LNCrawler

บทที่ 295 ความแค้นของหัวหน้าเฟิน (อ่านฟรี 27 ธ.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 295 ความแค้นของหัวหน้าเฟิน (อ่านฟรี 27 ธ.ค. 68)

บทที่ 295 ความแค้นของหัวหน้าเฟิน

 

“นั่นมันอะไร!!” ชายผู้ที่มีความมั่นใจมากว่ายาพิษที่จะทรมานพวกสุนัขทมิฬนี้ย่อมต้องทำให้พวกมันไม่กล้าต่อต้านอีกกลับอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อเลยว่ายังไม่ทันที่ยาพิษของเขาจะออกฤทธิ์ กลับเห็นพวกสุนัขทมิฬกลืนขวดแก้วเล็กๆลงคอไปทั้งอย่างนั้น แถมยังไม่มีอาการทุรนทุรานเหมือนที่ตัวเองคาดหวังอีก

 

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่รีบควบคุมพวกมันเสียที นังเด็กสารเลวนี่แข็งแกร่งเกินไป!” คนที่อยู่ไกลไม่เห็นภาพทั้งหมด ทว่าตัวเขายังได้ยินเสียงของสุนัขทมิฬที่ขู่คำรามไม่หยุด เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? ไม่ใช่ว่าตอนนี้สุนัขทมิฬทั้งสองตัวควรจะถูกควบคุมแล้วหันมาโจมตีเด็กสาวหรอกหรือ?

 

“ไม่ได้ มีปัญหาแล้ว!”

 

“อะไร? มีปัญหาอะไร!” เมื่อได้ยินการตอบกลับของพวกพ้องที่อยู่ไกลออกไป สีหน้าของคนเป็นผู้นำภารกิจก็เปลี่ยนเป็นไม่ดี

 

​พวกเขาวางแผนกันเอาไว้รัดกุมแล้ว แม้ว่าตอนนี้จะมีสุนัขทมิฬอีกตัวปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน แต่ก็ไม่ควรจะเกิดปัญหาอะไรไม่ใช่หรือ? ไม่ใช่ว่ายาของพวกเขามีผลดีจนทำให้สุนัขทมิฬยอมจำนนมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วหรือไง แล้วทำไมจึงเกิดเรื่องขึ้นตอนที่เจอคู่ต่อสู้ร้ายกาจนี้ด้วย

 

“พวกมันไม่ได้รับผลกระทบของยาเลย พวกมัน...” ยังไม่ทันได้พูดจบ จู่ๆเสียงของเขาก็หายไปทั้งอย่างนั้น เป็นสัญญาณให้คนทั้ง 8 ที่เหลือชะงักไป รู้แล้วว่าผลลัพธ์ทางนั้นคงไม่ดีนัก

 

​แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เสี่ยวหยินส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่ไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมกันมาก่อน แต่ความแค้นที่มีร่วมกันนี้ ย่อมทำให้การสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่น

 

“บรู้ว!!” หลังจากกลืนร่างทั้งร่างของคนสารเลวลงไปรวดเดียว มันก็ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความพอใจ ความแค้นที่สะสมมานานนี้...วันนี้กลับได้เอาคืนแล้ว

 

“บรู้ว!” เสี่ยวหยินร้องเตือน ความดีใจนี้ยังไม่ใช่ทั้งหมด ตราบเท่าที่ยอมติดตามมันมาแต่โดยดี มนุษย์สารเลวที่กล้าทารุณสมาชิกของเผ่าจะต้องตกตายด้วยเงื้อมือของสุนัขทมิฬอย่างพวกมัน!

 

​แน่นอนว่าออร่าของเสี่ยวหยินตั้งแต่แรกก็สะกดข่มมันได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ยิ่งได้รับรู้การเชิญชวนนี้ก็ยิ่งทำให้สุนัขทมิฬรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก มันก้มหัวให้เสี่ยวหยินเป็นสัญญาณยอมรับ จากนั้นสองสุนัขทมิฬก็กระโจนออกมาข้างหน้าด้วยท่าทางองอาจ เมื่อเห็นสีหน้าของพวกมนุษย์ที่กำลังสับสนและหวาดกลัว พวกมันกลับรู้สึกสะใจยิ่งนัก!

 

​เหยื่อพวกนี้เป็นของมัน! ตราบเท่าที่เป็นมนุษย์ของกลุ่มราชาเสือ มันขอเจ้านายเอาไว้แล้วว่าจะเป็นคนทำลายด้วยตัวเอง ดังนั้นอันซูหยวนตั้งแต่ต้นจนจบจึงไม่เป็นคนลงมือฆ่าสมาชิกของกลุ่มราชาเสือด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นด้วยความสามารถของเธอ คงเพียงพอที่จะทำลายกลุ่ม 9 คนนี้ไปตั้งแต่แรกแล้ว

 

​สองสุนัขทมิฬที่บ้าคลั่งไล่โจมตีมนุษย์ทั้ง 8 ที่เหลือด้วยความสนุกสนาน ในขณะที่ซูหยวนแค่รับมือการโจมตีเล็กๆน้อยๆของพวกนั้นไม่กี่ครั้ง พวกมันก็รู้แล้วว่าการต่อสู้ครั้งนี้มีแต่ความพ่ายแพ้ หัวหน้าภารกิจส่งสัญญาณให้ถอยกลับ จำเป็นต้องไปแจ้งเรื่องสำคัญนี้ให้พวกผู้นำรู้ จากนั้นก็รวบรวมคนมาเพิ่มเพื่อจัดการเด็กคนนี้ไม่ปล่อยให้หนีรอดไปได้ ทว่า...น่าเสียดายที่ตอนนี้มันไม่ได้รู้เลยว่าสถานการณ์ของฐานราชาเสือไม่ได้ดีอย่างที่คิด

 

​การที่จู่ๆพืชและสัตว์กลายพันธุ์ทั้งหมดถูกโจมตีพร้อมกันสร้างความแตกตื่นอย่างมาก พวกมันหนีตายชุลมุนกันไปรอบๆ ดังนั้นผงยาไล่สัตว์กลายพันธุ์ที่เคยมีประโยชน์ก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้วในตอนนี้ พวกกลายพันธุ์พยายามบุกเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัย สถานที่ที่ไม่มีแมลงกัดกินที่บ้าคลั่ง กับหนูขาวที่แข็งแกร่งเกินกว่าจะเป็นหนูขาวทั่วไป

 

​เนื่องจากซูหยวนไม่ได้สั่งให้หนูขาวและแมลงกัดกินโจมตีในฐานของกลุ่มราชาเสือ ดังนั้นพวกกลายพันธุ์จึงเห็นว่ามีแค่ที่นี่เท่านั้นที่ปลอดภัย สุดท้าย...ต่อให้สมาชิกของราชาเสืออยากจะต้านเอาไว้ก็ทำไม่ได้ทั้งหมด

 

​สภาพของป่าเขต E ตอนนี้แทบจะกลายเป็นพื้นที่ร้าง จากที่มีสีเขียวของพืชกลายพันธุ์ เวลานี้กลับเหลือเพียงดินที่แตกระแหง ดูน่าหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุด เหมือนกับว่าก่อนหน้านี้เพิ่งเจอกับพายุรุนแรงที่ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเศษฝุ่น

 

​พลังทำลายล้างของแมลงกัดกินเพียง 32 ตัวนั้นเปิดเผยออกมาทั้งหมดแล้ว ยิ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกมันกินกันมามากพอสมควรก็ยิ่งวางไข่ได้อีกเป็นจำนวนมากถ้าไม่ใช่เพราะซูหยวนเลือกจะเก็บไข่ของพวกมันกลับเข้ามิติเพียง 100 ใบ เชื่อเถอะว่าตอนนี้น่าจะมีไข่ของแมลงกัดกินมากกว่า 1,000 ใบไปแล้ว

 

​ต่อให้เธออยากจะเก็บพวกมันทั้งหมด ก็ไม่มีปัญญาที่จะหาของกินมาเลี้ยง ดีไม่ดีพวกมันอาจจะต้องใช้ทรัพยากรในฟาร์มของเธอจนหมดก็ได้ นั่นจะเป็นการเสียหายครั้งใหญ่เกินไป

 

​แน่นอนว่า 100 ใบนี้จะออกมากลายเป็นพวกมัน 100 ตัว หมายความว่าเธอต้องเลี้ยงพวกตะกละพวกนี้ด้วยทรัพยากรมหาศาล โชคดีที่ระบบซื้อขายสินค้ายังอยู่ เธอเอาเงินที่หามาได้แลกซื้อกับกองฟางหรือข้าวสาลีที่มีราคาถูกได้อยู่ แต่จะเลี้ยงให้พวกมันกลายเป็นผู้ทำลายล้างอย่างรุ่นพ่อแม่ 32 ตัวนั้นคงทำไม่ได้อีก

 

​ยังไม่ต้องพูดถึง 100 ตัวที่กำลังจะฟักออกมา เพียง 32 ตัวที่ปล่อยไปนี้ก็เพียงพอสำหรับการทำลายเขตพื้นที่ล่า 1 เขตได้ง่ายๆ พวกที่รับภารกิจมาจากอันซูหยวนวิ่งหนีกลับไปอย่างรวดเร็ว เสี่ยวหยินและสุนัขทมิฬอีกตัวไล่ตามไปแต่ไม่ใช้ความเร็วทั้งหมด ต้องการกดดันให้พวกมันพากลับไปที่ฐานด้วยตัวเองถึงจะค่อยลงมือ

 

​ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือร้ายกันแน่ ระหว่างที่ทั้ง 4 คนที่ยังรอดชีวิตถอยกลับไป พวกเขาก็ได้เจอกับกลุ่มที่รับภารกิจจับตัวราชาสุนัขทมิฬที่วิ่งสวนออกมาพอดี

 

“เกิดอะไรขึ้น!”

 

“หะ หัวหน้ากลุ่มเฟิน!!” ราวกับเห็นผู้ช่วยให้รอดชีวิต หัวหน้าภารกิจจัดการซูหยวนรีบพุ่งตัวเข้าไปหาทันที คนที่ถูกเรียกว่าหัวหน้ากลุ่มเฟินชะงักไปเล็กน้อย แต่ด้วยประสบการณ์การต่อสู้ของเขาย่อมทำให้เห็นการเคลื่อนไหวจากด้านหลังในทันทีเช่นกัน

 

“เตรียมพร้อมต่อสู้ เป้าหมายกำลังมาทางนี้” เขาออกคำสั่ง สมาชิกด้านหลังที่พกอุปกรณ์จับสัตว์กลายพันธุ์ตั้งท่าทันที คนหนึ่งเตรียมบอลกาวตัวหนืด คนหนึ่งเตรียมแส้ คนหนึ่งเตรียมตาข่ายเพื่อที่จะจับสัตว์ร้าย และอีกคนก็เตรียมยาพิษเพื่อทำให้พวกมันยอมจำนน

 

“หัวหน้าเฟิน ยาพิษนี้ไม่มีผลกับพวกมันครับ นังเด็กสาวนั่นไม่รู้ใช้อะไร แต่ทำให้พวกมันจัดการกับพิษที่พวกเราโจมตีไปได้”

 

“หืม? มีเรื่องดีๆแบบนั้นด้วย” หัวหน้าเฟินได้ยินก็แค่นหัวเราะออกมา นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเขาไม่ใช่หรือ? ถ้ามียาที่จะทำให้ยาพิษไม่ได้ผล เช่นนั้นสุนัขทมิฬที่ควบคุมไม่ได้ก็จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และพวกมันก็จะกลายเป็นของเล่นให้เขา เรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องดีได้อย่างไร

 

​แม้ว่าหัวหน้าภารกิจจะรู้ว่าหัวหน้าเฟินเป็นคนโรคจิตชอบทำร้ายสุนัขทมิฬเพราะเคยมีความหลังที่คนรักของเขาถูกพวกมันฆ่าจนตาย อีกทั้งฝีมือของหัวหน้าเฟินก็ไม่ได้แย่ ทั้งยังดูเก่งกาจเสียยิ่งกว่าเด็กสาวผู้นั้นอีก แต่....ไม่รู้ทำไม ลึกๆแล้วเขากลับไม่คิดว่าหัวหน้าเฟินจะเอาชนะเจ้าพวกนั้นได้

 

​เด็กสาวที่ล่าแมงมุมเจ็ดตาทมิฬกลายพันธุ์ตามลำพังมากมายหลายร้อยตัวนั้นไม่ใช่ธรรมดาอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เห็นเพียงว่าการเคลื่อนไหวที่เน้นความงดงามนั้นไม่น่าจะอันตราย พวกเขาใช้แค่ 2-3 คนก็น่าจะรับมือได้แล้ว ทว่าความจริงมันไม่ง่ายอย่างนั้นเลย

 

​เห็นว่าการเคลื่อนไหวของเธอเหมือนจะเป็นการซุ่มโจมตี ไม่มีอะไรโดดเด่นหรือน่าสนใจไปมากกว่าการร่ายรำ แต่กลับปัดป้องการโจมตีทั้งหมดได้ แม้จะไม่มีโอกาสให้เธอโจมตีกลับ แต่ด้วยการป้องกันนั้นก็สมบูรณ์แบบเกินไป ยิ่งตอนนี้มีพวกสุนัขทมิฬที่ดูจะฟังคำสั่งของเธอเข้ามาร่วมประสานโจมตีด้วย ต่อให้เห็นหัวหน้าเฟินก็คงไม่ง่ายดายนัก

 

“หะ หัวหน้าเฟิน เด็กคนนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด ยิ่งสุนัขทมิฬสองตัวนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ขอหัวหน้าเฟินระมัดระวัง...”

 

“ไร้สาระ! ตัวเองไม่มีปัญญาก็อย่าคิดว่าคนอื่นจะเหมือนกัน ไสหัวไป!!” คนไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พูดจนจบ โบกมือตวาดไล่ออกไปด้วยความหงุดหงิด ตรงหน้าก็แค่สุนัขทมิฬกระจอกๆสองตัวเท่านั้น มีเด็กสาวตัวแค่หน้าอกอีกคนเดียว พวกมันก็ยังจัดการไม่ได้ ยังมีหน้ามาเตือนเขาอีก

 

​ทางหัวหน้าภารกิจเม้มริมฝีปากเล็กน้อย คนเป็นห่วงก็ยังถูกขับไล่ดูถูก เช่นนั้นก็ปล่อยให้เขาจัดการเองก็แล้วกัน ไม่ใช่ว่าไล่ตัวเองออกไปให้พ้นหรอ? ถ้าอย่างนั้น...เขาก็ไม่คิดเสียเวลาที่นี่อีก

 

​โดยที่หัวหน้าเฟินไม่ได้คาดคิด ชายผู้นั้นกับพวกก็วิ่งจากไปจริงๆ ทำเอาหัวหน้าเฟินและสมาชิกของกลุ่มได้แต่มองหน้ากันเองด้วยความหงุดหงิดปนสมเพช

 

“ไอ้พวกไร้ประโยชน์!”

 

​แม้ปากจะบอกแบบนั้น ทว่าเขาก็ไม่ได้เกรงกลัวอะไร การที่พวกมันหนีไปจริงๆก็แปลว่าพวกมันไม่มีประโยชน์เท่านั้น ต่อให้อยู่ที่นี่ก็คงช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี

 

​เขาคิดในใจว่ากลับไปจะต้องเรียกพวกมันทั้ง 4 มาลงโทษให้ได้ แต่ตอนนี้ขอเล่นสนุกกับพวกสุนัขทมิฬทั้งสองจนกว่าจะพอใจก่อน แม้ว่ามันจะเป็นราชาสุนัขทมิฬที่ผู้นำต้องการให้จับตัวไป ถึงอย่างนั้น...เขาก็คิดว่ามันคงไม่ยอมจำนนง่ายๆ ไม่สิ! ต้องบอกว่าเขาคาดหวังให้มันไม่ยอมจำนนง่ายๆ ไม่เช่นนั้นแล้วก็คงจะไม่มีโอกาสได้ทรมานมันน่ะสิ!

 

​ดวงตาของหัวหน้าเฟินเหมือนกับปีศาจ ความแค้นที่คนรักถูกทำร้ายยังคงฝังอยู่ในใจ เห็นพวกสุนัขทมิฬทีไรก็อยากจะทำให้พวกมันดิ้นรนทรมานเหมือนกับที่คนรักของเขาต้องประสบพบเจอ

 

​ก่อนหน้านี้ตัวเองอ่อนแอเกินไปจึงปกป้องคนรักไม่ได้ เวลานี้ที่เพิ่มความสามารถมาจนถึงขีดสุดก็เพื่อเอาคืนให้ เลือดทุกหยดของพวกมันก็คือการเซ่นไหว้คนรักนั่นเอง

 

​ก่อนหน้านี้ตัวเขาเป็นถึงทหารระดับสูงของกองทัพ ต่อสู้ร่วมกับคนรักของตนเองที่เขต E เพื่อล่าทรัพยากรกลับไปให้พวกห้องวิจัย ใครจะคิดว่าสุนัขทมิฬพวกนี้กลับลงมืออย่างโหดเหี้ยม ฆ่าเธอไปต่อหน้าต่อตาเขา ดังนั้นเมื่อคนมีความแค้นต่อกัน ได้ยินว่าอดีตหัวหน้าทหารระดับสูงก่อตั้งกลุ่มมืดอย่างราชาเสือ ตัวเขาจึงได้เข้ามาสมัครโดยไม่สนใจว่าจะมีเงื่อนไขที่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ขอแค่ได้ฆ่าได้เล่นสนุกกับพวกมันก็เพียงพอแล้ว

 

“หึ! ไม่เลวนี่” หัวหน้าเฟินไล่สำรวจเสี่ยวหยินตั้งแต่เท้าของมันจนถึงหลัง มองดูแล้วกล้ามเนื้อนี้คงจะปราดเปรียวมาก ทว่า...สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดเห็นจะเป็นรอยแผลที่เนื้อขาด้านใน

 

“หืม? นั่นมัน...ไม่ใช่สัญลักษณ์ของกลุ่มราชาเสือหรือ?” หัวหน้าเฟินจดจำได้ทันที พวกสุนัขทมิฬที่ถูกพวกเขาจับแล้วจะถูกตีตราสัญลักษณ์แบบนี้ เพื่อให้รู้ว่าเจ้าสุนัขทมิฬตัวนี้เป็นของพวกเขาหรือเป็นสุนัขทมิฬที่ยังไม่ถูกควบคุม ทว่า...เหตุใดจึงมีสุนัขทมิฬที่แข็งแกร่งเช่นนี้หลุดออกไปด้านนอก

 

​ไม่สิ!

 

​ความคิดของหัวหน้าเฟินหมุนเร็ว ก่อนหน้านี้จำได้ว่าที่เขตชั้นนอกมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น มันถูกทำลายเสียจนย่อยยับไม่หลงเหลือสิ่งใด ทั้งๆที่ความจริงแล้วมีสุนัขทมิฬที่เพิ่งจับได้และควบคุมไม่สำเร็จอยู่ด้วย หรือว่า....แท้จริงแล้วจะเป็นสุนัขทมิฬตัวเดียวกันนี้...

 

“ฮ่าๆ หรือว่าแกกำลังโกรธแค้นกลุ่มราชาเสืองั้นหรือ? ไอ้พวกขยะกลายพันธุ์ คิดไม่ถึงว่าแท้จริงพวกแกก็มีความทรงจำเหมือนกันใช่ไหม? ดี ดีจริงๆ ถ้าอย่างนั้น...ที่ฉันทำลงไปทั้งหมดก็ไม่เสียเปล่าน่ะสิ พวกแกคงจะเจ็บแค้นมากใช่หรือเปล่า เจ็บปวดมากใช่ไหม? เห็นเผ่าพันธุ์ตัวเองถูกทุบตี ไม่สิ! แม้แต่ตัวเองก็ยังเอาตัวไม่รอด เป็นอย่างไรบ้างล่ะ รสชาติชีวิตเช่นนั้นเป็นอย่างไรบ้าง!”

 

​คนพูดไปก็กำมีดสั้นในมือของตัวเองแน่น มือของเขาสั่นเทาไปด้วยอารมณ์โกรธ รู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่ง

 

“บรู้ว!” ราวกับเสี่ยวหยินต้องการตอบกลับหัวหน้าเฟิน มันส่งเสียงออกมาด้วยความโกรธแค้นเช่นกัน ถ้ามันพูดได้คงจะตอบกลับไปแล้วว่าใครกันแน่ที่ต้องโกรธแค้น ตัวมันอยู่ในเขต E แล้วถูกผู้อื่นตามล่า สุดท้ายแล้วต้องยอมตายดีกว่าฆ่าคนอื่นหรือ?

 

​นี่ไม่ใช่กฎของป่าหรืออย่างไร? แข็งแกร่งจึงจะอยู่รอด อ่อนแอก็ต้องล้มตาย! ใช่แล้ว กฎนี้มันได้เรียนรู้มาอย่างดี ก่อนหน้านี้ทุกชีวิตก็อยู่ด้วยการล่า สัตว์หรือพืชกลายพันธุ์เป็นศัตรูคู่แค้น กินอีกฝ่ายจึงจะสามารถแข็งแกร่งได้ ไม่มีมิตรหรือศัตรู ทว่า...ล่าเพื่อกินเพิ่มความแข็งแกร่งก็อย่างหนึ่ง แต่การล่าพวกมันเพื่อจะกดข่มให้เป็นสัตว์เลี้ยง...คิดว่ามันยอมรับได้ง่ายๆอย่างนั้นเลย?

 

​หากต้องการเปลี่ยนพวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงแล้วดูแลอย่างดีก็ว่าไปอย่าง เหมือนกับนายท่านอันของมันที่ให้ความแข็งแกร่ง ให้พลังและความสงบสุขแก่มัน เช่นนี้แล้วยังสามารถติดตามไปทั้งชีวิตได้ แต่ไอ้พวกชั่วสารเลวพวกนี้...ตอนต้องการใช้งานก็บังคับให้ไปทำ พอทำเสร็จแล้วมีเวลาว่างก็ยังหยอกล้อพวกมันเล่น

 

​ตัวเสี่ยวหยินเองก่อนหน้านี้ไม่ใช่ต้องถูกอดอาหารเพื่อที่จะได้จัดการเหยื่อตรงหน้าได้หรอกหรอ? ท้องที่ถูกปล่อยให้ว่างเปล่าชนิดเกือบตายนั้นทรมานแค่ไหนคงไม่มีใครรู้ดีเท่ากับมันอีกแล้ว

 

​เป็นสุนัขทมิฬที่แข็งแกร่งกลับถูกจองจำ ต้องร้องขอความเมตตาไม่รู้กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งกลับถูกหัวเราะเยาะ ความโกรธแค้นนี้...มันเองก็จดจำเอาไว้เช่นกัน

 

​สองชีวิตต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง ดวงตาจ้องประสานรอจังหวะ แน่นอนว่าซูหยวนไม่คิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแก้แค้นของเสี่ยวหยิน ทั้งยังไม่รู้สึกว่าอีกฝ่ายจะพ่ายแพ้ ดังนั้นที่เธอทำในตอนนี้มีแค่รอดูอยู่ด้านหลังเท่านั้น

 

…………………………………