บทที่ 294 ราชาของสุนัขทมิฬ (อ่านฟรี 26 ธ.ค. 68)
บทที่ 294 ราชาของสุนัขทมิฬ (อ่านฟรี 26 ธ.ค. 68)
บทที่ 294 ราชาของสุนัขทมิฬ
ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเขต E จนถึงตอนนี้ ซูหยวนใช้เวลาไปแล้ว 4 วันกับอีก 3 คืน ล่าสัตว์กลายพันธุ์จำพวกแมงมุมเจ็ดตาทมิฬเพียงอย่างเดียวก็ได้มากกว่า 50 ตัวแล้ว ด้วยจำนวนเท่านี้ย่อมเพียงพอให้โรงผลิตอาหารสังเคราะห์สกุลเจียงสามารถมีผลผลิตได้เป็นจำนวนมาก เพียงพอสำหรับการขายตลอด 1 เดือนเลยด้วยซ้ำ
แมงมุมตัวหนึ่งหนักประมาณ 50 กิโลกรัมเห็นจะได้ ถ้าไม่ใช่เพราะแรงของซูหยวนมากกว่าปกติ รวมทั้งค่าพลังงานเข้าช่วย เธออาจจะลากพวกมันจากการล่ามากองรวมกันไม่ได้ด้วยซ้ำ
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ยิ่งเวลาผ่านไป คนของกลุ่มราชาเสือก็ยิ่งรู้สึกโลภมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งตอนนี้ได้ส่งหัวหน้ากลุ่มย่อยของตัวเองมาเฝ้ารอจัดการเธอแล้ว ขอเพียงเธอมีสัญญาณว่าจะกลับไปพื้นที่ปลอดภัย พวกเขาก็จะลงมือเพื่อจับเธอทันที หากซูหยวนยอมกลายเป็นทาสรับใช้ของกลุ่ม เธอก็ยังมีชีวิตรอดอย่างดีได้ แค่ไร้อิสรภาพตลอดไปก็เท่านั้น ทว่า...ถ้าเธอคิดจะต่อต้าน ก็ต้องดูว่ามีความสามารถเพียงพอหรือเปล่า
พวกเขามั่นใจมาก แน่นอนว่าซูหยวนก็มั่นใจไม่น้อยเช่นกัน เวลานี้ครบ 4 วันแล้ว เมื่อเข้าคืนที่ 4 แผนของเธอก็จะเริ่มจัดการทันที หรือก็คือ....วันนี้คือวันที่กลุ่มราชาเสืออาจจะเหลือแค่ชื่อเสียงในอดีตแล้ว ภายภาคหน้าเมื่อพวกเขาต้องเดินไปที่ไหน ยังต้องก้มหัวให้แนบดิน ไม่อย่างนั้นความอ่อนแอที่พวกเขาต้องเผชิญนี้อาจจะทำให้กลุ่มอื่นๆอยากจะรุมรังแกก็เป็นได้
หญิงสาวตรวจสอบสัตว์กลายพันธุ์ที่จัดการได้ในช่วงไม่กี่วันนี้ ทักษะหอกของเธอก็พัฒนาไปไกลมาก ตอนนี้เธอมั่นใจไม่น้อยแล้วว่าจะรับมือกับการประลองได้ อีกอย่าง...ก่อนจะถึงวันประลองจริงๆ ยังมีเวลาอีกหลายเดือน เธอยังใช้ช่วงนั้นเพื่อฝึกฝนทักษะหอกขั้นที่ 4 ได้ด้วย
ร่างเล็กๆของเธอนั่งลงด้านหน้ากระโจมที่พัก ตอนนี้ซากของแมงมุมเจ็ดตากลายพันธุ์กองท่วมหัวแล้ว หากนำไปขายก็น่าจะได้ประมาณสิบล้านถึงยี่สิบล้านเครดิต ไม่ใช่ราคาถูกๆเลย
ถ้าหากเจียงฮุ่ยรู้ว่าหญิงสาวจัดการสัตว์กลายพันธุ์มากขนาดนี้แล้วต้องการมอบให้เขาฟรีๆเพื่อแลกกับการจัดการสารพิษของพวกมันล่ะก็...เชื่อเถอะว่าคนจะต้องดีใจจนร้องไห้แน่
ถ้าประหยัดต้นทุนไปได้มากกว่าล้านเครดิต ที่เหลือก็ถูกเรียกว่ากำไรทั้งหมดเลยไม่ใช่หรือ? ตั้งแต่ที่ทำธุรกิจมา...ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งที่เขาทำกำไรได้มากที่สุดในชีวิตแล้ว
“เด็กนั่นกำลังทำอะไร” เห็นท่าทางของซูหยวน คนของกลุ่มราชาเสือที่ถูกส่งมา 9 คนก็มองหน้ากันเอง คนหนึ่งในนั้นถึงกับหลุดอุทานออกมาด้วยซ้ำ
“นั่น...ทำไมจู่ๆซากของแมงมุมพวกนั้นก็หายไปได้ล่ะ”
“เด็กนั่น...หรือว่าที่จริงแล้วเป็นปีศาจ!”
“อย่าพูดไร้สาระ มันใช้น้ำยาย่อยสลายอะไรหรือเปล่า ไม่ได้การแล้ว! ตอนนี้พวกเราจะต้องลงมือแล้ว ถ้าปล่อยให้มันย่อยสลายซากแมงมุมพวกนั้นจนหมด พวกเราก็จะไม่เหลืออะไรเลย”
“จริงด้วย แม้ว่าแกนพลังงานทั้งหมดจะทำเงินได้มาก แต่ซากพวกกลายพันธุ์เหล่านี้ก็มีราคาไม่น้อยเหมือนกัน” พวกเขาพึมพำด้วยความตกใจ ภาพเบื้องหน้าที่พวกเขาเห็นก็คือแมงมุมกลายพันธุ์ตัวแล้วตัวเล่าค่อยๆหายไป กองภูเขาขนาดย่อมหนึ่งกองหายวับไปกับตาแล้ว นี่มันค่อนข้างประหลาดจริงๆ
เดิมทีหลายคนคิดว่ามันอาจจะเป็นภาพลวงตา หรือเด็กสาวคนนั้นมีความสามารถพิเศษที่น่ากลัว แต่พอได้ยินคนพูดเกี่ยวกับน้ำยาย่อยสลาย พวกเขาก็คิดว่ามันอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้
เด็กคนนี้ไม่ใช่ว่ามาล่าเพียงลำพังหรอกหรือ? เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าไม่สามารถนำซากกลายพันธุ์พวกนี้กลับไปได้ทั้งหมดจึงไม่คิดใจดีทิ้งไว้ให้คนอื่น หรือไม่...เธอก็อาจจะต้องการซ่อนมันจากสายตาของคนอื่น เพื่อให้ไม่มีใครรู้ว่าเธอล่าสัตว์กลายพันธุ์เอาแกนพลังงานไปมากเท่าไรแล้ว
ถือว่าเป็นเด็กที่มีหัวคิด แต่...เธอคงจะไม่รู้ว่าพวกเขาเฝ้ามองมาตลอด ดังนั้นทรัพยากรที่เขต E จำนวนมากนี้ ย่อมปล่อยให้เธอขโมยเอาออกไปไม่ได้!
“ลงมือ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังขยับไปที่กองซากแมงมุมใหญ่กว่าเดิมก็ส่งสัญญาณ ถ้าเขาในฐานะคนที่รับภารกิจนี้มากลับปล่อยให้เธอทำลายซากกลายพันธุ์หลายสิบล้านทิ้งไป เช่นนั้นหัวหน้าใหญ่ก็คงจะลงโทษเขาด้วยการโยนไปเป็นอาหารของสุนัขทมิฬแล้ว
หลังได้รับสัญญาณจากหัวหน้าภารกิจ คนทั้ง 8 ก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที พวกเขาไม่สามารถปล่อยให้ของดีๆถูกทำลายไปได้ ทว่าในตอนนั้นเอง....แสงไฟที่ปกติก็ไม่สาดส่องไปรอบๆอยู่แล้วทำให้พวกเขาไม่ได้เห็นการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆของซูหยวนเลย หญิงสาวเพียงขยับมือครั้งเดียว ในป่าที่มืดมิดก็มีการเคลื่อนไหวอย่างน่าประหลาดแล้ว
เหมือนกับอารมณ์แห่งความสุขที่จู่ๆก็ปะทุขึ้นมา แมลงกัดกินจำนวนมากซึ่งซ่อนตัวรออย่างหิวกระหายอยู่ก่อนแล้วขยับตัวเป็นสัญญาณส่งต่อให้กันทันที จากนั้นพวกมันทั้งหมดก็เริ่มดูดกลืนพลังงานจากพืชและผืนดินทั้งหมด
ถึงแม้ว่ามันจะกินสัตว์กลายพันธุ์เหมือนพืชกลายพันธุ์ไม่ได้ ทว่า...สัตว์กลายพันธุ์เหล่านั้นไม่ใช่เหยื่อของราชาหนูขาวและเสี่ยวหยินหรอกหรือ?
“บรู้ว!!!” เสียงหอนที่ดังไปทั่วเขต E ทำเอาสมาชิกของกลุ่มราชาเสือประหลาดใจไปพร้อมๆกัน
นี่เป็นเสียงที่พวกเขาคุ้นหูมากๆ มันคือเสียงของสุนัขทมิฬตัวหนึ่ง ซึ่งพวกเขามั่นใจว่าตัวเองได้ตามล่าสุนัขทมิฬจนแทบจะไม่เหลือแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังมีตัวที่ดูทรงพลังเช่นนี้เหลืออยู่ในพื้นที่ป่านั้น
“หัวหน้ากลุ่ม 6 หัวหน้าใหญ่สั่งให้ท่านติดตามไปช่วยหัวหน้ากลุ่ม 4 เพื่อล่าสุนัขทมิฬตัวนั้นกลับมาให้ได้ ท่านยังสั่งให้ระวังไว้ด้วย เพราะสัมผัสได้ว่าพลังงานของสุนัขตัวนั้นไม่ธรรมดา บางทีมันอาจจะกลายพันธุ์ไปเป็นราชาสุนัขทมิฬแล้ว”
ชายร่างใหญ่ที่ไว้หนวดเคราขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำสั่งนี้ ข้างกายของเขายังมีหัวของสุนัขทมิฬกลิ้งอยู่ด้วย เลือดที่ติดกับใบมีดยังเป็นเลือดสดๆใหม่ๆ เห็นได้ชัดว่าเขาเพิ่งจะสังหารสุนัขทมิฬตัวนี้ไป
“อืม ฉันรู้แล้ว อ้อ แล้วก็จัดการซากของมันให้ด้วย สับให้เละแล้วโยนไปให้พวกสุนัขทมิฬในกรงได้กิน เมื่อฉันกลับมา...ฉันหวังว่าจะไม่มีสุนัขทมิฬหน้าโง่ตัวไหนที่กล้าต่อต้านฉันอีก”
เขาชี้มีดของตัวเองไปที่กรงขัง ในนั้นมีสุนัขทมิฬอีก 5 ตัวที่หูตั้งด้วยความโกรธ ปกติแล้วพวกมันไม่ได้อยู่กันเป็นฝูง เว้นแต่ราชาจะเรียกหา ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพวกมันไม่ได้ดีต่อกันนัก อย่างไรก็ตาม...เมื่อเห็นเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ทั้งยังมีชะตากรรมถูกจับมาเหมือนกันถูกทารุณเช่นนั้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกมันจะโกรธจัด
แต่โกรธแล้วอย่างไร? เมื่อถูกส่งมาให้ชายผู้นี้แล้ว ตัวที่รอดออกไปก็จะกลายเป็นสุนัขทมิฬที่เชื่องเหมือนกับสุนัขบ้าน นี่เป็นวิธีการสอนแบบเชือดไก่ให้ลิงดู หลังจากทำลายแล้วก็จะมอบของรางวัล ทำเช่นนี้ไม่กี่รอบ...พวกมันก็จำใจต้องเชื่องในที่สุด
“บรู้ว!” สุนัขทมิฬตัวหนึ่งในกรงขังมีดวงตาไหววูบ ความรู้สึกที่ได้ยินเสียงหอนเมื่อครู่นี้ จู่ๆก็ทำให้ขนของมันลุกชัน ไฟที่เคยมอดไหม้บัดนี้ราวกับถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง
ไม่ใช่แค่มันเท่านั้นที่รับรู้ได้ แต่สุนัขทมิฬที่มีความแข็งแกร่งในระดับสูงย่อมรู้สึกถึงกันหมด ขนาดสุนัขทมิฬที่กำลังหมอบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของคนเป็นหัวหน้ากลุ่มราชาเสือก็ยังอดไม่ได้ที่จะชะงักไป แน่นอนว่าเพราะความฉลาดของมันจากการพัฒนาและกลายพันธุ์จนเป็นราชาสุนัขทมิฬตัวปัจจุบัน มันย่อมไม่แสดงออกมามากนัก
ต่อให้ตอนนี้มีราชากำเนิดใหม่ แต่แล้วอย่างไรล่ะ? ยังไม่แน่ว่าราชาตัวใหม่จะสามารถเอาชนะพวกมนุษย์ที่โหดร้ายเหล่านี้ได้เลย ดังนั้น...แทนที่จะรีบสวามิภักดิ์ สู้รอดูสถานการณ์ก่อนไม่ดีกว่าหรือ?
ความวุ่นวายในกลุ่มราชาเสือนั้นเป็นแค่ความวุ่นวายขนาดเล็กเท่านั้น สิ่งที่ซูหยวนคาดหวังจริงๆก็คือการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่พร้อมกันที่ทำให้ทั้งสัตว์และพืชกลายพันธุ์แตกตื่น
เมื่อแมลงกัดกินเริ่มเคลื่อนไหว พืชกลายพันธุ์จำนวนมากกลายเป็นเหยื่อ แต่ก็มีหลายจำพวกที่เคลื่อนไหวได้ พวกมันล้วนแต่หาทางหนีตายจากพวกทำลายล้างที่เป็นดาวข่มของตนเองเช่นนี้
ในขณะที่หนูขาวกลายพันธุ์ฝูงใหญ่ก็กรูกันออกมาจากที่ซ่อนเช่นกัน พวกมันไล่จัดการสัตว์กลายพันธุ์เป็นหลัก ดังนั้นเสียงร้องแตกตื่นของพวกสัตว์กลายพันธุ์จึงเริ่มดังขึ้น และดังขึ้นเรื่อยๆ
สถานการณ์นี้เกิดขึ้นรอบๆตัว แน่นอนว่าคนของกลุ่มราชาเสือทั้ง 9 คนที่ล้อมซูหยวนอยู่รับรู้ถึงสถานการณ์ข้างนอก แต่พวกเขาปรากฏตัวออกมาแล้ว ไม่อาจชักมีดในมือกลับไปได้ ดังนั้นก่อนที่จะกลับไปรวมกลุ่มเพื่อสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาก็ต้องฆ่าอันซูหยวนให้สำเร็จก่อนจึงจะไปได้
“ตาย!!”
คนพุ่งออกมาจากความมืด อุปกรณ์อย่างดาวกระจายที่มีพลังงานเล็กน้อยถูกขว้างออกมาก่อน ตั้งใจจะลอบโจมตีอันซูหยวนอย่างเด็ดขาดในคราวเดียว ทว่า...นี่เป็นการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆที่ซูหยวนรู้อยู่ก่อนแล้ว เธอย่อมไม่หลงกลจนทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ
เคร้ง!
เสียงอาวุธทั้งสองปะทะกัน ดาวกระจายกระเด็นกลับไปด้านหลัง แต่ก็เข้ามือเจ้าของที่วิ่งตามออกมาอย่างพอดี นี่อยู่ในการคำนวณของพวกเขาด้วยเช่นกัน ไม่กี่วันมานี้อันซูหยวนแสดงทักษะการต่อสู้คุณภาพสูงให้พวกเขาดูแล้ว ย่อมไม่ประมาทกับเธอ
คนหนึ่งเข้าโจมตีและถอยกลับออกมา อีกคนก็พุ่งตัวเข้าไปสอดประสานการโจมตีต่อ คนหนึ่งใช้ดาบสองมือเพื่อหวังฟันเธอจากด้านหลัง เป้าหมายของเขาไม่ได้ต้องการฆ่าเธอในการโจมตีเดียว หากแต่ต้องการสร้างบาดแผลเล็กๆน้อยๆให้เธอเพื่อใช้สำหรับการระบุเป้าหมายของการโจมตีครั้งต่อไป
“โฮก!!”
เสียงคำรามของสุนัขทมิฬที่รอฟังคำสั่งอยู่ก่อนแล้วดังขึ้น มันกระโจนออกมาด้วยความเร็ว ด้านหลังเป็นผู้ใช้ดาบสองมือ ด้านหน้าก็คือผู้ควบคุมสุนัขทมิฬ ไม่ว่าเธอจะรับมือจากฝั่งไหน แต่อีกฝั่งย่อมต้องถูกโจมตีแน่นอน
“มาเร็วเข้า”
ตอนนั้น ซูหยวนกลับไม่ประหม่าเลยแม้แต่น้อย ท่าทางที่มั่นใจของเธอ ชั่วครู่ทำให้หัวหน้าภารกิจนี้หวาดกลัวอย่างน่าประหลาด แต่น่าเสียดายที่สัญชาตญาณของเขาทำงานช้าเกินไป กว่าจะรู้ว่าซูหยวนเป็นคนที่ยุ่งด้วยไม่ได้ก็สายเกินไปแล้ว
“บรู้ว!!”
เสียงหอนของสุนัขทมิฬเสี่ยวหยินดังขึ้นอย่างกะทันหัน ร่างสีดำขนาดใหญ่ของมันปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางแสงสะท้อนจางๆในม่านราตรี เพียงแค่การเคลื่อนไหวนี้ก็ทำให้ร่างของสุนัขทมิฬที่ถูกควบคุมชะงักไป ดวงตาของมันสั่นไหวอย่างประหลาด มองเจ้าของเงานั้นสลับกับอันซูหยวน สุดท้ายกลับมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเกิดขึ้นแทน
“บรู้ว!!”
สองเท้าของมันกระโจนไปข้างหน้า ไม่ใช่ทิศทางของอันซูหยวน หากแต่เป็นทิศทางของสุนัขทมิฬเสี่ยวหยินแทน ผู้ควบคุมตกใจอยู่บ้าง ทว่าเขาเคยชินกับการทรยศเช่นนี้แล้ว ดังนั้นจึงพยายามหยิบผงยาชนิดหนึ่งออกมา นี่เป็นยาพิษที่พวกเขาใช้เพื่อทรมานสุนัขทมิฬให้ยอมรับเจ้านาย เมื่อไรก็ตามที่พวกมันคิดต่อต้าน ก็จะต้องเจอกับความทรมานนี้
หากยังไม่ยอมสงบ พวกมันจะไม่ได้รับยาแก้พิษ ซึ่งสุดท้ายแล้วความทรมานนั้นจะทำให้พวกมันทนไม่ไหวเอง ประสิทธิภาพของยานี้ได้รับการพิสูจน์มาเป็นเวลานานแล้ว ย่อมมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
“ถ้ายังไม่หยุดฉันจะใช้ยาพิษกับแกแน่!”
“บรู้ว!!”
หากเป็นปกติ สุนัขทมิฬจะต้องหยุดเท้าของตัวเองแล้วเปลี่ยนมาฟังคำสั่งแล้ว มันรู้ดีว่าความทรมานจากยาอันตรายนี้เป็นเช่นไร ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนกัน! แทนที่มันจะหยุด กลับยิ่งเพิ่มความเร็วมากขึ้นกว่าเดิม พริบตาเดียวก็มาถึงตัวของเสี่ยวหยินแล้ว
สองเท้าของมันย่อลงไป หัวก้มลงแสดงความเคารพ ในขณะที่ดวงตายังเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกของความหวัง เสี่ยวหยินไม่รอช้า รีบช่วยเหลือสุนัขทมิฬตัวนั้น ทว่ามือของผู้ควบคุมสัตว์เร็วกว่า โยนยาออกไปเพื่อหวังทรมานพวกมันทั้งสองไปพร้อมๆกัน อย่างไรนี่ก็เป็นอาวุธเดียวที่เขาเชื่อว่าจะช่วยให้เอาตัวรอดในเงื้อมือของพวกสุนัขทมิฬได้ น่าเสียดายที่ความคิดในครั้งนี้ของพวกเขาผิดไป
“รับนี่ไป” ช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ซูหยวนใช้เวลาไปอย่างคุ้มค่ามาก กระทั่งการทดลองวิธีการกำจัดพิษอย่างสารพิษพวกนี้ก็ได้ทำแล้ว
ทำไมต้องเป็น 4 วัน นี่แหละคือคำตอบ
เพื่อให้ราชาหนูขาวตรวจสอบว่ากลุ่มราชาเสือใช้อะไรในการควบคุมสุนัขทมิฬ แล้วก็ดูว่าน้ำบริสุทธิ์จะช่วยแก้พิษได้ไหม ทั้งยังทดสอบและลองใช้งานมาแล้ว ดังนั้นนอกจากซูหยวน เสี่ยวหยิน พวกหนูขาว ก็ยังมีสุนัขทมิฬตัวหนึ่งในฐานของราชาเสือที่รู้เรื่อง
ตัวมันได้รับยาแก้พิษนี้ ทั้งยังรู้ว่าอีกไม่นาน...ความหวังของเผ่าพันธุ์จะกลับมา ดังนั้นมันจึงทนรอมาตลอด ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงแล้ว...
………………………