บทที่ 2 ดาวเคราะห์
บทที่ 2 ดาวเคราะห์
บทที่ 2 ดาวเคราะห์
การกลั่นแกล้งเล็กๆน้อยๆของเพื่อนร่วมงานนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตคาที่หนึ่งคน และแน่นอนว่าที่บริษัทจะต้องมีกล้องวงจรปิดเพื่อลากคนกระทำการอันประมาทเหล่านี้ไปลงโทษ จากที่ควรจะมีอนาคตที่ดีและยังมีงานทำอยู่ พวกเขากลายเป็นผู้ต้องโทษทางคดีและถูกบริษัทไล่ออกทันที
แต่ละคนร้องไห้ออกมามากเท่าไรก็ไม่อาจจะชดเชยสิ่งที่เสียไปได้ รวมถึงความเสียใจของพวกเขาด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะไม่ชอบอันซูหยวน กระนั้นก็แค่หมันไส้ที่อีกฝ่ายทำผลงานได้ดีกว่าตนเองเท่านั้น ลึกๆแล้วไม่มีใครคาดหวังว่าหญิงสาวที่เงียบขรึมแต่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบคนนั้นจะต้องทิ้งชีวิตไปเพราะพวกเขา
ได้ชื่อว่า “ฆาตรกร” ไม่มีผู้ใดรู้สึกยินดีไปกับมันหรอก
แต่ที่พวกเขาไม่ทันได้สังเกตก็คือ ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของอันซูหยวนนั้นได้ปรากฏข้อความหนึ่งขึ้นมาก่อนที่จะหายไป อีกทั้งยังทำให้โทรศัพท์ทั้งเครื่องเปิดไม่ได้ไปอีกตลอด นั่นก็คือข้อความที่ว่า “ยินดีต้อนรับผู้เล่น “อันซูหยวน” สู่การท้าทายใหม่ๆในเกมฟาร์มออนไลน์วันสิ้นโลก ขอให้สนุกและเพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมของเรา”
..................
ท้องฟ้าจำลองค่อยๆเปิดม่านออก ปรากฏให้เห็นสีที่แท้จริงของดาวเคราะห์แห่งนี้ แสงสีดำสลับกับส้มหม่นเนื่องจากสารพิษอันรุนแรงจากด้านนอกม่านฟ้าทำให้ผู้คนมากมายรู้สึกหดหู่ไปกับมัน การเปิดให้เห็นสีที่แท้จริงของดาวเคราะห์นี้ก็เพื่อจะแสดงให้เห็นเวลาสำหรับการพักผ่อนของประชากรในดาว ทั้งยังเป็นการประหยัดพลังงานไปในตัวด้วย
เวลาเช้าตรู่ พวกเขาจึงจะใช้พลังงานเพื่อกระตุ้นให้เปิดท้องฟ้าจำลองขึ้นอีกครั้ง และเวลานั้นจึงจะได้เห็นท้องฟ้าที่เป็น “สีฟ้า” จริงๆ
“ได้เวลาทำงานแล้ว รีบตื่นเร็วเข้า” ในขณะที่คนอื่นๆกำลังจะได้พักผ่อน ช่วงเวลาที่ท้องฟ้าจำลองปิดตัวลงนี้กลับเป็นช่วงเวลาของชาวรัตติกาลทั้งหลาย พวกเขามองดูท้องฟ้าก่อนจะเรียกปลุกคนงานในพื้นที่ หากไม่เร่งลงมือทำงานในเวลานี้ ก็จะทำงานที่ได้รับมาไม่ทันเวลา
หญิงสาวผู้มึนงงนั่งมองส่งคนอื่นๆออกไปทำงาน ในขณะที่ตนเองต้องทำความเข้าใจเรื่องราวต่างๆให้มากขึ้น อันซูหยวนจำได้ว่าตนเองนอนตายอยู่ในรถทั้งๆที่ยังเล่นเกมไม่จบด้วยซ้ำ ความเสียใจเดียวก็คือการที่ไม่ได้เล่นเกมจนมีระดับมากที่สุดในเซิร์ฟเวอร์ ส่วนเรื่องอื่นๆ....อันซูหยวนไม่มีอะไรให้ต้องนึกถึง
ครอบครัว? เพื่อน? สิ่งเหล่านั้นไม่มีในชีวิตของเธอมานานแล้ว พ่อแม่ที่จากกันตั้งแต่เยาว์วัยและทิ้งเอาไว้เพียงความทรงจำดีๆ และพวกเพื่อนที่ไม่เคยจริงใจกับตนเอง อันซูหยวนรู้สึกว่าทั้งชีวิตของเธอเหลือแค่เกมฟาร์มออนไลน์วันสิ้นโลกเท่านั้นที่ยังพอจะให้รู้สึกคะนึงหาอยู่บ้าง
แต่เธอไม่ได้คิดเลยว่าเมื่อตนเองตายจากโลกที่น่าเบื่อนั้นไปแล้ว จะถูกส่งมายังโลกที่แปลกประหลาดและอาจจะน่าเบื่อยิ่งกว่าเดิมเสียอีกเช่นนี้
อันซูหยวนได้มาอยู่ในร่างของ “อันซูหยวน” ผู้มีชื่อเสียงเรียงนามเดียวกันกับเธอ ซึ่งจากที่ฟังข้อมูลมา เมื่อสองวันก่อน อันซูหยวนคนนี้ออกไปทำภารกิจ “เก็บขยะ” ร่วมกับทุกๆคน ทว่าโชคร้ายที่มีสัตว์กลายพันธุ์ตนหนึ่งยังไม่ตายดี มันใช้แรงเฮือกสุดท้ายเพื่อหวังคร่ากุมชีวิตของใครสักคนให้ตกตายไปพร้อมกัน
ผู้คนต่างก็บอกว่าเธอโชคดีที่ไม่ถึงตาย ทว่า...อันซูหยวนกลับไม่คิดเช่นนั้น ปวดของเธอที่ปวดร้าวมาจนถึงตอนนี้ถูกเรียกว่าโชคดีได้อย่างไร แต่ก็นั่นแหละ...เพราะอาการบาดเจ็บนี้ ก็เลยทำให้อันซูหยวนมีเวลาศึกษาที่นี่มากขึ้น
“วันนี้ก็พักผ่อนให้มากหน่อยล่ะเข้าใจไหม อีกสองสามวันคงจะไปทำภารกิจได้แล้ว”
เสียงทุ้มของชายร่างใหญ่เอ่ยกับเธอ บุรุษผู้นี้ไม่ค่อยมีความอ่อนโยนมากนัก ทั้งยังแข็งกระด้างไปบ้าง ดูเอาเถอะ...ขนาดว่าคุยกับลูกสาวที่เพิ่งบาดเจ็บมาใหม่ๆก็ยังใช้น้ำเสียงดุดันเสียขนาดนี้ ทว่า...นี่ก็เป็นภาพที่คุ้นตาจริงๆ
“พูดเรื่องทำภารกิจอะไรกัน ลูกยังเจ็บอยู่แท้ๆ ให้ลูกได้พักอีกสักสัปดาห์ก็ยังได้” พร้อมกับเสียงของสตรีผู้หนึ่งแทรกขึ้นมา หญิงวัยกลางคนอยากจะยกมือขึ้นตีหน้าอกของชายร่างใหญ่นั้นสักสองสามครั้ง แต่เพราะอยู่ต่อหน้าลูก เธอจึงไม่ต้องการใช้ความรุนแรงกับอีกฝ่าย
“นอนพักเถอะนะซูหยวน เดี๋ยวพ่อแม่ก็กลับมา ไม่ต้องกังวลเรื่องภารกิจอะไรมากนักหรอก” หญิงวัยกลางคนยกมือขึ้นลูบหัวลูกสาวของตนเอง ก่อนที่ทั้งสองคนจะพากันเดินออกไปนอกห้องพักขนาดเล็กที่มีเพียง 2 เตียงวางใกล้กัน
ในห้องขนาดเล็กนี้เล็กมากจริงๆ ก่อนหน้านี้ซูหยวนเคยคิดว่าคอนโดของเธอนั้นเล็กเกินไปเพราะไม่มีที่ให้เก็บของ แต่ห้องเล็กๆนี้....ไม่มีที่แม้จะให้เดินด้วยซ้ำ มันไม่ควรถูกเรียกว่าห้อง แต่อาจจะเรียกว่า “ตู้” ขนาดเล็กสำหรับเก็บคนทั้งสามคนเอาไว้น่าจะดีกว่า
นอกจากเตียงแล้ว ก็ไม่มีพื้นที่สำหรับอย่างอื่น สิ่งของที่หามาหรือซื้อมาได้ก็เอาเก็บไว้ใต้เตียง หรือไม่ก็ต้องตอกเหล็กไปที่ผนังเพื่อทำที่แขวน แต่ก็ต้องเสี่ยงว่าเมื่อไรของที่แขวนนั้นจะร่วงลงมาใส่หัวหรือไม่
ดีที่อาหารของพวกเขาไม่มีอะไรเลยนอกจาก “ยาเม็ด” ไม่สิ! พวกเขาเรียกว่า “อาหารสังเคราะห์” เพื่อให้สามารถรับสารอาหารเพียงพอ ไม่สนใจว่าจะอิ่มท้องหรือไม่
สำหรับเรื่องนี้ อันซูหยวนคิดว่ามันเป็นปัญหามากที่สุดแล้ว เพราะว่าเธอไม่คุ้นเคยกับการที่ต้องใช้ชีวิตเช่นนี้ อาหารที่ควรจะได้กินกลับต้องกลืนเป็นยาเม็ดแทน ในขณะที่น้ำเปล่ามีกำหนดให้กินได้แค่วันละ 1 แก้ว เพื่อไม่ให้ต้องตายเท่านั้น ทุกๆวันจะมีน้ำมาแจกจ่ายหน้าห้องเล็กตามจำนวนคน ถ้าอยากกินมากกว่าเดิมก็ต้องซื้อเอา ซึ่งราคาของมันแพงมาก
เจ้าของร่างเดิมไม่มีเงิน พ่อแม่ก็ไม่มีเช่นกัน พวกเขาเป็นกลุ่มชนชั้นล่างถึงล่างที่สุด เงินติดตัวมีเพียงเอาไว้ใช้เพื่อซื้ออาหารสังเคราะห์เท่านั้น แต่เพราะการบาดเจ็บของซูหยวน ครอบครัวจึงใช้เงินสำหรับซื้ออาหารสังเคราะห์ชุดต่อไปทั้งหมดมาซื้อยา ตอนนี้จึงลำบากมากๆ
พ่อแม่ของอันซูหยวนต้องทำงานเพิ่มขึ้นอีกเป็นสองเท่าเพื่อหารายได้มาชดเชย ในขณะที่แรงงานอย่างอันซูหยวนกลับไม่สามารถออกไปช่วยเหลือได้
เจ้าของร่างเดิมเป็นเด็กดีไม่น้อย ที่ผ่านมาคงจะคอยกังวลแทนครอบครัว ไม่อย่างนั้นบิดาของเธอคงไม่พูดเรื่องทำงานให้ฟังบ่อยๆ แม้ว่าคำพูดของเขาจะดูเหมือนอยากไล่ให้เธอไปทำงาน แต่เขาพูดคำว่า “อีกสองสามวันก็ไปทำงานได้แล้ว” ตั้งแต่วันที่อันซูหยวนตื่นขึ้นมาแล้ว
ราวกับคำว่า “อีกสองสามวัน” ก็คือการปลอบลูกสาวไม่ให้คิดมากเกินไป เพราะมันจะเป็นสองสามวันเช่นนี้ไปอีกนานอย่างไรล่ะ
“เฮ้อ” ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อย อันซูหยวนล้มตัวลงนอนอีกครั้ง วันนี้ยังคงเป็นอีกวันที่เธอจะได้อยู่ที่นี่คนเดียว ดีที่ในโลกนี้มีเทคโนโลยีล้ำสมัยมาก มันทำให้เธอหาข้อมูลสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็วผ่านกำไลระบุตัวตนและไม่ต้องเสียเงินในการเข้าถึงข้อมูลด้วย
อ่า...พูดเช่นนี้ก็ไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด
กำไลข้อมือก็ยังมีแบ่งคุณภาพของมันอยู่ ถ้าเป็นคุณภาพที่อันซูหยวนใช้นี้ มันจะเป็นของเก่าตกรุ่นที่เลิกใช้ไปนานแล้วสำหรับคนมีเงิน เนื่องจากมีน้ำหนักมาก และมีฟังก์ชั่นน้อย อีกอย่าง...ถ้าใส่ไปเรื่อยๆก็จะรู้สึกถึงน้ำหนักที่ค่อนข้างมากของมัน เวลาขยับตัวย่อมทำให้ติดขัดไม่น้อย
การเข้าถึงข้อมูลก็เข้าถึงข้อมูลได้แค่ทั่วไป หากต้องการข้อมูลเฉพาะหรือตัวเลือกในการค้นหาดีๆ จำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อยกระดับการเข้าถึงข้อมูลทุกๆปีด้วย
แต่ถ้าแค่เงินกินก็ยังไม่เพียงพอ อย่างนั้นก็ไม่ต้องนึกถึงการซื้อของไม่จำเป็นเหล่านี้เลย หากอันซูหยวนต้องการยกระดับให้กับชีวิตของตนเอง สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการหาเงิน
ก่อนหน้านี้เธอสนใจแค่ข้อมูลทั่วไปและลักษณะการใช้ชีวิตของคนที่นี่เพื่อให้สามารถแนบเนียนไปกับมันได้ ดังนั้นวันนี้เธอจึงวางแผนที่จะหาบางอย่างทำเพื่อแลกเงินในบัญชีให้มากกว่าการ “เก็บขยะ” เช่นที่ครอบครัวของเธอทำอยู่
การเก็บขยะนั้นเป็นงานยากและไม่มีใครต้องการจะทำ เว้นเสียแต่ว่าเป็นพวกไม่เอาไหนและไร้ความสามารถ ซึ่งคนไร้ความสามารถกลับเป็นประชากรส่วนใหญ่ของดาวเคราะห์นี้เสียด้วย
เนื่องจากผู้มีความสามารถส่วนใหญ่จะถ่ายทอดวิชาของตนเองจากรุ่นสู่รุ่น คนไหนที่มีฐานะ มีตระกูลดีๆ มีบรรพบุรุษที่แข็งแกร่ง พวกเขาสามารถกลายเป็น “นักรบ” “นักสู้” “นักบุญ” และอื่นๆอีกมากมาย ทว่าครอบครัวไหนมีพื้นเพจากคนธรรมดาๆ นานวันเข้า...สิ่งที่พวกเขาจะเป็นได้ก็คือคนเก็บขยะเช่นที่พวกเธอเป็นนั่นแหละ
ดาวเคราะห์ใบนี้ไม่เหมือนกับโลกอันแสนสงบสุขที่เธอจากมา ที่นั่นนอกจากกินนอนและทำงานไปวันๆแล้ว ชีวิตไม่ได้เสี่ยงอันตรายอะไรเลย หรือต่อให้เสี่ยงก็เทียบอัตราส่วนเป็นน้อยนิดกับที่นี่เท่านั้น
ดาวเคราะห์แห่งนี้ นอกบาเรียป้องกัน กลับมีสัตว์และพืชกลายพันธุ์เป็นจำนวนมาก ยังไม่รวมถึงสารพิษอันตรายข้างนอกที่ทำให้มนุษย์ต้องตายหลังจากได้รับพวกมันเกินพอดี
ก่อนหน้านี้อันซูหยวนก็เกือบจะไม่รอด ยังดีที่ค่าสารพิษในเลือดของเธอยังไม่พุ่งสูงเกินไปและถูกช่วยชีวิต พากลับมาในพื้นที่ปลอดสารพิษได้ก่อน
ระดับสารพิษนั้นจะลดลงได้ตามธรรมชาติหากอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แต่เท่าที่อันซูหยวนลองดูค่าสารพิษในร่างของตนเอง เธอพบว่าเมื่อเวลาผ่านไป 1 วัน สารพิษนั้นจะลดลง 1 หน่วยไปด้วย และตอนนี้สารพิษที่ว่าก็คือ 67 หน่วย โดยที่มนุษย์จะทนรับไม่ได้เมื่อสารพิษสะสมในร่างกาย “80 หน่วย” ขึ้นไป
ที่บอกว่าขึ้นไปก็เพราะว่ามีผู้มีความสามารถบางคน สามารถทนได้แม้ว่าสารพิษจะสะสมอยู่เกิน 80 บางคนตายเพราะสารพิษสะสม 100 หน่วยด้วยซ้ำ
ซึ่งไม่ว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไร นั่นยังไม่เกี่ยวกับซูหยวน ในเวลานี้...หากเธอสามารถซ่อนตัวในชุดป้องกันระดับต่ำได้ เธอก็จะยังคงปลอดภัย แต่ถ้าเกิดเรื่องเหมือนก่อนหน้านี้อีกครั้ง อันซูหยวนจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งอย่างแน่นอน ไม่น่าแปลกใจที่พ่อกับแม่ของเธอจะยังให้เธอรักษาตัวอยู่ที่นี่ บางทีพวกเขาคงคาดหวังให้สารพิษในตัวของลูกสาวหมดไปเสียก่อน ต่อให้ทั้งสองจะลำบากมากขึ้นก็ไม่เป็นอะไร....
ที่จริง งานเก็บขยะนั้นอันตราย แต่ก็ไม่ถือว่าอันตรายที่สุด พวกมันอันตรายเนื่องจากคนที่ทำภารกิจเป็นพวกอ่อนแอไร้พลัง ซึ่งงานที่อันตรายจริงๆ กลับเป็นงานที่พวกนักล่าเหล่านั้นรับไปทำ
พวกเขาต้องเจอกับอันตรายโดยตรงกับพวกสัตว์และพืชกลายพันธุ์ หน้าที่ของพวกเขาก็คือการกำจัดพวกมันให้ได้มากที่สุด ไม่ให้พวกมันเติบโตเร็วเกินไป ไม่อย่างนั้นอาจจะก่อปัญหาใหญ่ขึ้นได้
ก็เหมือนกับวัชพืช ถ้ามีอยู่รอบๆบ้านไม่กี่ต้น สามารถจัดการได้ง่ายดาย แต่ถ้าปล่อยให้มันเติบโตจนท่วมหัว ครานี้แค่ใช้มือดึงไม่ได้อีกแล้ว บางทีอาจจะทำให้มือเลือดหรือโดนหนามตำก็ได้ สิ่งที่ผู้คนกลัวมากที่สุดก็คือฝูงของสัตว์กลายพันธุ์ หากพวกมันมีจำนวนมากและไม่ถูกจัดการไปเสียบ้าง วันหนึ่งอาจจะรวมตัวกันมาโจมตีบาเรียป้องกันจนเสียหายก็เป็นได้
ไม่ใช่ว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเสียหน่อย....
นอกจากนี้ “ขยะ” ที่เป็นชิ้นส่วนของสัตว์และพืชกลายพันธุ์ยังนำมาสกัดเป็นอาหารให้กับพวกคนระดับต่ำรอดตายได้ด้วย ในขณะที่พวกระดับสูงที่มีเงิน พวกเขาจะใช้ “แกนกลาง” ของสัตว์และพืชกลายพันธุ์เหล่านั้นมาเป็นพลังงานในการฝึกฝนตนเองด้วยเทคนิคพิเศษที่พวกเขาได้รับสืบทอดมา
ดังนั้นแกนกลางจึงมีราคาสูงมาก เพราะมันเป็นของที่พวกระดับสูงต้องการ นักล่าต้องการพวกมัน และไม่ได้สนใจ “ขยะ” ราคาถูกเหล่านี้ จึงได้ทิ้งพวกมันเอาไว้ข้างหลังเมื่อล่าเสร็จ พวกอาชีพผู้เก็บขยะจึงได้เริ่มกำเนิดขึ้น แน่นอนว่าพวกเขาสามารถแลกมันเป็นเงินได้ หรือจะทำภารกิจกับภาครัฐก็ได้เช่นกัน
ครอบครัวของอันซูหยวนนั้นทำภารกิจกับภาครัฐ เนื่องจากพวกเขาต้องยืมอุปกรณ์ป้องกันต่างๆจากภาครัฐ เมื่อไรก็ตามที่มีเงินเพียงพอ หลายครอบครัวจะทำงานนี้ด้วยตนเองหลังจากที่ซื้ออุปกรณ์ป้องกันส่วนตัวมาแล้ว นี่ก็เพื่อให้ได้รับส่วนแบ่งที่มากขึ้นนั่นเอง
หากรับภารกิจจากภาครัฐ จะต้องเสียส่วนต่างให้กับภาครัฐด้วย ราคาที่พวกเขาจะได้จึงถูกกว่าพวกที่ขายร้านค้าเองข้างนอก แต่โอกาสนั้นไม่ได้มีสำหรับทุกคน..อย่างน้อยๆ พวกเขาต้องมั่นใจว่าตนเองมีอาหารกินครบทุกมื้อก่อนแล้วจึงค่อยคิดลงทุนเพิ่ม
อันซูหยวนตรวจสอบรายละเอียดในเครือข่ายอีกครั้ง แต่ดูแล้วไม่มีอะไรที่เธอทำได้เลย ของที่มีราคาแพงที่สุดยังคงเป็นของที่ให้พลังงานสำหรับการฝึกฝน และรองลงมาก็คือ “อาหาร” ที่หมายถึงอาหารจริงๆ
ในพื้นที่บาเรียป้องกันพิษนี้ ผู้คนสามารถคิดค้นวิธีการเพาะปลูกพืชผักในห้องเพาะปลูกพิเศษได้ โดยผู้ที่สามารถเช่าห้องเพาะปลูกพิเศษได้นี้ ต้องมีเงินอย่างน้อยขั้นต่ำคือ “ 1 แสนเครดิต” เป็นอย่างต่ำ เพราะในการเปิดห้องเพาะปลูกต้องใช้พลังงานปริมาณมาก นอกจากค่าเปิดห้องพลังงานเพาะปลูกแล้ว ยังต้องดูว่าตนเองสามารถซื้อน้ำ แสง และอาหารสำหรับพืชได้หรือไม่ด้วย
การลงทุนก้อนใหญ่นี้มากเกินกว่าที่คนระดับต่ำและระดับกลางจะเข้าถึง ขนาดคนที่อยู่ระดับสูงและมีเงินมากมาย พวกเขายังไม่เสี่ยงกับการเพาะปลูกเหล่านี้เลย
จะมีก็แค่ตระกูลที่มีวิธีการดูแลรักษาพืชให้เติบโตขึ้นด้วยเทคนิคลับเท่านั้นที่ยังกอบโกยรายได้เข้ากระเป๋าของตนเองอยู่
“ถ้าหากว่าเป็นที่โลกเดิม พืชใบจิ๋วราคาแพงพวกนี้คงจะมีไว้เพื่อแถมฟรีในก๋วยเตี๋ยว...” หญิงสาวพึมพำอย่างเสียดาย รู้สึกว่าชีวิตช่างน่าแปลกเสียเหลือเกิน ยามมีมากมายกลับไม่เห็นค่า เวลานี้แค่ผักใบเล็กกลับมีราคาหลายหมื่นเครดิตเสียแล้ว...
…………………………………….