บทที่ 301 หนูขาวระดับสูง? (อ่านฟรี 2 ม.ค. 69)
บทที่ 301 หนูขาวระดับสูง? (อ่านฟรี 2 ม.ค. 69)
บทที่ 301 หนูขาวระดับสูง?
“ฉันต้องการรับรองด้วยเกียรติของฉัน หนูขาวพวกนี้เชื่อฟังและไม่สร้างปัญหาให้ภารกิจล้มเหลวแน่นอน” ซูหยวนจ้องตาของพลทหารพิเศษรุ่ย ท่าทางแน่วแน่นั้นทำให้พลทหารชะงักไป
เขารู้ว่าทำไมซูหยวนถึงต้องมองตัวเอง นี่เป็นเพราะเขาก็คือเจ้าของภารกิจที่แท้จริง อีกอย่าง...ตัวเขาก็มีความสามารถในการตรวจสอบ ถ้าให้เขายืนยันแล้ว คนขององค์กรนักล่าสกุลจางจะต้องยอมรับเงื่อนไขแน่
“เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากแค่ไหน”
“รู้ค่ะ” ซูหยวนพยักหน้าอีกครั้ง
“ดี ถ้าอย่างนั้น....” คนมองไปยังกลุ่มนักล่าสกุลจางที่มีบางคนไม่เห็นด้วย เขาพูดขึ้น
“ฉันยอมรับวิธีการของพลทหารพิเศษอัน ช่วยทำตามนี้ก็แล้วกัน” แม้ตัวเขาจะไม่ใช่หัวหน้ากลุ่มตามที่ตกลงกันไว้ ทว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างนี้ย่อมมีสิทธิในการตัดสินใจอยู่บ้าง
หม่าหวนหลงคิดเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เลือกจะเชื่อพลทหารพิเศษทั้งสองคนตรงหน้า แถมคนหนึ่งก็ยังเป็นเจ้าของภารกิจนี้ด้วย ถ้าเกิดความสูญเสียจริงๆ เชื่อเถอะว่าเขาจะต้องเป็นคนที่สูญเสียที่สุดแล้ว!
เมื่อทุกคนเห็นด้วย ซูหยวนก็โบกมือให้ราชาหนูขาวพาองค์รักษ์ของมันวิ่งหนีหายไปในพื้นที่ล่า แม้แต่พวกนักล่าที่พยายามจับสัมผัสก็ยังตามหาตัวไม่พบ แสดงให้เห็นว่าระดับของพวกหนูขาวนี้ไม่ใช่ระดับเดียวกับหนูขาวที่พวกเขารู้จักในเขต C เลย
แน่นอนว่าถ้าพวกเขาไปที่เขต C ตอนนี้จะต้องตกใจแน่ เพราะหนูขาวเขต C ที่พวกเขาเข้าใจเป็นพวกอ่อนแอไร้พลัง หนูตัวเล็กๆที่เป็นเพียงคู่ซ้อมมือยามเบื่อ ทว่าตอนนี้...พวกมันกลับเป็นหนูขาวที่น่าหวาดกลัวเสียแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะพวกมันอยู่อย่างสงบและไม่คิดรุกล้ำเขตอื่น ทหารคงจะต้องระดมกำลังพลเพื่อจัดการมันเป็นกรณีพิเศษแล้ว หรืออย่างน้อยๆก็ต้องขับไล่พวกมันไปยังเขตพื้นที่ล่าที่อันตรายกว่าเดิม ให้อยู่ในมาตรฐานที่พวกนักล่าจะยอมรับได้!
หลังจากที่เงาของพวกหนูขาวหายไป ทุกคนก็กลับมาตั้งใจทำงานของตัวเองอีกครั้ง โดยฉพาะหม่าเฉิงหลงที่คิดว่าจะต้องรีบหาตำแหน่งจุดเคลื่อนย้ายให้เจอก่อนพวกหนูขาวจะก่อเรื่อง ไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจจะไม่มีเวลามากพอในการหนีเอาตัวรอดก็ได้
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่เวลาผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมงก็ยังไม่เจอปัญหาอะไร เริ่มแรกพวกเขาต้องการตรวจสอบวัตถุต่างๆไปก่อน จากนั้นก็วนเวียนอยู่กับที่เดิมเป็นเวลา 10 วินาที ถือเป็นการตรวจสอบทั้งสองสมมติฐานไปพร้อมๆกัน ทว่า...อย่าลืมว่าพื้นที่นี้ใหญ่เกินไป ต่อให้พิจารณาตำแหน่งที่พวกผู้รอดชีวิตกลับมาบอกเล่าแล้ว ก็ยังต้องใช้เวลามากอยู่ดี
เมื่อครบกำหนด 3 ชั่วโมง ซูหยวนก็ขยับเข้าไปใกล้พลทหารพิเศษรุ่ยและหม่าหวนหลงที่กำลังปรึกษาเกี่ยวกับตำแหน่งการสำรวจ เห็นเธอเข้ามา...ทั้งสามก็ส่งสายตาหากันโดยไม่ต้องพูด
ซูหยวนรู้ว่าทั้งสองคนเข้าใจความนัยที่ต้องการสื่อสารแล้ว เธอจึงเดินไปรอบๆอีกครั้งเพื่อแสร้งทำการสำรวจต่อไป ทว่าในใจก็ตรวจสอบตำแหน่งของผู้สังเกตการณ์ไปด้วย
เพราะกลัวว่าพวกเธอจะรู้ตำแหน่งของจุดเคลื่อนย้าย พวกเขาถึงกับส่งคนมาแอบดู ทักษะของพวกเขาค่อนข้างยอดเยี่ยม แต่ไม่ได้รอดไปจากแผนที่ของอันซูหยวน
หลังจากดูว่าพวกเธอยังงมเข็มในมหาสมุทร ไม่ได้ใกล้เคียงตำแหน่งที่เป็นจุดเคลื่อนย้าย พวกเขาก็ถอยกลับไปเมื่อครบ 10 นาที นี่ก็เพื่อไม่ให้ตัวตนของตนเองถูกพบเจอจนเกิดข้อสงสัย พร้อมกันนั้นก็คิดว่ากลุ่มของอันซูหยวนจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเข้าใกล้พื้นที่สำคัญนั้น
ด้านหลังที่พวกเขาวิ่งไปปรากฏร่างเล็กๆของหนูขาวสองตัวออกมาด้วย พวกกลุ่มนักล่าสกุลจางแอบสบตากันเอง เดิมทีพวกเขาคิดว่าหญิงสาวควบคุมหนูขาวกลายพันธุ์เพียง 1 ตัวนั้น แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะยังสามารถมีสัตว์กลายพันธุ์อีก 2 ตัวด้วย
เพียงแค่นี้ก็ทำให้พวกเขาตกใจได้แล้ว ถ้ารู้ว่าซูหยวนควบคุมหนูขาวกลายพันธุ์ได้เป็นกองทัพ ไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไร
“จี๊ด!!” เสียงเล็กๆของหนูขาวกลายพันธุ์ดังขึ้นไม่ไกล เรียกสายตาของคนทั้งหมดไปมองที่มัน
“นั่นหนูขาวกลายพันธุ์ของพลทหารพิเศษอันใช่ไหม?” นักล่าองค์กรสกุลจางคนหนึ่งชี้ให้เห็นจุดสีขาวเล็กๆที่กำลังวิ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ในมือของมันยังถือหนังสัตว์ที่มัดเอาไว้อย่างดีอยู่ด้วย
“จี๊ด! เจอข้อมูลบางอย่างแล้ว จี๊ดๆ” เจ้าหนูขาวยื่นเอกสารหลังพูดจบ ผู้คนต่างอ้าปากค้างเมื่อได้ยินเช่นนี้
ไม่ใช่พวกเขาตกใจกับความสำเร็จของมันในการขโมยเอกสารลับ แต่เป็นเพราะเสียงที่มันพูดออกมาต่างหาก!! เมื่อครู่...หูของพวกเขาไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม? ปรากฏว่าเจ้าหนูขาวตัวนี้พูดภาษามนุษย์ได้ด้วย! สัตว์กลายพันธุ์ถึงกับวิวัฒนาการไปขั้นนี้เชียวหรือ?!!
หม่าหวนหลงคงจะตกใจมากที่สุด เขาคือคนที่มีประสบการณ์ในการล่ามากที่สุดแล้ว ด้วยสถานะนักล่าระดับสูงขององค์กร เขาไปถึงเขต M เพื่อเจอกับสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงแล้วด้วยซ้ำ
จริงอยู่ที่เขาเคยได้ยินพวกกลายพันธุ์พูดภาษามนุษย์มาก่อน แต่...พวกกลายพันธุ์พวกนั้นไม่ใช่พวกระดับสูงชนิดที่ว่าเพียงกระพริบตา นักล่าอย่างพวกเขาก็ต้องตายในทันทีหรอกหรือ? แล้วทำไม...ทำไมหนูขาวที่อ่อนแอบอบบางเช่นนี้ก็ยังพูดภาษามนุษย์ได้ล่ะ!
อะไรคือหลักการที่บอกว่า สัตว์กลายพันธุ์ที่มีปัญญาจะต้องเป็นสัตว์กลายพันธุ์ที่ผ่านการวิวัฒนาการมาหลายร้อยหลายพันครั้งแล้วส่งต่อมายังสายเลือดของตนเอง ถ้าอย่างนั้น...หนูขาวเขต C พวกนี้ก็เป็นหนึ่งในพวกที่วิวัฒนาการมาเป็นร้อยๆครั้งหรือ? นั่นไม่ควรจะเป็นไปได้เลย
คนที่ไม่รู้ตกใจก็เพราะพวกเขาไม่รู้ คนที่รู้กลับตกใจเพราะพวกเขารู้ดี ท่าทางทุกคนตอนนี้แตกต่างกันออกไป คงมีแค่อันซูหยวนเท่านั้นที่ยังสื่อสารกับหนูขาวได้เป็นปกติ
“อืม ไปทำงานต่อเถอะ”
“จี๊ด!! เข้าใจแล้ว!” มันตอบรับอย่างว่าง่ายแล้ววิ่งหนีหายไป
เมื่อซูหยวนหันกลับมาอีกทีก็พบว่าด้านหลังของเธอมีแค่ความเงียบเท่านั้นแล้ว คนทั้งหมดกำลังมองมาทางเธอด้วยสายตางุนงง
“อะ แอ่ม หนูขาวได้ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งมาแล้ว อยากจะเข้าไปสำรวจจุดเคลื่อนย้ายนั้นเลยไหม” ปกติซูหยวนไม่ใช่คนพูดเสียงดัง แต่เพื่อเรียกให้พวกเขากลับมามีสติ เธอจึงใช้เสียงที่ดังขึ้นอีกเล็กน้อย
“อะ เอ่อ ว่าอะไรนะ”
“เธอได้จุดเคลื่อนย้ายมาแล้วหรอ นั่น...อ่า ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว” หม่าเฉิงหลงอ้าปากพะงาบๆ แม้แต่ตัวเองพูดอะไรออกมาก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
“ถ้าอย่างนั้นจะไปกันเลยไหม” ซูหยวนเลิกคิ้วมองทุกคน เห็นพวกเขายังไม่มีสติ เธอไม่กล้านำพวกเขาไปยังประตูเชื่อมมิติจริงๆ
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ด้านหลังของประตูเชื่อมมิติจะเป็นการพาไปยังอีกมิติหนึ่ง เธอไม่รู้ว่ามันจะเป็นพื้นที่เหมือนกันหมดไหม แม้จากรายงานที่ได้ยินมา...พวกที่รอดชีวิตจะบอกว่าพื้นที่ก็มืดๆเหมือนเขต J นี้ มีหมอกหนาทึบจนทำให้มองอะไรไม่เห็น ส่วนใหญ่พวกเขาเลือกอยู่กับที่จึงกลับมาได้อย่างปลอดภัย แต่...อย่าลืมว่าคนหลงเข้าไปในพื้นที่นี้มากมาย แถมส่วนใหญ่ก็คือคนที่กลับออกมาไม่ได้ด้วย
ไม่รู้ว่าคนที่กลับออกมาไม่ได้ก็คือคนที่เข้าไปในพื้นที่แล้วพลาดท่าตรงไหน หรืออาจจะเป็นคนที่เปิดไปเจอมิติอื่นที่อันตรายกว่าก็ได้! ซูหยวนไม่กล้าวางใจเลย
“ไป ไม่สิ! ใจเย็นๆก่อน ขอให้พวกเราอ่านเอกสารก่อน” หม่าหวนหลงเกือบจะเดินตามเด็กสาวไปอยู่แล้ว แต่หลังคิดอีกที...เขาก็ควรจะต้องตรวจสอบรายละเอียดในฐานะผู้นำก่อนไม่ใช่หรือ?
ตอนนี้ยังเป็นเขาที่นำกลุ่มอยู่ใช่ไหม? เกือบจะมอบมันให้เด็กสาวคนนี้ไปแล้วเชียว!
“ใช่ ตรวจสอบก่อนเถอะ” พลทหารพิเศษรุ่ยเองก็เรียกสติกลับมาได้เหมือนกัน เขาและหัวหน้ากลุ่มเขี้ยวขาวอ่านเอกสารนั้นก่อนจะชะงักไปอีกครั้งเมื่อเปิดม้วนเอกสารออกมา
ม้วนเอกสารนี้ไม่ใช่แผนที่โดยตรง ที่จริงมันเป็นจดหมายที่ทหารคนหนึ่งสื่อสารกับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ ตราสัญลักษณ์ที่จดหมายช่างคุ้นตาเสียเหลือเกิน เพราะแบบนั้นจึงทำให้พวกเขาตกใจอยู่แบบนี้
“ที่แท้ก็เป็นกลุ่มดวงตามาร!” พลทหารพิเศษรุ่ยกล่าวเสียงขรึม
คีย์เวิร์ดที่ออกมาจากปากของเขาเป็นอีกครั้งที่ซูหยวนได้ยินชื่อนี้ ครั้งก่อนเธอจำได้ว่าทำลายแท่นพลังงานของพวกเขาไปเสียย่อยยับ กระทั่งโยนมันเข้าไปในฟาร์มของเธอเพื่อยกระดับค่าพลังงานด้วยซ้ำ เดิมทีคิดจะตามหาพวกมันเพื่อขโมยแท่นพลังงานนั่นอีก คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้มาเจอข้อมูลเกี่ยวกับพวกนั้นโดยบังเอิญง่ายๆแบบนี้
“พวกมัน....นี่ก็แปลว่าผู้นำประจำเขต J เป็นคนของพวกมัน เป็นพวกทรยศของมนุษย์ชาติสินะ!”
“ฉันจะไม่ปล่อยเอาไว้แน่ หลังเสร็จภารกิจนี้จะต้องแจ้งไปยังหัวหน้าหน่วยพิเศษเพื่อให้ปฏิบัติการ”
“พลทหารพิเศษรุ่ย เรื่องของพวกกลุ่มดวงตามารเป็นเรื่องที่ประธานจางสนใจอยู่ก่อนแล้ว ถ้าพวกคุณต้องการความร่วมมือจากองค์กร ฉันเชื่อว่าประธานจางจะต้องเห็นด้วยแน่”
“ตกลง ฉันจะทำเรื่องขอความร่วมมือไป!” พลทหารพิเศษรุ่ยรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของประธานจางและกลุ่มดวงตามารอยู่ก่อนแล้ว
เนื่องจากประธานจางเป็นพวกชอบผลประโยชน์เป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้นเขาย่อมสนใจเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากพวกกลุ่มดวงตามารที่สรรหาของเล่นแปลกๆเอาออกมาใช้
หรือพูดให้ถูกก็คือ...กลุ่มดวงตามารเป็นเหมือนปลาเล็กที่ถูกปลาใหญ่ตามหามาโดยตลอด สำหรับกลุ่มดวงตามาร...ประธานจางก็เหมือนสุนัขล่าเนื้อที่ต้องหลบเลี่ยงให้ไกลเช่นกัน พวกเขารู้ดีว่าเมื่อเจอประธานจางที่ไหน ก็เจอแต่ความเสียเปรียบที่นั่น กลายเป็นเรื่องขบขันที่พูดกันมาตั้งแต่ 10 ปีก่อนจนถึงทุกวันนี้เลย
ส่วนพลทหารพิเศษรุ่ยที่จริงจังยามได้ยินชื่อกลุ่มดวงตามารนี้ ย่อมเป็นเพราะความอุทิศตนเพื่อความถูกต้องของเขานั่นแหละ กลุ่มดวงตามารเป็นกลุ่มที่อยากทำลายล้างมนุษย์ชาติมากที่สุด ไม่สนใจว่าคนๆนั้นจะดีหรือชั่ว ขอแค่เป็นมนุษย์ก็อยากจะทำลายทิ้ง มีความเชื่อแปลกๆเกี่ยวกับการผลัดรุ่น ถ้าทำลายมนุษย์ได้ทั้งหมดก็จะให้กำเนิดผู้แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ขึ้นมา ด้วยความเชื่อต่างกันสุดขั้วนี้ จึงเป็นเหมือนศัตรูคู่แค้นแต่ชาติปางก่อนก็ไม่แปลก
“พวกเราต้องรีบหน่อยแล้ว ถ้าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มดวงตามาร ฉันเชื่อว่าพวกมันจะไม่ปล่อยให้เราเข้าออกจุดเคลื่อนย้ายโดยง่ายแน่ อีกอย่าง...นิสัยของพวกมันชอบสร้างกับดักเอาไว้ ต่อให้พวกเราเข้าไปได้ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย ตอนนี้ฉันยังกังวลว่าทหารพิเศษที่เข้าไปก่อนหน้านี้อาจจะ...”
“ขอแค่ชี้ตำแหน่งให้ก็พอ ทุกคนไม่จำเป็นต้องเข้าไปเสี่ยงด้วย ฉันจะเข้าไปจัดการแล้วพาทุกคนออกมา” พลทหารพิเศษรุ่ยโบกมือ เขารู้ว่าหม่าหวนหลงต้องการพูดอะไร
ถ้านี่เป็นเรื่องของกลุ่มดวงตามาร โอกาสรอดชีวิตของเพื่อนๆก็น้อยมาก แต่ในสายตาของพลทหารพิเศษรุ่ย คนพวกนั้นไม่ได้อ่อนแอ ต่อให้ไม่สามารถต่อสู้กับพวกดวงตามารได้ ทว่าการเอาชีวิตรอดจะทำไม่ได้เลยหรือ?
หากเขาคิดว่าอีกฝ่ายไม่รอดแล้วไม่ยอมเข้าไปช่วย ในขณะที่ทางนั้นอดทนเฮือกสุดท้ายเพื่อรอตัวเอง แบบนี้จะไม่ผิดคุณธรรมหรือ? มันเท่ากับว่าเขาเป็นคนผลักพวกพ้องตัวเองออกไปตายนั่นแหละ เขาจะทำแบบนั้นได้อย่างไร!
แน่นอนว่าเขาไม่ต้องการบังคับให้คนอื่นไปตายด้วยกัน แม้จะขอให้ช่วยภารกิจนี้ แต่พวกเขาก็ช่วยมามากพอแล้ว ตราบเท่าที่รู้วิธีเข้าออกจุดเคลื่อนย้ายนี้ มันก็น่าจะเพียงพอที่ทำให้พาพวกพ้องออกมาได้แล้ว
“ไม่ต้องรีบร้อน” ซูหยวนยกมือขึ้นห้ามไม่ให้พลทหารพิเศษรุ่ยดำเนินการ
ไม่ใช่ว่าถ้าพวกเขาไปประจำจุดนั้นแล้วจะทำให้พวกกลุ่มดวงตามารหรือคนของผู้นำประจำเขตตื่นตัวหรอกหรือ? หลังจากนั้นพวกเขาก็จะเหลือเวลาทำงานจำกัดแล้ว แทนที่จะแหวกหญ้าให้งูตื่น ทำไมไม่โยนหนูเพื่อซ่อนตัวจากงูแทนล่ะ!
“ฉันมีแผนที่น่าจะใช้ได้อยู่ อยากลองไหมคะ”
ได้ยินรอยยิ้มของซูหยวนเช่นนี้อีกครั้ง หม่าเฉิงหลงก็อยากปฏิเสธ ทว่าทุกคนไม่เห็นด้วยกับเขา ดังนั้นจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากมองดูหนูขาวฝูงหนึ่งวิ่งออกมาจากที่ซ่อน
........................
ในขณะเดียวกัน ค่ายพักของทหารเขต J ตอนนี้ผู้ช่วยคนสำคัญของผู้นำประจำเขตกำลังนั่งเขียนจดหมายรายงานไปถึงบุคคลสำคัญของกลุ่มดวงตามารเพื่อรายงานให้พวกเขารู้ว่ากำลังมีพลทหารพิเศษมาสำรวจพื้นที่อีกแล้ว ครั้งนี้พวกเขายังพากลุ่มนักล่าสกุลจางมาด้วยเหมือนเดิม ทว่าต่างจากครั้งก่อนๆ นั่นก็คือพวกเขาเริ่มมีจุดตรวจสอบที่ชัดเจนมากขึ้น และก็อยู่ใกล้กับจุดเคลื่อนย้ายด้วยเช่นกัน
ในเนื้อหายังระบุความคิดเห็นของเขาด้วยว่า อยากจะจัดการพลทหารพิเศษรุ่ยคนนี้ให้จบๆไป ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายอาจจะยังพยายามตรวจสอบในครั้งต่อไป หรือครั้งต่อๆไปอีกก็ได้ สักวันหนึ่งความลับเรื่องจุดเคลื่อนย้ายจะถูกเปิดเผย ทรัพยากรที่ควรจะเป็นของพวกเราเท่านั้นก็จะถูกกองทัพขโมยไป
ไม่สิ! ก่อนที่กองทัพจะเข้าพื้นที่นั้นเพื่อรวบรวมทรัพยากร ชีวิตของเขาและผู้นำประจำเขตน่าจะไม่รอดก่อน เนื่องจากความผิดที่ซ่อนผลประโยชน์ใหญ่หลวงเช่นนี้ไว้
“เท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว ขอแค่ท่านผู้นั้นเห็นด้วย ฉันจะลงมือส่งคนไปฆ่าพวกพลทหารพิเศษรุ่ยนั่นเอง!” เขาพับกระดาษด้วยความมุ่งมั่น แทนที่จะต้องมาระแวงกับพลทหารพิเศษรุ่ยตลอดไป สู้ฆ่าทิ้งเสียเลยตอนนี้น่าจะดีที่สุดแล้ว!
…………………………………….