LNCrawler

บทที่ 291 เป้าหมายของเสี่ยวหยิน (อ่านฟรี 23 ธ.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 291 เป้าหมายของเสี่ยวหยิน (อ่านฟรี 23 ธ.ค. 68)

บทที่ 291 เป้าหมายของเสี่ยวหยิน

 

“ใช่ ฉันเองก็อยากขอให้ช่วยเรื่องนี้เหมือนกัน”

 

“ช่วย?” เจียงฮุ่ยชะงักไป หญิงสาวคนนี้ต้องการให้เขาช่วยอะไร ตัวเขาผลิตสารอาหารสังเคราะห์ ไม่ได้รู้วิธีการผลิตสารอินทรีย์เพิ่มความสมบูรณ์ให้แปลงเพาะปลูกเสียหน่อย อีกอย่าง...วัตถุดิบในมือก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว ดังนั้นต่อให้อยากทำก็ไร้วิธีการ

 

“ฉันรู้ว่าคุณกำลังขาดแคลนทรัพยากรในการผลิตสารอาหารสังเคราะห์ แต่ฉันสามารถช่วยคุณเรื่องนั้นได้”

 

“โอ้....”

 

“แต่ว่า....ฉันต้องการกากของเหลือจากการผลิตสารอาหารสังเคราะห์ทั้งหมด”

 

“กากของเหลืองั้นหรอครับ” 

 

เจียงฮุ่ยประหลาดใจ จริงอยู่ที่วิธีการผลิตสารอาหารสังเคราะห์ก็คือการกลั่นเอาสารอาหารทั้งหมดไปบรรจุไว้ในเม็ดสารอาหารสังเคราะห์ ในขณะเดียวกันก็จะทิ้งส่วนที่ไร้ประโยชน์อย่างพวกสสารที่เป็นพิษ ซึ่งรวมออกไปพร้อมกับซากพืชซากสัตว์กลายพันธุ์ที่ป่นออกมาหมดแล้ว

 

“ใช่แล้ว ฉันรู้ว่าหลังการดึงเอาสารอาหารออกไป จะเหลือซากพืชซากสัตว์กลายพันธุ์ที่ถูกป่นละเอียดจากกระบวนการด้วย ดังนั้นถ้าคุณสามารถช่วยได้ ก็ช่วยเพิ่มกระบวนการในการกำจัดสารพิษออกไปจากซากพืชซากสัตว์เหล่านั้นให้หน่อย แน่นอนว่าเรื่องนี้คงจะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายไม่น้อย แต่ถ้าหักลบกลบหนี้กับซากพืชซากสัตว์กลายพันธุ์ ฉันคิดว่าคุณยังได้กำไรอยู่นะ”

 

“คุณอัน...หรือว่าคุณจะให้ซากพืชซากสัตว์กับเราฟรีๆหรือ?”

 

“ใช่ ถ้าเป็นกรณีนี้แล้ว คุณยังอยากร่วมมือกับฉันไหม”

 

“โอ้ แน่นอน แน่นอนว่านี่เป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุด แต่ว่า...บอกตามตรง ซากพืชซากสัตว์พวกนั้นไม่มีประโยชน์อะไรในการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกเลย แม้แต่โรงผลิตสารอินทรีย์ก็ยังมีกระบวนการหมักและอื่นๆอีกมาก ดังนั้น...คุณจะขาดทุนครั้งใหญ่แน่นอน มันคงจะดีกว่าถ้าคุณขายซากพืชซากสัตว์ให้กับพวกเราโดยตรง พวกนี้เปลี่ยนเป็นเงินได้ทันที”

            

อันซูหยวนเห็นเจตนาดีของอีกฝ่าย แต่การล่าสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์นั้นไม่ใช่การหารายได้ระยะยาว อีกอย่าง...ถ้าต้องทำแบบนั้นจริง ก็คงจะมีแค่เธอที่ทำได้ คนอื่นๆที่กำลังทำงานอยู่ด้วยก็จะตกงานกันทั้งหมด ซูหยวนที่ริเริ่มทำเรื่องนี้เพื่อให้พ่อแม่ของเธอหารายได้ที่แน่นอนได้ ย่อมไม่ต้องการจะเอาเงินฉาบฉวยเช่นนั้น

 

“ฉันเข้าใจ แต่นี่เป็นการศึกษาของฉันด้วย หากออกมาดี...ต่อไปฉันก็จะร่วมมือกับคุณในระยะยาวได้”

            

ใช่แล้ว ถ้าสามารถทำออกมาได้อย่างที่คิดเอาไว้ ต่อไปเธอก็สามารถใช้สิ่งนี้เพื่อขายให้กับองค์กรเกษตรกรได้อีก เรื่องนี้มีแต่ผลประโยชน์เท่านั้น

            

จากความรู้ในโลกเดิมของเธอ พืชต้องการสารสำคัญในดินอย่างเช่น ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) โดยไนโตรเจนที่เป็นธาตุอาหารสำคัญนั้นได้มาจากการสลายตัวของสารอินทรียวัตถุในดิน มันจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ให้ออกดอกและผลสมบูรณ์

            

ส่วนฟอสฟอรัสได้มาจากการหมักเศษอาหารและกระดูกป่น โดยจะช่วยให้พืชสามารถสังเคราะห์แสงได้ดี กระตุ้นการออกดอกและช่วยในการเจริญเติบโตของพืช สุดท้ายเป็นโพแทสเซียมที่ช่วยในการสร้างโปรตีนของพืช มีอยู่ในวัตถุอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์ ดังนั้นด้วยการหมักของซากพืชและซากสัตว์กลายพันธุ์นี้ ซูหยวนเชื่อว่าเธอจะทำปุ๋ยสูตรขึ้นมาได้

            

แน่นอนว่ายังมีธาตุอื่นๆอีกมากที่จะช่วยให้พืชเติบโตได้ดี ทว่าขั้นตอนแรกของการฟื้นฟูดิน ซูหยวนต้องการผสมดินกับปุ๋ยสูตรนี้เสียก่อน ซึ่งถ้าใช้แค่ซากพืชซากสัตว์กลายพันธุ์ย่อมไม่มีทางทำได้ ไม่อย่างนั้นองค์กรเกษตรกรคงจะมีวิธีจัดการไปนานแล้ว ไม่ทิ้งแปลงเพาะปลูกจำนวนมากเอาไว้เช่นนั้นหรอก ดังนั้นนอกจากซากพืชซากสัตว์แล้ว เธอยังต้องใช้สูตรโกงของตัวเองอย่างน้ำบริสุทธิ์เข้าช่วยด้วย

            

ทางเจียงฮุ่ยสังเกตสีหน้าของอันซูหยวนก็พบว่าเธอมีความมั่นใจในแผนการของตนเองมาก ยิ่งบอกว่านี่เป็นการศึกษาเพื่อที่จะร่วมมือกันในระยะยาว เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธอีก 

 

“แล้วคุณอันจะสามารถส่งทรัพยากรสำหรับผลิตให้พวกเราได้วันไหนหรือ? เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานอาหารที่พวกเราใช้ พืชและสัตว์กลายพันธุ์เหล่านั้นขอเป็นพวกที่มาจากเขต E ขึ้นไปได้หรือไม่”

            

เมื่อได้ยินข้อเรียกร้องของเจียงฮุ่ย อันซูหยวนก็ไม่คิดว่ามันจะมีปัญหาอะไร อีกอย่าง...นี่ก็เป็นการดีที่เธอจะพาเสี่ยวหยินไปพบกับครอบครัวของมันอีกครั้ง

            

ซูหยวนจำได้ว่าพวกกลุ่มอันธพาลที่เคยคิดทำร้ายพ่อของเธอก็เป็นหนึ่งในพวกที่ใช้สุนัขปีศาจในการต่อสู้ แม้ว่าสงครามของผู้มีอิทธิพลใต้ดินไม่นานนี้จะสร้างปัญหาให้พวกมันมากจนความอ่อนแอลดถอยลงไปแล้ว กระนั้น...ซูหยวนก็ไม่ได้คิดจะเมตตาพวกมันแต่อย่างใด

            

บุญคุณมีต้องทดแทน เมื่อมีความแค้นก็ต้องชำระให้เสร็จ เธอรอโอกาสนี้มาสักพักแล้ว ครั้งนี้ก็ถือโอกาสนี้เพื่อจัดการกลุ่มคนชั่วไปพร้อมๆกับหาทรัพยากรมาด้วยเลยก็แล้วกัน

 

“ถ้าอย่างนั้นอีก 7 วันข้างหน้า เตรียมพร้อมสำหรับการผลิตครั้งใหญ่ได้เลย” เธอบอกกับเจียงฮุ่ย สองคนตกลงลงชื่อในสัญญาที่หลิ่วโปเตรียมเอาไว้ให้ เด็กหนุ่มมองตามหลังเจียงฮุ่ยที่รับสัญญาไปอย่างยินดีก่อนจะหันมาหาเจ้านายของตัวเอง

 

“เจ้านาย ให้ผมไปติดต่อทางการเพื่อมอบภารกิจไหมครับ”

 

“หืม? ไม่จำเป็น” ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอรู้ว่าช่วงนี้หลิ่วโปเรียนรู้มามากจริงๆ กระทั่งคิดจะไปติดต่อทางการเพื่อเป็นคนมอบภารกิจเสียแล้ว การพัฒนานี้ค่อนข้างดี แต่เรื่องนี้เธอวางแผนไว้ว่าจะจัดการเอง

 

“แล้วเจ้านายจะทำยังไงกับที่รับปากไว้ครับ”

 

“ฉันจะไปล่าด้วยตัวเอง”

 

“เจ้านาย นั่นมันอันตรายเกินไปแล้วนะครับ ต่อให้เจ้านายจะมีฝีมือขนาดไหน แต่การเข้าพื้นที่ล่าเขต E แค่คนเดียวก็อันตรายเกินไป” หลิ่วโปรู้ว่าเจ้านายของตัวเองแข็งแกร่งมาก แต่ไม่ว่าจะแข็งแกร่งขนาดไหนก็มีขอบเขตที่ทำได้อยู่

            

การล่าในพื้นที่เขต E ทั้งๆที่เจ้านายยังเรียนไม่จบนั้นมันอันตรายเกินไป ไม่ต้องพูดถึงสัตว์กลายพันธุ์ที่เขต E เลย ยังมีพวกนักล่านักเลงอีกจำนวนมาก ถ้าพวกมันรู้ว่าเจ้านายเข้าพื้นที่ล่าคนเดียว ไม่มีทางที่จะไม่หาเรื่องเธอ

            

ตอนนี้เจ้านายของเขาเป็นที่รู้จักมาก แม้แต่คนที่ครอบครองแมลงกัดกินก็วางแผนจะทำลายเธอ เช่นนั้น...ถ้าคนพวกนั้นรู้เข้า ไม่ใช่จะตามไปที่เขต E หรือ?

 

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้ไปที่นั่นคนเดียว”

 

“ถ้าอย่างนั้น....”

 

“ไปเถอะ จัดการเรื่องเอกสารแล้วก็ช่วยดูแลแปลงเพาะปลูกช่วงที่ฉันไม่อยู่ด้วย อย่าให้เกิดปัญหากับอีก 14 แปลงที่เหลือนะ”

 

“เอ่อ เข้าใจแล้วครับ” หลิ่วโปถึงไม่อยากรับปากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อีก ตอนนี้เจ้านายพูดอย่างนั้นก็แปลว่าคงไม่เปลี่ยนใจอีกแล้ว เขาหวังแค่ว่าเจ้านายจะกลับมาอย่างปลอดภัยก็เท่านั้น ไม่อย่างนั้นชีวิตนี้ของหลิ่วโปที่ยังไม่ได้ตอบแทน คงจะตายไปอย่างไม่สงบเช่นกัน

            

อันซูหยวนไม่รอช้า เมื่อรู้ว่าต้องทำอะไรก็รีบเตรียมความพร้อมทันที เธอเข้าไปในฟาร์มของตนเองเพื่อเตรียมทรัพยากร ทั้งบอลกาวตัวหนืดหรือแม้แต่การดูว่าเจ้าพวกแมลงกัดกินทั้ง 7 พร้อมสำหรับการต่อสู้อีกครั้งหรือยัง แน่นอนว่าเธอยังต้องบอกข่าวดีนี้กับเจ้าเสี่ยวหยินด้วย 

            

เมื่อมันรู้ว่าจะถูกพาไปเขต E อีกครั้ง ดวงตาของมันก็ปรากฏประกายบางอย่างปรากฏขึ้น

            

สัตว์กลายพันธุ์อย่างมันไม่มีความผูกพันเป็นครอบครัวเหมือนกับมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เมื่อถือกำเนิดมาแล้ว หากไม่ระวังให้ดีก็อาจจะถูกพ่อของมันหรือแม่ของมันกินเป็นอาหารเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองได้ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงว่ามันจะคิดถึงครอบครัวตัวเองเลย อีกอย่าง...มันถูกจับมาทรมานนานขนาดนี้ พ่อแม่ของมันก็อาจจะถูกทำลายไปแล้วก็ได้ 

            

ที่มันกำลังคาดหวังกลับเป็นการคืนถิ่นเพื่อเอาตำแหน่ง “ราชาสุนัขปีศาจ” ต่างหาก

            

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้มันคงไม่มีความคิดอะไร เป็นสุนัขเดียวดายไม่เข้าฝูงก็ดีอยู่แล้ว ทว่า...หลังจากที่เห็นพวกราชาหนูขาวกลายพันธุ์ในฟาร์มแล้ว ความคิดของมันก็เปลี่ยนไป

            

ไม่ใช่ว่าพอกลายเป็นราชาแล้วจะมีผู้ติดตามมากมายคอยทำงานให้หรือ? แค่ชี้นิ้วสั่งก็มีคนจัดการทุกอย่างให้ แถมตัวเองก็รอทรัพยากรจำนวนมากอยู่เฉยๆได้อีก ความสบายเช่นนี้จะหาได้จากที่ไหน

            

แน่นอนว่าลึกๆแล้ว...เจ้าสุนัขปีศาจกลับวางแผนที่จะสร้างผลงานไม่ให้ต้องน้อยหน้าพวกราชาหนูขาวเหล่านั้น! ที่ผ่านมานายท่านของมันมีอะไรก็เรียกใช้แค่พวกหนูขาว แค่จำนวนมันมากหน่อยก็คิดข้ามหัวเขาแล้ว หลังจากนั้นก็ยังมีพวกแมลงกัดกินที่เข้ามาเพิ่ม แต่ได้รับความสนใจไปมากกว่าอีก ตัวมันอยู่ตามลำพัง...วันๆได้แค่กินกับนอนก็ไม่ได้ทำอะไรอีก ใช้ชีวิตเช่นนี้ดูแล้วไม่มีศักดิ์ศรีเอาเสียเลย

            

สองคนเจ้านายเตรียมตัวพร้อมในวันรุ่งขึ้น จากนั้นจึงเริ่มเดินทางกันแล้ว

            

ข่าวการไปเขตพื้นที่ล่าของอันซูหยวนรู้ไปถึงหูของประธานจางอีกครั้ง เนื่องจากเขาห้ามไม่ให้เธอเข้าพื้นที่ล่าเพื่อทำภารกิจก่อนหน้านี้ ซูหยวนจึงส่งรายงานความเคลื่อนไหวของตัวเองมาให้ตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน...เธอให้เหตุผลว่าตัวเองไม่ได้เข้าพื้นที่ล่าเพื่อทำภารกิจของกองทัพ แต่ต้องการเข้าไปเพื่อจัดการเรื่องของตัวเอง ขอให้เขาอนุญาตด้วย

           

แน่นอนว่าส่งรายงานมาขนาดนี้ หากปฏิเสธไปก็มีแต่จะทำให้ไม่ชอบใจกันเสียเปล่าๆ ดังนั้นสุดท้ายแล้วจึงต้องอนุมัติอย่างช่วยไม่ได้ นอกจากนี้....เขต E ก็ไม่สมควรจะทำอันตรายเธอได้อีก และแม้ว่าจะมีใครต้องการสร้างปัญหา ด้วยความสามารถของคนที่เขาส่งไปจะจัดการไม่ได้เชียวหรือ?

            

เจียงฮุ่ยมาส่งอันซูหยวนด้วยตัวเอง เขากระทั่งมอบสารอาหารสังเคราะห์ที่ตัวเองมีให้ไปเกือบ 30 เม็ด เพียงพอสำหรับการรอดชีวิตได้เลย ดูเหมือนความร่วมมือครั้งนี้เองก็เป็นที่คาดหวังของเขาเช่นกัน

            

เด็กสาวสะพายธนูเอาไว้ด้านหลัง ในขณะที่มือถือพลั่วประจำกาย ครั้งนี้เธอตั้งใจจะใช้วิธีการต่อสู้โดยเลือกฝึกวิชาหอกแห่งแดนดอกเหมยเป็นหลัก เนื่องจากอีกไม่กี่เดือนก็ต้องมีการทดสอบอีกครั้ง และเธอก็ตั้งเป้าว่าจะต้องผ่านมันไปให้ได้ 

 

“พลทหารพิเศษอัน”

 

“พลทหารอัน” เสียงทักทายดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชื่อเสียงของอันซูหยวนสำหรับทหารที่เขต A และ B นี้เป็นที่รู้จักมาก ทุกคนยังรู้สึกขอบคุณที่เธอช่วยจัดการปัญหาครั้งก่อนให้ อย่างไรก็ตาม...มีคนที่ชอบและมีคนที่ไม่ชอบเธอเช่นกัน นี่คงเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ซึ่งอันซูหยวนไม่ใส่ใจนัก

            

ถึงอย่างนั้น...พวกคนที่ไม่ชอบก็มักจะมองหาเรื่องมาให้เธอเสมอ ดังนั้นไม่นานข่าวที่อันซูหยวนทำเรื่องเดินทางไปเขต E จึงเป็นที่รับรู้โดยทั่วกัน ดึงดูดความสนใจของศัตรูที่จ้องเล่นงานเธอไม่น้อย

            

อันที่จริง...ถ้าหญิงสาวต้องการเดินทางไปเงียบๆก็ย่อมทำได้ อาศัยว่าตัวเองเป็นทหารพิเศษก็ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องใดๆ แต่...แบบนั้นจะสนุกได้อย่างไร เธอวางแผนมาที่นี่เพื่อล่าทรัพยากรพร้อมกับจัดการศัตรูของตัวเองไปด้วย ดังนั้นถ้าไม่บอกพวกเขาว่าเธอกำลังจะไปที่ไหน แล้วคนจะตามเธอไปถูกหรือ? เธอไม่กล้าคาดหวังกับความสามารถของพวกเขา จึงมีแต่ต้องใช้วิธีการนี้เท่านั้น 

 

“พลทหารพิเศษอันซูหยวน กำลังจะเดินทางไปเขต E จริงๆหรือ? ถ้าอย่างนั้นต้องการให้ฉันส่งทหารไปช่วยเหลือไหม”

 

“โอ้ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทำเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับกองทัพ”

 

“แต่ว่า....ที่เขต E นั้นยังมีอันตรายที่ซ่อนอีกมาก ที่สำคัญที่สุด...นั่นเป็นแหล่งของกลุ่มราชาเสือด้วย แม้แต่พวกทหารของทางการก็ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยว ถ้าเธอไปที่นั่น...เกรงว่าอาจจะกระทบกระทั่งกันได้ พวกมันเวลานี้อยู่ในช่วงฟื้นฟูตัวเอง ทรัพยากรมากมายย่อมไม่ต้องการให้คนอื่นแย่งไป”

 

“ขอบคุณหัวหน้ามากค่ะที่แนะนำ แต่ฉันไม่กลัวพวกมัน”

 

“พลทหารพิเศษอัน แม้ว่าคุณจะมีความสามารถพิเศษ แต่พวกมันก็มีวิธีการต่อสู้ที่แตกต่างจากปกติเช่นกัน พวกสุนัขทมิฬที่นั่นแทบจะเป็นเครื่องมือของมันทั้งหมด ถ้าคุณเจอสุนัขทมิฬเมื่อไร...ก็เท่ากับตกอยู่ในกับดักของพวกมันแล้ว”

            

คนพูดด้วยความเป็นห่วง เพราะครั้งก่อนเธอช่วยเหลือเขาในการจัดการปัญหาและทำให้ได้รับคำชมมาก ดังนั้นจึงต้องการช่วยเธอตอบแทนเล็กๆน้อยๆเช่นกัน

            

อันซูหยวนหัวเราะออกมา แต่เธอไม่ตอบอะไรอีก คำที่ควรพูดก็พูดไปหมดแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีเจตนาดีเธอคงไม่เสียเวลาอธิบายให้เขาฟังเช่นนี้หรอก

            

หัวหน้าทหารเหมือนจะเข้าใจความคิดนี้ จึงทำได้แค่ถอนหายใจออกมาก็เท่านั้น

 

“เอาเถอะ ในเมื่อคุณตัดสินใจแล้วก็คงต้องตามนั้น แต่อย่าลืมพกลูกแก้วขอความช่วยเหลือเอาไว้ตลอด แม้ว่ารอบๆนั้นอาจจะไม่มีคนมากนักและทำให้ความช่วยเหลือไปถึงช้า ทว่า...ถ้าคุณหนีเอาตัวรอดได้สักระยะหนึ่ง ทหารจะต้องเข้าไปถึงที่เพื่อช่วยเหลือแน่นอน”

 

………………………….