LNCrawler

บทที่ 292 ถิ่นของราชาเสือ (อ่านฟรี 24 ธ.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 292 ถิ่นของราชาเสือ (อ่านฟรี 24 ธ.ค. 68)

บทที่ 292 ถิ่นของราชาเสือ

 

เนื่องจากซูหยวนสามารถใช้เส้นทางของทหารได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องเสี่ยงอันตรายในเขตพื้นที่ล่าอื่นๆก็สามารถไปถึงเขต E ได้โดยตรง 

            

บรรยากาศของเขต E นั้นแตกต่างจากเขตอื่นจริงๆ เนื่องจากเขต E นี้จะว่าไปก็เหมือนมีเจ้าของ นักล่าทั่วไปรวมถึงนักล่าของกลุ่มอื่นๆไม่ต้องการมีปัญหากับกลุ่มราชาเสือ พวกเขาจึงหลีกเลี่ยงเขตพื้นที่ล่านี้เสียส่วนใหญ่ 

 

อีกอย่าง...เพราะมีคนสามารถจัดการพื้นที่ได้ดีอยู่แล้ว ทหารทั้งหลายจึงสามารถไม่ต้องสนใจพื้นที่นี้ได้มากนัก นี่ก็คือประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพลใหญ่ที่ทำให้ทางการยังปล่อยพวกเขาเอาไว้ได้ ไม่อย่างนั้นคงจะถูกจัดการจนสิ้นซากไปนานแล้ว

            

หญิงสาวออกจากเขตปลอดภัยของทหาร ยังไม่ทันจะเข้าไปได้ไกลก็ถูกหยุดเอาไว้ เป็นสมาชิกของกลุ่มราชาเสือที่ถือว่าตัวเองเป็นเจ้าของพื้นที่แห่งนี้ ดังนั้นจึงมีสิทธิจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใครเข้าออกได้ 

 

“หยุดก่อน เธอชื่อว่าอะไรเด็กน้อย คิดจะเข้าไปล่าในเขตของกลุ่มราชาเสืองั้นหรอ? กล้าดีนี่”

 

“ใช่ มาคนเดียวแต่ใจกล้าไม่เบาเลย เธอรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าพื้นที่นี้เป็นของพวกเราน่ะ” ชายร่างใหญ่สองคนปรากฏตัวขึ้น เพียงแค่พวกเขายืนใกล้ๆซูหยวน ก็สามารถบังร่างเล็กๆของเธอได้แล้ว

            

ใครจะเชื่อว่าเด็กสาวคนหนึ่งที่ดูไม่มีพิษสงใดๆกลับเลือกที่จะปรากฏตัวที่เขต E ขนาดทหารที่มีตำแหน่งใหญ่โตยังไม่อยากจะมาเหยียบที่นี่หากไม่มีเรื่องอะไร นับว่าเธอมีความกล้า...หรือไม่ก็ความโง่เขลาที่มากเกินบรรยายจริงๆ

 

“ขอโทษนะคะ พื้นที่ล่านี้เป็นของพวกคุณงั้นหรอ”

 

“อะไรกันสาวน้อย หรือเธอจะไม่รู้จักกลุ่มราชาเสือของพวกเรา?” สองคนมองหน้ากันเอง ปรากฏว่าเด็กคนนี้ไม่รู้เรื่องที่พวกเขาเป็นเจ้าถิ่นแห่งนี้งั้นหรอ? ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเป็นเช่นนั้น ไม่อย่างนั้นเธอจะมีความกล้านี้มาจากไหน

 

“ฮ่าๆ สาวน้อย...เธอจะไม่รู้ก็ไม่แปลก พื้นที่ล่านี้เป็นของพวกเรากลุ่มราชาเสือที่ดูแลจริงๆ ถึงอย่างนั้น...พวกเราก็ไม่ได้ปฏิเสธคนนอกขนาดนั้นหรอกนะ ขอแค่เธอจ่ายเครดิตให้พวกเราตามที่กำหนดไว้ พวกเราก็จะดูแลเธอเป็นอย่างดีในพื้นที่นี้”

 

“จ่ายเครดิตงั้นหรอ” ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น

 

“ใช่ แต่ไม่ได้จ่ายอย่างเสียเปล่าหรอกนะ นี่ถือเป็นค่าคุ้มครอง เพราะพวกเราอยู่ที่เขต E นี้ มีความชำนาญมากกว่าคนทั่วไป ตราบเท่าที่เธอใช้ลูกแก้วขอความช่วยเหลือ พวกเราก็สามารถเข้าถึงตัวได้ทันที ดังนั้น...ด้วยเงินค่าดูแลเล็กๆน้อยๆนี้ จะทำให้เธอสามารถเล่นสนุกที่เขต E ของพวกเราได้”

 

“อ๋อ เข้าใจแล้ว แต่ฉันไม่ได้มีเงินมากมายอะไร ดังนั้น...” เมื่อเห็นว่าซูหยวนพูดด้วยง่าย สองคนก็ลอบส่งสัญญาณให้กัน

            

แม้ปกติแล้วพวกเขาจะไม่ต้องการให้คนนอกเข้าพื้นที่ล่าของตน ทว่า...เด็กคนนี้ก็มาคนเดียวไม่ใช่หรอ? เธอจะมีความสามารถในการก่อความวุ่นวายอะไรได้ ก็เหมือนเหยื่อที่แค่วิ่งเล่นไปเล่นมา ถ้าเธอสามารถล่าสัตว์กลายพันธุ์ได้จริง ก่อนที่เธอจะออกจากพื้นที่เขต E ของพวกนั้นก็ต้องเป็นของพวกเขาอยู่แล้ว เงินเครดิตนี้ก็เช่นกัน

            

บอกว่าเป็นเงินที่จ่ายเพื่อคุ้มครองแล้วเธอก็เชื่องั้นหรอ? ฮ่าๆ มีเรื่องดีๆแบบนั้นที่ไหนกันล่ะ!

 

“ไม่มากๆ ในเมื่อเธอใช้ช่องทางทหารเข้ามาได้ อย่างนั้นก็คงจะเป็นทหารคนหนึ่งสินะ ถ้าอย่างนั้น...ถือว่าพวกเราช่วยคนของทางการ คิดแค่ 1,000 เครดิตก็พอแล้ว” 

            

เมื่อได้ยินราคาที่สูงขนาดนั้น ซูหยวนก็อยากหัวเราะออกมา คนพวกนี้คิดว่าเงิน 1,000 เครดิตจะสามารถได้จากเธอง่ายๆงั้นหรือ? 

            

แน่นอนว่าต้องได้!

 

“เงิน 1,000 เครดิตนี้สูงมาก ใช้เงินเดือนของฉันเกือบจะทั้งหมดแล้ว แต่...ฉันอยากมาเสี่ยงดวงดูที่นี่จริงๆ ได้ยินว่ามีสุนัขปีศาจที่แข็งแกร่ง มีทั้งความเร็วและอันตราย นอกจากนี้ก็ยังมีสัตว์และพืชกลายพันธุ์อื่นๆ มันคงดีถ้าฉันสามารถฝึกฝนได้อย่างก้าวกระโดดที่นี่”

 

“ใช่แล้วสาวน้อย ที่นี่เหมาะสมสำหรับการฝึกฝนมากทีเดียว เงิน 1,000 เครดิตจะว่าสูงก็สูง แต่สุดท้ายแล้วไม่นับเป็นอะไรเลยถ้าเธอสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของพวกเรา”

 

“อืม เข้าใจแล้ว...” ซูหยวนแสร้งลังเล แต่สุดท้ายก็ยังโอนเงินให้พวกเขา ถือว่าเป็นค่าจ้างที่ให้พวกเขายอมมาเล่นสนุกด้วย

            

เห็นหญิงสาวหลอกลวงง่ายขนาดนี้ สองคนก็หัวเราะอย่างชอบใจ คนหนึ่งเดินไปเพื่อรับเครดิตจากเธอ หลังจากนั้นก็ปล่อยให้ซูหยวนเข้าไปข้างในได้

            

พวกเขาไม่กลัวว่าเธอจะหนีไปได้หรอก พื้นที่นี้ไม่ว่าจะทางเข้าทางออกก็มีคนของกลุ่มราชาเสืออยู่เต็มไปหมด ตราบเท่าที่พวกเขาต้องการหาคน ใช้เวลาไม่นานก็เจอตัวแล้ว ถ้าหากเด็กผู้หญิงคนเดียวยังจัดการไม่ได้...เช่นนั้นชื่อของราชาเสือก็คงจะไม่ได้มาง่ายๆ

            

ตอนนั้นพวกเขาไม่ได้รู้เลยว่า ในขณะที่อันซูหยวนจ่ายเงินให้ แมลงกัดกินก็ถูกเรียกออกมาหมดแล้ว ไม่ใช่แค่ 7 ตัวที่อยู่ในฟาร์มก่อนหน้านี้ แต่ระหว่างทางยังได้รวบรวมแมลงกัดกินจากที่อื่นๆ มาพร้อมกันที่นี่

            

พื้นที่ล่านี้เป็นของกลุ่มราชาเสืองั้นหรอ? ถ้าอย่างนั้น...เธอก็อยากจะรู้ว่าหลังจากพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชและสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากนี้ถูกจัดการเกือบทั้งหมด พวกเขายังจะหาผลประโยชน์อะไรได้อีก!

            

อีกอย่าง...ไม่ใช่ว่านี่เป็นพื้นที่ของพวกเขาโดยเฉพาะหรือ? ต่อให้อยากฟ้องร้องทางการมาช่วย นี่ก็จะเป็นเงื่อนไขต่อรองที่ทางการสามารถหาผลประโยชน์ได้ด้วย ไม่อย่างนั้น...คนของทางการที่ไม่เคยมายุ่งในพื้นที่นี้ ก็มีเหตุผลมากพอที่จะไม่เข้ามาช่วยจัดการ

            

เธออยากรู้ว่ากลุ่มราชาเสือที่ได้เงิน 1,000 เครดิตไปจากเธอ จะต้องตอบแทนกี่พันล้านเครดิตให้กับเรื่องนี้!

            

แน่นอนว่าแมลงกัดกินเหล่านั้นยังไม่ได้ลงมือ เธอเพียงปล่อยให้พวกมันกระจายตัวไปรอบๆ กางอาณาเขตของตัวเองเพื่อให้สามารถลงมือได้ทันทีที่ส่งสัญญาณ พวกมันแม้จะมีความกระหายอยากมาก แต่ด้วยก่อนหน้านี้ได้กินไปเยอะแล้ว ดังนั้นยังสามารถควบคุมความอยากทำลายล้างของตนเองได้อยู่

            

เนื่องจากพื้นที่เขต E นี้ เป็นพื้นที่ของสัตว์ปีศาจจำนวนมาก สุนัขทมิฬถูกพวกกลุ่มอันธพาลตามล่าอยู่เสมอ ทำให้ไม่ค่อยเจอพวกมันมากนัก ในขณะเดียวกัน...ก็ยังมีสัตว์กลายพันธุ์อื่นๆที่น่ากลัวไม่น้อยอยู่

            

ทันทีที่ซูหยวนเข้ามาในพื้นที่ล่า เพราะมีแค่กลุ่มราชาเสือเท่านั้นที่ใช้พื้นที่นี้ ทำให้พืชและสัตว์กลายพันธุ์ยังคงมีจำนวนมากที่นี่ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ซูหยวนไม่อาจเลี่ยงการต่อสู้ได้เพียงแค่เดินเข้ามาไม่ถึง 500 เมตร ด้านหน้าของเธอก็คือ “แมงมุมเจ็ดตาทมิฬ” จำนวน 3 ตัวที่กำลังรอเหยื่ออย่างเธออยู่

 

“กร๊าซ!!”

            

เจ้าแมงมุมตัวใหญ่ที่สุดส่งเสียงคำรามออกมา เตือนให้เจ้าตัวเล็กอีก 2 ตัวรู้ว่ากำลังมีเหยื่อเข้ามาทางนี้ เห็นใยแมงมุมที่กางอยู่รอบๆ ซูหยวนก็เข้าใจได้ว่าทำไมสุนัขทมิฬจึงสามารถอาศัยที่เขต E ได้ แม้ว่าจะมีเจ้าตัวน่ากลัวพวกนี้อยู่

            

นั่นเป็นเพราะกรงเล็บที่คมกริบของพวกมัน ถ้าถูกกับดักเหล่านี้ก็ยังเพียงพอที่จะทำลายออกมาได้ เว้นแต่เมื่อไรก็ตามที่กรงเล็บของพวกมันถูกหยุดเอาไว้ได้ ดังนั้น...เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดเช่นกัน แมงมุมเจ็ดตาทมิฬจึงได้ออกล่าเหยื่อพร้อมกัน 2-3 ตัวขึ้นไป

            

นี่เป็นการพัฒนาเพื่อเอาตัวรอด ซึ่งมีทั้งฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำและฝ่ายที่สามารถกดข่มผู้อื่นได้

            

มือเล็กเอื้อมไปด้านหลังเพื่อหยิบพลั่วออกมา แม้ว่าการใช้ธนูเพื่อจัดการพวกมันอาจง่ายกว่า แต่เพื่อพัฒนาทักษะการใช้หอกแห่งแดนดอกเหมย แมงมุมเจ็ดตาทมิฬนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว

            

สายลมที่เต็มไปด้วยสารพิษพัดผ่านทำให้ใยแมงมุมขยับเล็กน้อย จังหวะนั้นเอง...ร่างของอันซูหยวนก็แทบจะหายไปจากสายตา ถ้าเป็นคนธรรมดาย่อมตามร่องรอยของเธอไม่ทัน แต่แมงมุมปีศาจนี้มีถึง 7 ตา ต่อให้มองการเคลื่อนไหวของซูหยวนไม่ได้ มันก็สามารถเห็นตำแหน่งของซูหยวนได้ในทันที

            

ฟวับ!!

            

เพื่อทดสอบความเหนียวของใยแมงมุมกับความคมของพลั่วในมือที่สามารถขุดดินได้ง่ายดายราวกับหั่นเต้าหู้ ซูหยวนเลือกที่จะแทงพลั่วเข้าไปโดยตรง ใช้มุมสามเหลี่ยมเพื่อตวัดทำลายใยแมงมุมนั้น ซึ่งเจ้าสัตว์กลายพันธุ์เองก็ไม่คาดคิดว่าพลั่วสีดำประหลาดในมือของเหยื่อ ท้ายที่สุดแล้วจะมีความคมกล้าไม่น้อยไปกว่ากรงเล็บของเจ้าสุนัขทมิฬที่เป็นคู่แค้นข้ามสายพันธุ์เลย

 

“กร๊าซ!!”

            

ขาทั้ง 8 ของแมงมุมตัวใหญ่รีบเคลื่อนไหว มันซ่อมแซมใยของตัวเองด้วยความเร็ว ซึ่งการส่งสัญญาณนี้ก็ทำให้แมงมุมตัวเล็กอีก 2 ตัวเริ่มเคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน

            

การสอดประสานงานนี้แสดงให้เห็นว่ามันเคยร่วมมือกันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว หนึ่งตัวคอยหลอกล่อ อีกสองตัวที่มีขนาดเล็กกว่าแต่ปราดเปรียวกว่ารีบเคลื่อนไหวเพื่อจัดการเหยื่อในมุมอับสายตา

            

ถ้าไม่ใช่เพราะซูหยวนมีแผนที่ตรวจสอบตำแหน่ง คงจะไม่รู้ตัวเลยว่าแมงมุมทั้งสองนั้นแยกออกเป็นสองทิศทาง ซ่อนอยู่ในพืชกลายพันธุ์อย่าง “หญ้าหางหมาจิ้งจอกดำ” อันเป็นหญ้าที่แตกกออย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีละอองจากดอกที่เป็นพิษด้วย หากสูดดมเข้าไปมากๆจะทำให้รู้สึกมึนงง เจ้าแมงมุมเจ็ดตานี้มีความฉลาด พวกมันเลือกตั้งกับดักเอาไว้ที่นี่ก็เพื่อจัดการศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างสุนัขทมิฬได้นั่นเอง

            

ฟิ้ว!!!

            

ปัง!!

            

ตอนที่ซูหยวนกำลังฝ่าใยแมงมุมด้านหน้า แมงมุมเพศผู้จากด้านหลังก็พ่นใยออกมาแล้ว เป้าหมายของมันก็คือแขนทั้งสองของเธอ หวังว่าจะจับยึดและทำลายจังหวะเคลื่อนไหวของศัตรูแล้วเปิดโอกาสให้อีกตัวเข้าจู่โจมได้

            

ซูหยวนฝึกวิชาหอกแห่งแดนดอกเหมย ใช้ความรู้สึกในการเคลื่อนไหวไปตามกระแสลม ใยแมงมุมเปรียบเสมือนดอกเหมยกลีบหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมา การเคลื่อนไหวง่ายดายแต่งดงามนี้แท้จริงก็คือการเคลื่อนไหวของขั้นต้นเท่านั้น เป็นแค่ขั้นดอกเหมยร่วงโรย นับว่าซูหยวนยังไม่ได้ลงมืออย่างแท้จริงเช่นกัน

            

เมื่อเธอใช้แรงที่พอกันปัดใยแมงมุมที่พุ่งมาจากมุมอับสายตาไปได้ แรงสะท้อนนี้ตามเส้นใยไปจนถึงร่างที่ซ่อนตัวอยู่ มันสั่นสะเทือนเล็กน้อย หากไม่ใช่เพราะรีบทิ้งใยเส้นนั้นออกจากก้น อาจจะทำให้มันกระเด็นไปไกลถึงสามเมตรได้

            

จังหวะที่เธอกำลังต่อสู้พัวพันกับแมงมุมตัวเล็กตัวหนึ่งนั้น อีกตัวที่คอยสอดประสานการโจมตีก็ยิงใยของมันออกมาเช่นกัน แต่ไม่เหมือนกับตัวก่อนหน้านี้เพราะมีประสบการณ์แล้ว มันพ่นใยแบบละทิ้งโดยสิ้นเชิง เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกสะท้อนการโจมตีกลับ เป้าหมายก็เพื่อก่อกวนการต่อสู้ของเหยื่อ แล้วถ้าโชคดีก็อาจจะจัดการเหยื่อได้ด้วยแรงยิงนั้น

            

แต่ขั้นดอกเหมยร่วงโรยนั้นไม่ได้เป็นวิชาที่จะโจมตีครั้งเดียวอยู่แล้ว เธอยังสะบัดมือของตนเองพร้อมกับพลั่วในมือ ปัดการโจมตีนั้นทิ้งได้ง่ายๆ

 

“บรู้ว!!”

            

ในใจของอันซูหยวนปรากฏเสียงร้องของเจ้าสุนัขทมิฬที่อยากออกมาต่อสู้เต็มทน เจ้านายของมันเล่นสนุกอยู่ด้านนอก กลับไม่ปล่อยมันออกมายืดเส้นยืดสายเลยสักนิด อีกอย่าง...เจ้าพวกแมงมุมเจ็ดตานี้ก็ไม่นับเป็นอะไรได้ เจ้านายของมันถ้าต้องการทำลายศัตรูก็แค่เคลื่อนไหวขั้นเด็ดขาดเท่านั้น ไม่ถือว่าเหมาะสมสำหรับการฝึกฝนเลย

            

ดังนั้น...แทนที่จะให้มันออกมาจัดการกับคู่ปรับตลอดกาล ทำไมเจ้านายจะต้องเหนื่อยแรงไปเปล่าๆด้วย

            

ซูหยวนเข้าใจถึงเสียงร้องนั้น เพราะเธออนุญาตให้มันเห็นการเคลื่อนไหวของเธอได้ เจ้าสุนัขทมิฬจึงไม่พอใจที่ตัวเองไม่ได้ออกมา แต่ว่า....แมงมุมสามตัวนี้ได้ตัดสินใจให้เป็นเหยื่อของเธอแล้ว เสี่ยวหยินอยากยืดเส้นยืดสาย...คงจะต้องเป็นครั้งหน้า

            

อีกอย่าง....ในตอนนี้เธอไม่ควรปล่อยเสี่ยวหยินออกมาจริงๆ ไม่อย่างนั้นแล้วการปรากฏตัวของสุนัขทมิฬอย่างกะทันหัน อาจจะทำให้คนของราชาเสือตกใจจนรีบให้คนมาจัดการเธอก็ได้

            

เพื่อให้ตัวเองสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้เพียงพอก่อน เธอยังไม่ได้วางแผนจะทำลายเขต E ในตอนนี้

 

“กร๊าซ!!”

            

เห็นว่ามนุษย์ตัวจ้อยกล้าเหม่อตอนต่อสู้กับตนเองเช่นนี้ แมงมุมปีศาจก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกเย้ยหยัน มันส่งเสียงคำรามพร้อมกับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีก็ปรากฏตัวต่อหน้าอันซูหยวนแล้ว เจตนาสังหารของมันส่งออกมาอย่างปิดไม่มิด ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องการฆ่าเหยื่อตรงหน้านี้ให้ได้!

            

พร้อมกันนั้น แมงมุมสองตัวด้านหลังก็พ่นใยออกมา ตั้งใจจะหยุดการเคลื่อนไหวของเธอ แล้วปล่อยให้แมงมุมตัวเมียที่ขนาดใหญ่กว่ากินซูหยวนเข้าไปโดยตรง ทว่า...การเคลื่อนไหวนี้ถูกซูหยวนคาดเดาเอาไว้ทั้งหมดแล้ว เธอคลี่ยิ้มเล็กน้อย ได้เวลาที่จะลองใช้ทักษะใหม่ที่พยายามฝึกฝนให้เชี่ยวชาญแล้ว

 

“ทักษะกิ่งเหมยสู้ฝน!!”

            

ปัง!!!

 

………………………………………