LNCrawler

บทที่ 287 ตอบแทนตระกูลเซิ่น (อ่านฟรี 19 ธ.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 287 ตอบแทนตระกูลเซิ่น (อ่านฟรี 19 ธ.ค. 68)

บทที่ 287 ตอบแทนตระกูลเซิ่น

            

ดวงตากลมโตสาดประกายยามต้องแสงสว่างเล็กๆที่เปิดอยู่ในที่ไกลๆ พวกมันทั้ง 7 มองดูสถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นของอาหารด้วยความหิวกระหาย แม้ว่าก่อนหน้านี้จะได้กินมาจนอิ่มหนำแล้ว ทว่า...สำหรับพวกมัน ยิ่งกินเท่าไรก็ยิ่งดี ดังนั้นต่อให้เป็นอาหารที่ไม่น่ากินเท่ากับก่อนหน้านี้ ก็ยังทำให้พวกมันสนใจได้อยู่ดี

 

“คิ้ว!” 

 

เจ้าตัว Z1 ส่งเสียงร้องขึ้นมา เป็นสัญญาณให้พวกพ้องอีก 6 ตัวที่เหลือเร่งความเร็วไปข้างหน้า หลบหลีกเครื่องมือตรวจจับได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนจะมุดเข้าไปในแปลงเพาะปลูกที่กำลังออกดอกออกผล

            

ปกติแล้วแมลงกัดกินตัวเดียวก็ทำให้แปลงเพาะปลูกนับร้อยถูกทำลายย่อยยับ เวลานี้กลับมีพวกมันรวมแล้ว 7 ตัว ดังนั้นต่อให้เป็นพื้นที่เพาะปลูกระดับสูงแค่ไหน ก็ไม่มีทางรอดการโจมตีนีได้

            

ในขณะที่เจ้าของแปลงเพาะปลูกยังไม่รับรู้สถานการณ์ เพียงนั่งดื่มน้ำอุ่นพร้อมกับอ่านหนังสืออย่างสบายใจ เวลานี้เขาได้เริ่มทำการแก้แค้นอย่างลับๆไปแล้ว ด้วยการขัดขวางเส้นทางการขนส่งทรัพยากรในการทำสารบำรุงดินที่กำลังจะส่งออกมาจากพื้นที่ล่า สุดท้ายนอกจากตระกูลเซิ่นแล้ว ก็มีตระกูลอื่นๆอีกที่ต้องขึ้นราคาเพราะของขาดตลาด

            

เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกตระกูลพยายามแก้ไขปัญหา ดังนั้นวัตถุดิบในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ที่ขึ้นราคาไปขนาดนี้ เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่ทำให้เด็กสาวที่จู่ๆก็ได้สิทธิพิเศษในการฟื้นฟูความสมบูรณ์ของดินขาดทุนมหาศาลได้!

 

“ให้คนไปเรียกน้องสาวของฉันมาที่ห้องทำงานหน่อย” เซิ่นเจ๋อคิดคำนวณค่าใช้จ่ายที่ตัวเองต้องลงทุนไปเล็กน้อย หลังจากนั้นก็โบกมือให้คนไปเรียกเซิ่นหนิงมา

           

 แม้ว่าเขาจะเต็มใจแก้แค้นแทนน้องสาว ทว่าช่วงนี้สถานการณ์การเงินของเขาก็ฝืดเคืองไม่น้อยจริงๆ ดังนั้นเซิ่นหนิงเองก็ควรจะต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบด้วยไม่ใช่หรือ?

            

หญิงสาวที่กำลังจะเข้านอนไม่รู้ว่าพี่ชายต้องการพบเธอกะทันหันเช่นนี้ด้วยเรื่องอะไร ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่มีที่พึ่งพาอื่นนอกจากเขาแล้ว ทำให้เซิ่นหนิงต้องเตรียมตัวอีกครั้งก่อนจะมาห้องทำงานของพี่ชาย

 

“พี่คะ พี่เรียกฉันมาที่นี่ทำไม”

 

“อืม ดูนี่สิ” คนพูดก่อนจะโยนเอกสารปึกใหญ่มาให้

 

“นี่คือ...ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดการอันซูหยวน?”

 

เนื่องจากชื่อเอกสารเขียนเอาไว้ชัดเจน เซิ่นหนิงอ่านครั้งเดียวก็เข้าใจทั้งหมด อย่างไรก็ตาม...ที่เธอไม่เข้าใจจริงๆกลับเป็นจุดประสงค์ของพี่ชายที่รวบรวมเอกสารพวกนี้เอาไว้ แถมตอนนี้ก็ยังเอาออกมาให้เธออ่านดูอีก

 

“ใช่ นี่เป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ฉันใช้ไปเพื่อจัดการเด็กนั่น” เซิ่นเจ๋อพยักหน้ารับ

 

“แล้ว...พี่เอามาให้ฉันดูทำไม”

 

“อืม ยังไม่เข้าใจหรอ”

 

“เข้าใจ?”

 

“เฮ้อ เซิ่นหนิง แม้ว่านี่จะเป็นฉันที่อยากช่วยเธอแก้แค้น แต่...ไม่ว่าจะยังไง มันก็เป็นการแก้แค้นส่วนตัวของเธอใช่ไหม เธอได้ความสะใจ แต่พี่กลับต้องเสียเงินทองมากมายขนาดนี้ เธอจะมองดูอยู่เฉยๆงั้นหรอ”

 

“พี่หมายความว่ายังไงกันแน่ ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้เป็นพี่ที่อยากจะช่วยเอาคืนแทนฉันหรอ” เซิ่นหนิงขมวดคิ้ว เธอรับรู้ได้ว่าคำพูดของพี่ชายมีอะไรซ่อนอยู่ แต่มันคืออะไรกันล่ะ? เธอเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องดีแต่อย่างใด

            

แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ก่อนหน้านี้เซิ่นเจ๋อได้ยินว่าน้องสาวถูกรังแก เขาก็คิดจะแก้แค้นแทนเธอเพื่อสั่งสอนให้คนสารเลวได้รู้สำนึกว่าการยุ่งกับครอบครัวของเขาแล้วจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้...มันก็เป็นศักดิ์ศรีของครอบครัวด้วย ถ้าสามารถปล่อยให้คนที่คิดทำลายสมาชิกในครอบครัวรอดตัวไปเช่นนี้ เขาไม่ต้องกลายเป็นไอ้ลูกหมาหรอกหรือ?

            

แต่เดิมแล้วก็เป็นอย่างนั้น ทว่า...เมื่อวันก่อน จู่ๆเขาก็ได้รับการติดต่อจากใครบางคน ซึ่งเป็นการติดต่อในเรื่องดีๆเสียด้วย

 

“เซิ่นหนิง เรื่องนี้พี่ก็เต็มใจจะช่วยเหลือนั่นแหละ แต่มีบางอย่างที่อยากจะให้น้องลองพิจารณาดูด้วย”

 

“..............”

 

“ก่อนหน้านี้พี่เคยพูดแล้วว่างานหมั้นหมายของน้องกับคุณชายโอวหยางไม่เกิดขึ้นอีก ทำไมไม่ลองพิจารณาคนอื่นเป็นคู่ครองใช่ไหม มันวันก่อน...พี่ชายของน้องเจอคนที่เหมาะสมแล้ว ขอเพียงน้องยินยอม ทางนั้นจะแต่งน้องเข้าตระกูลแล้วก็ยังมอบสินสอด 50 ล้านเครดิตให้พวกเราด้วย”

           

 เมื่อได้ยินเซิ่นเจ๋อพูดเช่นนั้น หญิงสาวก็เข้าใจทันทีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ นี่...แท้จริงแล้วพี่ชายต้องการขายเธอออกไปนั่นเอง

 

“ฉันไม่แต่ง จนกว่าฉันจะพ้นโทษแล้ว ฉันจะยังไม่แต่งกับใครทั้งนั้น” เซิ่นหนิงรู้ดีว่าถ้ายังไม่พ้นโทษ ต่อให้มีความสามารถแค่ไหน คุณค่าของเธอก็จะถูกทำให้เหลือแค่ 1 ใน 10 แล้ว

            

จนกว่าจะสามารถเริ่มการเพาะปลูกได้อีกครั้ง เงินสินสอด 50 ล้านเครดิตนี่ไม่ใช่ว่าจะหาจากที่ไหนก็ได้หรอกหรอ? หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธทันที ไม่อยากรู้ด้วยซ้ำว่าใครคือคนที่ต้องการขอเธอแต่งงาน

 

“พี่ชายอย่างมาโน้มน้าวฉันอีกเลย เอาไว้เมื่อพ้นโทษที่องค์กรกำหนดแล้ว ฉันจะชดใช้เงินที่พี่จ่ายไปคืนทุกเครดิต ดังนั้นขอให้พี่อย่าใจร้อนเกินไป เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม”

 

“ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมหรือ? เซิ่นหนิง...แม้ว่าพี่จะรักน้อง แต่น้องก็ต้องอยู่ในขอบเขตของตัวเองด้วย อย่าคิดว่าตัวเองมีค่าเกินไปนักล่ะ”

 

“พี่!”

 

“เงินหลายสิบล้านเครดิตที่พี่ใช้จ่ายไปเป็นเงินสะสมของพี่แล้ว ถ้าน้องไม่สามารถหาเอามาคืนได้ภายใน 1 เดือนนี้ น้องก็แต่งงานออกไปเถอะ”

 

“พี่...เรื่องนี้ทำไมจู่ๆถึงได้รีบร้อนนัก แท้จริงแล้วใครกันแน่ที่อยากจะแต่งงานกับฉัน” เซิ่นเจ๋อหัวเราะเมื่อเห็นว่าน้องสาวของตัวเองรู้ทันเสียแล้ว 

 

“จะเป็นใครไปได้ล่ะ ถ้าไม่ใช่คนตระกูลเวินคนนั้น”

 

“พี่! ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันไม่แต่กับไอ้คนปัญญาอ่อนนั่นแน่นอน ทำไมพี่ยังไปติดต่อกับพวกมันอีกคะ”

 

“เซิ่นหนิง เวลานี้น้องมีตัวเลือกนักหรือไง ต่อให้รอไปอีกสิบปี ตอนนั้นน้องก็ไม่สามารถดึงพรสวรรค์ทั้งหมดออกมาใช้ได้แล้ว ดีไม่ดี...น้องอาจจะไม่สามารถเพาะปลูกได้อีกเลยก็ได้ อย่าเสียเวลาเกินไปเลย ต่อให้ยังมีความหวัง เวลานี้ก็ควรหาทางออกอื่นไว้ก่อน”

 

“ฉันไม่แต่ง ยังไงก็ไม่แต่ง เรื่องนี้ไม่พูดกันอีกแล้ว ถ้าพี่ยังเอาเรื่องนี้มาพูด เรื่องของพี่...ฉันก็ไม่ปล่อยไว้เช่นกัน” เซิ่นหนิงกล่าวประโยคสุดท้ายจบก็รีบเดินจากไปทันที 

            

โดยไม่ได้สนใจเลยว่าเซิ่นเจ๋อที่อยู่ด้านหลังนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ มือของชายหนุ่มกำแน่น ถ้าไม่ใช่เพราะเซิ่นหนิงขู่เขาตั้งแต่ครั้งแรกๆ ตอนนี้เขาคงจะจับเธอแต่งเข้าตระกูลเวินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม...ความลับของเขานี้ไม่อาจเปิดเผยได้เช่นกัน ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงที่สะสมมาย่อมต้องเสียหายไปไม่น้อย ถึงตอนนั้น...โอกาสที่พ่อจะขึ้นเป็นผู้นำตระกูลคงไม่มีอีก!

 

“เซิ่นหนิง เธอยังมีเวลาหายใจหายคออีกไม่นานหรอก หลังจากที่ฉันหาโอกาสทำลายหลักฐานในมือของเธอได้แล้ว ตอนนั้น...ต่อให้เป็นตระกูลเวิน ฉันก็จะไม่ให้เธอแต่งไปที่นั่น! ในเมื่อสุรามงคลไม่ยอมดื่ม เช่นนั้นก็รอดื่มสุราบังคับเถอะ!”

            

แม้ว่าเขาจะเป็นพี่ชาย แต่เซิ่นเจ๋อย่อมรักตัวเองมากที่สุด เขาไม่มีทางปล่อยให้ “เรื่องนั้น” ในอดีตถูกเปิดเผยเป็นอันขาด หลังจากที่เขาจัดการพยานคนนั้นได้แล้ว เขาก็จะจัดการเซิ่นหนิงตามไปด้วย จะไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสเอาเรื่องนั้นมาขู่เขาได้อีก

            

เซิ่นหนิงโกรธมากที่พี่ชายสารเลวของตัวเองยังคงคิดขายเธอให้ตระกูลเวินต่อ คนตัวเล็กนั่งคิดคำนวณให้ดี เธอจะต้องเก็บหลักฐานพวกนี้เอาไว้ ถ้าพี่ชายหาพบแล้วทำลายมันทั้งหมด...เธอก็ไม่มีอะไรจะไปต่อรองอีกแล้ว

 

“คุณหนู....”

 

“อืม หาที่ซ่อนให้มันดีแล้วใช่ไหม”

 

“ใช่ค่ะ ตอนนี้เขาซ่อนตัวอยู่ที่ถ้ำของนางพญางูขาวเก่าค่ะ แม้ว่าก่อนหน้านี้มันจะถล่มไป แต่ยังมีโพรงให้ซ่อนตัวได้อยู่ หลังจากที่มันถล่มลงมา ก็ไม่มีใครสนใจเข้าไปแล้ว ดังนั้น...สมควรจะเป็นที่ซ่อนตัวที่ดีที่สุดค่ะ”

 

“อืม ดีแล้ว แล้วก็...ช่วยจัดการเอกสารพวกนี้ให้ด้วย ทำให้มั่นใจว่าพี่ชายของฉันจะหาไม่เจอ”

 

“ได้ค่ะ ฉันรู้แล้ว” ผู้ช่วยของเซิ่นหนิงรับคำ เธอเป็นเหมือนเพื่อนสนิทของเซิ่นหนิงที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้นเซิ่นหนิงจึงไว้ใจเธอมาก

            

เอกสารที่มีคำว่า “ลับ” ติดที่หัวกระดาษถูกนำไปเก็บซ่อนไว้อย่างดี แม้แต่เซิ่นหนิงก็ไม่รู้ว่าเอาไปเก็บไว้ที่ไหน ดังนั้นถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทคนนี้พูดออกไป ย่อมไม่มีใครรู้เกี่ยวกับมันอีกแล้ว

            

ความลับที่พี่ชายต้องการซ่อน คือผลงานที่ครั้งหนึ่งมีชื่อของเขาเป็นผู้คิดค้นขึ้น แน่นอนว่าที่ต้องเป็นความลับก็เพราะผลงานนี้ไม่ได้มาอย่างซื่อตรง หากแต่เป็นการขโมยผลงานของคนอื่นมาเพื่อสร้างชื่อให้กับตนเอง

            

การที่เขาสามารถกลายเป็นเกษตรกรระดับสูงได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผลงานนี้ แต่เดิมแล้วผลงานการเพาะปลูกที่สำคัญนี้เป็นเพื่อนของเขาที่ทำได้ หาจุดอ่อนของพืชระดับสูงแล้วแก้ไขมันจนทำให้สามารถเพาะปลูกได้แม้แต่ในพื้นที่เพาะปลูกระดับต่ำทั่วไป จากเดิมต้องใช้ต้นทุนมาก เมื่อมีการศึกษานี้จึงประหยัดไปได้ไม่น้อย 

            

ทันทีที่มันเปิดเผยออกมาก็สร้างชื่อเสียงมาก ทว่า...เซิ่นเจ๋อในฐานะผู้ที่รู้ทุกอย่างกลับไม่ต้องการให้เพื่อนได้ดีไปมากกว่าตน ในขณะที่ตัวเองยังย่ำอยู่กับที่ ดังนั้นจึงได้หักหลังเพื่อนสนิทแล้วบอกว่าเป็นตัวเองที่ทำมันได้

            

เวลานี้เขายังคงตามล่าเพื่อนคนนั้นเพื่อไม่ให้กลับมาเปิดโปงตัวเอง อีกทั้งยังต้องการเอกสารลับที่เพื่อนเก็บเอาไว้ แต่เขาไม่คิดเลยว่าทุกอย่างจะตกมาอยู่ในมือของน้องสาวที่เขาสนิทด้วย เป็นผลทำให้เขายังต้องยอมรามือเรื่องการแต่งงานของเซิ่นหนิงอยู่ทุกวันนี้

            

สองคนพี่น้องวางแผนลับหลังกัน ต่อหน้าเหมือนรักใคร่กลมเกลียว แต่ใครจะรู้ว่ามันเป็นแค่ฉากหนึ่งที่พวกเขาแสดงออกมาก็เท่านั้น

            

ระหว่างที่ทุกคนกำลังคิดเรื่องของตัวเอง พวกเขาก็ไม่ได้รู้เลยว่าแปลงเพาะปลูกของตระกูลเซิ่น เวลานี้ได้ถูกทำลายจนย่อยยับไปหมดแล้ว กว่าจะมีคนตรวจสอบพบ...แมลงกัดกินทั้งหมดก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

            

ปัง!!!

            

เสียงกระแทกประตูทำเอาคนที่กำลังนอนอยู่สะดุ้งโหยง เซิ่นเจ๋อหงุดหงิดมากที่ถูกทำให้ตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาเกือบจะสั่งลงโทษคนอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายตะโกนขึ้นมาก่อน

 

“แย่แล้วครับคุณชาย แย่แล้วครับ เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!!” เสียงของเขาดังมากจนทำให้เซิ่นเจ๋ออ้าปากค้างไป คำที่จะสบถด่ายังไม่หลุดออกมาด้วยซ้ำ คนของตระกูลเซิ่นก็พูดขึ้นมาอย่างร้อนรน

 

“แปลงเพาะปลูกของตระกูลเซิ่นถูกทำลายหมดแล้วครับ ทุกแปลงเพาะปลูกของตระกูลเซิ่นเราถูกทำลายทั้งหมดแล้วครับคุณชาย!”

 

“อะไร? แกพูดอะไร!”

 

“คุณชาย แย่แล้วครับ รีบไปรวมกับทุกคนเถอะครับ ตอนนี้กำลังอยู่ที่แปลงเพาะปลูกหลักซึ่งเป็นแปลงเพาะปลูกทำเงินของตระกูล เวลานี้พวกผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสก็ล้วนไปที่นั่นทั้งหมดแล้ว...”

            

ไม่รอให้คนพูดจบ เซิ่นเจ๋อที่ยังไม่ได้สวมชุดให้ดีด้วยซ้ำก็กระโจนออกจากห้องนอนของตนเอง เป้าหมายก็คือทิศทางที่ทุกคนในตระกูลเซิ่นกำลังไปรวมตัวกันอยู่ในตอนนี้

 

“ว้าย!”

 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนตระกูลเซิ่นมากมายถึงพุ่งตัวออกไปแบบนี้”

 

“ต้องเกิดเรื่องที่แปลงเพาะปลูกตระกูลเซิ่นแน่นอน คนตระกูลเซิ่นมากมายรีบวิ่งกันไปที่แปลงเพาะปลูกนั้น จะต้องเกิดปัญหาใหญ่แน่”

 

“เร็วเข้า พวกเราก็รีบตามไปดูกันเถอะ” เสียงของผู้คนรอบๆดังขึ้น เซิ่นเจ๋อที่ปกติแล้วไม่ชอบให้ใครมานินทาตัวเองกลับไม่หยุดเท้าจัดการด้วยซ้ำ เขาวิ่งออกไปแทบจะเหาะอยู่แล้ว ซึ่งระหว่างทางก็ได้เจอกับคนตระกูลเซิ่นอีกมากมาย พวกเขาจึงร่วมเดินทางไปพร้อมๆกัน

 

……………………………..