บทที่ 297 ทำลายกลุ่มราชาเสือ (อ่านฟรี 29 ธ.ค. 68)
บทที่ 297 ทำลายกลุ่มราชาเสือ (อ่านฟรี 29 ธ.ค. 68)
บทที่ 297 ทำลายกลุ่มราชาเสือ
“ทุกคน ตอนนี้ท่านผู้นำประจำเขตมาถึงแล้ว ขอให้ทุกคนทำความเคารพด้วย”
“ทำความเคารพท่านผู้นำ” เสียงดังพร้อมเพรียงของพวกเขาทำให้คนเป็นผู้นำพยักหน้ารับ ในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้...พวกเขายังรักษาตัวอยู่ในกฎระเบียบได้ คงต้องชื่นชมไม่น้อยแล้ว ทว่า...ถ้าพวกคนของกลุ่มราชาเสือมาเห็นการยึดมั่นในกฎของพวกเขา ไม่แน่ว่าอาจจะโกรธจนกระอักเลือดตาย
“ดีมาก ทุกคนทำได้ดีมากเหมือนกับตอนที่ซ้อมไม่มีผิด”
เหมือนกับตอนซ้อมหรือ? แม้แต่ตอนซ้อมพวกเขาก็ยังทำเร็วกว่านี้ 10 เท่า แล้วตอนนี้ยังถือว่าดีอะไร แน่นอนว่าในเรื่องความเข้มงวดในกฎระเบียบยังคงทำได้เหมือนตอนซ้อม แต่เวลาล่ะ? ไม่ตรวจสอบเวลาดูหรือ? ถ้านานกว่านี้เกรงว่าจะไปถึงจุดขอความช่วยเหลือช้ากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว กรณีนั้น...สู้ไม่ต้องเข้าเขตล่าเพื่อช่วยเหลือเลยยังจะดีกว่า สุดท้ายเข้าไปก็แค่เสียเวลาเปล่า คงได้แค่เห็นซากศพหรือกองเลือดเท่านั้น
“เอาล่ะ ตอนนี้พวกเราได้รับสัญญาณฉุกเฉินเพื่อให้เข้าช่วยเหลือมากกว่าร้อยจุด นับว่าเป็นปัญหาใหญ่จริงๆ ทว่านี่ก็คือเขตล่า E ที่มีสัตว์กลายพันธุ์อันตรายมากมาย ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ทุกคนต้องเจอกับความสูญเสีย ดังนั้นฉันจึงอยากจะอธิบายลักษณะของพวกกลายพันธุ์ในเขตนี้ที่ต้องระวังให้บ้างก่อน”
“เริ่มจากสัตว์กลายพันธุ์ที่ค่อนข้างอันตรายอย่างแมงมุมเจ็ดตาทมิฬ พวกนั้นมีความสามารถในการวางกับดักที่ยอดเยี่ยม ทั้งการมองเห็นของพวกมันที่สามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวได้รอบทิศจะทำให้เกิดปัญหาในการเข้าต่อสู้ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพวกมันโดยตรง”
“ต่อไปยังเป็นสัตว์กลายพันธุ์ชนิดอื่น เช่น สุนัขทมิฬ......บลาๆ”
คนเป็นผู้นำเห็นได้ชัดว่ามีความรู้เกี่ยวกับสัตว์และพืชกลายพันธุ์ที่เขต E มาก ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะสามารถอธิบายคุณลักษณะของพวกมันได้อย่างละเอียด นี่เป็นโอกาสดีที่เหล่าทหารประจำเขตจะได้เรียนรู้จากเขา อย่างไรก็ตาม...นี่ไม่น่าจะใช่เวลาที่เหมาะสมใช่ไหม?
พวกทหารที่กำลังรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า กว่าที่ผู้นำประจำเขตจะอธิบายทั้งหมดจนครบถ้วนก็กินเวลาไปอีกครึ่งชั่วโมง เขายังปิดสรุปอย่างมืออาชีพว่าภารกิจในการช่วยเหลือผู้คนนับร้อยนี้สำคัญขนาดไหนก่อนจะปล่อยทหารทุกคนไปในเขตพื้นที่ล่า ซึ่งนับตั้งแต่ที่ได้รับสัญญาณจนถึงตอนนี้ก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมงแล้ว หากเป้าหมายกำลังรอความช่วยเหลือจากพวกเขาจริง ตอนนี้น่าจะกำลังรออยู่ในปรโลก
เหมือนอย่างที่พวกเขาคิด หลังขอความช่วยเหลือไป คนของกลุ่มราชาเสือก็พยายามยื้อเวลาอย่างสุดความสามารถ ด้วยการส่งคำขอพร้อมกันถึงร้อยกว่าคนนี้จะต้องดึงความสนใจของทหารได้อย่างดี น่าจะใช้เวลาไม่นานเพื่อเข้าช่วยเหลือพวกเขา ทว่า...หลังจากยื้อเวลาได้เกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดฐานของพวกเขาก็ถูกทำลายแล้ว
เริ่มจากสัตว์และพืชกลายพันธุ์ที่หนีตายกันจ้าละหวั่นพวกนั้น ตามด้วยฝูงแมลงกัดกินที่ทำลายล้างทุกอย่างที่เป็นพืช แทรกซึมโดยหนูขาวที่ล้อมฐานของพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว วินาทีที่กำแพงฐานถูกทำลายลง นั่นก็คือจุดจบของกลุ่มอิทธิพลมืดขนาดใหญ่ “กลุ่มราชาเสือ” ด้วยเช่นกัน!
ซูหยวนไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากนั่งดู พ่อของเธอเคยถูกพวกเขาวางแผนฆ่าให้ตาย เธอได้เอาคืนคนกลุ่มนั้นไปแล้ว ตอนนี้จึงเหลือแค่ความแค้นของเสี่ยวหยินต่อพวกมันเท่านั้น เวลานี้ได้เห็นมันเล่นสนุกไปรอบๆ หลายชีวิตต้องถูกสังเวยไป น่าแปลกที่อันซูหยวนไม่รู้สึกหดหู่หรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่เธอมาจากโลกที่ไร้การฆ่าฟันกันแท้ๆ
บางที...ความสามารถในการปรับตัวระดับสูงของเธอก็เป็นเหมือนดาบสองคม ดูแล้วอาจจะเหมือนเธอไม่ใช่มนุษย์ หรือไม่ก็เป็นพวกที่มีจิตใจเหี้ยมโหดไม่น่าคบหา ทว่าซูหยวนรู้จักตัวเองดี เธอไม่เคยทำร้ายคนมั่วๆ ยิ่งคนที่ดีต่อเธอ ย่อมต้องตอบแทนให้ดีที่สุด ดังนั้น...สิ่งที่เกิดขึ้นและไม่ผิดต่อมโนธรรมของเธอ ซูหยวนก็คร้านจะใส่ใจเก็บมาคิด
เสียงระเบิดและไฟที่ลุมท่วมเป็นสัญญาณว่าหลายสิ่งหลายอย่างถูกทำลายไปแล้ว ทรัพยากรจำนวนมากที่กลุ่มราชาเสือเก็บเอาไว้ก็หายไปกับสายลมยามค่ำคืนนี้เช่นกัน จวบจนกระทั่งรุ่งสาง...สถานการณ์จึงสามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นจากแสงไฟที่พวกเขาตั้งค่าอัตโนมัติให้ส่องสว่างไปทั่วทั้งพื้นที่ของค่าย
พร้อมกับที่ทหารของเขต E มาถึงเช่นกัน พวกเขาทำได้แค่อุทานกับภาพที่เห็นเท่านั้น
“นี่....ถึงจะคิดเอาไว้แล้วว่าพวกกลุ่มราชาเสือเจอปัญหาใหญ่ แต่...แต่คนที่ทำลายทุกอย่างได้ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดอะไรกันแน่”
“ดูจากร่องรอยแล้วไม่น่าจะเป็นฝีมือมนุษย์”
“หรือจะเป็นพวกสุนัขทมิฬ? ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้พวกมันพยายามควบคุมสุนัขทมิฬหรอกหรอ?”
“นั่นก็สมควรแล้วไม่ใช่รึไง สุนัขทมิฬถูกทรมานมาหลายรุ่นแล้ว พวกมันไม่ได้สังหารให้ตายแต่กลับเอาชีวิตผู้อื่นมาล้อเล่น ทำให้พวกสุนัขทมิฬอยากตายแต่ก็ไม่ได้ตาย อยู่อย่างน่าอดสู แค่ฉันเคยเห็นก็ยังรู้สึกสมเพชชะตากรรมพวกมันเลย”
“ใช่ๆ อยากให้พวกสุนัขทมิฬมาเป็นผู้ช่วย แต่กลับลงมืออย่างเหี้ยมโหด เกิดเรื่องขึ้นสักวันก็สมควรแล้ว”
“อืม จากที่ตรวจสอบก็มีฝีมือของพวกสุนัขทมิฬจริงๆ แต่นอกจากพวกมันแล้วก็มีร่องรอยของสัตว์กลายพันธุ์อื่นเต็มไปหมดเลย” พวกที่มาถึงฐานกลุ่มราชาเสืออดไม่ได้ที่จะรู้สึกยินดีลึกๆกับหายนะนี่ แต่ในทางกลับกัน...ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ได้ลงมือไปก่อนหน้านี้ ถือว่าเป็นภัยร้ายแรงต่อมนุษย์ชาติด้วย
“เรื่องนี้ต้องรีบส่งรายงานไปฐานกองทัพส่วนกลางแล้ว ต้องให้พวกเขาตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ต้นเหตุของเรื่องนี้น่ากลัวเกินไป เกิดที่เขต E ไม่นับเป็นอะไรมาก แต่ถ้ามันไม่หยุดที่เขต E ดังนั้นมนุษย์ชาติก็เจอกับปัญหาใหญ่แล้ว”
“ทำเรื่องขอให้พวกทหารพิเศษมาช่วยจัดการด้วยถ้าเป็นไปได้ ถ้าพวกเขายอมเข้ามาช่วยเหลือ คดีนี้จะต้องคลี่คลายอย่างรวดเร็วแน่” เหล่าหัวหน้าระดับสูงที่ประจำการเขต E คิดไปในทิศทางเดียวกัน พวกเขาไม่ได้เอาความสะใจเป็นตัวนำ หากแต่ยังรับรู้ได้ถึงความไม่ปลอดภัยนี้ด้วย
กลับกัน ตอนนี้อันซูหยวนได้ออกมาจากเขต E เรียบร้อยแล้ว เธอไม่ได้ใช้ทางผ่านของกองทัพอีก แต่ย้อนกลับไปที่เขต C ผ่านเขตพื้นที่ล่าโดยตรง ใช้แผนที่ของตนเองนำทาง และการเปิดทางของพวกสุนัขทมิฬ เพียงแค่สัมผัสได้ถึงออร่าของสัตว์กลายพันธุ์เขต E พวกกลายพันธุ์ระดับต่ำกว่าก็ไม่กล้าเข้าใกล้มาหาเรื่องแล้ว
ซูหยวนรวบรวมแกนพลังงานหนูขาวกลายพันธุ์ที่เขต C ได้เป็นจำนวนมาก แม้ราชาหนูขาวที่นั่นจะไม่ได้ลงมือจัดการหนูขาวด้วยตัวเอง อาศัยอายุขัยของพวกหนูขาวที่ค่อนข้างสั้น ปล่อยให้พวกมันตายแล้วเอาไปฝังร่วมกัน จากนั้นก็เอาแกนพลังงานของพวกมันออกมาเพื่อสร้างเป็นหนูขาวตัวใหม่ในฟาร์มของเจ้านาย สิ่งนี้บางทีอาจจะเรียกว่า “การเกิดใหม่” ก็เป็นได้ แม้พวกหนูขาวจะไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น ทว่านี่เป็นคำสั่งของราชา
ต่อให้ราชาสั่งให้พวกมันไปตาย มันก็ทำตามอย่างว่าง่ายอยู่แล้ว หนูขาวกลายพันธุ์เป็นสัตว์จำพวกนี้ อาศัยอยู่เป็นฝูงและมีความสามัคคีกันสูงมาก ไม่เหมือนพวกสุนัขทมิฬที่มีความแย่งชิงความเป็นใหญ่กันสูง สุดท้ายทำให้พวกมันไม่สามารถรวมตัวกันอย่างเพื่อนพ้องได้
หากไม่ใช่ว่าครั้งนี้เสี่ยวหยินเป็นผู้ปลดปล่อยพวกมัน แถมยังมีออร่าของราชาด้วย บางทีพวกสุนัขทมิฬก็คงจะไม่ยอมติดตามมันกลับมาจนถึงที่นี่
ในความเป็นจริง ซูหยวนสามารถโยนพวกสุนัขทมิฬเข้าพื้นที่ฟาร์มโดยตรงแล้วปล่อยให้พวกมันถูกระบบผูกมัด แต่เธอไม่ได้ต้องการสุนัขทมิฬจำนวนมากขนาดนั้น หากเป็นสัตว์กลายพันธุ์อื่นๆก็ยังน่าสนใจ แต่พอเป็นสุนัขทมิฬ...ซูหยวนกลับรู้สึกว่าพวกมันใช้การไม่ค่อยได้
เพียงแค่นำออกมา ผู้คนก็จะสงสัยทันทีเกี่ยวกับตัวตนของเธอซึ่งใช้สุนัขทมิฬเหมือนกับกลุ่มราชาเสือ
ตอนที่พวกมันยังยิ่งใหญ่ ใช้สุนัขทมิฬออกไปจะทำให้ผู้คนเกรงใจ กลัวว่าถ้าสร้างปัญหาจะทำให้กลุ่มราชาเสือส่งคนมาเล่นงานกลับ แต่พอเป็นตอนที่กลุ่มราชาเสือถูกทำลายแล้ว มีคนมากมายที่อยากจะใช้โอกาสนี้รังแกพวกมันหรือแก้แค้น ถ้าซูหยวนใช้สุนัขทมิฬออกไป มีแต่จะเรียกศัตรูเข้าหาตัว
ดังนั้นตอนนี้เธอมีเสี่ยวหยินอยู่ก็พอแล้ว ทั้งยังไม่อาจปล่อยมันออกมาได้ตามใจชอบอีกด้วย
สุดท้ายเพื่อไม่เอาตัวภาระเข้ามาเพิ่ม ซูหยวนจึงปล่อยพวกมันไว้อย่างนั้น คิดไม่ถึงว่าเสี่ยวหยินจะต้องการทำหน้าที่ราชาของพวกมัน แต่เธอก็ไม่แทรกแซงอยู่แล้ว
เสี่ยวหยินไม่อาจจะใช้การได้ในที่โล่ง แต่เดิมเก็บมันไว้ในฟาร์มก็ทำให้เจ้าตัวใหญ่เบื่อหน่ายไม่น้อย ดังนั้นเวลานี้มันกลายเป็นจ่าฝูงตัวใหม่ของสุนัขทมิฬแล้ว เธอจึงไม่อยากจะบังคับให้มันต้องกลับไปอีก
เพื่อส่งซูหยวนให้ถึงที่หมาย เสี่ยวหยินนำหน้าฝูงของมัน ปล่อยออร่ากดดันจนทำให้สัตว์กลายพันธุ์มากมายไม่กล้าเข้าใกล้ ทันทีที่พามาส่งถึงเขต C ซึ่งมีราชาหนูขาวรอรับไม้ต่อแล้ว มันก็ส่งเสียงหอนครั้งหนึ่งแล้วพาทั้งฝูงจากไป
ซูหยวนไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แต่เธอไม่ได้รู้เลยว่าการจากไปครั้งนี้ของเสี่ยวหยินไม่ได้จากไปตลอดกาล หากแต่เป็นการจากไปเพื่อทำประโยชน์ให้เธอต่างหาก น่าเสียดายที่กว่าซูหยวนจะรู้...เสี่ยวหยินก็เสียใจที่นายท่านไม่ยอมมาหามันนานหลายเดือนเลยทีเดียว
ทั้งหมดนั่นเป็นเรื่องอนาคต ทว่าเรื่องใหญ่ในปัจจุบันกลับเป็นเรื่องนี้
ข่าวเกี่ยวกับกลุ่มอิทธิพลราชาเสือถูกทำลายย่อยยับโด่งดังไปทั่ว หลายคนมองหากลุ่มความหวังสุดท้ายและกลุ่มอื่นๆที่ไม่ค่อยถูกกันกับกลุ่มราชาเสือ ซึ่งพวกเขาทำได้แค่ปฏิเสธเกี่ยวกับความสำเร็จที่ไม่ได้ก่อนั้นกลับไป ทั้งพยายามตามสืบเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน
ทางการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เพื่อตรวจสอบ เรื่องไปถึงหน่วยพิเศษที่รับงานไปทำโดยอันซูหยวน หลังจากที่เธอได้ก่อเรื่องใหญ่ขึ้น ก็รู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีปัญหานี้ตามมา ดังนั้นเพื่อจัดการสิ่งที่ตัวเองทำไว้ แถมยังได้รับผลประโยชน์จากแต้มทหารด้วย ซูหยวนจึงออกหน้ารับภารกิจนี้ แล้วก็พาตัวเองไปส่งมอบภารกิจถึงที่
เนื่องจากตัวตนของผู้ฝึกสัตว์ที่พลทหารพิเศษมากมายรับรู้อยู่ก่อนแล้วเกี่ยวกับรุ่นน้องพลทหารคนใหม่ของพวกเขา ดังนั้นพอได้ยินว่าเธอมารายงานเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเธอที่ปล่อยหนูขาวและแมลงกัดกินออกมาเพื่อแก้แค้นให้ครอบครัว เอาเรื่องจริงครั้งก่อนมาเสริมเติมแต่ง ต่อให้เป็นทหารพิเศษที่ตรวจจับคำโกหกก็ยังไม่พบว่าคำพูดของเธอจะผิดปกติที่ตรงไหน
สุดท้ายพวกเขายังร่วมด้วยช่วยกันขุดเรื่องเก่าๆของกลุ่มราชาเสือออกมา ประกาศความผิดที่แม้แต่ตอนพวกเขามีชีวิตอยู่ก็ชดใช้ไม่หมด ตามล่าหัวของสมาชิกเครือข่ายกลุ่มราชาเสือทั้งหมดออกมารับโทษ ดังนั้นด้านหน้าเป็นคนของทางการลงมือ ซูหยวนก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรอีก
นี่คือพลังที่แท้จริงของการเป็นทหารพิเศษนั่นเอง!
ซูหยวนช่วงนี้เข้าออกฐานที่มั่นของเหล่าทหารพิเศษบ่อยๆ เธอได้มีโอกาสพบเจอรุ่นพี่ของหน่วยจำนวนมาก ทุกคนล้วนใจดีแต่ก็มีบุคลิกที่ต่างกัน บางคนเป็นพวกใจดีคุยเก่ง เจอซูหยวนก็เรียกรุ่นน้องๆ ตลอดเวลา แต่บางคนก็แค่พยักหน้าให้ คำพูดของพวกเขาแทบจะมีค่าดั่งทองคำ ซึ่งเธอก็เข้าใจได้ คนเก่งจะมีนิสัยแปลกประหลาดหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร
“รุ่นน้องพลทหารพิเศษอันหรือ?”
ในตอนที่ซูหยวนกำลังออกจากที่ทำการของฐานพิเศษเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็จำไม่ได้ ตอนนั้นเสียงทุ้มที่ซูหยวนเคยได้ยินก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เรียกให้เธอหันกลับไปมองได้
“พลทหารพิเศษรุ่ย!”
ผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเหลือเอาไว้ คนผู้นี้ก็คือทหารระดับสูงคนแรกๆที่ซูหยวนรู้จัก แม้เขาจะไม่ได้รู้จักเธอเป็นการส่วนตัว แต่ตอนที่ออกหน้าให้ครั้งนั้นก็ยังถือเป็นบุญคุณมาถึงตอนนี้
“อืม รู้จักฉันด้วยหรอ”
“ใช่ค่ะ ก่อนหน้านี้คุณช่วยชีวิตฉันเอาไว้”
“ช่วยชีวิต?”
“ใช่ค่ะ ก่อนหน้านี้ฉันเป็นคนของเขตชั้นนอก มีปัญหากับผู้ปกครองของนักเรียนจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง พวกเขาต้องการส่งฉันไปตายเหมือนลูกๆของพวกเขา แต่คุณได้ยื่นมือเข้ามาช่วย”
“อืม มีเรื่องแบบนั้นด้วยสินะ” เพราะงานของเขามากมายเกินไป เรื่องเล็กๆน้อยๆนี้จึงไม่ได้จดจำนัก อีกอย่าง...ต่อให้จำได้ เขาก็ไม่คิดจะเอาเรื่องนั้นมาอ้างบุญคุณให้คนต้องทำตามคำขอ จึงไม่ยอมพูดถึงมันอีก
เรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่เขารั้งเธอไว้ ในความจริง...ต่อให้ซูหยวนไม่รู้จักเขา เขาก็ได้ยินชื่อเสียงของเธอมานานแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่เธอจัดการกลุ่มอิทธิพลมืดได้ด้วยตัวคนเดียว ทว่าเป็นเรื่องที่เธอมีการรับรู้ที่ดีต่างหาก
“ช่วงวันสองวันนี้เธอยุ่งหรือเปล่า” เมื่อได้ยินคำถามนี้จากเขา ซูหยวนก็ไม่พูดเรื่องอื่นให้เสียเวลาอีก
“คุณพลทหารพิเศษรุ่ยมีอะไรให้ฉันช่วยใช่ไหมคะ ฉันจะว่างสำหรับคุณแน่นอนค่ะ”
“ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้น เรื่องที่ฉันเคยทำไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นี่เป็นคำขอที่เห็นแก่ตัวของฉันเอง ทั้งยังไม่ใช่ภารกิจทหารด้วย”
“เข้าใจค่ะ ฉันอยากช่วยคุณจริงๆ ขอให้พูดออกมาได้เลย”
“ดี ถ้าอย่างนั้นฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน ขอยืมพลังในการตรวจสอบพื้นที่ของเธอหน่อย ฉันต้องการหาเพื่อนที่หายไป...”
…………………………………….