอขึ้นมา เดิมทีเธอไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ แต่หลังจากที่มีวัชพืชกระดาษซึ่งไม่ต้องการการดูแลมากมายก็ยังสามารถทำประโยชน์ได้ ดังนั้นเธอย่อมไม่ต้องการพลาดมัน

 

“หืม? เรื่องนี้....ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเราจะต้องกลับไปปรึกษาผู้นำขององค์กรก่อน แต่แค่เรื่องทรัพยากรในการฟื้นฟูนั้นสูงมากแล้ว ต่อให้อยากจะประหยัดการจ่ายค่าเช่าครั้งแรกก็ยังถือว่าขาดทุนเลย ดังนั้น...เกษตรกรอันคิดดูอีกทีเถอะ”

 

“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ แต่ฉันจะไม่ลงทุนจนเกินตัวหรอกค่ะ แค่อยากจะใช้พื้นที่เหล่านี้ในการศึกษาวิจัยไปด้วย แบบนี้จะได้ไหมคะ”

 

“โอ้ ถ้าอย่างนั้น....เดี๋ยวจะลองถามพวกผู้นำให้ก็แล้วกันนะ” 

 

แม้ว่าพวกเขาจะรู้คำตอบอยู่แล้ว หากอันซูหยวนต้องการ ทั้งยังเป็นพื้นที่แปลงเพาะปลูกที่เสียหายเหล่านี้ ผู้นำย่อมไม่มีความเป็นต่างออกไป เรื่องนี้สมควรจะได้รับการอนุมัติโดยง่าย แต่พวกเขาก็ต้องให้เกียรติผู้นำอยู่ดี

 

“แต่ว่า....เกษตรกรทั้งสองคนจะยอมรับหรอคะ ถ้าฉันสามารถฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกกลับมาได้ ไม่ใช่ว่าจะต้องคืนการเช่านี้ให้พวกเขาใช่ไหม” ซูหยวนลังเลเล็กน้อย เธอมองไปยังเกษตรกรทั้งสองคนที่กอดคอกันทำสายตาเศร้าๆ 

            

เกษตรกรอาวุโสถอนหายใจ หากเกษตรกรทั้งสองคนต้องการมีปัญหา อย่างนั้นก็จะต้องถามว่าพวกเขามีความกล้าพอหรือเปล่า

            

เห็นสายตาของเกษตรกรอาวุโส เกษตรกรทั้งสองคนก็รีบพูดขึ้นทันที

 

“พวกเราไม่ต้องการได้รับคืนหรอก ถ้าเธอฟื้นฟูได้ก็เป็นของเธอไปเลย เพียงแต่...พวกเราตอนนี้ไม่มีเงินทุนมากพอที่จะเช่าพื้นที่ใหม่แล้ว ถ้าองค์กรเมตตา...”

 

“แน่นอน เรื่องนี้ผู้นำได้แจ้งเอาไว้แล้ว...เกษตรกรทั้งสองมีความสำเร็จในการเพาะปลูกค่อนข้างดีเสมอมา ดังนั้นจะให้กู้เงินที่องค์กรได้เต็มส่วน”

 

“ขอบคุณมากครับ!!” 

 

พวกเขาสองคนยิ้มจนน้ำตาไหล ไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียใจอยู่กันแน่ ทว่าเรื่องนี้เป็นอันจบลงด้วยดี หลังจากที่เกษตรกรอาวุโสไปสอบถามเหล่าผู้นำและทุกคนก็เห็นด้วย สุดท้ายแปลงเพาะปลูกนั่นก็เสียหายมากเกินกว่าจะอยากยื่นมือเข้าไปจัดการอยู่ดี ถ้าเช่นนั้นก็ปล่อยให้อันซูหยวนได้เล่นกับพวกมันไปเถอะ นอกจากจะได้เอาใจคนแล้ว ยังอาจจะมีโอกาสในการได้รับวิธีจัดการแปลงเพาะปลูกดีๆจากเธออีกด้วย

            

ซึ่งซูหยวนได้ขอให้พวกเขาทำสัญญาเช่า 10 ปีไว้แล้ว เกษตรกรสองคนก็ยังต้องลงชื่อด้วยเพื่อไม่ให้มีปัญหาภายหลัง เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเช่นนี้

            

สถานการณ์ที่แปลงเพาะปลูกถูกโจมตีย่อมกลายเป็นข่าวดังในวงการเกษตรกร แน่นอนว่าคนที่รอฟังข่าวอย่างเซิ่นเจ๋อกลับไม่ได้ตกใจเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ อย่างไรก็ตาม...สีหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความผิดหวัง

 

“ไร้สาระ! จะบอกว่าแปลงเพาะปลูกของเด็กนั่นเสียหายไปแค่ 6 แปลงงั้นหรอ? นี่จะเป็นไปได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าแมลงกัดกินพวกนั้นได้ชื่อว่าจอมทำลายล้างรึไง”

 

“ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าจัดการแปลงเพาะปลูกหลายร้อยแปลงในคราวเดียว หากไม่ใช่เพราะถูกจัดการไปก่อนก็ไม่หยุดมือ แล้วทำไม...แล้วทำไมมีแค่ 6 แปลงที่ได้รับความเสียหาย แบบนี้ยังไม่คุ้มค่ากับอาหารที่ใช้เลี้ยงพวกมันก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ!!”

 

“ที่สำคัญที่สุด...นอกจากมันจะไม่ได้รับความเสียหายมากพอแล้ว ปรากฏว่าองค์กรเกษตรกรของพวกเรายังให้สิทธิพิเศษแก่มัน ถ้ามันสามารถฟื้นความสมบูรณ์ของแปลงเพาะปลูกที่นั่นได้ เช่นนั้นห้องแปลงเพาะปลูกนับ 100 แปลงนั่นก็จะมอบให้มันเพาะปลูกทั้งหมดงั้นหรอ!”

 

“นี่ไม่ใช่เรื่องเหลวไหลเกินไปหรือไง มีเรื่องดีๆแบบนั้นกับเด็กคนหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาเป็นเกษตรกรได้หรือ? ไม่ต้องพูดว่าเวลาดูแลไม่เพียงพอ แค่การคิดค้นวิธีเก็บเกี่ยววัชพืชกระดาษนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนมากมายอยากจะได้สิทธิในการหาแปลงเพาะปลูกมาเพิ่มแล้ว ทว่า...เด็กนั่นกลับได้รับไปง่ายๆแบบนี้เลย? นี่ไม่ใช่เป็นพวกเราที่ซื้อผ้ามาให้มันตัดหรือ?”

 

“เงินที่ฉันต้องจ่ายประมูลซื้อพวกมันมาก็สูงมากแล้ว ตอนนี้กลับเป็นการโยนเงินออกไปอย่างเปล่าประโยชน์ไม่ได้แก้แค้นให้คนเจ็บใจเลย มีแต่ฉันเท่านั้นที่ต้องเจ็บใจ เรื่องนี้...เรื่องนี้จะทำให้ฉันโกรธจนตาย!!”

            

เซิ่นเจ๋อหงุดหงิดมาก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแผนการที่ตัวเองเตรียมมาอย่างดีจะจบลงแค่นี้ เขาถึงกับโยนเงินออกไปมากมาย คิดว่าจะทำลายเด็กนั่นให้รู้สำนึกว่าการมายุ่งกับน้องสาวของเขาจะเป็นอย่างไร ทว่า...คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นตัวเองที่ถูกย้อนหนามกลับคืน เจ็บแสบยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!!

            

เซิ่นหนิงที่อยู่ข้างๆได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้น เดิมทีก็หงุดหงิดไม่น้อยที่ความเสียหายนี้เบาเกินไป แต่เมื่อคิดดูอีกที...นี่ไม่ใช่เป็นเรื่องดีหรอกหรือ?

            

คนอื่นฆ่าไม่ยอมตายดีๆ ทว่ากลับกระโดดลงกองไฟเสียเอง เช่นนี้แล้วไม่น่าสนุกกว่าเดิมหรือไง!

 

“พี่ชาย นี่ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องดีหรอกหรอคะ”

 

“เรื่องดี? เรื่องดีอะไร!” เซิ่นเจ๋อแต่เดิมก็หงุดหงิดอยู่แล้ว ยิ่งเซิ่นหนิงก็คือต้นเหตุให้เขาสูญเสียขนาดนี้พูดออกมาไม่รู้เรื่อง ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากกว่าเดิมไปอีก

 

“พี่ไม่ใช่บอกว่าเด็กนั่นอยากจะลองฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกหรอคะ แล้วพี่คิดว่า...การฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกที่แมลงกัดกินเล่นงานนั้นง่ายขนาดนั้นเลยหรอ”

 

“น้องกำลังจะพูดอะไร”

 

“ฉันคิดว่า...นี่เป็นภัยความมั่นที่เธอจะต้องเจอค่ะ การที่เธออยากจะฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกนับร้อยนั้น คิดว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากมายขนาดไหน ถ้าเธอยอมหยุดตั้งแต่ที่แปลงเพาะปลูกเสียหายแค่ 6 แปลง ฉันก็อาจจะเสียดายไปด้วย แต่เมื่อได้ยินเรื่องนี้...ฉันก็อดที่จะรู้สึกสมเพชล่วงหน้าไม่ได้เลยค่ะ”

 

“นั่น....”

 

“ตอนนี้ พี่กับฉันแค่รอดูความเสียหายก็ยังสนุกแล้ว แต่ถ้าพวกเราร่วมมือกันอีก...เพิ่มความเสียหายให้มันเพิ่ม เช่น...ถ้าอุปกรณ์ที่จะใช้ฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกมีราคาสูงขึ้น นี่ไม่ใช่จะทำให้มันขาดทุนจนหมดตัวหรอกหรอคะ”

           

 ได้ยินน้องสาวพูดเช่นนั้น เซิ่นเจ๋อที่คิดตาม...สุดท้ายก็หัวเราะออกมาเสียงดัง

 

“ฮ่าๆ ภัยความมั่นสินะ ถูกแล้ว! นี่แหละคือภัยของการที่มั่นใจเกินไป!!” 

 

 

………………………………………..