บทที่ 293 ขั้นม่านดอกเหมย (อ่านฟรี 25 ธ.ค. 68)
บทที่ 293 ขั้นม่านดอกเหมย (อ่านฟรี 25 ธ.ค. 68)
บทที่ 293 ขั้นม่านดอกเหมย
เสียงปะทะกันของแมงมุมตัวเมียและพลั่วของซูหยวนทำให้เกิดเสียงดังสนั่น ฟันที่แหลมคมและเต็มไปด้วยสารพิษของมันล้วนแต่ทำให้เหยื่อต้องสังเวยชีวิตนับไม่ถ้วนมาแล้ว หากเป็นคนอื่น...การยืนนิ่งเพื่อรับการโจมตีนี้ของมันเท่ากับเป็นการรนหาที่ตาย ทว่า...สำหรับซูหยวนแล้ว การโจมตีนี้ไม่นับเป็นอะไรได้
คนตั้งท่าป้องกันอย่างดี เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ต่อให้ถูกแมลงกัดกินก็ยังไม่ไหวเอน แมงมุมตัวจ้อยที่คิดทำลายเปลือกไม้หนาเช่นนี้ย่อมมีจุดจบที่ไม่ดี แรงสะท้อนของการป้องกันทำให้เขี้ยวขนาดใหญ่ของมันหักกระเด็น เรื่องนี้ต้องขอบคุณพลั่วที่ไม่มีวันพังของระบบด้วย ไม่อย่างนั้นแล้ว...เธอย่อมไม่สามารถใช้ทักษะนี้ได้
กิ่งเหมยสู้ฝนนั้นเป็นการใช้พลังงานของตนเองเพื่อสร้างระยะการป้องกัน แต่ยิ่งศัตรูแข็งแกร่งมาก ก็ต้องรีดเร้นพลังงานออกมามากขึ้น
ซูหยวนไม่มีปัญหาเรื่องพลังงาน เพราะเธอดูดซับพลังงานเข้าร่างกายไปมากแล้ว ตอนนี้แทบจะกลายเป็นนักล่าแนวหน้าคนหนึ่ง ทำให้เธอมีเพียงงานเพียงพอที่จะรับมือการโจมตีของแมงมุมปีศาจกว่าสิบตัวพร้อมกันก็ยังได้ ทว่า...อุปกรณ์ที่ต้องการก็มีเงื่อนไขสูงมาก มันควรเป็นอุปกรณ์ที่รองรับพลังงานมหาศาลนี้ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าเป็นอุปกรณ์ทั่วไปราคาหลักหลายสิบล้านก็ไม่น่าจะเพียงพอ โชคดีที่นี่คือพลั่วของเธอ
ด้วยความเชื่อมั่นต่อระบบ ซูหยวนโรมรันการโจมตีของตนเองต่อไปโดยไม่คิดหยุดพัก ด้วยสองทักษะที่ยอดเยี่ยมของวิชาหอกแห่งแดนดอกเหมยก็เพียงพอที่จะสามารถรับมือกับแมงมุมเจ็ดตาทมิฬได้แล้ว อย่างไรก็ตาม...เพียงสองทักษะนี้คงจะไม่สามารถจัดการกับทหารชั้นยอดในกองทัพได้
การประลองครั้งต่อไปของเธอต้องดุเดือดกว่าก่อนหน้านี้ และซูหยวนก็ต้องการเตรียมพร้อมให้ได้มากที่สุด
ขาเล็กๆของซูหยวนแยกออกห่างกันประมาณครึ่งเมตร ตั้งหลักเพื่อเตรียมใช้ทักษะขั้นต่อไปที่พยายามฝึกฝนมาหลายวัน ถ้ามันผ่านไปด้วยดี...เธอก็สามารถโจมตีได้มากขึ้น จะช่วยปิดช่องโหว่ในการโจมตีได้เป็นอย่างดี
“ทักษะขั้นที่สาม ทักษะม่านดอกเหมย!!”
พลั่วในมือขยับไปมาเหมือนกำลังร่ายรำ ตอนนั้นเองที่มันค่อยๆกลายเป็นภาพลวงตา คล้ายกับว่ามีพลั่วนับพันพุ่งออกมาเป็นเส้น ใยแมงมุมจากการโจมตีของแมงมุมขนาดเล็กสองตัวที่ลอบจัดการเธอพร้อมกันถูกสกัดกั้นไปโดยง่าย โดยที่หญิงสาวไม่จำเป็นต้องหันหน้าไปมองเลยด้วยซ้ำ
ปัง ปัง ปัง!!
เธอรับมือกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องของพวกมันด้วยการโจมตีกลับ พร้อมกันนั้นม่านดอกเหมยยังสามารถหลุดรอดออกจากการป้องกัน แปรเปลี่ยนเป็นโจมตีกลับไปได้ด้วย
ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ เพิ่งเป็นครั้งแรกที่ซูหยวนตั้งท่าโจมตีกลับ ซึ่งหมายความว่านี่เป็นการฝึกสุดท้ายของเธอแล้ว
ปัง ปัง ปัง ปัง!!
“ดูเหมือนจะยังไม่รื่นไหลพอ” หญิงสาวบ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าเธอสามารถใช้มันได้ดีพอแล้ว จะไม่จำเป็นต้องขยับเท้าของตนเองแม้เพียงนิด แต่เมื่อครู่...เนื่องจากมีมุมอับสายตาที่เธอป้องกันเอาไว้ไม่หมด จนต้องเบี่ยงตัวหลบ ถ้าไม่อย่างนั้นคงจะถูกโจมตีโดยใยแมงมุมจากด้านหลังแล้ว
“เอาล่ะ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”
เมื่อการซ้อมควรจบลง แมงมุมเจ็ดตากลายพันธุ์พวกนี้ไม่สามารถทำอะไรเธอได้อีก ซูหยวนก็ต้องการเปลี่ยนคู่ซ้อมมือตัวใหม่ เธอขยับกายอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้ทักษะเดิมอย่างม่านดอกเหมย ใช้โอกาสที่พวกมันกำลังตั้งท่าในการปล่อยใยเพื่อโจมตี เป้าหมายแรกก็คือพวกแมงมุมตัวผู้ทั้งสองที่คอยก่อกวน ในขณะที่ตัวเมียได้รับบาดเจ็บจนเขี้ยวหักไปหลายอันนั้นย่อมไม่มาใกล้ๆในเวลานี้
ดูเหมือนว่า...จุดอ่อนของเธอตอนนี้ก็คือระยะการโจมตี
วิชาหอกไม่เหมือนวิชาธนู ไม่กลัวที่ศัตรูจะเข้ามาใกล้ เพราะมีทั้งการป้องกันที่ยอดเยี่ยมและการโจมตีที่เฉียบคม อย่างไรก็ตาม...ปัญหากลับเป็นคู่ต่อสู้ที่อยู่ระยะไกลเกินไป หากไม่วิ่งเข้าใส่ก็ไม่อาจเปิดฉากโจมตีได้ กรณีนี้...ถ้ามีศัตรูที่คอยขยับหนีและเว้นระยะอยู่เสมอ การต่อสู้ย่อมต้องยืดเยื้อแน่นอน
ทั้งวิชาธนูและวิชาหอกล้วนมีจุดอ่อนจุดแข็งที่ต่างกัน ตอนนี้เธอเชี่ยวชาญพร้อมกันทั้งสองวิชา ถ้าไม่ติดปัญหาที่ว่าต้องพกอุปกรณ์ในการต่อสู้จำนวนมากไปให้พะรุงพะรัง เธอก็ไม่เห็นว่าจะเป็นปัญหาที่ตรงไหนอีก
แม้ว่าซูหยวนจะได้เปรียบเพราะเธอสามารถโยนอุปกรณ์ของตนเองเข้าไปในพื้นที่ฟาร์มได้ ทว่าเมื่อต้องต่อสู้ร่วมกับผู้อื่น เธอก็จำเป็นต้องแบกพวกมันไปด้วยตัวเองอยู่ดี
หากพลั่วของเธอเป็นอุปกรณ์เหมือนกับของคนอื่น น้ำหนักที่มากนั้นจะถ่วงการเคลื่อนไหวของเธอแน่ แต่ด้วยมันมาจากระบบ ดังนั้นสำหรับผู้เล่นแล้วจึงไม่รู้ถึงน้ำหนักของมันเลย
ในขณะที่อันซูหยวนกำลังจบการต่อสู้ที่ยืดเยื้อนี้ กลุ่มคนที่แอบซุ่มดูอยู่ก็ลอบมองหน้ากัน พวกเขาได้ข้อมูลเกี่ยวกับเด็กสาวทหารคนนี้แล้ว เดิมทียังคิดอยู่ว่าเธอมีความมั่นใจอะไรถึงได้กล้าเข้ามาพื้นที่ล่าเขต E เพียงลำพัง
ทว่า...พวกเขาดูจะเข้าใจเด็กสาวตัวน้อยที่ดูอ่อนแอคนนี้ผิดไป แท้จริงแล้วเธอกลับเป็นผู้ใช้หอกระดับสูงนี่เอง มิน่าเล่า...เธอถึงได้มีความกล้าขนาดนี้ ดูแล้วคงจะเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่สักคน ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถฝึกฝนวิชาหอกระดับสูงได้ ถ้าอย่างนั้น...มีแต่ต้องรายงานหัวหน้าเพื่อให้เขาตัดสินใจว่าจะจัดการอย่างไรแล้ว
พวกเขาส่งสัญญาณให้กัน คนหนึ่งแยกตัวออกไปเพื่อเอาข่าวไปรายงาน ปล่อยอีกคนหนึ่งเฝ้าระวังต่อไป อย่างไรก็ตาม...เขาคงไม่รู้ว่าด้านหลังของตัวเองตอนนี้กลับมีเงาแห่งความตายรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นว่าคนของกลุ่มราชาเสือหายไปคนหนึ่ง ซูหยวนก็ส่งสัญญาณทันที
องค์รักษ์หนูขาวรออยู่ก่อนแล้ว พวกมันได้สัญญาณจากนายท่านก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สองตัวพุ่งมาจากด้านหลังโดยที่ชายผู้นั้นยังไม่ทันตั้งตัว แม้เขาจะเป็นคนของกลุ่มราชาเสือที่แข็งแกร่ง แต่ด้วยความประมาทนี้จึงไม่สามารถที่จะหลบได้ทัน แถมยังไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้องออกมาด้วย
“อั่ก!!” กระทั่งตอนที่เขาตกตายก็ยังไม่เข้าใจ ทำไมเบื้องหน้าของตนจึงได้เห็นหนูขาวสองตัวที่ควรจะอยู่เขต C มาปรากฏตัวที่เขต E ของพวกเขากันล่ะ
“บรู้ว!!” เจ้าตัวโตพุ่งออกมาจากพื้นที่ว่างเปล่า แม้ว่าหนูขาวทั้งสองตัวจะตัดเส้นเสียงของมันไปแล้ว แต่ตามที่ตกลงกันไว้...คนของราชาเสือทั้งหมดจะปล่อยให้เสี่ยวหยินจัดการ ดังนั้นเจ้าคนนี้จึงเป็นเหยื่อของมัน
เมื่อออกมาจากพื้นที่ระบบแล้ว สุนัขทมิฬก็กระโดดออกไปยังชายที่นอนกระอักเลือดอยู่อย่างนั้น มันไม่จัดการสังหารทิ้งในทันที หากแต่เล่นสนุกกับพวกมันเหมือนที่เคยถูกทำร้าย ความแค้นนี้...เสี่ยวหยินสาบานว่าจะค่อยๆตอบแทนให้อย่างสาสม!!
ทางแมงมุมเจ็ดตาทมิฬก็ประหลาดใจเช่นกัน ปรากฏว่านอกจากเหยื่อตัวเล็กที่สุดท้ายพลิกกลับเป็นผู้แข็งแกร่งจนทำให้ฆ่าลูกสมุนของมันไป 2 ตัวได้แล้ว กลับยังมีสุนัขทมิฬอีกตัวปรากฏขึ้นมาด้วย
นานแล้วที่คู่ต่อสู้เช่นนี้หายไปจากธรรมชาติ ทุกครั้งที่พบเจอล้วนแต่ตกอยู่ใต้การควบคุมของมนุษย์ พวกมันดูสภาพน่าสมเพชยิ่งนัก ทว่าเจ้าหมาน้อยตัวนี้ดูแล้วไม่ใช่ถูกบังคับเลยนี่...
“กร๊าซ” แม้จะไม่ถูกกัน แต่ด้วยเป็นสัตว์กลายพันธุ์เหมือนกันจึงอดส่งเสียงหากันไม่ได้ ในแววตายังมีร่องรอยความยินดีกับเจ้าสุนัขอยู่ด้วย ซึ่งเสี่ยวหยินก็ส่งเสียงคำรามกลับมาให้
“กรรซ์”
ซูหยวนไม่รู้ว่าพวกมันสื่อสารอะไร สุดท้ายแมงมุมนั้นเป็นเหยื่อที่เธอต้องจัดการ ด้วยขนาดใหญ่ของมันย่อมต้องทำให้เธอได้ส่วนผสมของปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้นแน่ ดังนั้นมันจึงตกตายในที่สุด
ร่างแมงมุมทั้งสามถูกโยนเข้าไปในมิติ ส่วนคนของราชาเสือถูกสุนัขทมิฬที่พวกมันเคยรังแกกลืนกินลงท้องไปแล้ว ความตั้งใจของเสี่ยวหยินวันนี้ก็คือการปลดปล่อยสุนัขทมิฬทั้งหมดสู่ธรรมชาติอีกครั้ง และกินพวกสารเลวที่กล้าทำร้ายมันและฝูง เปลี่ยนให้กลายเป็นพลังงานของมันต่อไป
ตอนที่คนของราชาเสือกลับมาอีกครั้ง ก็ไม่พบว่าเพื่อนของตนเองอยู่ที่ไหนแล้ว ต่อให้ติดต่ออย่างไรก็ไม่ได้รับการตอบกลับ แน่นอนว่าเด็กสาวคนนั้นก็หายไปด้วย มีร่องรอยการต่อสู้ของแมงมุมปีศาจหลงเหลืออยู่ แต่ไร้ร่างของพวกมัน แปลว่าเด็กสาวได้จัดการแมงมุมพวกนั้นเสร็จแล้ว ซึ่งไม่น่าประหลาดใจอะไรนัก ตอนที่เขาจะไปรายงานก็พบว่าเธอควบคุมเกมการต่อสู้ได้ทั้งหมดแล้ว การจะฆ่าพวกมันก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม...ปัญหากลับเป็นเพื่อนของเขาที่หายไป
คนพยายามตามดูร่องรอยเผื่อว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้น ก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติ ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่วิ่งวนไปดูรอบๆเพื่อตามหาซูหยวนก่อนจะไล่ตามเธอต่อไป
หญิงสาวไม่ได้ซ่อนตำแหน่งของตนเอง ร่องรอยของการฆ่าคนนั้นไม่เหลืออีกเพราะการจัดการที่ยอดเยี่ยมของแมลงกัดกิน พวกมันไม่ทิ้งแม้แต่เลือดสักหยดเอาไว้ด้วยซ้ำ ทำเหมือนลบร่องรอยของคนผู้นั้นจนหมดไป
เพื่อล่าทรัพยากรที่ตั้งใจ เธอจัดการแมงมุมปีศาจไปเป็นจำนวนมาก สุนัขทมิฬได้กินศัตรูไปหนึ่งคนก็พอใจ มันยังตั้งตารอที่จะลงมืออีกครั้งอย่างใจเย็น ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการให้เจ้านายทำงานได้ราบรื่น ตอนนี้มันเพียงตัวเดียวคงจะบุกไปที่ฐานของไอ้พวกสารเลวนั่นแล้วทำลายจนย่อยยับไปแล้ว
เพราะพื้นที่ล่ารอบๆนี้มีแต่กับดักของแมงมุมปีศาจจำนวนมาก ดังนั้นจึงไม่เจอสัตว์กลายพันธุ์อื่นๆ ส่วนพืชกลายพันธุ์อย่างหญ้าหางหมาจิ้งจอกดำก็ไม่ทำอันตรายกับผู้คนโดยตรงอยู่แล้ว พวกมันอาศัยแมงมุมปีศาจเหล่านี้เพื่อกินอาหาร หลังแมงมุมปีศาจดูดเลือดจนเหยื่อแห้งเหือดทั้งหมด ซากเหล่านั้นก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้พวกมันนั่นเอง
เมื่อล่าจนเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ซูหยวนก็สามารถพักผ่อนได้เสียที เธอตั้งกระโจมและวางค่ายป้องกันเอาไว้รอบๆ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการลวงตาคนของราชาเสือ เธอก็ไม่ต้องเสียทรัพยากรพวกนี้แล้วเลือกเข้าไปนอนเล่นที่ฟาร์มได้โดยตรง ทว่า...ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเปิดเผย
ซูหยวนลากเอาซากของแมงมุมเจ็ดตาทมิฬมากองรวมกันเป็นจำนวนมาก หลังจากนี้ที่นี่จะเป็นจุดเก็บทรัพยากรของเธอในระหว่างการล่า เชื่อว่าคนของราชาเสือจะยังไม่ลงมือจนกว่าเธอจะใช้แรงงานของตนเองเพื่อพวกเขาจนพอแล้ว ถึงตอนที่เธออยากกลับออกไป ตอนนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่าย
สองฝ่ายสองความคิด ซูหยวนใช้เวลาล่าแมงมุมปีศาจพวกนี้ไป 3 วัน ตอนนี้ซากพวกกลายพันธุ์สูงจนท่วมหัวไปหลายกองแล้ว แม้แต่คนของราชาเสือก็ยังเพิ่มจำนวนติดตามเธอ พวกเขาพากันหัวเราะอย่างพอใจเมื่อเห็นทรัพยากรมากมายเช่นนี้โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยลงมือเอง
“เด็กคนนี้มีฝีมือจริงๆ คิดว่าลำพังพวกเรา 5 คน จะจัดการได้ใช่ไหม” คนหนึ่งกระซิบถามหลังเห็นการต่อสู้ของซูหยวนในช่วงเวลาที่ผ่านมา
พวกเขามาที่นี่เพื่อจัดการเธอหลังจากที่เธอล่าครบจำนวนแล้วต้องการกลับไปยังพื้นที่ปลอดภัย ทรัพยากรพวกนี้จำเป็นต้องทิ้งไว้ที่นี่ทั้งหมด แม้แต่ชีวิตของเธอด้วยเช่นกัน
เวลา 3 วันมานี้ พวกเขาได้ตรวจสอบถึงพื้นหลังของเธอแล้ว พบว่าหญิงสาวไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่โตอะไร บางทีก็เป็นแค่ผู้มีพรสวรรค์ เป็นอัจฉริยะที่น่าจับตาผู้หนึ่ง ทว่า...อัจฉริยะเช่นนี้มีมากถมเถไป ต่อให้มีคนตายไปสักคน อย่างมากก็แค่เป็นข่าวใหญ่สองสามวัน ไม่ทำให้พวกทหารตัดสินโทษของกลุ่มราชาเสือได้
ยิ่งไม่ต้องพูดว่าที่จริง หญิงสาวคนนี้ก็เลือกจะมาตายที่นี่ด้วยตัวเอง!
“ไม่ใช่ว่าเธอก็แค่มีฝีมือในการใช้หอกหรอ? ด้วยผู้โจมตีระยะไกล 2 คน และผู้ป้องกัน 1 คน รวมทั้งพวกเราที่สามารถลอบโจมตีได้อีก 2 คน ก็ยังจะจัดการเด็กคนเดียวไม่ได้เชียวหรือ?”
“นั่นน่ะสิ แกจะกลัวเกินไปแล้ว ขี้ขลาดจริงๆ”
“ฉันไม่ได้ขี้ขลาด ก็แค่ต้องการป้องกันไว้ก่อนก็เท่านั้น”
“ไร้สาระ! ถ้ากลัวก็ไสหัวกลับไปได้เลย พวกเรา 4 คนยังคิดว่าจัดการได้เลย”
“นี่พวกแก!” คนพูดรู้สึกอับอายเล็กน้อยเมื่อเห็นเพื่อนๆต่อว่าเช่นนั้น เขามองไปยังเด็กสาวที่กำลังต่อสู้กับแมงมุมด้วยความชำนาญ ผ่านไป 3 วันเธอก็จับจุดอ่อนของแมงมุมได้ทั้งหมด การเคลื่อนไหวยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ เด็กแบบนี้...ถ้ายังมีชีวิตรอดไปอีก 10 ปี คงจะสามารถไปต่อสู้ที่เขต M ได้ด้วยตัวคนเดียวแล้ว
ถึงจะน่าเสียดายที่คนมีความสามารถต้องมาตายที่นี่ แต่เด็กคนนี้ไม่ใช่ว่าต้องการมาตายด้วยตัวเองอย่างที่พวกนั้นพูดหรือ? ถ้าเธอรู้จักระวัง หาข้อมูลสักหน่อยว่าเขต E เป็นอย่างไร หลีกเลี่ยงที่นี่ก็คงจะไม่ตายอย่างน่าสมเพชแล้ว
เฮ้อ ยังถือว่านี่เป็นผลของความมั่นใจในตัวเองมากเกินไปได้หรือเปล่า...
แน่นอนว่าเมื่อคิดเช่นนี้ เขาย่อมไม่ได้รู้เลยว่าก่อนหน้านี้ก็มีคนเสียใจกับความคิดนี้ของตัวเองเหมือนกัน กล่าวหาว่าผู้อื่นจะแพ้ภัยเพราะความมั่นใจเกินไป สุดท้ายแล้วใครกันแน่ที่เจอจุดจบอันน่าอนาถก่อนก็ยังไม่แน่
………………………………………..