บทที่ 290 ถึงเวลาของเซิ่นหนิง (อ่านฟรี 22 ธ.ค. 68)
บทที่ 290 ถึงเวลาของเซิ่นหนิง (อ่านฟรี 22 ธ.ค. 68)
บทที่ 290 ถึงเวลาของเซิ่นหนิง
เพราะเซิ่นหนิงสามารถหาเงินให้พวกเขาได้เร็วที่สุด ดังนั้นผู้นำตระกูลเซิ่นจึงตัดสินใจเป็นคนสุดท้าย เขาโบกมือก่อนจะตวาดเสียงดัง
“ความผิดครั้งนี้ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นเธอหรือเปล่า แต่เรื่องที่ลูกหลานตระกูลจะเกี่ยวดองกับตระกูลเวินนั้นไม่อาจทำให้เสียเรื่องได้ ดังนั้นฉันจะเว้นโทษให้สักครั้ง”
“อย่างไรก็ตาม...เงินสินสอด 50 ล้านเครดิตนั้นจะต้องเอามาชดเชยให้ตระกูล และเธอ...ต้องทำสัญญาคืนเงินให้พวกเราอีก 50 ล้านด้วย มีระยะเวลาให้ 15 ปีในการใช้เงินคืน หลังจากทีเธอสามารถทำการเพาะปลูกได้อีกครั้ง จะต้องทยอยคืนเงินเหล่านั้นให้พวกเรา หรือไม่ก็ช่วยตระกูลเวินหาเงินเสีย!”
เมื่อได้ยินผู้นำตระกูลกล่าวเช่นนั้น เซิ่นหนิงก็รู้แล้วว่าความคิดของตัวเองถูกต้อง เวลานี้โทษตายยังหลีกเลี่ยงได้อยู่ แต่ชีวิตดีๆของเธอก็ได้พังลงทั้งหมดแล้ว เธอขายตัวเองให้ตระกูลเวินและผู้ชายที่น่ารังเกียจคนนั้น คืนวันดีๆของเธอคงจะน่าสะอิดสะเอียนอย่างมาก แค้นครั้งนี้เธอจะต้องเอาคืนให้ครบถ้วนแน่นอน
“ท่านทหารทั้งสอง...ภารกิจนี้ต้องขออภัยด้วย พวกเราจะแจ้งเรื่องนี้ให้กองทัพรู้ ส่วนเงินที่ต้องจ่ายก็ต้องจ่ายแน่นอนอยู่แล้ว ขอให้พวกท่านเลิกติดตามเรื่องนี้ ตระกูลเซิ่นของพวกเราจะจัดการด้วยตัวเอง”
คนเป็นผู้นำหันมาพูดกับทหารทั้งสองอย่างสุภาพ อย่างไรก็ตาม...สีหน้าของพวกเขากลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทั้งสองคนขมวดคิ้วมุ่น ท่าทางไม่ยินยอมนั้นทำให้ผู้นำตระกูลเซิ่นประหลาดใจ
“เรื่องตระกูลเซิ่นไม่เอาความก็ส่วนตระกูลเซิ่น แต่ในกระบวนการสอบสวน...พวกเราได้รับภารกิจขององค์กรเกษตรกรมาอีกหนึ่งภารกิจ พบเจอว่ามีคนที่เดือดร้อนเพราะแมลงกัดกินของตระกูลเซิ่นอีก ดังนั้น...โทษนี้ก็ยังต้องรับอยู่ดี หรือไม่...ก็ต้องชดเชยให้อย่างเหมาะสม”
“เรื่องนี้....”
“แน่นอนว่าถ้าไม่ต้องการชดเชยให้ดี เช่นนั้นก็ละเว้นโทษไม่ได้”
พลทหารพิเศษจ้องไปยังเซิ่นหนิง คนมีมูลค่า 50 ล้านเครดิตคนนี้ไม่ธรรมดาเลย อย่างไรก็ตาม...น้องสาวอันบอกพวกเขาแล้วว่าคนที่ลงมือจริงๆก็คือเซิ่นเจ๋อ วันนี้ตระกูลเซิ่นตัดสินใจปกป้องเขาแล้วโยนความผิดให้เด็กสาวเซิ่นหนิง แม้เธอจะไม่ใช่ตัวดีอะไร แต่กรรมก็ต้องชดใช้เป็นกรรมๆไป
เซิ่นหนิงได้ยินว่าได้รับผลกรรมไปแล้วหนึ่งส่วน หากในอนาคตยังต้องการวุ่นวายก็คงถูกรุ่นน้องอันจัดการไปอีกนั่นแหละ อีกอย่างก็ต้องดูว่าเธอจะมีความสามารถหลังจากนี้หรือไม่ ดูเถอะว่าวันนี้ต้องกระเสือกกระสนหนีตายอย่างไร วันข้างหน้าแต่งเข้าสกุลเวินแล้ว ชีวิตคงจะลำบากอีกไม่น้อย
ดังนั้นเซิ่นหนิงคนนี้เขาไม่วุ่นวายอีก แต่เซิ่นเจ๋อ....ผู้ชายสารเลวที่คิดรังแกน้องสาวอันของพวกเขา มันจะลอยนวลไปได้อย่างไร
ตระกูลเซิ่นอยากให้ที่พักพิงก็ต้องเสียค่าชดเชยที่พักพิงนั้นด้วย และหลังจากนี้...ค่อยเป็นเวลาของเซิ่นเจ๋อที่จะต้องรับผล พวกเขาไม่รีบร้อนที่จะลงมือ จะเฉือนคนให้เจ็บปวดจะต้องค่อยๆถือมีดเฉือนลงไปทีละเล็กทีละน้อย
“เอาอย่างนี้...ในเมื่อมีคนต้องเดือดร้อน เช่นนั้นก็ชดเชยให้ตามแปลงที่เดือดร้อนเป็นอย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ที่จะชดเชยให้ 1 ล้านเครดิต”
“แปลงเพาะปลูกที่เสียหายนั้นคือ 6 แปลง ถ้าจะชดเชยก็ต้องมากกว่านี้”
“ฮึ่ม ถ้าเป็น 6 ล้านเครดิตเหมาะสมหรือไม่” คนกัดฟันกรอด ราคาเท่านี้สูงมากจริง น้ำตาของผู้นำตระกูลแทบจะไหลลงมาอยู่แล้ว หากต้องการมากกว่านี้...เช่นนั้นพวกเขาก็ให้ไม่ได้แล้ว
พลทหารพิเศษเข้าใจสถานการณ์เช่นกัน เงิน 6 ล้านเครดิตนี้ก็มากพอแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องรีดไถไปมากกว่านี้อีก ไม่อย่างนั้นแทนที่จะได้บ้างเล็กๆน้อยๆ กลับอาจจะไม่เหลือเลยก็ได้
เมื่อตกลงกันเป็นที่น่าพอใจแล้ว พวกเขาก็กลับจากตระกูลเซิ่นแล้วเอาเงินที่ได้มามอบให้น้องสาวทันที ถึงแม้ว่าซูหยวนอยากจะตอบแทนพวกเขาที่ช่วยแก้แค้นให้ แต่ทหารพิเศษอย่างพวกเขาไม่ขาดแคลนเงินอยู่แล้ว ทั้งยังใช้ชีวิตโดยไม่พึ่งพาเงินทองมากมายด้วย อาศัยความสนุกที่ได้เล่นในแต่ละวัน ได้ทำในสิ่งที่ถนัดก็เท่านั้น
แน่นอนว่าเรื่องเงินพวกนี้ที่ต้องทวงมาก็เป็นเพราะรสนิยมของรุ่นน้องพลทหารอัน ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมา เธอต้องการเงินมากหรอกหรือ? ทั้งเรื่องการลงทุนทำแปลงเพาะปลูก เรื่องการรับจ้างกำจัดวัชพืชและอื่นๆ ดังนั้นในฐานะรุ่นพี่ก็ควรจะต้องช่วยเหลือเธอหน่อย ในอนาคตถ้ามีเรื่องดีๆ ทำงานง่ายแล้วได้เงินเยอะ พวกเขาก็จะเอามาบอกรุ่นน้องด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้จบง่ายๆ หลังจากที่พวกเขาได้รับเงินจากตระกูลเซิ่นเป็นค่าชดเชยที่กล้าปกป้องคนผิด ดังนั้นตอนนี้จึงเหลือแค่คนผิดเท่านั้นที่ยังไม่ได้รับผลกรรมใดๆ ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้รีบร้อน เพียงกระตุ้นเล็กๆน้อยๆก็สมควรให้อีกฝ่ายล่มจมได้แล้ว
ไม่ใช่ว่าความขัดแย้งของพี่น้องคู่นี้มาถึงขีดสุดแล้วหรือ? เซิ่นหนิงไม่ได้ต้องการแต่งงานกับผู้ชายน่ารังเกียจตระกูลเวินอยู่แล้ว แต่ถ้าเธอยิ่งไม่มีความสุขเมื่อได้อยู่กับพวกเขาล่ะ? นี่จะไม่ยิ่งทำให้เธอต้องการแก้แค้นมากขึ้นหรอกหรือ?
วันต่อมา จู่ๆก็มีข่าวลือที่ตระกูลเซิ่นไม่ต้องการให้เกิดขึ้นรับรู้ไปถึงตระกูลเวินแล้ว พวกเขาได้ยินว่าตระกูลเซิ่นไม่มีเงินในมืออีกจึงต้องการขายผู้หญิงของตระกูลเพื่อแลกกับเงินสินสอด 50 ล้านเครดิต แม้ว่าในฐานะตระกูลเซิ่นจะยังมีคุณค่าพอให้ลงทุน แต่ในสายตาของคุณชายเวินผู้นั้น....ภรรยาคนนี้ที่ได้แต่งมา ก็แค่เป็นคนที่เขาซื้อมาเท่านั้น
จากเดิมที่คิดว่าจะดูแลคนงามให้ดี เวลานี้กลับรู้สึกว่าเธอก็แค่ของซื้อของขาย ไม่น่าแปลกใจเลยที่วันแต่งงานของพวกเขาจะถูกจัดขึ้นอย่างส่งๆ ทำเอาเซิ่นหนิงทั้งขายหน้าทั้งเจ็บใจ
ทว่าตระกูลเซิ่นกลับไม่ได้สนใจเลยแม้แต่นิดเดียว ชีวิตของผู้หญิงที่ไร้ค่าแล้วยังขายได้ 50 ล้านเครดิต นี่ก็คุ้มค่ากับการเลี้ยงดูมาแล้ว ดังนั้นจึงเมินเฉยและไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการกระทำของตระกูลเวินอีก เป็นผลให้เธอยิ่งมีสถานการณ์ในตระกูลเวินที่เลวร้ายลงไปเรื่อยๆ
“ฮือๆ อย่า อย่าตีฉันอีกเลย!” เซิ่นหนิงที่เกิดมาก็ได้รับการดูแลอย่างดี เวลานี้กลับถูกทุบตีเป็นที่ระบายอารมณ์ของคุณชายเวินแทน ต่อให้เธอร้องไห้อย่างไร เขาก็ไม่สนใจจะรับฟัง
“ร้องสิ ร้องอีกสิ ฮ่าๆ ร้องสินังผู้หญิงไร้ราคา!! ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ที่ฉันไล่ตามเธอ เธอเอาแต่เย่อหยิ่ง มองฉันด้วยหางตาหรอกหรอ? ตอนนี้มาคุกเข่าขอร้องฉัน แล้วคิดว่าฉันจะเมตตารึไง! ฮ่าๆ ก่อนหน้านี้ไล่ตามคุณชายโอวหยางเสียจนไม่เห็นใครในสายตา ตอนนั้นคงไม่ได้คิดหรอกใช่ไหมว่าจะมีวันนี้น่ะ ฮ่าๆ”
เสียงหัวเราะเหมือนคนบ้าทำให้เซิ่นหนิงร้องไห้มากกว่าเดิม ทำไมเธอจะไม่คิดถึงชีวิตที่แสนดีของตัวเองในอดีตกันล่ะ ทั้งหมดนี้ถูกทำลายสิ้นเพราะผู้หญิงสารเลวอย่างอันซูหยวน ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้นมา คิดว่าเธอจะมีชะตากรรมที่เลวร้ายเช่นนี้หรือ?
แน่นอนว่าความแค้นนี้เธอจะต้องหาทางเอาคืนให้ได้ แต่....ยังมีอีกคนที่ผลักเธอลงสู่นรกขุมนี้
“คุณชายเวิน คุณชายเวิน...แท้จริงแล้วฉันยังมีประโยชน์อยู่นะ ขอร้องไว้ชีวิตฉันด้วย” เซิ่นหนิงคลานเข้าไปกอดเข่าของคุณชายเวิน ตั้งแต่ที่เธอตัดสินใจจะแต่งงานกับเขา นี่ก็คือไพ่เด็ดในมือของเธอแล้ว
ตระกูลเซิ่นขายเธอให้กับเขา ดังนั้นเขาจึงคิดว่าตัวเองแค่ซื้อคนไร้ค่ามาเล่นสนุกด้วยก็เท่านั้น แต่ถ้าเธอทำให้เขาสามารถได้ผลประโยชน์กลับคืนมาล่ะ อย่างนั้น...ชีวิตของเธอก็ควรจะได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้ใช่ไหม?
“ประโยชน์อะไร ไหนลองพูดมาสิ!”
“คุณชายเวิน อย่างแรกคืออีก 10 ปี ฉันก็กลับไปเพาะปลูกได้แล้ว คุณก็รู้ว่าฉันมีพรสวรรค์แค่ไหน แม้ในอนาคตจะทำการเพาะปลูกสมุนไพรหรือผักระดับสูงไม่ได้ แต่พืชทั่วไปก็ยังให้ผลกำไรที่ดีอยู่ ดังนั้นฉันยังสามารถช่วยคุณหาเงินได้”
“เหอะ! เธออย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอมีหนี้สินกับตระกูลเซิ่นอยู่เท่าไร เมื่อเธอทำการเพาะปลูกได้ก็ต้องทำงานใช้หนี้ให้พวกนั้น คิดว่าอนาคตยังจะทำประโยชน์อะไรให้ฉันได้รึไง!”
“ใจเย็นๆก่อนค่ะคุณชาย เรื่องหนี้สินที่ติดค้างไว้...ฉันย่อมมีวิธีการจัดการได้ค่ะ”
“ไหนลองพูดมาสิ” คนเชยคางอีกฝ่ายให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากัน เซิ่นหนิงเม้มริมฝีปากก่อนจะพูด
“ฉันมีความลับของเซิ่นเจ๋ออยู่ในมือ เป็นความลับที่จะทำลายเขาได้อย่างหมดจรด ดังนั้น...ถ้าเอาเรื่องนี้ไปขู่เขา จะต้องเอาเงินมาได้มากกว่า 50 ล้านเครดิตแน่”
“ความลับงั้นหรอ?”
“ใช่ค่ะ เรื่องนี้สามารถเก็บเอาไว้ข่มขู่เซิ่นเจ๋อให้มันกลายเป็นทาสของเราไปทั้งชีวิต”
“เธอมั่นใจว่าความลับนี้จะมีประโยชน์ขนาดนั้นเลย?”
“ใช่ เพราะความลับนี้...เซิ่นเจ๋อจึงยอมแก้แค้นให้ฉัน เอาใจฉันมาตลอด แต่เพราะความผิดพลาดของเขา เขาจึงขายฉันออกมา ตอนนี้ก็คงกำลังพยายามหาทางทำลายความลับที่ฉันซ่อนไว้อยู่ ถ้าเราปล่อยให้เขาเจอมันก่อน...ต่อไปก็ไม่มีไม้เด็ดอะไรอีกแล้ว”
“ฮ่าๆ ดีจริงๆ เธอสองพี่น้องนี้ดีจริงๆ”
คุณชายเวินหัวเราะร่วน เขาไม่คิดเลยว่าคนตระกูลเซิ่นจะรักใคร่กันมากขนาดนี้ คนหนึ่งขายน้องสาวตัวเอง โยนความผิดทุกอย่างให้เธอแบกรับไว้ ในขณะที่อีกคนก็มีความลับใหญ่พอที่จะทำลายกันได้ นับว่าเขากำลังได้เล่นสนุกมากขึ้นแล้ว...
เรื่องราวหลังจากนี้ไม่ต้องพูดถึงอีก พี่น้องตระกูลเซิ่นห้ำหั่นกันเพื่อให้ตกตายกันไปข้างหนึ่ง ซูหยวนแทบจะไม่ต้องลงมืออะไรเลย พวกเขาก็เต็มไปด้วยบาดแผลเสียแล้ว
ซูหยวนไม่สนใจพวกเขาอีกต่อไป เงินที่ได้รับมา 6 ล้านเครดิตนี้ก็เป็นจำนวนเงินน้อยนิดสำหรับเธอด้วยเช่นกัน แต่เพื่อปรับปรุงความเป็นอยู่ของคนงาน เธอก็ยังเอาไปลงทุนซื้อชุดป้องกันให้พวกเขาเพิ่ม ต่อไปเมื่อมาทำงานในแปลงเพาะปลูกก็ให้สวมใส่ชุดเหล่านี้เพื่อไม่ให้สารพิษเข้าร่างกายหรือออกมาจากตัวเองได้
ตอนนี้เธอยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอยู่ นั่นก็คือแปลงเพาะปลูกทั้ง 100 แปลงที่ได้รับมา จำนวน 14 แปลงยังรอการเก็บเกี่ยว อีกไม่นานก็คงจะขายได้เงินแล้ว ดังนั้นจึงต้องรีบจัดการแปลงเพาะปลูกทั้ง 86 แปลงที่เหลือให้สามารถใช้การได้พร้อมกัน
แน่นอนว่าแปลงเพาะปลูกจำนวนมากเหล่านั้นคงไม่สามารถดูแลได้ไหว ซูหยวนตั้งใจจะให้คนช่วยจัดการแค่ 50 แปลงหากพอทำได้ ส่วนที่เหลืออีก 50 แปลงนั้นปล่อยให้วัชพืชเติบโตแล้วรอวันเก็บเกี่ยวเท่านั้น ซึ่งนี่เป็นแผนการหลังจากที่เธอจัดการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกทั้งหมดแล้ว
เหมือนกับที่ทุกคนรู้ว่าการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกหลังจากถูกแมลงกัดกินทำลายไปยุ่งยากขนาดไหน ขนาดซูหยวนตรวจสอบดูด้วยตัวเอง ดินที่เคยมีความอุดมสมบูรณ์เวลานี้กลับแห้งผาก ไม่มีเศษใบไม้ใบหญ้าที่เป็นสารอินทรีย์จะให้พืชเติบโตได้เลย นับว่าเป็นการกินอาหารที่เรียกว่า “ทำลายล้าง” นั้นถูกต้องแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมีระบบฟาร์มอยู่ในมือ ซูหยวนก็ไม่คิดเช่นกันว่าจะสามารถทำอะไรกับพื้นที่นี้ได้ อย่างไรก็ตาม...แม้ว่าจะสามารถฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกพวกนี้ได้ง่ายๆ แต่ไม่สามารถเอาของจากฟาร์มทั้งหมดได้ ถ้าเธอไม่ใช้ส่วนประกอบที่มีอยู่ในโลกนี้ด้วย จะต้องถูกสงสัยแน่นอน
“หลิ่วโป ติดต่อตระกูลเจียงแล้วใช่ไหม”
“ครับเจ้านาย วันนี้เจ้าของโรงผลิตอาหารเจียงฮุ่ยจะมาพบคุณด้วยตัวเองก่อนเที่ยงของวันครับ”
“อืม เตรียมร่างสัญญาไว้แล้วใช่ไหม”
“ใช่ครับ” หลิ่วโปแม้จะต้องฝึกฝนทักษะการต่อสู้ไปด้วย แต่เขาก็ยังช่วยงานซูหยวนได้เป็นอย่างดี งานเอกสารที่เรียนรู้โดยตรงจากซูหยวน ทั้งการจัดสรรเวลาวางตารางงานและเรื่องส่วนตัวแยกกันนี้ก็ได้ซูหยวนแนะนำให้ เขาย่อมต้องกลายเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดแน่
ตอนบ่ายของวัน เจียงฮุ่ยก็มาหาอันซูหยวนที่ทำการของเธอ เนื่องจากเจียงฮุ่ยไม่ได้มีบ้านในเขตชั้นใน ดังนั้นการพบเจอที่ทำการในเขตชั้นกลางจึงสะดวกกว่ามาก
คนร่างท้วมคลี่ยิ้มธุรกิจ นานแล้วที่ไม่ได้ติดต่อกัน คิดไม่ถึงเลยว่าอันซูหยวนที่มีชื่อเสียงโด่งดังนี้จะยังจำเขาได้
“คุณอัน ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผมรับใช้หรอ” เห็นเจียงฮุ่ยพูดตาถ่อมตัวขนาดนั้น ความรู้สึกของหลิ่วโปก็บังเกิดความชื่นชมอีกฝ่ายขึ้นมาก
ทั้งๆที่เขาเป็นเจ้าของโรงผลิตสารอาหารสังเคราะห์ที่โด่งดังในเขตชั้นกลาง กลับไม่มีความเย่อหยิ่งต่อเจ้านายของเขาเลยแม้แต่น้อย กับคนเช่นนี้...คงจะต้องพูดคุยกันไม่ลำบากนัก
“พูดตามตรง คุณเจียงคงจะได้ยินมาบ้างแล้วว่าฉันได้รับแปลงเพาะปลูกมา 100 แปลง แต่พวกมันถูกแมลงกัดกินทำลายจนไม่สามารถเพาะปลูกอะไรได้”
“เรื่องนั้นย่อมต้องได้ยินอยู่แล้ว ช่วงนี้วัตถุดิบที่จะทำอาหารจำนวนมากก็เพิ่มราคาสูงขึ้นไปด้วย ส่วนใหญ่แล้วรีบเอาไปทำสารอินทรีย์เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้พวกเกษตรกร”
วงการผลิตนี้เชื่อมโยงถึงกันหมด เรื่องอะไรเกิดขึ้นก็กระทบต่อกัน ดังนั้นเจียงฮุ่ยย่อมต้องเจอปัญหาอยู่บ้าง และที่เขามาพบอันซูหยวนก็เพื่อสิ่งนี้เช่นกัน ถึงจะไม่รู้ว่าอันซูหยวนเรียกตัวเองมาช่วยงานอะไร แต่เขาก็อยากจะขอยืมแรงจากเธอเพื่อให้องค์กรนักล่าสกุลจางช่วยรวบรวมวัตถุดิบให้
………………………………………