LNCrawler

บทที่ 289 แพะรับบาป (อ่านฟรี 21 ธ.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 289 แพะรับบาป (อ่านฟรี 21 ธ.ค. 68)

บทที่ 289 แพะรับบาป

 

“เป็นยังไงบ้าง พวกคุณเจออะไรไหม” 

 

ผู้นำตระกูลเซิ่นต้อนรับทหารพิเศษทั้งสองอย่างดี พวกเขาทุกคนรู้ว่าทหารพิเศษเหล่านี้ได้รับสิทธิพิเศษมากมายจากกองทัพขนาดไหน ถ้าแม้แต่ผู้นำกองทัพก็ยังเกรงใจ เช่นนั้นพวกเขาที่เป็นผู้นำตระกูลหนึ่งๆจะกล้าอวดดีได้อย่างไร 

 

นอกจากนี้...ตัวเองก็กำลังพึ่งพาความสามารถของอีกฝ่ายอยู่ หากทำตัวโอ้อวดต่อหน้าพวกเขาแล้วเกิดไม่อยากช่วยเหลือขึ้นมา คนเลวที่กล้าลงมือกับแปลงเพาะปลูกของตระกูลเซิ่นย่อมต้องลอยนวลไปแน่ ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาเองก็จนปัญญา อย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเชิญพวกตัวปัญหาเหล่านี้มาตั้งแต่แรกไปแล้ว

 

“อืม แน่นอนว่าต้องเจออยู่แล้ว” คนยักไหล่ ท่าทางเหมือนไม่ค่อยสนใจนั้นทำให้ผู้นำตระกูลต้องลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเพื่อข่มความโกรธของตนเอง กลัวว่าจะเผลอหลุดคำพูดไม่ดีออกมาแล้วทำให้หัวกระเด็นหลุดจากคอ

            

ซึ่งนอกจากผู้นำตระกูลที่สะกดกลั้นอารมณ์โกรธของตนเองแล้ว คนที่กำลังสะกดอารมณ์นอกจากเขาก็ยังมีอีกคน นั่นก็คือ “เซิ่นเจ๋อ” นั่นเอง

            

ทันทีที่รู้ว่าเรื่องนี้ส่งต่อให้ทหารพิเศษมาช่วยจัดการ ด้วยชื่อเสียงของทหารพิเศษเหล่านั้น เซิ่นเจ๋ออดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวจริงๆ หากพวกเขาลงมือแล้ว...ไม่ว่าจะเป็นภารกิจไหนก็ล้วนสำเร็จทั้งสิ้น

            

ไอ้การทำภารกิจสำเร็จนั้นเขาไม่คิดมากอะไร หากจับตัวคนร้ายจริงๆได้ก็ถือว่าช่วยเหลือตระกูลและช่วยเหลือเขาด้วย แต่ถ้าการตรวจสอบของพวกเขาเจอแค่ร่องรอยในการประมูลครั้งนั้น...ไม่ใช่ว่าตัวเองหรือที่จะต้องรับเคราะห์กรรมนี้

            

ราวกับได้ยินเสียงในใจของเซิ่นเจ๋อ ดวงตาของทหารพิเศษคนหนึ่งก็จับจ้องมายังเขา ทำคนสะดุ้งโหยงด้วยความหวาดกลัว

 

“พวกฉันเจอร่องรอยจริงๆ แต่ร่องรอยนี้กลับมาหยุดอยู่ที่คนของตระกูลเซิ่น จากนั้นก็หาความเชื่อมโยงอื่นไม่ได้อีก”

 

“คนตระกูลเซิ่น? ฮึ่ม แน่นอนว่าต้องเป็นคนตระกูลเซิ่นแน่ เนื่องจากแปลงเพาะปลูกระดับสูงของพวกเราก็ล้วนแต่ถูกป้องกันเอาไว้อย่างดี ต่อให้มีคนคิดจะเข้ามาทำร้ายก็ยังต้องผ่านชั้นการป้องกันไว้หรืออย่างน้อยก็ต้องตรวจสอบเจอ คงไม่มีทางที่แมลงกัดกินพวกนั้นจะบินตรงเข้ามาอยู่แล้วใช่ไหม? พวกคุณโปรดบอกมาเถอะว่าคนที่เกี่ยวข้องนั้นเป็นใคร ยิ่งเป็นคนในตระกูล...ฉันก็ยิ่งเก็บเอาไว้ไม่ได้!”

            

ผู้นำตระกูลได้ยินก็โกรธจัด เขาแค่นหัวเราะออกมาก่อนจะพูดด้วยท่าทางอาฆาตแค้น เซิ่นเจ๋อลอบกลืนน้ำลาย ดูเหมือนสิ่งที่เขาคิดนั้นจะเป็นจริงเสียแล้ว

 

“เช่นนั้นคงต้องถามคุณชายท่านนี้ คุณชายเซิ่นเจ๋อ...ไม่ทราบว่าแมลงกัดกินของท่านที่ประมูลมา พวกเราขอดูได้หรือไม่” 

            

ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา เซิ่นเจ๋อก็ตัวสั่นเทา ปรากฏว่าเรื่องมันมาถึงเขาแล้วจริงๆ อีกทั้งสายตาทุกคู่ของคนในตระกูลก็จับจ้องมาที่เขาอีกด้วย แม้แต่บิดาของเขาเอง...เวลานี้ก็มองเขาเหมือนสิ่งปฏิกูลที่น่ารังเกียจ เห็นได้ชัดว่าคงจะไม่ช่วยเหลือเขาอีกต่อไปแล้ว

 

“เรื่องนี้...เรื่องนี้....” เซิ่นเจ๋อกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แม้เขาจะเตรียมคำพูดมากมายเอาไว้แล้ว แต่หลังจากที่ถูกกดดันขนาดนี้ เสียงของเขาก็แหบพร่า พูดออกมาตะกุกตะกักเหลือเกิน

            

เพี๊ยะ!!

 

“เรื่องนี้อะไร! พูดความจริงทั้งหมดมาเดี๋ยวนี้ไอ้ลูกบัดซบ! อย่าบอกนะว่าแท้จริงแล้วแกเป็นคนลงมือกับตระกูลน่ะ! จำเอาไว้เลยนะ ถ้าเป็นแกที่ลงมือจริงๆ บิดาคนนี้จะเป็นคนฆ่าแกให้ตายคามือเอง!!”

            

เพื่อรักษาสถานภาพของตนเองเอาไว้ บิดาของเซิ่นเจ๋อไม่ลังเลเลยที่จะพุ่งตัวออกไปตบหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวน สำหรับเขา...ลูกชายลูกสาวมีมากมาย หรือจะมีอีกสักสิบคนก็ยังได้ ในฐานะคนที่ร่ำรวยมีเงินทอง คิดว่ายังขาดสตรีให้กำเนิดบุตรอีกหรือ? 

            

ถ้าเขาออกตัวเพื่อปกป้องลูกชายสารเลวที่โง่เขลานี้ ไม่ใช่มันจะตายเพียงลำพัง แต่คงจะลากเขาไปตายด้วย!

            

เวลานี้ ลูกสาวที่เขาคาดหวังก็ทำให้เสียใจไปแล้วหนึ่งครั้ง สุดท้ายหันกลับมาหวังพึ่งพาลูกชาย มันก็ดันทำให้เสียเรื่องอีก ดูเหมือนว่านี่คงจะเป็นความผิดของแม่มันแล้ว! สตรีโง่เขลาที่เลี้ยงบุตรโง่เขลา วันนี้เขาจะต้องกลับไปสั่งสอนนังสารเลวนั่นแน่นอน!

            

โดยที่ไม่เคยโทษว่านี่เป็นความผิดของบิดาเช่นตัวเอง ความโลภความเห็นแก่ตัวของเขาส่งต่อไปยังบุตรชายเต็มเปี่ยม ไม่น่าแปลกใจเลยที่ลูกๆของเขาจะมีนิสัยเช่นนี้...

            

เซิ่นเจ๋อรีบละล่ำละลักแก้ตัว เขาไม่ต้องการยอมตายทั้งอย่างนี้

 

“พ่อ เรื่องนี้ที่ผมพูดไม่ถนัดเพราะเรื่องการประมูลในโรงประมูลเสวี่ยนั้นเป็นผมที่ซื้อแมลงกัดกินมาจริงๆ”

 

“แก!”

 

“พ่อฟังก่อนครับ แม้ว่าผมจะเป็นคนประมูลมา แต่แท้จริงแล้วผมก็ประมูลมาเพื่อคนอื่น” เซิ่นเจ๋อคุกเข่า แสร้งทำเป็นรู้สึกผิดอย่างหนัก ถึงอย่างนั้นคำพูดของเขากลับทำให้คนฟังขมวดคิ้ว

 

“หมายความว่ายังไง แกประมูลแมลงกัดกินมาให้คนอื่น? แล้วคนอื่นที่ว่านี้คือใคร!”

 

“เป็นน้องสาว...เป็นน้องเซิ่นหนิงครับ” 

            

คนที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ สุดท้ายกลับถูกโยนของเสียใส่หัวเสียแล้ว เซิ่นหนิงนั้นยังไม่รู้ว่าตอนนี้โทษตายกำลังตกอยู่บนหัวของตัวเอง เธอที่กำลังนั่งบ่นกับคนรับใช้เกี่ยวกับความไร้ประโยชน์ของพี่ชาย จู่ๆก็ถูกคนของผู้นำตระกูลเรียกไปพบเสียอย่างนั้น

 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ไม่ใช่ว่าผู้นำตระกูลกำลังยุ่งอยู่กับปัญหาแปลงเพาะปลูกที่เสียหายหรือไง ทำไมต้องเรียกฉันด้วย” เซิ่นหนิงรู้สึกได้ถึงความผิดปกตินี้เหมือนกัน 

            

ผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสหลายวันนี้ยุ่งอยู่กับการจัดการปัญหา ทั้งครอบครัวตระกูลเซิ่นเข้าไปที่แปลงเพาะปลูกทั้งหมด เหลือก็แค่เธอที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าไปเท่านั้น ดังนั้นแล้ว...ทำไมในสถานการณ์แบบนี้จึงต้องการเธอ ต่อให้เรียกเธอไป...เซิ่นหนิงจะช่วยอะไรได้

            

ชั่วขณะหนึ่ง เธอพลันคิดถึงพี่ชายสารเลวที่กล้าหลอกเพื่อนของตัวเอง แม้แต่ตอนนี้ก็ยังตามล่าหัวของเขาไม่เลิกรา หรือว่า...เธอเองก็กำลังเป็นเหยื่อของเขาด้วยเช่นกัน?

            

สองพี่น้องช่างรู้ไส้รู้พุงกันดีเหลือเกิน ทันทีที่เซิ่นหนิงมาถึงก็ได้พบว่าที่นี่มีผู้คนมากมายรออยู่ก่อนแล้ว พี่ชายเซิ่นเจ๋อยังคุกเข่านิ่งอยู่อย่างนั้น ในขณะเดียวกัน...ทุกสายตาก็มองเธอราวกับกำลังรอความจริงอะไรบางอย่างอยู่

 

“มาแล้วหรือนังตัวดี”

 

“พ่อคะ นี่มันเรื่องอะไร...”

            

เพี๊ยะ!!

            

ไม่ปล่อยให้เซิ่นหนิงพูดจนจบ ชายวัยกลางคนก็ฟาดใบหน้างดงามเต็มแรงจนขึ้นรอยสีแดงเลือด เซิ่นหนิงที่เพิ่งมายังไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น เธออ้าปากค้างด้วยความตกใจ กระทั่งตอนที่เธอถูกองค์กรตัดสินลงโทษ พ่อของเธอก็ยังไม่ลงไม้ลงมือเช่นนี้เลย แล้วนี่...ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกันเน่

 

“สารภาพความจริงทั้งหมดมา ที่จริงแล้วแกเอาแมลงกัดกินพวกนั้นไปทำอะไรกันแน่ แกกำลังใช้แมลงกัดกินนั้นแก้แค้นคนอื่นใช่ไหม!!” เสียงตวาดของบิดาทำให้เซิ่นหนิงมึนงงไปหมด สมองรีบประมวลผลว่าแท้จริงแล้วทุกคนกำลังพูดถึงเรื่องอะไร

            

โชคดีที่เธอไม่โง่งมเกินไป ไม่อย่างนั้นยังไม่ทันได้พูดอะไรก็น่าจะถูกพ่อตัวเองทุบตีจนตายเพื่อสังเวยแทนพี่ชายไปแล้ว เซิ่นหนิงรีบขยับตัวหลบ วิ่งไปด้านหลังของทหารพิเศษที่ถูกเชิญมา ไม่ว่ายังไง...เธอก็ไม่ต้องการจะเป็นแพะรับบาปของเรื่องนี้!

 

“ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย อีกอย่าง...ฉันมีบทลงโทษจากองค์กรไม่ให้เข้าแปลงเพาะปลูกอยู่ จะใช้แมลงกัดกินได้ยังไงคะ แล้วก็...ฉันไม่ได้มีความโกรธแค้นอะไรกับตระกูล ย่อมไม่ส่งแมลงกัดกินไปที่ตระกูลแน่”

 

“เหอะ! พี่ชายแกสารภาพทั้งหมดแล้ว ก่อนหน้านี้แกมีปัญหากับเด็กตระกูลอันคนนั้นใช่ไหม? แปลงเพาะปลูกของมันที่ถูกทำลายก็เป็นฝีมือของเธอ หลังจากนั้น...เมื่อแมลงกัดกินพวกนั้นกินจนพอใจแล้วสามารถวางไข่ได้ แกก็เอากลับมาเล่นงานตระกูลต่อ เพราะแกโกรธที่ตระกูลต้องการทอดทิ้งแกใช่ไหม”

            

คำพูดพวกนี้เป็นเซิ่นเจ๋อที่พยายามแก้ต่างให้ตัวเอง แม้แต่เหตุผลมั่วๆพวกนี้เขาก็พูดขึ้นมาได้ ทว่า...เพราะมีเวลาเตรียมพร้อม เขาจึงหาคำพูดที่สมเหตุสมผลได้ ในขณะที่เซิ่นหนิงไม่สามารถแก้ตัวอะไรได้เลย

            

ใช่! ทุกคนรู้ว่าเธอมีปัญหากับเกษตรกรอัน ผู้หญิงสารเลวคนนั้นจนอยากจะฆ่าให้ตาย ในขณะเดียวกัน...ทุกคนก็ได้ยินเธอสาปแช่งตระกูลอยู่เสมอ หลังจากที่พวกเขาตัดสินใจทอดทิ้งเธอ ไม่แม้แต่จะมอบทรัพยากรดีๆให้ฝึกฝน คนรับใช้มากมายทั้งของครอบครัวเธอและครอบครัวอื่นก็ได้ยินทั้งนั้น ต่อให้อยากจะแก้ต่างก็ฟังไม่ขึ้นแล้ว

 

“แม้ว่าฉันจะโกรธแค้นจริงๆ แต่ฉันก็ตั้งใจจะรอสิบปีข้างหน้าเพื่อลงมือด้วยตัวเอง เรื่องนี้เป็นความตั้งใจของฉันจริงๆ ฉันไม่มีทางใช้วิธีสกปรกอย่างแมลงกัดกินแน่”

 

“จะเป็นเช่นนั้นหรือ?”

 

“พ่อ! พ่อต้องเชื่อฉันนะคะ ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นจริงๆ อีกอย่าง...เรื่องนี้เป็นความคิดของพี่ชาย การประมูลก็เป็นพี่ชายที่ลงมือ ทำไมแค่พี่ชายพูดไม่กี่คำ ไม่ต้องมีหลักฐานอะไร พ่อก็บอกว่าฉันผิดแล้วล่ะคะ”

 

“หลักฐานหรอ? แกต้องการหลักฐานใช่ไหม!”

            

ชายวัยกลางคนอยากจะตีลูกสาวของตัวเองให้ตายเสียตั้งแต่ตอนนี้ ถือว่าแผนการของบุตรชายค่อนข้างดีจริงๆ เดิมทีเขาตัดสินใจละทิ้งลูกชายคนนี้ไปด้วยแล้ว คิดไม่ถึงว่าไม่จำเป็นต้องเสียสละคนเพิ่ม แค่เด็กสาวคนเดียวที่ก่อนหน้านี้ก็ผิดพลาดไปแล้ว เช่นนั้นก็โยนให้เธอทั้งหมดเลยก็แล้วกัน

            

เขาคลี่กระดาษออกมาตรงหน้าของเซิ่นหนิง นี่ก็คือหลักฐานปลอมที่พี่ชายเตรียมมอบไว้ให้เธอแล้วเช่นกัน

 

“แล้วนี่คืออะไร!!”

            

กระดาษนี้มีตัวอักษรไม่กี่คำ ทุกคำล้วนเป็นลายมือของเซิ่นหนิง ดวงตาของเธอเบิกกว้าง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่ชายจะใช้สิ่งนี้เพื่อผูกมัดเธอ

 

“อันซูหยวน” 

            

แค่ชื่อนี้ก็สามารถแสดงให้พวกทหารเชื่อได้แล้ว มันเป็นกระดาษแผ่นเล็กที่เธอเขียนไปให้พี่ชาย เพื่อให้เขาสืบประวัติของอันซูหยวนและแก้แค้นให้เธอ เดิมทีที่เขียนชื่อนี้ไปก็เพื่อไม่ให้พี่ชายจำคนผิด ชื่ออันซูหยวนไม่ใช่ชื่อที่จะเป็นที่รู้จักกันมากนัก ตระกูลอันเป็นตระกูลแบบไหน? เกิดมาเธอก็เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ ดังนั้นจึงได้มอบมันให้พี่ชาย คิดไม่ถึงเลยว่ากระดาษแผ่นเดียวนี้...กลับมัดตัวเธอเอาไว้แล้ว

 

“เธอมีความแค้นกับเกษตรกรอันคนนี้ มอบมันให้กับพี่ชายของตัวเอง นี่ยังเป็นหลักฐานไม่ชัดเจนหรือ?”

 

“พ่อ...ฉันมีความแค้นกับเกษตรกรอันก็จริง แต่ฉันไม่ได้ทำ นอกจากนี้...ฉัน ฉันเองก็เตรียมจะแต่งงานแล้ว ฉันจะมีเวลาไปใส่ใจการแก้แค้นในช่วงนี้ได้ยังไงคะ”

            

เซิ่นหนิงเม้มริมฝีปาก ตอนนี้เธอไม่มีอะไรจะเอามาช่วยรักษาชีวิตของตัวเองได้อีกแล้ว แม้ว่าจะต้องแต่งงานกับคนน่ารังเกียจอย่างคนตระกูลเวินคนนั้น แต่เธอจะทำอะไรได้?

            

จริงอยู่ที่การแต่งงานกับคนตระกูลเวินนั้นไม่มีอะไรดี ทว่า...ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายต้องการมอบสินสอดให้ 50 ล้านเครดิตหรือ? คนไม่ขาดเงิน แต่ตระกูลเซิ่นต้องการก็คือเงิน ดังนั้น...เซิ่นหนิงจึงต้องการใช้ตัวเลือกสุดท้ายนี้ร้องขอชีวิต

 

“แต่งงาน? แต่งงานอันใด!”

 

“ฉันเตรียมตัวแต่งงานกับคุณชายเวินแล้ว เขาบอกว่าจะมอบสินสอดให้ตระกูลเซิ่น 50 ล้านเครดิต ทั้งยังรับปากว่าจะดูแลฉันให้ดี ส่วนเรื่องแมลงกัดกินนี้ก็มอบให้คุณชายเวินไปแล้วเช่นกัน ฉันอยากแก้แค้นอันซูหยวนด้วยตัวเอง ยังบอกเขาว่าให้ช่วยสนับสนุนฉันหลังจาก 10 ปีที่ฉันพ้นโทษ ดังนั้นฉันสาบานได้เลยว่าฉันไม่ได้ใช้แมลงกัดกินพวกนี้ทำลายตระกูลเซิ่น”

            

ประโยคของเด็กสาวไม่ได้น่าฟังไปมากกว่าเงินสินสอด 50 ล้านเครดิตเลย! 

            

จริงอยู่ที่ตระกูลเซิ่นนั้นไม่ได้ยากจน แต่ตอนนี้เงินทั้งหมดกลับหายไปกับแปลงเพาะปลูกแล้ว พวกเขาลงทุนไปมากมายกับแปลงเพาะปลูกเหล่านี้ คิดว่าถ้าเก็บเกี่ยวได้ก็น่าจะได้ผลตอบแทนมากพอที่จะลงทุนครั้งใหม่และสามารกินอยู่อย่างราชาได้เหมือนเดิม ทว่า...ตอนนี้ทั้งหมดนั้นหายไป จริงๆควรจะขายได้เป็นร้อยล้านเครดิต เพราะมันเป็นส่วนแบ่งที่ทุกคนในตระกูลต้องได้ เมื่อร้อยล้านเครดิตหายไปแล้ว พวกเขาก็ไม่มีเงินลงทุนอีก ยังคิดว่าอาจจะต้องไปกู้เงินด้วยซ้ำ 

            

ถึงอย่างนั้น...ด้วย 50 ล้านเครดิตนี้ มันก็น่าจะมากพอให้ตระกูลเซิ่นเช่าพื้นที่เพาะปลูกธรรมดาๆได้สักหลายร้อยแห่ง แม้จะเป็นพืชธรรมดาๆที่ให้ค่าตอบแทนน้อย ทว่า...พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

 

“พ่อคะ ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปถึงตระกูลเวินแล้วพวกเขาไม่มาขอฉันแต่งงานแล้ว ชีวิตที่ฉันคิดว่าจะอยู่อย่างเรียบง่ายก็ต้องหายไปด้วย ขอให้พ่อช่วยเมตตาสักครั้ง...”

            

คำพูดของเซิ่นหนิงไม่ต่างอะไรกับการบอกว่า...ถ้าพวกเขาไม่ยอมลงให้เธอ อย่างนั้นทุกคนก็กลับไปอยู่ในฐานะตระกูลชนชั้นกลางเสียเถอะ ชีวิตดีๆก็อย่ามีอีกเลย! 

            

แม้จะโกรธและต้องการหาคนระบายความโกรธนี้ ทว่า...โทษตายของเซิ่นหนิงก็เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว นับว่าหมากกระดานนี้..เซิ่นหนิงเอาตัวรอดได้ดีจริงๆ

 

………………………………………..