LNCrawler

บทที่ 300 หาข้อมูลจากผู้รู้ (อ่านฟรี 1 ม.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 300 หาข้อมูลจากผู้รู้ (อ่านฟรี 1 ม.ค. 69)

บทที่ 300 หาข้อมูลจากผู้รู้

            

เนื่องจากพลทหารพิเศษรุ่ยนั้นมีความสามารถในการตรวจสอบคำเท็จอยู่แล้ว ต่อให้ซูหยวนอยากจะโกหกก็ทำไม่ได้อยู่ดี ดังนั้นแทนที่จะเสียเวลาสร้างเรื่องมาอธิบายให้พวกเขาเข้าใจ เธอจึงพูดตามตรงเกี่ยวกับประโยคที่ได้ยินก่อนหน้านี้ จากนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาคิดกันเอาเอง

            

ด้วยความสามารถของคนเหล่านี้ เธอไม่เชื่อว่าพวกเขาจะคาดคะเนอะไรออกมาไม่ได้

 

“จากที่พลทหารพิเศษอันพูดถึงจุดเคลื่อนย้าย ดังนั้นมีความเป็นไปได้มากที่ผู้คนจะหายไปในจุดเคลื่อนย้ายนั้นแล้วกลับมาไม่ได้”

 

“ใช่แล้ว ฉันเดาว่าจุดเคลื่อนย้ายนั้นก็ไม่ได้มีจุดเด่นที่ทำให้สังเกตได้ง่ายๆด้วย ไม่อย่างนั้นที่ผ่านมาคงจะตรวจสอบพบกันแล้ว แต่ว่า...จะต้องมีวิธีการมองแน่ อีกอย่าง...ฉันกลัวว่ามันจะมีเงื่อนไขอะไรบางอย่างถึงจะเข้าไปได้ เพราะถ้าเปรียบเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายปี ผู้คนพยายามตรวจสอบสถานที่แห่งนี้ คนของทางการตระเวนไปรอบๆ ไม่มีจุดไหนที่พวกเขาไม่เคยผ่าน ดังนั้น...ต้องมีใครสักคนผ่านทางเข้ามาแล้วแต่ไม่ตรงตามเงื่อนไข”

            

หนึ่งทหารพิเศษที่มีประสบการณ์กับกลุ่มของนักล่าระดับสูงจากองค์กรสกุลจาง พวกเขาช่วยกันคิดเกี่ยวกับประโยคที่ได้ยินไม่กี่ประโยคนั้นจนสามารถคลำแนวทางไปได้ตรงจุด ซูหยวนรู้สึกว่าคนเหล่านี้ค่อนข้างน่ากลัวจริงๆ ถ้าเธอเป็นศัตรูกับพวกเขาย่อมต้องคิดคำนวณให้ระมัดระวังมากขึ้น ดีที่ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างเธอและพวกเขาไม่เลว

            

พลทหารพิเศษรุ่ยรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนไว้ไม่มิด ทั้งท่าทางของอันซูหยวนที่ไม่ได้จงใจจะปิดบัง เขาจึงหันมาหาเธออีกครั้ง

 

“พลทหารพิเศษอัน เธอมีความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไง” เมื่อได้ยินคำถามนี้ ทุกสายตาก็มองมาที่เธอเป็นจุดเดียว

            

ตอนนี้สถานะของอันซูหยวนในสายตาของพวกนักล่าไม่เลวนัก ไม่ใช่แค่ว่าเธอเป็นคนที่ประธานจางของพวกเขาเลือกมาด้วยตัวเอง แต่เป็นเพราะการรับรู้ที่ยอดเยี่ยมของเธอ

            

ในขณะที่พวกเขาก็เป็นนักล่าระดับสูง แต่ไม่ได้ยินบทสนทนาของพวกผู้นำประจำเขต นี่แสดงให้เห็นชัดแล้วว่าความสามารถในการตรวจสอบของพวกเขาต่ำกว่าอันซูหยวนจริง ไม่น่าแปลกใจอีกต่อไปที่เธอจะบอกว่าตัวเองมีความสามารถในการตรวจสอบพื้นที่และรับรู้ได้ถึงตัวตนของพวกกลายพันธุ์หรือสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ปรากฏว่า...เป็นเพราะการรับรู้ที่ยอดเยี่ยมนี้เอง ดังนั้นความสามารถพิเศษของเธอย่อมต้องเชื่อถือได้

 

“ฉันคิดว่าข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับเงื่อนไขในการผ่านเข้าไปในจุดเคลื่อนย้ายนั้นมีอยู่จริง ถ้าอ้างอิงจากข้อมูลของผู้ที่สามารถกลับมาได้ จุดเชื่อมโยงมีอยู่ไม่กี่จุดเท่านั้น”

 

“จุดแรกคือเรื่องที่พวกเขาใช้เวลาพักผ่อนในการเคลื่อนย้ายไป และเคลื่อนย้ายกลับ จุดที่สองก็คือ...มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถหายไปได้ ในขณะที่คนกลุ่มใหญ่ไม่ได้หายไปพร้อมกัน”

 

“จุดที่สามก็คือ ตำแหน่งที่พวกเขาเข้าใจว่าตัวเองถูกตัดขาดการเชื่อมต่ออยู่ใกล้ๆกัน อาจจะไม่ใช่ตำแหน่งเดียวกัน ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ห่างกันมากนัก”

 

“ด้วยข้อสงสัยเบื้องต้นนี้ ฉันคิดว่าจุดเคลื่อนย้ายที่ผู้นำประจำเขตพูดถึงน่าจะเป็นจุดเคลื่อนย้ายขนาดเล็ก และต้องใช้เวลาเพื่อที่จะทำให้เคลื่อนย้ายไปได้ อย่างไรก็ตาม...จุดนั้นแน่ชัดแล้วว่าไม่ใช่จุดที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่น่าจะเป็นจุดเดิมทุกครั้งทั้งเข้าและออกมากกว่า”

            

อันซูหยวนอธิบายสิ่งที่เธอรู้โดยการใช้คำบอกกล่าวของผู้รอดออกมาจากเขต J หลังจากหายไปเป็นเวลานานให้คนอื่นๆฟัง คำพูดของเธอมีเหตุและผลรองรับ ดังนั้นคนอื่นๆจึงคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้จริง

 

“ฉันคิดว่าข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับตำแหน่งของจุดเคลื่อนย้ายนั้นถูกต้อง แต่เรื่องเงื่อนไขด้านเวลาอาจจะไม่ใช่แบบนั้น พวกเราอาจต้องดูว่ามีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ เช่น ประตูทางผ่านอาจจะซ่อนอยู่ใต้ก้อนหินสักก้อนหรือเถาวัลย์สักต้น”

            

หม่าหวนหลงพูดความคิดของตนเองขึ้นมาบ้าง เงื่อนไขด้านเวลาแบบนี้เขายังไม่เคยเห็น แต่ถ้าเป็นกับดักที่มีเงื่อนไขให้ทำงานด้วยการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์บางอย่าง หรือถูกตำแหน่งบางอย่างโดยไม่ตั้งใจนั้นเขายังเคยเห็นผ่านตามาไม่น้อย 

            

เนื่องจากเงื่อนไขของทั้งสองคนน่าสนใจและไม่ควรจะทิ้งไปทั้งคู่ ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะทดลองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม...มันมีวิธีการที่ง่ายดายยิ่งกว่านั้น

 

“ฉันคิดว่ามีวิธีที่จะทำให้เร็วขึ้นอีกหนึ่งวิธี แน่นอนว่ามันเป็นวิธีที่เสี่ยงอยู่บ้าง ทั้งยังผิดกฎหมายด้วย แต่ถ้าทำได้ก็การันตีได้เลยว่าจะรู้ตำแหน่งของสถานที่นั้น”

 

“วิธีที่ผิดกฎหมายหรอ? ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้ยินพลทหารพิเศษกังวลเกี่ยวกับวิธีการที่จะใช้”

 

หม่าหวนหลงหยอกล้อเล็กน้อย ปกติแล้วพวกทหารพิเศษเป็นพวกที่ได้รับการยกเว้นในการกระทำการใดๆอยู่แล้ว พวกเขามีภารกิจเพียงแค่เรื่องความสำเร็จของภารกิจเท่านั้น ต่อให้เป็นวิธีชั่วช้าขนาดไหนก็ยังยอมรับได้ ดังนั้น...พลทหารพิเศษที่สามารถฆ่าคนโดยไม่ต้องให้เหตุผลนั้นกำลังพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมาย นี่มันเป็นเรื่องขำขันหรือไม่?

 

“พลทหารพิเศษอันลองพูดเถอะ” พลทหารพิเศษรุ่ยหรือที่เรียกกันว่าผู้ตรวจการพิเศษรุ่ยผายมือเชิญอย่างสุภาพ อันซูหยวนคลี่ยิ้มเล็กน้อย เธอไม่ปิดบังเจตนาร้ายของตัวเองอีกต่อไป

 

“ทำไมเราไม่ไปเอาข้อมูลกับคนที่รู้เลยล่ะ”

 

“หืม? จะใช้วิธีการทรมานคนหรือไง แม้จะเป็นวิธีการที่ดีและทำให้ได้ผลลัพธ์เร็วที่สุด แต่.....นั่นก็ยังเป็นวิธีการที่เสี่ยงเกินไปอยู่ดีนะ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการไปจับคนออกมาจากค่ายทหารเลย ขั้นตอนนั้นจะทำยังไงให้ไม่ถูกจับได้ และที่สำคัญที่สุด...ถ้าพวกเราเคลื่อนไหว จะมีเวลาแค่ไม่นานนักในการตามหาคน จากนั้นจะต้องรีบออกจากพื้นที่เขต J ให้ได้ แม้พวกคุณจะเป็นทหารพิเศษ แต่อย่าลืมว่าที่นี่ก็คือเขตของผู้นำประจำเขต J คนนั้น เขาต้องมีวิธีการรับมืออยู่แล้ว” หม่าหวนหลงส่ายหน้าไม่เห็นด้วย

            

ถ้าอีกฝ่ายกล้าที่จะซ่อนความจริงจากกองทัพ อย่างนั้นก็ต้องมีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งอยู่เบื้องหลังแน่นอน แล้วการที่พวกเขาจะเอาชีวิตรอดไปจากเขต J ก็จะไม่ง่ายอีก 

 

“อันดับแรกถ้าต้องการลงมือ ก็ต้องตรวจสอบก่อนว่าคนเบื้องหลังของผู้นำประจำเขตคือใคร ถ้าเป็นคนที่พวกเรารับมือไม่ได้ตอนนี้ จำเป็นต้องวางแผนให้รอบคอบเสียก่อน” หม่าหวนหลงถอนหายใจออกมา ถึงวิธีการนี้จะดี แต่ไม่อาจใช้กับสถานการณ์ที่พวกเขาเป็นรองแบบนี้ได้

            

อันซูหยวนหัวเราะเล็กน้อยเมื่อได้ยินความกังวลเช่นนั้น เห็นท่าทางของเธอ พลทหารพิเศษรุ่ยและหม่าหวนหลงก็เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

 

“หรือว่าฉันเข้าใจผิด?” เมื่อเขาพูดออกมา อันซูหยวนก็พยักหน้า

 

“ฉันไม่ได้หมายความว่าจะจับคนมาแบบนั้น”

 

“อ่า เช่นนั้นคุณวางแผนเอาไว้แบบไหน” หม่าหวนหลงชะงักไปเล็กน้อย เดิมทีเขายังคิดว่าอันซูหยวนอายุน้อยไม่ค่อยมีประสบการณ์ แม้ว่าจะมีความสามารถมาก ทว่ายังต้องฝึกฝนอีกหลายปีเพื่อให้ความคิดลึกซึ้งมากขึ้น แต่กลายเป็นว่า...ก่อนหน้านี้ตัวเขาเข้าใจผิดงั้นหรือ?

 

“ฉันได้บอกพวกคุณไปแล้วหรือยังว่านอกจากฉันจะมีความสามารถในการตรวจสอบพื้นที่แล้ว ก็ยังเลี้ยงสัตว์กลายพันธุ์ดีๆเอาไว้ด้วยน่ะ”

 

“หืม?”

 

“ด้วยเจ้าพวกนี้ ฉันตั้งใจจะปล่อยพวกมันไปสืบข่าวให้หน่อย คิดว่าน่าจะได้อะไรมาบ้าง เพียงแต่...เหมือนกับที่คุณเข้าใจ ต่อให้พวกเราไม่ได้ทรมานคนเพื่อเอาคำตอบ แต่ผู้ที่คิดจะซ่อนจุดเคลื่อนย้ายนี้คงไม่เห็นดีด้วยถ้าพวกเรามีวิธีในการใช้จุดเคลื่อนย้ายของพวกเขา ทางที่ดี...หลังจากที่ช่วยคนออกมาได้หรือไม่ได้ก็ตาม แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมงหลังจากการเข้าไปในพื้นที่ จะต้องมีแผนรับมือกับมันด้วย”

            

เพื่อทำให้พวกเขาเห็นภาพ ซูหยวนก็เรียกราชาหนูขาวออกมา เธอปล่อยพวกมันไว้รอบๆนานแล้ว ดังนั้นเมื่อเรียกพวกมันก็จะเห็นได้ว่าหนูขาวพวกนี้วิ่งออกมาจากที่ซ่อนตัวในพุ่มไม้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะต้องสงสัยเกี่ยวกับมิติฟาร์มของเธอแน่

            

หม่าหวนหลงไม่ได้ตกใจมากนักกับทักษะนี้ เขาเคยเห็นผู้เลี้ยงสัตว์กลายพันธุ์มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แม้แต่พวกกลุ่มราชาเสือที่ถูกทำลายไปก่อนหน้านี้ก็ยังเลี้ยงสุนัขทมิฬเอาไว้เป็นจำนวนมากเลย ทว่า...หม่าเฉิงหลงกลับต่างออกไป

            

ในฐานะบุตรชายของหม่าหวนหลงแล้ว เขาถูกฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วน เจอกับคู่ต่อสู้เพื่อซ้อมมือมาก็มากจริงๆ แต่มีบางอย่างที่เขาแพ้ทางมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งตอนนี้ก็ยังเอาชนะไม่ได้ นั่นก็คือผู้มีความสามารถในการควบคุมสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้!

 

“คุณ...ถึงกับเป็นผู้ควบคุมสัตว์กลายพันธุ์ด้วย!”

            

เขารู้จักอันซูหยวนผ่านชื่อเสียงที่เธอทิ้งเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย ผู้ใช้ธนู เกษตรกร หรือผู้สำรวจพื้นที่ แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ...เธอยังเป็นผู้ควบคุมสัตว์กลายพันธุ์อีกด้วย!

            

กับเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าตัวเอง ไม่รู้เลยว่าเธอทำเรื่องต่างๆมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร!

 

“ก็แค่พวกหนูขาวเท่านั้น” ซูหยวนคลี่ยิ้มให้ชายหนุ่มผมสีแดงที่ยังมองมาด้วยความไม่ไว้วางใจอยู่ เพราะมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้ควบคุมสัตว์กลายพันธุ์ เขาจึงถอยหลังไปสองสามก้าว ไม่ยอมเข้าใกล้อันซูหยวนอีก

            

นี่เป็นเพราะประสบการณ์ก่อนหน้านี้ของเขา พวกผู้ควบคุมสัตว์กลายพันธุ์นั้นเป็นพวกอันตราย ไม่ใช่เพราะพวกเขาเก่งกาจแต่อย่างใด ทว่า...ที่อันตรายก็เพราะพวกเขาอ่อนแอนี่แหละ!

            

อ่อนแอมากจนควบคุมสัตว์กลายพันธุ์ของตัวเองไม่ได้! เขาจำได้ว่าการซ้อมมือครั้งแรกของเขา ผู้ควบคุมสัตว์กลายพันธุ์ทำให้การควบคุมล้มเหลวจนสัตว์กลายพันธุ์นั้นหันกลับไปเล่นงานตัวเอง จากที่หม่าเฉิงหลงเกือบจะต่อสู้ชนะ กลายเป็นว่าเขาต้องกระโจนออกไปเพื่อป้องกันไม่ให้คู่ซ้อมมือที่อ่อนแอต้องตายภายใต้สัตว์กลายพันธุ์ที่เป็นอาวุธของตน

            

ครั้งที่สองยิ่งน่ารังเกียจกว่านั้น ปกติแล้วการซ้อมมือต้องไม่ซ้อมกันจนถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บสาหัส ตัวเขาต่อสู้กับอีกฝ่ายก็ต้องยั้งมือเอาไว้อยู่แล้ว ทว่าทางนั้นกลับหยุดไม่ให้สัตว์กลายพันธุ์ของตนเองก่อเรื่องได้ มันต่อสู้ไปเรื่อยๆจนสุดท้ายเข้าสู่สถานะคลั่ง คิดจะฆ่าเขาขึ้นมาจริงๆ ดังนั้นตัวเขาที่ยังไม่ต้องการทำผิดกฎมีแต่ต้องวิ่งไปรอบๆจนกว่าเจ้าสัตว์กลายพันธุ์จะเหนื่อยหรือหลุดจากสถานะคลั่งเท่านั้น ไม่อาจตีมันให้ตกตายได้ นับเป็นการฝึกที่ทุเรศที่สุดจริงๆ

            

เขาเคยสาบานว่าจะไม่เป็นคู่ซ้อมมือให้พวกโง่เขลาเหล่านั้นอีกแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้เจอของดีเข้าให้!

 

“ฉันคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับแผนการนี้!” เขามองหน้าอันซูหยวน แม้เธอจะเป็นทหารพิเศษก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้ สำหรับเขา...ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นทหารพิเศษ หรือจะเป็นผู้นำกองทัพ ตราบที่ใช้สัตว์กลายพันธุ์ก็ไม่น่าวางใจทั้งนั้นแหละ!!

 

“ทำไม?”

 

“ทำไม? ทำไมน่ะหรือ?....ฉันรู้ว่าพลทหารพิเศษอันมีความสามารถมาก แต่การควบคุมสัตว์ไม่ใช่เรื่องความสามารถของตนเองเท่านั้น ยังต้องขึ้นอยู่กับโชคด้วย! ถ้าโชคดีก็ทำให้สัตว์กลายพันธุ์เชื่อฟังได้ ทว่า...ถ้าครั้งนี้เกิดโชคร้ายขึ้นมา พวกเราไม่เพียงแค่ทำภารกิจไม่สำเร็จ แต่อาจจะต้องมาตายกันที่นี่ด้วย!”

 

“.................” อันซูหยวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมท่าทางของเขาจึงเปลี่ยนไปเช่นนั้น

            

ก่อนหน้านี้หม่าเฉิงหลงเป็นคนเงียบๆและมั่นใจในตัวเองมาก ขอเพียงออกคำสั่งก็พร้อมที่จะทำตามโดยไม่คิดว่าตัวเองจะล้มเหลว แต่ตอนนี้สายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ไม่เต็มใจ ทั้งยังมีส่วนของความหวาดกลัวด้วย

 

“เจ้านี่มันแพ้ทางผู้ควบคุมสัตว์กลายพันธุ์น่ะ”

 

“พ่อ ผมไม่ได้แพ้ทาง แต่ผมไม่วางใจพวกมันต่างหาก!!” หม่าเฉิงหลงรีบโบกมืออธิบาย

 

“เขามีความรู้สึกไม่ไว้ใจพวกมันจริงๆ คงจะกลัวว่าถ้าใช้หนูขาวพวกนี้ทำภารกิจสำคัญอาจจะทำให้ภารกิจล้มเหลวได้” พลทหารพิเศษรุ่ยหรี่ตาลงเช่นกัน ตรวจสอบความรู้สึกของอีกฝ่ายแล้วอธิบายให้ซูหยวนเข้าใจ

 

“โอ้ เข้าใจแล้ว แต่หนูขาวพวกนี้ซื่อสัตย์และรู้ความมาก ฉันจะสั่งให้มันระมัดระวังในการทำงาน ต่อให้ไม่ได้ข้อมูลอะไรก็จะไม่ทำให้ภารกิจล้มเหลวแน่นอน อีกอย่าง...ระหว่างนี้พวกเราก็สามารถสำรวจพื้นที่ด้วยตัวเองได้ เป็นการทำงานสองด้านไปพร้อมๆกัน หากด้านไหนสำเร็จก่อนก็ใช้ด้านนั้น”

 

“แต่ว่า....” แต่ว่ามันจะไม่เป็นอย่างนั้นน่ะสิ ถ้าหากทางนี้ยังไม่ได้ข้อมูลอะไร แล้วไอ้หนูขาวพวกนี้อาละวาดขึ้นมา สุดท้ายแล้วก็ทำให้พวกคนของผู้นำประจำเขตรู้ตัวอยู่ดี แล้วก็รีบมากำจัดพวกเขา สุดท้ายเรื่องก็ออกมาเท่าเดิมไม่ใช่หรือ?

            

ความคิดของหม่าเฉิงหลงฟุ้งไปไกล เห็นสีหน้าของเขา ต่อให้พลทหารพิเศษรุ่ยไม่อธิบาย ซูหยวนก็ยังเข้าใจได้ 

            

อย่างไรก็ตาม ซูหยวนไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปได้ แม้ว่าจุดประสงค์หลักของการมาที่นี่ก็คือการตามหาเพื่อนของพลทหารพิเศษรุ่ย แต่...เมื่อเธอได้รู้แล้วว่า “ประตูเชื่อมมิติ” หรือ “จุดเคลื่อนย้าย” ที่พวกเขาพูดถึงนั้นมีคนที่รู้เกี่ยวกับสิ่งนี้ เธอย่อมต้องการตรวจสอบให้รู้ทั้งหมดว่ามันคืออะไรกันแน่

            

ถ้าหากว่านี่เป็นแค่ระบบเกมที่ติดตัวเธอมา อันซูหยวนก็จะไม่กังวลอะไร แต่ถ้า...ถ้าหากที่นี่ไม่ได้มีแค่เธอ แล้วคนที่เปิดประตูเชื่อมมิติทิ้งไว้เป็นคนอื่น นี่ต่างหากที่เธอจะต้องกังวล!

            

เพื่อตรวจสอบให้รู้ว่ามีใครเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บ้าง ซูหยวนต้องการให้หนูขาวพวกนี้ไปเก็บข้อมูลมาจริงๆ แล้วก็ถ้าเป็นไปได้...เธอก็อยากให้พวกมันทำลายข้อมูลไปด้วย

            

ในการทำเช่นนั้น ค่ายของเขต J จะต้องถูกทำให้วุ่นวาย เอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องจะได้หายไป เพื่อการนั้น...ซูหยวนไม่สามารถลงมือกะทันหันได้ เพราะจะถูกสงสัยแน่นอนว่าเธอทำแบบนั้นไปทำไม แต่ถ้าใช้ข้ออ้างเรื่องที่เธอต้องการให้หนูขาวสืบเกี่ยวกับจุดเคลื่อนย้ายจนเกิดเรื่อง นั่นก็ยังพอที่จะไม่ทำให้ถูกตรวจสอบไปมากกว่านี้

 

………………………………