LNCrawler

บทที่ 303 ถอย (อ่านฟรี 4 ม.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 303 ถอย (อ่านฟรี 4 ม.ค. 69)

บทที่ 303 ถอย

 

ด้วยความสำเร็จของกลุ่มดวงตามาร ในเวลาสามปีเพื่อโครงกระดูกที่เชื่อฟัง 1 ตน เช่นนั้นพวกมันก็ไม่น่าจะมีเกิน 5 ตนไปได้ จากที่ตรึงเครียดก็เปลี่ยนไป พวกเขามองหน้ากันก่อนจะแสยะยิ้ม

 

“ช่างน่าอิจฉาเสียจริง อย่างนั้นตอนนี้กลุ่มดวงตามารของพวกแกก็ทรงพลังมากเลยสินะ คงจะมีโครงกระดูกพวกนี้เกือบ 5 ตัวเลยล่ะสิ”

 

“ฮ่าๆ จำนวน 5 ตัวหรือ? พวกแกช่างไม่เข้าใจอะไรเลย! เทพมารนี้มีทั้งหมด 7 องค์ ดังนั้นพวกเราจึงอัญเชิญเทพมารมาเป็นกำลังรบให้ได้ถึง 7 ตนแล้ว พวกแกเหล่ามนุษย์ชาติเตรียมพบจุดจบได้เลย!!”

            

คนประกาศกร้าว ท่าทางมั่นอกมั่นใจเช่นนั้นช่างน่าขันเสียจริง ตอนนี้ทหารพิเศษนอกจากจะทำภารกิจเสร็จแล้ว พวกเขายังรู้ความลับอีกประการหนึ่งด้วย

            

สาเหตุที่พวกกลุ่มดวงตามารต้องการผลัดเปลี่ยนรุ่น ทำลายล้างมนุษย์ชาติทั้งหมดก็เพราะพวกมันเชื่อจริงๆว่าสิ่งมีชีวิตรุ่นต่อไปควรจะแข็งแกร่งเหมือนเทพมารโครงกระดูกพวกนี้

            

ความเชื่อที่เหลวไหล!

            

ต่อให้เห็นเทพมารที่พวกมันนับถือตรงหน้า แต่เทพมารที่แข็งแกร่งนี้จำเป็นต้องใช้พลังชีวิตของผู้อื่นเป็นอาหารด้วยหรือ? อย่างนั้นพวกมันยังเรียกตัวเองว่าเป็นผู้แข็งแกร่งได้อย่างไร ก็แค่เป็นปลิงที่คอยเกาะมนุษย์โง่ๆพวกนี้เท่านั้น

 

“ในเมื่อพวกแกได้มีโอกาสรับรู้ถึงตัวตนอันยิ่งใหญ่ของท่านเทพมารแล้ว ฉันก็จะแสดงให้ดูว่าพลังที่แท้จริงของพวกท่านเป็นอย่างไร แต่แน่นอนว่าหลังจากที่พวกแกได้เห็น ก็จะกลายเป็นวิญญาณรับใช้ของท่านเทพมาร ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก”

 

“เว้นเสียแต่ว่าพวกแกต้องการยอมเป็นทาสรับใช้ของท่านเทพมาร เข้าร่วมกับกลุ่มดวงตามารของพวกเรา จากนั้นฉันจะยอมปล่อยให้พวกแกมีชีวิตต่อไปได้”

            

คนพูดเชิดคอของตนเองสูง ท่าทางเย่อหยิ่งเช่นนั้นทำเอาพลทหารพิเศษทั้งสามหัวเราะ

 

“เหมือนสำนวนคางคกขึ้นวอไม่ผิด คิดว่าตัวเองเหนือกว่าพวกเราเพียงเพราะขี่คอของโครงกระดูกเน่าๆนั่นงั้นหรือ?”

 

“แกกล้าเรียกท่านเทพมารว่าโครงกระดูกเน่าๆ แกจะต้องตายอย่างทรมานที่สุด!!”

 

“ฮ่าๆ ตายอย่างทรมานที่สุดหรือ? ไหนลองทำให้ดูหน่อยสิว่าทรมานมันเป็นยังไง” หลังจากได้ข้อมูลที่ต้องการแล้ว ทหารพิเศษคนหนึ่งก็ท้าทายคนโง่เขลาทันที

            

เขากระตุ้นให้อีกฝ่ายโกรธจนหน้าแดงก่อนจะเรียกพลังของตนเองออกมา 

            

ปรากฏว่าพลังพิเศษของเขาก็คือการใช้ความโกรธของผู้คนเป็นอาวุธ เมื่อศัตรูกำลังโกรธจนบ้าคลั่ง พลังความโกรธที่ร้ายแรงก็จะถูกดึงออกมาเป็นอาวุธ 

            

ชายร่างผอมแห้งตรงหน้าเป็นผู้ใช้พลังควบคุมโครงกระดูก ดังนั้นเมื่อปล่อยความโกรธออกมา ก็ทำให้พลทหารพิเศษสามารถดึงพลังความโกรธนี้มาเปลี่ยนเป็นของตนเองได้

 

“หมอบลง!”

 

“อะไร!!” คนที่อยู่บนบ่าของโครงกระดูกตกใจจนเกือบร่วงลงมา โครงกระดูกนั้นเชื่อฟังแค่ตนเองเพราะเขาเป็นผู้ใช้สัญญาเลือดกับก้อนอัญเชิญทั้ง 7 แต่ว่า....ตอนนี้แทนที่เทพมารจะโจมตีศัตรูอวดดีตรงหน้า กลับชะงักไปเสียอย่างนั้น

 

“ไปเร็ว! จัดการพวกต่อต้าน!”

 

“หมอบ!” คำสั่งทั้งสองผลัดกันพูด โครงกระดูกร่างใหญ่เหมือนถูกโจมตีจนสับสนไปหมด มันมองซ้ายทีขวาทีตามคำสั่งของคนทั้งสอง พลังชีวิตของทั้งคู่เองก็ค่อยๆลดลงไปด้วย

 

“เร็วเข้า!” ไม่เหมือนกับคนของกลุ่มดวงตามารที่เตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดีแล้ว ตัวพลทหารพิเศษถูกดูดพลังชีวิตออกไปเช่นกัน เขาย่อมรู้ว่าตัวเองทนไม่ไหวไปมากกว่า 2 นาทีนี้

            

ปัง!!

            

สิ้นเสียงของเขา เถาวัลย์ขนาดใหญ่ก็ผุดออกมาจากดินแล้วแหวกธรณีออกเป็นสองฝั่ง ทำเอาโครงกระดูกที่กำลังถูกโจมตีทางจิตวิญญาณร่วงลงไปขาหนึ่ง เซล้มจนทำให้ร่างของคนที่อยู่บนไหล่กระเด็นออกไปด้วย

 

“มัด บีบ ทำลาย!” คำสั่งชุดเดียวปล่อยออกมา เถาวัลย์ขนาดใหญ่มัดร่างของโครงกระดูกเอาไว้ จากนั้นก็พยายามทำลายให้แตกละเอียด 

            

การต่อสู้ของพวกเขาดูเหมือนจะได้ผล นอกจากสองคนที่ใช้พลังพิเศษของตนเองแล้ว คนหนึ่งก็ออกมาจากที่ซ่อนแล้วใช้พลังธาตุลมของตนเองในการเปลี่ยนอากาศกลายเป็นกระสุนเกลียว

            

ปัง!!

            

เป้าหมายของเขาก็คือกะโหลกของโครงกระดูกนั้น ด้วยการโจมตีนี้ย่อมทะลุหัวกะโหลกของมันไปง่ายดาย ตามปกติแล้วเมื่อพวกเขารวมพลังกันโจมตี ย่อมไม่มีใครต้านทานได้ ทว่า...ในตอนที่คิดว่าการต่อสู้นี้น่าจะจบแล้ว จู่ๆการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในช่องดินก็ทำให้ทั้งสามต้องขยับถอยหลัง

            

ตู้ม!!!

            

โครงกระดูกรูปร่างมนุษย์ก่อนหน้านี้จู่ๆก็เปลี่ยนรูปแบบอย่างกะทันหัน แทนที่จะมีชิ้นส่วนร่างกายต่างๆ มันกลับระเบิดออกมากลายเป็นหนามแหลมและแทงทะลุเถาวัลย์ที่รัดตัวเองจนกลายเป็นเศษชิ้นส่วน

            

แสงสะท้อนที่หนามคมของโครงกระดูก มองดูแค่นี้ก็รู้ได้ทันทีว่ามันสามารถฆ่าคนได้ด้วยการสัมผัสเท่านั้น ร่างทั้งร่างขยับไปมาก่อนจะขึ้นจากหลุมลึกนั้นแล้วกลับมายืนอย่างมั่นคงอีกครั้ง

 

“ฮ่าๆ พวกแกคิดจริงๆหรอว่าด้วยพลังแค่นี้จะจัดการเทพมารได้น่ะ น่าสมเพชเกินไปแล้ว!!”

           

คนที่นอนอยู่บนพื้นหัวเราะออกมา สภาพตัวเองยังไม่น่ามอง แม้แต่ทหารพิเศษทั้งสามก็ไม่อยากฆ่าเขาในทันทีเพราะคนปากสว่างแต่ไร้พลังนี้ยังสามารถใช้งานได้อยู่ ทว่าแทนที่จะอยู่เงียบๆ กลับส่งเสียงออกมาเสียอย่างนั้น

 

“ฮืม.....” 

           

 โครงกระดูกคำรามในลำคอ มองดูเจ้านายของมันที่กำลังจะหมดพลังชีวิตเล็กน้อย โดยไม่คาดคิด...จู่ๆมันก็ก้าวออกไปข้างหน้าแล้วเหยียบร่างของชายปากสว่างจนกลายเป็นเศษเนื้อในครั้งเดียว

 

“โอ้ ไอ้พวกโง่ที่น่าสงสาร!!”

            

ตัวที่พวกมันใช้ความพยายามปลุกขึ้นมา แทนที่จะช่วยเหลือในยามยาก กลับกลายเป็นซ้ำเติมจนตายแทนเสียอย่างนั้น เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกว่าน่าสมเพชเสียจริง แถมไอ้ตัวระเบิดเวลาพวกนี้ยังมีมากถึง 7 ตัวอีก ไม่รู้ว่าถ้าเกิดทำสงครามกันขึ้นมาจริงๆ พวกมันจะตายเพราะฝั่งมนุษย์ชาติหรือตายเพราะเทพมารที่พวกมันบูชากันแน่!

            

เมื่อผู้มอบพลังชีวิตของมันตกตายแล้ว การตัดขาดพลังชีวิตก็ทำให้ร่างโครงกระดูกของมันอ่อนแอเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม...คนปากสว่างก็คือคนปากสว่าง เขาได้บอกหนทางในการมีชีวิตรอดให้โครงกระดูกเสียแล้ว ดังนั้นมันจึงใช้แขนของตนเองเปลี่ยนเป็นกระดูกแหลมพุ่งไปที่แกนพลังชีวิตแล้วดูดซับเข้ามาเติมเต็มในร่างของมัน

            

เพียงพริบตาเดียว โครงกระดูกก็กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ปรากฏว่าการทำงานของพวกมันไม่มีอะไรเลย ขอแค่ที่ไหนมีแหล่งพลังงานชีวิต มันก็จะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้แล้ว

 

“เจ้านี่ค่อนข้างแข็งแกร่งเลย พวกเราต่อสู้ขนาดนี้ก็ทำให้มันมีบาดแผลไม่ได้ด้วยซ้ำ”

            

จากเดิมที่มีรอยกระสุนพลังลมของพวกเขา เมื่อดูดซับพลังชีวิตเข้าไปก็ฟื้นฟูทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมเสียนี่ ความเป็นอมตะของพวกมันนับว่าเป็นปัญหาแล้ว....

 

“ฮืม....” เสียงลากยาวของโครงกระดูกในขณะที่มองเหยื่อรายต่อไปทำให้ทั้งสามคนได้แค่ยิ้มแห้งๆ ต่อไปก็ถึงเวลาของพวกเขาแล้วสินะ ...

            

ยิ่งเสียงการต่อสู้เมื่อครู่ดังมากเท่าไร ก็เท่ากับเป็นการเปิดเผยตำแหน่งของตนเองให้ศัตรูรับรู้มากเท่านั้น พวกเขาใช้เวลาที่นี่นานหลายเดือนไม่ถูกจับได้ กลับมาพลาดท่าเพราะพวกมันส่งโครงกระดูกนี้มา พวกเขาไม่ทันระวังตัวก็เลยถูกค้นพบ ก็นะ...ใครจะไปคิดว่าแท้จริงพวกมันก็มีไพ่ลับดีๆเช่นนี้อยู่ในมือเหมือนกันล่ะ

            

ปัง!!!

            

เจ้าโครงกระดูกไม่ได้มีเวลาให้ทหารพิเศษทั้งสามเตรียมความพร้อม มันฟาดฝ่ามือของตนเองลงมาด้านล่างทันที แต่พวกเขาไม่ได้อยู่รอให้มันฆ่าตาย กลับกระโดดม้วนตัวหลบการโจมตีนั้นได้ทัน ทว่า...โครงกระดูกพวกนี้สมควรที่จะได้ชื่อว่าไพ่ลับจริงๆ หลังเห็นว่าศัตรูรอดพ้นการโจมตีได้ มันก็โจมตีออกมาอย่างต่อเนื่อง

            

ปัง ปัง ปัง!!

            

กระสุนโครงกระดูกถูกยิงออกมาจากฝ่ามือของมัน ทำเอาพลทหารพิเศษต้องหนีตายกันจ้าละหวั่น วิธีการต่อสู้เช่นนี้พลทหารพิเศษผู้ใช้กระสุนอากาศรู้ดีเป็นที่สุด เขานิ่วหน้า เพิ่มความเคร่งเครียดในการรับมือไปอีกระดับ

 

“ให้ตายเถอะ พลังของฉันไม่มีผลกับมันเลย!”

            

คนพูดก็คือผู้ใช้พลังความโกรธของศัตรู แม้แต่พืชกลายพันธุ์หรือสัตว์กลายพันธุ์ก็ยังสามารถกระตุ้นให้พวกมันบ้าคลั่งได้ จากนั้นก็ดูดซับเอาพลังความโกรธของพวกมันมาเปลี่ยนเป็นพลังของตนเอง ทว่า...ไอ้โครงกระดูกประหลาดนี้กลับไม่มีความรู้สึกใดๆเลย นี่มัน...ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นจะบอกว่ามันเป็นเทพมารจริงๆหรอ?

 

“ถอยออกไป ฉันจะลองดูอีกที” 

 

พลทหารพิเศษอีกคนพุ่งออกมาพร้อมกับเถาวัลย์ต้นใหญ่กว่าเดิม มันม้วนวนเป็นเกลียวขนาดใหญ่ก่อนจะสะบัดไปรอบๆ อาศัยแรงเหวี่ยงนี้เพื่อปล่อยเกสรที่เป็นหนามแหลมในการจัดการโครงกระดูกจนเกิดเป็นรูพรุ่น ซึ่งได้ประสานการโจมตีรวมกับผู้ใช้พลังกระสุนอากาศที่ได้เพิ่มขนาดจนใหญ่ขึ้น ด้วยการโจมตีเดียวก็ระเบิดหัวของโครงกระดูกนั้นออกเป็นจุล!

 

“สำเร็จไหม?” คนถามเพื่อนที่อยู่ด้านหลัง แต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์มันไม่ใช่เรื่องน่ายินดีขนาดนั้น

 

“ไม่! มันกำลังจะโจมตีกลับ ถอย!” 

 

เมื่อได้ยินสัญญาณนี้ คนทั้งหมดก็กระโจนถอยหลังออกมา พร้อมกันนั้นเองที่กระสุนโครงกระดูกถูกยิงออกมาทั่วทิศทาง ทำเอาพืชรอบๆนั้นถูกทำลายไปหมด

            

คนทั้งสามอาศัยความเร็วของตนเองเพื่อถอยหนี ถ้าไม่ใช่เพราะทักษะที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้คงจะทำให้ตายไปนานแล้ว ทว่าโครงกระดูกไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ มันก่อร่างกลายเป็นโครงกระดูกรูปมนุษย์อีกครั้ง จากนั้นก็พุ่งออกมาด้วยความเร็ว แขนเปลี่ยนเป็นใบมีดคมกริบ ฟาดออกมาครั้งเดียวก็ทำให้แผ่นดินเกิดเป็นรอยแยกได้แล้ว

 

“ไอ้ตัวนี้มันบ้าเกินไป สู้ไม่ได้ก็ถอยเถอะ”

 

“ตามนั้น!” 

 

ทหารพิเศษทั้งสามหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขาเห็นการโจมตีที่ดุเดือดขนาดนี้ ทั้งร่างกายของพวกเขาก็อ่อนแอเกินกว่าจะรับมือกับมันได้เป็นเวลานาน ผลนี้มาจากการที่ถูกขังเอาไว้ในมิติประหลาดนี้นานเกินไป แม้จะมีสารอาหารสังเคราะห์ติดตัวอยู่ ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะฟื้นฟูพลังงานของพวกเขาได้จนกลายเป็นปกติ

 

“คิดจะหนีไปไหน เป็นแขกไม่ได้รับเชิญมานานแล้ว ยังคิดว่าจะสามารถจากไปได้ง่ายๆอีกหรือ?”

            

ก่อนที่พวกเขาจะจากไป กลับมีเสียงทุ้มเข้มดังขึ้นมาจากด้านหลังแทนเสียอย่างนั้น ร่างขนาดใหญ่สีดำปรากฏขึ้น พร้อมกับด้านบนไหล่ที่มีมนุษย์อีกคนนั่งอยู่

 

“เป็นพวกมันอีกแล้ว!”

 

“เฮ้อ ดูเหมือนจะแย่แล้วนะพวกเรา” แม้จะเป็นสถานการณ์นี้ แต่ทั้งสามยังคงสภาพอารมณ์ของตนเองเอาไว้ได้ ทำเอาคนของกลุ่มดวงตามารถึงกับหงุดหงิด

 

“เอาล่ะ ตอนนี้ฉันกำลังจะกลับมามีประโยชน์แล้ว”

 

“โอ้ ดีใจด้วยนะ” คนทั้งสองหัวเราะขึ้นมา พลทหารพิเศษผู้ใช้ความโกรธเป็นพลังมองไปยังผู้ควบคุมโครงกระดูกที่เพิ่งมาใหม่ ตอนแรกคิดว่าพวกเขาอาจจะต้องหนีแล้ว ใครจะไปรู้...พวกกลุ่มดวงตามารกลับใจดีขนาดส่งทางออกมาให้เสียนี่

 

“พวกแกจะทำอะไร ยังคิดว่าพลังกระจอกนี้จะต่อสู้กับพวกเรา....หืม?”

            

เหมือนกับผู้ควบคุมโครงกระดูกคนก่อน ร่างของโครงกระดูกสั่นไหวอย่างรุนแรง มันกำลังต่อต้านเขาที่อยู่บนไหล่ของมัน เกือบจะเหวี่ยงจนล้มลงไปแล้ว โชคดีที่เป้าหมายของมันไม่ใช่การทำร้ายเขา หากแต่เป็นการเข้าต่อสู้โรมรันกับโครงกระดูกด้านหน้าต่างหาก ไม่อย่างนั้นแล้วเขาก็คงจะตกตายด้วยการเคลื่อนไหวเมื่อครู่นี้

            

ปรากฏว่าพลทหารพิเศษคนนี้กำลังใช้ความโกรธของอีกฝ่ายเป็นพลังในการควบคุมโครงกระดูกให้ต่อสู้กับโครงกระดูกที่ไร้การควบคุม แน่นอนว่าด้วยกรณีนี้...เขารู้แล้วว่าการปล่อยให้ผู้ควบคุมตกตายไม่ใช่เรื่องดี ดังนั้นก่อนที่ผู้ควบคุมจะตาย โครงกระดูกพวกนี้สมควรถูกทำลายไปก่อน

            

พลังที่มากกว่าพลังดั้งเดิมทำให้เจ้าของโครงกระดูกอ้าปากค้าง เขาพยายามฝืนใช้พลังของตนเองจนกระอักเลือดออกมา แต่ยิ่งเกิดเรื่องเช่นนี้ ความโกรธก็ยิ่งมากขึ้น ตอนนั้นพลังงานของพลทหารพิเศษก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปด้วย

            

ปัง!!

            

กระแสลมที่รุนแรงจากการต่อสู้ของโครงกระดูกทั้งสองทำให้ผู้ชมที่อยู่ด้านหลังต้องหลบกันเป็นพัลวัน นอกจากพลทหารพิเศษสองคนแล้ว ก็ยังมีคนของกลุ่มดวงตามารมาที่นี่ด้วย พวกเขาเกือบจะตายกันโง่ๆเช่นนี้แล้ว

 

……………………………