LNCrawler

บทที่ 302 ไพ่ลับ (อ่านฟรี 3 ม.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 302 ไพ่ลับ (อ่านฟรี 3 ม.ค. 69)

บทที่ 302 ไพ่ลับ

 

ในขณะเดียวกัน ณ สถานที่ที่ห่างไกลออกไป กลุ่มคน 3 คนกำลังนอนหมอบอยู่ใต้เถาวัลย์ไม้ใหญ่ ข้างหลังมีถ้ำค้างคาวที่มืดมิดอยู่ด้วย ลำพังแค่หมอกหนาพวกนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้มองหากันได้ยากเย็นแล้ว มันจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการซ่อนตัว อย่างไรก็ตาม...ในที่ที่อันตรายที่สุดจะกลายเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด แนวคิดของพวกเขาเช่นนี้จึงทำให้รอดพ้นจากความตายมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

            

ครั้งนี้ก็เช่นกัน....

            

แทนที่จะเข้าไปซ่อนตัวในถ้ำซึ่งน่าจะปลอดภัยมากกว่า คนกลับซ่อนตัวอยู่ที่ปากทางเข้าถ้ำ ควบคุมลมหายใจของตัวเองไม่ให้ถูกปลดปล่อยจนผู้อื่นรับรู้ ทำเหมือนว่าตัวเองก็คือซากเน่าตายหนึ่งร่างเท่านั้น ต่อให้อยากจะตรวจสอบก็หาไม่เจอ

            

ด้านหน้ายังมีกำลังคนจำนวนหนึ่งเดินผ่านไปผ่านมาอยู่ด้วย หลังจากที่พวกเขาพยายามตามหาผู้บุกรุกมาเป็นเวลานานหลายเดือน ตอนนี้ความพยายามของพวกเขาย่อมลดน้อยลงไปมาก กระทั่งคิดว่าผู้บุกรุกสามคนหลังนี้อาจจะตายไปแล้วก็เป็นได้ ถ้าไม่ใช่เพราะข่าวคราวจากด้านนอกยังส่งมาต่อเนื่องเกี่ยวกับความพยายามในการตามหาคนของพลทหารพิเศษรุ่ย พวกเขาก็คงจะล้มเลิกการตามหาอีกฝ่ายไปแล้ว

 

“ไอ้พวกนั้นจะยังมีชีวิตอยู่ได้ยังไงนานขนาดนี้ ฉันคิดว่านี่เป็นความกังวลที่เกินจริงไปก็เท่านั้น”

 

“อืม ก็คงจะเป็นเช่นนั้น แต่พวกเราเป็นแค่ลูกน้อง ผู้นำสั่งก็ต้องทำตาม ไม่อาจจะทำอย่างอื่นได้อีกแล้ว”

 

“ก็นั่นน่ะสิ เมื่อไรฉันจะกลายเป็นหัวหน้ากลุ่มบ้าง อย่างน้อยๆก็มีสิทธิพูดในที่ประชุม”

 

“เหอ เหอ เหอ ฝันไปเถอะ การจะเป็นหัวหน้ากลุ่มก็ต้องรอให้หัวหน้ากลุ่มคนเดิมตายไปก่อน แล้วแกคิดว่าหัวหน้ากลุ่มพวกเราจะตายง่ายๆไหมล่ะ? ตราบเท่าที่มีแท่นพลังงานนั้น เขาก็ยังสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตกลับมาได้อยู่ดี ฆ่ายังไงก็ไม่ตาย”

 

“ขอแค่ฉันมีโอกาสเป็นหัวหน้ากลุ่ม การจะฝังแกนพลังงานเข้าร่างกายก็ต้องทำได้เหมือนกัน หลังจากนั้นก็จะได้กลายเป็นอมตะบ้าง”

 

“ฮ่าๆ อย่ามัวแต่ฝันลมๆแล้งๆเลย พวกเรารีบสำรวจแล้วก็กลับไปพักผ่อนเถอะ”

 

“ใช่ๆ สำรวจครบตามจุดเฝ้าระวังแล้วก็กลับกัน ยังมีสาวงามที่รอฉันไปเล่นสนุกด้วยอยู่นะ”

            

กลุ่มคนลาดตระเวนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ดูแล้วไม่ได้มาเพื่อทำหน้าที่สำคัญอะไรเลย ทั้งที่ความจริงนี่เป็นคำสั่งสำคัญที่พวกผู้นำส่งต่อมาแท้ๆ 

            

เพราะแบบนั้น พวกเขาจึงพลาดโอกาสในการพบเจอตัวคนสำคัญ หาไม่แล้วก็คงจะทำผลงานใหญ่ได้ ได้รับผลประโยชน์มากมายเป็นการตอบแทน เรื่องนี้จะโทษพวกเขาเสียอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องชื่นชมว่าก่อนหน้านี้ผู้ซ่อนตัวเก่งกาจเกินไป พวกเขาสามารถหลบหนีสายตาของคนกลุ่มดวงตามารได้นานหลายเดือน ย่อมทำให้ผู้คนคิดว่าพวกเขาไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว

            

หลังจากเสียงฝีเท้าห่างออกไป คนทั้ง 3 ก็ค่อยๆขยับ เพื่อไม่ให้ถูกเจอตัว พวกเขาจึงต้องซ่อนลมหายใจเอาไว้ หรือก็คือหยุดการหายใจของตนเอง ไม่น่าแปลกใจที่จะเหนื่อยหอบเช่นนี้

 

“พวกมันยังไม่ละความพยายามที่จะตามหาพวกเรา แปลว่าข้างนอกยังมีคนต้องการช่วยเหลือเราอยู่”

 

“อืม ก็คงจะเป็นพลทหารพิเศษรุ่ยเหมือนเดิมนั่นแหละ”

 

“ถ้าพวกเราสามารถไปที่จุดเคลื่อนย้ายนั่นได้ ก็จะเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่ของเขต J ได้ น่าเสียดายที่สถานที่นั้นถูกควบคุมเข้มงวดเกินไป พวกกลุ่มดวงตามารไม่ยอมให้พวกเราเข้าใกล้ง่ายๆแน่!”

            

ทั้งสามพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียด นัยน์ตามีประกายความเกลียดชังอยู่ไม่น้อย สรุปก็คือ...แท้จริงพวกเขาคือเพื่อนที่พลทหารพิเศษรุ่ยกำลังตามหาตัวอยู่นั่นเอง

            

เนื่องจากครั้งก่อนที่รับภารกิจตรวจสอบพื้นที่เขต J มา พวกเขาก็ผ่านมายังทางเชื่อมมิตินี้โดยบังเอิญ แต่ไม่เหมือนกับทหารหรือนักล่าคนอื่นๆ ทันทีที่พวกเขาเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ ทุกคนเข้าใจทันทีว่านี่ไม่ใช่โลกที่พวกเขาอาศัยอีกต่อไปแล้ว

            

ถึงจะมีหมอกหนาพรางสายตาเหมือนกัน และมีสัตว์ประหลาดมีพิษอยู่รอบๆ ทว่า...พื้นที่นี้เป็นเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่เสียมากกว่า ไม่เหมือนพื้นที่โลกของพวกเขาเลย สัตว์ประหลาดพวกนี้ถูกใครบางคนสร้างขึ้นมา ไม่ได้วางไข่เพื่อสืบต่อสายพันธุ์ พวกมันมีจำนวนเยอะมากและฆ่าไม่ตาย หลังจากฆ่าไปหนึ่งตัว รอเวลาผ่านไป 24 ชั่วโมงก็ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้งในตำแหน่งเดิม แถมรูปแบบในการอาศัยของพวกมันก็ชัดเจนยิ่งกว่าสัตว์กลายพันธุ์ข้างนอกด้วย

            

ถ้าซูหยวนได้เห็นพวกมันก็น่าจะรู้ได้ทันทีว่าสาเหตุนี้เกิดจากอะไร...

            

นี่เป็นพื้นที่ของระบบเกมแน่นอน การตั้งค่าที่มีรูปแบบตายตัวนี้ถูกกำหนดมาจากผู้สร้างเกมนี้ เนื่องจากพวกมันถูกควบคุมโดยโปรแกรม ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีข้อกำหนดที่ชัดเจน

            

แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นความลับที่ซูหยวนพูดออกไปไม่ได้ต่อให้รู้ก็ตาม ไม่อย่างนั้นคนอื่นๆก็จะได้รู้ด้วยว่าซูหยวนแท้จริงไม่ใช่คนบนโลกนี้ ซึ่งนั่นจะเป็นอันตรายต่อเธอมาก

 

“ถ้าหากว่าพลทหารพิเศษรุ่ยเข้ามาได้จริงๆ พวกเขาจะมีกำลังมากพอในการหลบหนีไหม” 

 

“เฮ้อ ทำได้แค่คาดหวังว่าเขาจะพาคนที่เก่งกาจมาด้วย ลำพังพลทหารพิเศษรุ่ยคงจะทำเช่นนั้นไม่ได้ พลังของเขาโดดเด่นในด้านการสัมผัสมากกว่าการต่อสู้”

 

“อืม แต่ด้วยหมอกหนาพวกนี้ เขาอาจจะใช้พลังงานเพื่อสร้างภาพลวงตาขึ้นมา...”

 

“ภาพลวงตานั่นกินพลังงานมาก ทุกครั้งที่ไปทำภารกิจก็มีเงื่อนไขในการใช้งานมากเกินไป หากไม่มีพวกเราสนับสนุนอยู่ข้างๆ เขาใช้พลังนี้จะสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเอง ทางที่ดี...ฉันหวังว่าเขาจะไม่เข้ามาในพื้นที่นี้”

 

“นั่นน่ะสิ พวกกลุ่มดวงตามารควบคุมจุดเคลื่อนย้ายเอาไว้ เข้าออกจะถูกพวกมันตรวจสอบทั้งหมด พวกที่กลับออกไปไม่ได้ก็คือพวกที่ไม่ยอมรับพวกมันเป็นเจ้านาย ยอมตายดีกว่ายอมเป็นทาส ดังนั้นจึงเหลือแค่ศพของพวกเขาที่ถูกเอาไปทดลอง ส่วนพวกสารเลวที่กลับออกไปได้...พวกมันล้วนแล้วแต่เป็นผู้ทรยศทั้งสิ้น!!”

 

“พวกเรารู้เรื่องมากขนาดนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกมันไม่ต้องการให้พวกเราออกไปจากพื้นที่นี้”

 

“ฮ่าๆ ก็ต้องดูว่าพวกมันหรือพวกเราที่จะมีความสามารถมากกว่ากัน ตอนนี้พวกเราทำให้มันชะล่าใจได้แล้ว อีกไม่นานคงถึงเวลาลงมือ”

            

ทั้งสามวางแผนอย่างรัดกุม พวกเขาคาดหวังว่าหลังจากออกจากพื้นที่แห่งนี้แล้วจะสามารถรายงานภารกิจที่รับมาได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของมนุษย์ชาติมาก การมีพื้นที่ประหลาดนี้ไม่ใช่แค่อันตรายเท่านั้น แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้พวกเขาสามารถรวบรวมทรัพยากรได้ด้วย

            

ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกกลุ่มดวงตามารจะสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดเช่นนี้ ทั้งยังแนวคิดเรื่องที่สายพันธุ์แข็งแกร่งกว่าเดิมของพวกเขาด้วย คงไม่แคล้วจะเห็นโอกาสบางอย่างจากพื้นที่แห่งนี้นั่นแหละ

            

พวกเขาใช้เวลาไม่นานที่นี่ก็ยังได้รับทรัพยากรมาไม่น้อย หลังจากการสังหารสัตว์กลายพันธุ์ที่พื้นที่ล่า พวกมันจะมีแค่แกนพลังงานเท่านั้นที่เอาไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ที่นี่...หลังสังหารสัตว์ประหลาดพวกนั้นแล้ว ร่างของพวกมันจะหายไป ทิ้งเอาไว้แค่สมบัติบางประการ

            

บางครั้งเป็นแกนพลังงาน บางครั้งกลับเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เสริมความแข็งแกร่งของอาวุธ และยังมีชิ้นส่วนอื่นๆที่รอการศึกษาอีกมาก

            

น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวก็คือ...ความลับพวกนี้เป็นกลุ่มดวงตามารพบเจอก่อน ทรัพยากรมากมายที่ผ่านมาคงเป็นกลุ่มพวกมันที่คว้าเอาไปไม่น้อยแล้ว หากมันกลายเป็นของมนุษย์ชาติตั้งแต่แรก ไม่รู้เลยว่าความแข็งแกร่งของมนุษย์จะเพิ่มไปอยู่ในระดับไหนแล้ว

 

“ระวัง!”

            

ในขณะที่พวกเขากำลังวางแผนการขั้นต่อไปของตัวเอง พลทหารพิเศษคนหนึ่งก็เอ่ยเตือนเพื่อนของตนเสียงดัง 

            

ฟวับ!!

            

แม้ว่าการโจมตีก่อนหน้านี้จะพลาดเป้าไป แต่แรงลมที่ผ่านปะทะเข้าใบหน้าของชายหนุ่มก็ยังทิ้งร่องรอยบาดแผลเล็กๆเอาไว้ ด้วยการโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงนี้ หากเขาไม่สามารถหลบพ้น ตอนนี้ก็น่าจะเหลือแค่ร่างไร้วิญญาณเท่านั้นแล้ว

 

“ฮ่าๆ คิดอยู่แล้วว่าแมลงสาบตายยากพวกนี้ยังมีชีวิตอยู่ ไม่อย่างนั้นพลทหารพิเศษรุ่ยคงไม่ตามหาพวกแกไม่หยุดแบบนั้น!” 

            

เสียงแหบพร่าเหมือนคนจิตวิกลจริตดังขึ้น เรียกสายตาของทั้งสามคนให้หันไปมองได้ ปรากฏเป็นชายร่างผอมที่นั่งอยู่บนไหล่ของสัตว์ประหลาดที่เหลือเพียงโครงกระดูก ออร่ามืดมนที่ออกมาจากทั้งสองนั้นเข้ากันได้เป็นอย่างดี เห็นได้ชัดว่าพวกเขารวมจิตใจกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว

            

สัตว์ประหลาดพวกนี้มีมากในพื้นที่แยกมิติ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นว่ามีคนควบคุมมันได้ด้วย สิ่งนี้เปลี่ยนชายชราที่อ่อนแอให้กลายเป็นผู้แข็งแกร่งทันที

 

“แกมีวิธีควบคุมสัตว์ประหลาดโครงกระดูกพวกนี้ด้วยงั้นหรอ? ช่างเป็นทักษะที่ยอดเยี่ยมจริงๆเลยนะ” พลทหารพิเศษคนหนึ่งเอ่ยประชดประชัน แม้พวกเขาจะมีความสามารถในการรับรู้ที่ดี แต่ก็รับรู้ได้แค่สิ่งมีชีวิตเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าพวกนี้จะสามารถควบคุมโครงกระดูกประหลาดนี้ด้วย

            

สาเหตุที่ทำให้การต่อสู้ในมิตินี้ไม่ดีนัก ส่วนใหญ่เป็นเพราะเจ้าพวกโครงกระดูกแปลกประหลาดพวกนี้นี่แหละ หากประมาทไปแม้แต่วินาทีเดียวก็สามารถถูกพวกมันโจมตีได้ ดีที่พวกมันไม่ได้มีมากเกินไป ไม่อย่างนั้นแล้วคงไม่มีใครรอดชีวิตในพื้นที่นี้

            

แต่พวกเขาก็ไม่ได้คาดคิดว่าสมาชิกของกลุ่มดวงตามารจะแข็งแกร่งมากขนาดควบคุมพวกสิ่งมีชีวิตลี้ลับพวกนี้ได้ ช่างเป็นภารกิจที่น่าปวดหัวจริงๆ

 

“ฮ่าๆ นี่ก็คือพลังที่กลุ่มดวงตามารของพวกเราได้รับอย่างไรล่ะ! พวกแกจงรู้สึกโชคดีเสียเถอะที่ได้เป็นหนูทดลองครั้งแรกของพวกเรา!” คนหัวเราะออกมา ท่าทางน่ารังเกียจไม่น้อย

            

ถ้าเทียบระหว่างโครงกระดูกกับผู้ควบคุมโครงกระดูกผู้นี้ ยังรู้สึกว่าผู้ควบคุมนั้นน่าขยะแขยงมากกว่าเสียอีก ออร่าความตายวนเวียนอยู่รอบๆตัวเขา พลังชีวิตถูกดึงออกมาใช้จำนวนมากขนาดที่ว่ามองด้วยตาเปล่าก็ยังเห็น

 

“ความแข็งแกร่งที่แลกมาด้วยพลังชีวิตตัวเอง ช่างน่าอิจฉาเสียจริงๆเลยนะ”

 

“ใช่ พวกแกอาจจะคิดว่าการถ่วงเวลาจะทำให้พวกแกสามารถชนะโดยไม่ต้องต่อสู้ แต่ฉันก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกนะ” เจ้าของเสียงแหบพร่าร่างกายผอมแห้งยกผลึกชิ้นหนึ่งขึ้นมา

 

“ผลึกพลังชีวิตนี้จะช่วยให้ฉันกลายเป็นอมตะ! ถ้าพวกแกอยากพูดอะไรก็พูดมาเลย ฉันสามารถฟังพวกแกพล่ามได้ทั้งวัน ฮ่าๆ” เขาพูดแล้วก็โยนมันลงคอ ตอนนั้นจึงได้เห็นสัญญาณชีวิตที่อ่อนแอค่อยๆกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง 

            

ทหารพิเศษทั้งสามคนมองหน้ากันเอง ใครจะคิดว่าเจ้าคนผู้นี้โง่งมเสียเหลือเกิน กระทั่งวิธีเช่นนี้ก็เปิดเผยให้ตัวเองรู้เสียได้ ช่างใจกว้างจริงๆ หรือไม่...คนก็คงคิดว่าด้วยการควบคุมโครงกระดูกนี้ ตัวเองน่าจะชนะพวกเขาได้แน่นอนแล้วกระมัง

 

“เอาล่ะ ถ้าแกต้องการโอ้อวดมากนัก ทำไมถึงไม่บอกฉันล่ะว่าแกหาวิธีการควบคุมโครงกระดูกนี้ได้ยังไง ถือว่าให้พวกเรารู้ก่อนตาย จะได้อิจฉาให้สุดๆไปเลย ดีไหมล่ะ” 

 

พลทหารพิเศษคนหนึ่งลองหยั่งเชิง ถ้าไม่ใช่คนจิตใจวิปริตย่อมไม่กล้าพูดมันออกมา แต่อีกฝ่ายไม่เหมือนคนปกติ ดังนั้นเขาจึงอยากเสี่ยงดู

            

แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เขาคงจะซ่อนตัวในมิตินี้มานานแล้วจนกลายเป็นคนเพี้ยนๆ วันๆไม่รู้ได้คุยกับใครหรือเปล่า ถึงอยากจะเปิดเผยความลับทั้งหมดให้ศัตรูรู้

 

“อะไรกัน? พวกแกเป็นถึงทหารพิเศษแต่ไม่รู้ความลับสวรรค์เรื่องนี้หรือ? ช่างน่าผิดหวังจริงๆ เดิมทีคิดว่าทหารพิเศษเก่งกาจไปเสียทุกอย่าง สุดท้ายแล้วก็แค่พวกโง่งมพวกหนึ่งเท่านั้น” รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นมุมปาก ก่อนที่เขาจะสาธยายต่อไป

 

“วิธีการควบคุมโครงกระดูกที่ทรงพลังนี้ไม่ได้ยากเลย ขอแค่รวบรวมผลึกสีดำครบ 7 ชิ้นก็ได้แล้ว แต่พวกแกไม่ต้องคิดฝันหรอกว่าจะรวบรวมได้มากขนาดนั้น ลำพังแค่ตามหาโครงกระดูกเพื่อล่าก็ยากพอแล้ว แถมพวกเรายังใช้เวลาล่าพวกโครงกระดูกมามากกว่า 3 ปี รวมนับร้อยกว่าตัวถึงจะรวบรวมได้ครบ 7 ชิ้น แล้วพวกแกที่อยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็ต้องตายจะมีความหวังได้อย่างไร”

            

ข้อมูลนี้ ต่อให้ทหารพิเศษทั้งสามจะรู้ว่าการเลียนแบบอีกฝ่ายไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันก็ทำให้พวกเขารู้เช่นกันว่าทางนั้นไม่ง่ายที่จะได้ผู้ช่วยที่ทรงพลังขนาดนี้ พูดให้ถูกก็คือ...กำลังรบของพวกมันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นแล้ว

 

……………………………………………