LNCrawler

บทที่ 288 ตระกูลเซิ่นเดือดร้อนแล้ว (อ่านฟรี 20 ธ.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 288 ตระกูลเซิ่นเดือดร้อนแล้ว (อ่านฟรี 20 ธ.ค. 68)

บทที่ 288 ตระกูลเซิ่นเดือดร้อนแล้ว

 

การเคลื่อนไหวใหญ่โตของสมาชิกตระกูลเซิ่นดึงดูดความสนใจของผู้คนเป็นจำนวนมาก ไม่นานก็กลายเป็นว่าทุกตระกูลทั้งในวงการเกษตรกรและนอกวงการเกษตรกรต่างก็รู้ข่าวเกี่ยวกับความผิดปกตินี้แล้ว ดังนั้นจึงส่งคนมาที่ตระกูลเซิ่นเพื่อตรวจสอบสาเหตุ ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะได้เห็นหน้าแปลงเพาะปลูกขนาดใหญ่ที่ตระกูลเซิ่นเช่าเอาไว้ในฐานะตระกูลเกษตรกรจะมีคนมากมายมามุงดูอยู่เช่นนี้

            

เซิ่นเจ๋อตรงเข้าไปข้างในแปลงเพาะปลูก สวมชุดป้องกันระดับสูงที่คนเตรียมเอาไว้ให้ เห็นว่าข้างในมีสมาชิกตระกูลเซิ่นอยู่จำนวนมากแล้วจริงๆ แม้แต่พ่อของเขาก็ยังอยู่ที่นี่ด้วย 

            

มองกวาดไปรอบเดียว หัวใจของเซิ่นเจ๋อก็ร่วงลงไปที่ตาตุ่ม แปลงเพาะปลูกที่เคยมีสีเขียวงดงาม เวลานี้เหลือเพียงดินสีน้ำตาลอ่อนแห้งผาก แทบจะไม่หลงเหลือร่องรอยของความอุดมสมบูรณ์ใดๆอยู่อีกเลย

 

“พ่อ นี่มัน...”

 

“หมดแล้ว....ทรัพยากรของตระกูลเซิ่นที่จะได้เก็บเกี่ยวรอบนี้ถูกทำลายหมดแล้ว”

 

“พ่อ แล้วแปลงเพาะปลูกแห่งอื่นๆล่ะครับ อย่างน้อยๆก็น่าจะมีเหลืออยู่บ้างใช่ไหม” เซิ่นเจ๋อชะงักไปเมื่อเห็นดวงตาแดงก่ำของพ่อตัวเอง ดูเหมือนเรื่องนี้จะหนักกว่าที่คิดจริงๆ

 

“ไม่มี ทุกแปลงที่ลงชื่อตระกูลเซิ่นเอาไว้ถูกทำลายจนสิ้น”

 

“พ่อ มันจะเป็นไปได้ยังไงครับ ถ้าอย่างนั้น...แปลงเพาะปลูกของคนอื่นๆล่ะ ตระกูลอื่นๆมีใครได้รับผลกระทบไหม”

 

“ไม่มี”

 

“อะไรนะ? มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง นี่ไม่ได้หมายความว่ามีคนต้องการเล่นงานแค่พวกเราตระกูลเซิ่นงั้นหรอ!” เซิ่นเจ๋อเกือบจะกระอักเลือดเมื่อได้ยินเช่นนี้ ถ้าแปลงเพาะปลูกทั้งหมดของตระกูลเซิ่นถูกทำลายโดยเฉพาะ เช่นนั้นก็มีแค่ทางเดียวแล้ว...นั่นก็คือการที่มีคนอยู่เบื้องหลังอย่างไรล่ะ

 

แต่ว่า... มันเป็นใคร? ใครกันที่มีความกล้าขนาดนี้!

 

“ตอนนี้ตระกูลกำลังตรวจสอบคนที่ครอบครองแมลงกัดกินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนักล่า เกษตรกร ตระกูลพันธมิตรหรือศัตรู ทุกคนที่มีแมลงกัดกินอยู่ในครอบครองจะไม่ถูกยกเว้น ไม่ว่ายังไงก็ต้องตามหาตัวมันมาให้ได้”

 

“แมลงกัดกิน....” เซิ่นเจ๋อฟังคำบิดา รู้ว่าเขากำลังโกรธมาก อย่างไรก็ตาม...ตอนนั้นเอง จู่ๆคิ้วของเขาก็กระตุกอย่างช่วยไม่ได้

            

เรื่องแมลงกัดกินนี่....ช่างคุ้นหูเสียจริง เหมือนกับว่าช่วงนี้เขากำลังยุ่งเกี่ยวกับมันอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ? 

            

เซิ่นเจ๋อรู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้องเกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แมลงกัดกินของเขาเพิ่งถูกปล่อยไปไม่นาน เกิดเรื่องจนองค์กรเกษตรกรเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ทว่าจากที่สืบดู...พวกองค์กรก็ยังไม่เจอแมลงกัดกินพวกนั้น ราวกับพวกมันหายไปอย่างไร้ร่องรอย

            

ในทางกลับกัน...จู่ๆตระกูลเซิ่นก็ถูกโจมตีโดยแมลงกัดกินอย่างไร้ร่องรอยอีก เรื่องนี้คงจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันหรอกใช่ไหม?

            

ถึงอยากจะคิดแบบนั้น แต่ก็ไม่ควรเป็นไปได้อยู่ดี แมลงกัดกินที่เขาประมูลมามีแค่ตัวเดียวเท่านั้น เขาไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรนอกจากปล่อยให้พวกมันทำลายแปลงเพาะปลูกของอันซูหยวน ทว่า....เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ภายในคืนเดียว แปลงเพาะปลูกทั้งหมดของตระกูลเซิ่นล้วนถูกทำลาย ไม่มีทางที่แมลงกัดกินตัวเดียวจะทำได้แน่

            

เหนือสิ่งอื่นใด พื้นที่เพาะปลูกกลางของตระกูลเซิ่นเป็นพื้นที่ระดับสูง ตระกูลเซิ่นจ่ายเงินเป็นจำนวนมากไปกับพื้นที่นี้ และยังปลูกสมุนไพรกับผักระดับสูงเอาไว้จำนวนมากด้วย ด้วยระดับความปลอดภัยที่สูงขนาดนี้ไม่ควรจะมีแมลงกัดกินเข้ามาได้ แต่...เรื่องนี้ก็เกิดขึ้นแล้ว ปัญหาคือมันเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

“พ่อ แล้วแมลงกัดกินพวกนั้นไม่น่าเข้ามาในพื้นที่ระดับสูงได้ถ้าไม่ใช่คนนำเข้ามา ถ้าอย่างนั้นเป็นไปได้ไหมที่แปลงเพาะปลูกจะถูกคนอื่นบุกรุกเข้ามา”

 

“นั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดเหมือนกัน แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบคนนอกเข้ามาในพื้นที่ เหลือก็แค่คนในตระกูลแล้ว”

 

“คนในตระกูล?”

 

“ใช่ ตอนนี้พวกผู้อาวุโสกำลังตรวจสอบดูว่ามีคนในคนไหนบ้างที่มีแมลงกัดกินในครอบครอง คนๆนั้นจะต้องถูกสอบสวนอย่างหนักเพื่อเค้นหาความจริง ไม่ว่ามันจะเป็นใคร...ก็ต้องเอาตัวมันออกมารับผิดชอบกับความเลวร้ายที่มันก่อให้ได้”

            

เซิ่นเจ๋อชะงักไปเมื่อได้ยินเช่นนี้ กลายเป็นว่าไม่มีคนนอกบุกรุกเข้ามาในแปลงเพาะปลูกของพวกเขา ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นคนในตระกูลที่คิดทำลายตระกูลงั้นหรือ?

            

ข้อหานี้รุนแรงมาก ใครที่ถูกสงสัยจะมีชะตากรรมที่ไม่ดีแน่ อย่างไรก็ตาม...เซิ่นเจ๋อกำลังรู้สึกได้ถึงวิกฤติที่กำลังเข้ามาหาตัวเองเช่นกัน

            

ตอนที่เขาประมูลแมลงกัดกินนั้น ถึงกฎของการประมูลจะต้องปิดบังตัวตน แต่ด้วยการพูดคุยไม่กี่คำในตอนนั้น ทั้งหมายเลข 16 และหมายเลข 24 ล้วนแต่รู้จักเขาทั้งนั้น ถึงจะรู้แค่ว่าเป็นคุณชายจากตระกูลเซิ่นที่ทำเกษตรกร แต่ก็น่าจะคาดเดาได้ไม่ยากนัก ถ้าหากคนของตระกูลสืบไปจนถึงเรื่องนั้น...คนที่จะกลายเป็นเป้าหมายก็คือเขาแล้ว

 

“พ่อ เรื่องนี้...ลูกมีอะไรต้องบอก”

 

“หืม?” คิ้วของคนเป็นบิดากระตุกเล็กน้อยหลังเห็นท่าทางของเซิ่นเจ๋อ รู้สึกว่าลูกชายคนนี้กำลังพูดเรื่องใหญ่ที่น่าจะทำให้เขาต้องปวดหัวขึ้นมาแน่นอน

 

“ไปคุยกันตามลำพังหน่อย”

 

“อืม ตามมา” คนเป็นพ่อไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปได้ เขาส่งสัญญาณให้ลูกชายเดินตามมา บอกกับคนอื่นว่าต้องการไปดูแปลงเพาะปลูกส่วนตัวของตนเองด้วยว่าเสียหายขนาดไหน

            

ผู้คนตระกูลเซิ่นจึงไม่ได้สงสัยอะไรสองพ่อลูก มีบางคนมองตามหลังไป สุดท้ายก็ต้องกลับมาสนใจเรื่องใหญ่ตรงหน้าแทน

            

หลังแยกตัวออกมาจากทุกคนแล้ว เซิ่นเจ๋อก็ไม่รอช้าที่จะพูดความจริง

 

“อะไรนะ? แก แก แกประมูลแมลงกัดกินมางั้นหรอ!!”

 

“ชู่ว เบาๆหน่อยพ่อ เรื่องนี้ก็ตามที่ผมพูดไป แมลงกัดกินนั่นเอาไปใช้กับแปลงเพาะปลูกของอันซูหยวนที่เป็นศัตรูกับน้องสาวก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นมันจึงไม่ใช่แมลงกัดกินตัวเดียวกับที่ลงมือที่แปลงเพาะปลูกของตระกูลเซิ่นแน่”

 

“เหลวไหล!! มันจะเป็นตัวเดียวกันหรือเปล่า เป็นแกที่ตัดสินได้หรือ? เรื่องนี้ถ้าถูกตรวจสอบพบ แกจะต้องกลายเป็นแพะรับบาปแน่ แบบนี้ครอบครัวของเราจะต้องพังไม่เป็นท่า!”

 

“พ่อ แล้วจะทำยังไงดี” เซิ่นเจ๋อเหงื่อตก เขาไม่ได้ทำเรื่องนี้ แล้วจะให้เขาไปเป็นแพะรับบาปได้ยังไง ถ้าเขาต้องกลายเป็นแพะรับบาปจริงๆ เชื่อเถอะว่าโทษตายก็อาจจะไม่เพียงพอด้วยซ้ำ

            

ความเสียหายครั้งนี้ ตระกูลเซิ่นแทบจะพลิกจากตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยกลายเป็นตระกูลชนชั้นกลางได้เลย กับการที่จู่ๆก็เสียหายรุนแรงเช่นนี้ คิดว่าครอบครัวอื่นจะปล่อยเขาไปหรือ?

 

“ก็ต้องหาคนที่ทำให้เจอ ลากมันออกมารับความผิดให้ได้เท่านั้น”

 

“แล้วถ้าไม่เจอ...”

 

“ถ้าไม่เจอ? ถ้าอย่างนั้นแกก็อย่าให้ทุกคนเจอแกก็แล้วกัน ถ้าไม่อย่างนั้น...ต่อให้เป็นฉันก็คงจะช่วยอะไรแกไม่ได้” เซิ่นเจ๋ออ้าปากค้าง ไม่คิดว่าพ่อจะกล้าทิ้งเขาไว้แบบนี้ 

            

เรื่องนี้ทั้งหมดแล้วเป็นความคิดของเขาตั้งแต่แรกรึไง อันที่จริง...ถ้าไม่ใช่เพราะน้องสาวตัวดีไปสร้างปัญหาให้คนอื่นจนพี่ชายอย่างเขาต้องช่วยจัดการ จะมีเรื่องประมูลแมลงกัดกินที่น่ารังเกียจนั่นได้อย่างไร

            

ทั้งหมดเป็นเพราะน้องสาวที่ไม่ได้เรื่องนั่น!!

            

เซิ่นเจ๋อคิดได้ดังนั้นก็รีบกลับไปยังบ้านของตัวเอง เขาไม่สนใจอีกต่อไปว่าเซิ่นหนิงที่กุมความลับเกี่ยวกับผลงานครั้งก่อนจะโกรธจนเอาเรื่องนี้ออกมาขู่อีกหรือเปล่า เพียงเดินเข้าไปแล้วกระชากเซิ่นหนิงออกมา จากนั้นก็ประเคนทั้งหมัดทั้งเท้าให้เธอไม่ยั้ง ระบายความโกรธที่กล้าทำให้เขาต้องเดือดร้อนไปด้วย

 

“หยุด หยุดเดี๋ยวนี้!!” 

            

แม่ของเซิ่นเจ๋อและเซิ่นหนิงได้ยินเสียงกรีดร้องของเด็กสาวก็เข้ามาห้ามพวกเขา วันนี้ตระกูลยังยุ่งไม่พออีกหรือไง ทำไมเด็กสองคนนี้ถึงได้มาสร้างปัญหาให้กันอีก

            

เซิ่นเจ๋อถูกแม่ผลักออกไปก็เหมือนคนบ้า อยากจะกระโจนเข้ามาจัดการเซิ่นหนิงที่ยังสับสนว่าพี่ชายกำลังคลั่งเกี่ยวกับปัญหาอะไร ทำไมต้องมาทำร้ายเธอขนาดนั้นด้วย น่าเสียดายที่สองพี่น้องไม่ได้พูดคุยกันไปมากกว่านี้ เซิ่นเจ๋อที่กลัวความผิดก็เร่งหาทางออกให้ตัวเอง เขาไปที่สถานที่ลับเพื่อติดต่อคนจากกลุ่มเงามืด ขอให้พวกเขาช่วยวางแผนเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ให้

            

เนื่องจากไม่มีใครจะช่วยเขาอีกแล้ว เซิ่นเจ๋อจึงไม่มีทางเลือกอื่น...

            

ในขณะที่คนสร้างเรื่อง เวลานี้กลับยังกินเนื้อแกะรมควันอย่างเอร็ดอร่อย ผลผลิตจากฟาร์มนั้นยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิม ซูหยวนใช้เวลาที่นี่มาหลายวันแล้ว ทั้งฝึกฝนวิชาหอกแห่งแดนดอกเหมย และวิชาธนูไปพร้อมๆกับการเพิ่มพลังงานอย่างต่อเนื่อง ด้านหลังมีแมลงกัดกินสีนิล 7 ตัวที่กำลังนอนผึ่งพุงหลังจากออกกินอาหารหลายแปลง

            

พวกหนูขาวยังคงทำงานหนัก แต่เพราะวันนี้เจ้าพวกตัวตะกละไม่ต้องการอาหารเพิ่ม ดังนั้นจึงสามารถเก็บอาหารเหล่านี้ไว้เป็นของตัวเองได้

            

หลังจากเหตุการณ์ที่ตระกูลเซิ่นเจอปัญหาใหญ่ ทางองค์กรเกษตรกรก็ยื่นคำร้องไปที่กองทัพเพื่อขอให้พวกเขาร่วมตรวจสอบสถานการณ์ด้วย จุดประสงค์ก็คือต้องการขอให้พลทหารพิเศษช่วยเหลือ เนื่องจากหน่วยสอบสวนปกติแล้วไม่สามารถตรวจสอบได้ความ ดังนั้น 4 วันหลังจากที่เกิดเรื่อง พลทหารพิเศษ 2 คนก็มาหาซูหยวนถึงบ้าน

 

“รุ่นน้องพลทหารพิเศษอัน ยินดีที่ได้พบ” เมื่อเห็นคนมาถึงบ้าน ซูหยวนไม่อยากต้อนรับก็ทำได้แค่ยิ้มแล้วเชิญพวกเขาเข้ามาแล้ว

            

สมกับที่เป็นทหารพิเศษ ทันทีที่เข้ามาในบ้านของเธอ สายตาของพวกเขาก็มองไปยังห้องเก็บถังน้ำของครอบครัวแล้ว ราวกับรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่พิเศษอยู่ข้างใน โชคดีที่บ้านนี้เป็นของซูหยวน และพวกทหารพิเศษเหล่านี้ก็รักพวกพ้องมาก ไม่อย่างนั้น...พวกเขาอาจจะบุกเข้าไปในห้องเก็บของ แล้วคว้าเอาน้ำบริสุทธิ์พวกนั้นไปจากเธอแล้วก็ได้

 

“พวกรุ่นพี่ทหารพิเศษมาที่บ้านของฉัน มีเรื่องอะไรให้ช่วยหรอคะ”

 

“อืมๆ ใช่ๆ ย่อมต้องมีเรื่องให้ช่วย” ทหารพิเศษที่ถูกเรียกคืนสติก็กลับมาดูซูหยวนอีกครั้ง เขายิ่งสนใจในตัวรุ่นน้องที่พวกรุ่นพี่หลายคนพูดถึงกันมากขึ้นไปอีก

            

ก่อนหน้านี้ ได้ยินข่าวเกี่ยวกับเธอมาไม่น้อย รุ่นน้องทหารพิเศษที่มีความสามารถในการควบคุมสัตว์เลี้ยงและระบุตำแหน่งได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยสองทักษะนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอกลายเป็นทหารพิเศษที่ยอดเยี่ยมได้แล้ว แต่ยังไม่จบแค่นั้น...เธอยังเป็นนักธนูระดับสูง และเป็นผู้ใช้หอกที่ดีอีกด้วย งานวิจัยจำนวนมาก หรือจะเป็นองค์กรเกษตรกร ทุกที่ล้วนแต่ต้องการเธอ มีชื่อของรุ่นน้องคนนี้เกี่ยวข้องในทุกด้าน

            

เพราะแบบนั้น...เขาจึงตั้งตารอที่จะได้พบรุ่นน้องมาตลอด คิดไม่ถึงเลยว่าครั้งแรกที่ได้พบกัน จะเป็นการพบเพื่อพูดคุยปัญหาเสียนี่

 

“รุ่นพี่ว่ามาเถอะค่ะ ถ้ามีอะไรช่วยได้ ฉันก็จะช่วยเต็มที่”

 

“อืมๆ เรื่องนั้น...ที่จริงก็ไม่ได้มีอะไรให้ช่วยหรอก แค่เรื่องที่ตระกูลเซิ่น มีเบาะแสบางอย่างชี้มาที่รุ่นน้องอัน รุ่นน้องอยากจะให้พวกเราช่วยจัดการ หรืออยากจะเปิดเผยตัวตนกันล่ะ” 

            

ทหารพิเศษคนนั้นหรี่ตาลงเล็กน้อย ท่าทางเหมือนต้องการเล่นสนุกของเขาทำให้อันซูหยวนรู้ว่าตัวเองได้เจอรุ่นพี่วิปริตอีกคนเข้าแล้ว ส่วนเรื่องที่พวกเขาได้เจอร่องรอยของเธอ...ซูหยวนไม่มีคำถามต่อพวกเขาหรอก

            

กับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นทหารพิเศษนั้น ย่อมต้องมีวิธีการพิเศษในแบบของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องถามว่าพวกเขารู้ได้อย่างไร ก็แค่บอกพวกเขาตามตรงเท่านั้นว่าต้องการอะไรกันแน่

 

“ช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับให้หน่อยได้ไหมคะ อันที่จริง...ถ้าไม่ใช่เพราะคนตระกูลเซิ่นมอบของดีๆมาให้ฉันก่อน ก็คงจะไม่ต้องตอบแทนกันขนาดนี้หรอกค่ะ”

 

“ของดีๆ?”

 

“ใช่ค่ะ ที่จริง...แมลงกัดกินพวกนั้นเป็นของที่ตระกูลเซิ่นส่งมายังแปลงเพาะปลูกของฉันค่ะ แต่เพราะรู้ก่อนล่วงหน้าเลยหาวิธีรับมือเอาไว้แล้ว จากนั้นก็แค่ส่งแมลงกัดกินคืนไปให้พวกเขาบ้าง นี่เป็นแค่การตอบแทนตามมารยาทเท่านั้นเอง”

 

“โอ้ เรื่องนี้รุ่นน้องไม่ผิดอยู่แล้ว หรือต่อให้รุ่นน้องผิดจริง...ฉันก็ทำให้ไม่ผิดได้ อย่างไรก็ตาม...เรื่องนี้ไม่ควรจะจบลงเท่านี้นะ ไม่ใช่รุ่นน้องบอกว่ามีใครบางคนคิดรังแกเธออยู่หรอ? ถ้าอย่างนั้น...พวกเรารุ่นพี่จะปล่อยไปก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”

            

เหมือนกับทุกครั้ง ซูหยวนและพวกทหารพิเศษต่างเข้าใจกันโดยง่าย ไม่จำเป็นต้องพูดมากนัก พวกเขาก็พร้อมที่จะลงดาบให้เธอ ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งแล้ว...

 

………………………………………….