LNCrawler

บทที่ 304 ข่าวดีของพลทหารพิเศษรุ่ย (อ่านฟรี 5 ม.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 304 ข่าวดีของพลทหารพิเศษรุ่ย (อ่านฟรี 5 ม.ค. 69)

บทที่ 304 ข่าวดีของพลทหารพิเศษรุ่ย

 

“ไอ้ทหารพิเศษคนนี้มีพลังแปลกๆ เหมือนว่ามันกำลังใช้พลังเดียวกับผู้ควบคุมโครงกระดูกเลย!”

 

“ทำยังไงดี ถ้าหากว่ามันแย่งการควบคุมไปได้ ถ้าอย่างนั้นก็สามารถทำลายพวกเราได้เลยน่ะสิ!” ดูเหมือนตอนนี้พวกกลุ่มดวงตามารจะเริ่มฉลาดขึ้นมาบ้างแล้ว ถึงกับคาดเดาได้ว่าพลทหารพิเศษกำลังใช้พลังอย่างไร

            

ตู้ม!!

            

ในระหว่างที่การต่อสู้พัวพันอยู่นั้นเอง แรงโจมตีขนาดใหญ่ก็ผ่าลงมาที่ตำแหน่งของพลทหารพิเศษผู้นั้นจนเกิดเป็นรอยโจมตีขนาดใหญ่และลึกลงไปมากกว่า 3 เมตรเสียอีก ฝุ่นคลุ้งไปทั่วบริเวณ ปรากฏว่าเป็นโครงกระดูกอีกตัวที่ปรากฏขึ้น!

 

“พวกไร้ประโยชน์ออกไปก่อน ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ระวังการเคลื่อนไหวอีกแล้ว หากมันทำให้ใครต้องตายก็อย่ามาโทษโครงกระดูกที่ทรงพลังของฉันก็แล้วกัน”

            

ผู้มาใหม่แค่นหัวเราะขึ้นมา เป็นโครงกระดูกตัวที่สามแล้วที่ปรากฏขึ้นที่นี่ เมื่อเห็นภาพนี้...พลทหารพิเศษทั้งสามคนก็ขมวดคิ้วมุ่น

            

ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะเกิดปัญหาขึ้นจริงๆแล้ว....

            

แม้ว่าคนจะใช้ความโกรธเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังของตนเองได้ แต่ก็มีขีดจำกัดไม่น้อยเช่นกัน ด้วยสภาพร่างกายและพลังงานของเขาตอนนี้ แค่แย่งการควบคุมโครงกระดูกตัวเดียวก็ยังเต็มกำลังแล้ว ไม่ต้องคิดถึงโครงกระดูกอีกสองตัวที่มีท่าทีเป็นศัตรูของตนเองเลย

            

ทั้งสามมองหน้ากัน ฉับพลันนั้นเอง...โดยที่สมาชิกของกลุ่มดวงตามารยังไม่ได้ตั้งตัว ร่างทั้งสามก็กระโจนออกไป พร้อมกับระเบิดควันขนาดใหญ่ที่เปลี่ยนให้วิสัยทัศน์อันย่ำแย่กลายเป็นย่ำแย่ยิ่งกว่าเก่า

 

“พวกมันกำลังหนีไปแล้ว!!”

 

“ทำลายพวกมันให้ได้!!” พวกกลุ่มดวงตามารเห็นแบบนี้ก็ร้องเสียงดังลั่น พวกเขาตามหาไอ้พวกพลทหารพิเศษที่แอบเข้ามานานเกินไปแล้ว เดิมทีคิดว่ามันตกตายกันไปหมด คิดไม่ถึงเลยว่าที่จริงกลับยังซ่อนตัวอยู่ที่นี่

            

ไอ้สามคนนั้นเป็นตัวปัญหาอย่างแท้จริง หากไม่รีบกำจัดแล้วปล่อยพวกมันหลุดออกไปได้ เวลานั้นกลุ่มดวงตามารที่ยังไม่พร้อมต่อสู้ใหญ่ก็จะถูกบีบบังคับให้ต้องทำสงครามจริงๆ ผลการต่อสู้ที่คาดหวังว่าจะต้องชนะแน่นอนก็คงไม่เหมือนเดิมอีก ดังนั้นไม่อาจปล่อยให้เรื่องเลวร้ายไปถึงจุดนั้นได้

 

“เร็วเข้า!” แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขายังช้ากว่าพลทหารพิเศษทั้งสามไปหนึ่งก้าว กว่าจะขยับตัวออกจากจุดที่เต็มไปด้วยระเบิดควัน ร่างของทั้งสามก็หายไปแล้ว

 

“ไอ้พวกสารเลวนั่นหนีไปได้แล้ว!”

 

“ตามหามันให้เจอ ถ้าวันนี้ไม่สามารถจัดการพวกมันได้ ก็ไม่ต้องมีใครกลับไปที่ฐาน!” เมื่อได้ยินคำสั่งนั้น สมาชิกกลุ่มดวงตามารก็รีบเร่งลงมือทันที หากติดตามตั้งแต่ตอนนี้ พลทหารพิเศษทั้งสามย่อมไปไหนไม่ไกลแน่ ถ้าพวกเขาล่าช้าจนปล่อยให้ศัตรูหนีไปไกล ถึงตอนนั้นคงจะยากในการติดตามมากกว่าเดิมหลายเท่า

            

อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้พวกเขาใช้เวลาหลายเดือนก็ยังหาไม่เจอ ถ้าไม่ใช่เพราะทั้งสามประมาทและต้องการเข้าใกล้พื้นที่ฐานของพวกเขา คงจะยังไม่เจอตัวพวกมันง่ายๆ

            

ใต้ดินที่ลึกประมาณ 1 กิโลเมตรลงไปจากพื้น ทหารทั้งสามถูกปกคลุมด้วยรากไม้ขนาดใหญ่ อาศัยพลังของพลทหารพิเศษคนหนึ่งเพื่อหนีตาย อย่างไรก็ตาม...พวกเขาไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ใต้ดินนี้ตลอดไป เพราะอากาศหายใจที่นี่ไม่ได้มากขนาดนั้น อีกอย่าง...การจะควบคุมพืชประหลาดที่มิตินี้ต้องใช้พลังงานมาก ถ้าพลทหารพิเศษหมดแรงไปก่อน คงจะกลายเป็นปัญหาใหญ่แน่

            

ไม่ต้องพูดถึงการพยายามออกมาจากใต้ดินเพื่อไม่ให้ถูกฝัง รากไม้พวกนี้ก็คงจะจัดการพวกเขาก่อนเป็นอันดับแรกไปแล้ว

            

แน่นอนว่าข้างบนก็ไม่ได้สงบขนาดนั้น โครงกระดูกหนึ่งตัวไร้การควบคุมแล้วยังกลายเป็นปัญหาของผู้ควบคุมกระดูกอีกสองคนด้วย ดีที่พวกเขามาสมทบกัน ไม่อย่างนั้นจะทำให้เพื่อนผู้ควบคุมโครงกระดูกคนหนึ่งต้องเดือดร้อน อาจจะกลายเป็นเหยื่อของพลทหารพิเศษผู้นั้นก็เป็นได้

            

โชคยังดีที่การศึกษาสิ่งต่างๆในมิติแห่งนี้ของพวกเขาไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น ดังนั้นจึงมีความรู้ในการทำลายโครงกระดูกพวกนี้อยู่บ้าง วิธีการนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากก็เท่านั้น 

            

ขอแค่ใช้สารสลายซากราดไปที่เจ้าโครงกระดูกนี้ให้มากหน่อย สุดท้ายมันก็ไม่สามารถทนการกัดกร่อนพวกนี้จนถูกทำลายไปในที่สุด แต่...กรณีนี้ นอกจากต้องเสียกำลังรบที่สำคัญไป 1 ตนแล้ว ก็ยังต้องเสียทรัพยากรอย่างยาสลายซากไปเป็นจำนวนมากด้วย

            

เมื่อพวกเขาจัดการโครงกระดูกที่หลุดจากการควบคุมได้แล้ว จึงจะสามารถเร่งติดตามเพื่อหาพลทหารพิเศษทั้งสามคน ตอนนั้นก็กินเวลาไปนานมากแล้ว สุดท้ายวันนี้ก็คว้าน้ำเหลวอีกจนได้

            

แม้จะจับคนไม่ได้ ทว่าพวกเขาก็ได้รู้แล้วว่าพลทหารพิเศษผู้บุกรุกเข้ามาทั้งสามคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ จากนี้ต้องเพิ่มกำลังคนเพื่อตามจับคนมาให้ได้ไม่ว่าจะจับเป็นหรือตายก็ตาม ไม่น่าแปลกที่กลุ่มดวงตามารจะกระตือรือร้นกันมากขึ้น กระนั้น...ในช่วงเวลาเช่นนี้ คนที่แฝงตัวอยู่กับทหารภายนอกกลับรีบเร่งเข้ามาเสียอย่างนั้น

 

“เกิดอะไรขึ้น!” ผู้นำกลุ่มที่สามของกลุ่มดวงตามาร เรียกว่าเป็นมือขวาคนสำคัญของกลุ่ม มีอำนาจมหาศาลในมือ เมื่อได้ยินคำสั่งจากเขา ให้เธอว่าเป็นคำสั่งของหัวหน้ากลุ่มโดยตรงเลยก็ได้ ดังนั้นเมื่อเขาแสดงท่าทางไม่พอใจ ไส้ศึกจากหน่วยทหารก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

 

“ทะ ท่านผู้นำกลุ่มสาม เรื่องนี้...ผมแค่ต้องการมารายงานสถานการณ์ภายนอกที่สำคัญให้ท่านทราบ...”

 

“ชิ! พูดมา แต่ถ้าข้อมูลที่ต้องการรายงานนั้นไม่มีประโยชน์ ฉันจะไม่ปล่อยให้แกกลับไปง่ายๆแน่! แล้วก็จำเอาไว้ ครั้งต่อไปถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญก็อย่าใช้จุดเคลื่อนย้ายอีก พวกทหารพิเศษพวกนั้นมีเล่ห์กลมากมาย ถ้าพวกมันตามร่องรอยของแกมาจนพบจุดเคลื่อนย้าย ถึงเวลานั้นฉันจะส่งแกไปเป็นหนูทดลอง!”

 

“ขะ เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วครับ ไม่กล้าทำอีกแล้วครับ”

 

“เร็ว! รีบพูดแล้วก็รีบกลับไป อย่าให้เป็นที่สงสัยเด็ดขาด!”

 

“ครับๆ พูดแล้วครับ คือว่า...สถานการณ์ข้างนอกตอนนี้ พลทหารพิเศษรุ่ยกำลังพยายามตามหาจุดเคลื่อนย้ายอยู่ พวกเขาเข้าใกล้จุดเคลื่อนย้ายมากกว่าเดิม แถมยังไม่ได้เดินตรวจตราสะเปะสะปะเหมือนก่อนหน้านี้ด้วย ไม่แน่ว่าอาจจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับจุดเคลื่อนย้ายของพวกเราแล้วก็ได้ ถ้าปล่อยเอาไว้กลัวว่าจะเกิดปัญหาตามมา ดังนั้นท่านผู้ช่วยผู้นำประจำเขต J จึงขอให้ท่านผู้นำช่วยตัดสินใจ ขอให้ลงมือกับพลทหารพิเศษผู้นี้ได้หรือไม่”

            

คำพูดที่ถ่ายทอดออกมาอย่างไม่ตกหล่นนั้นกลับทำให้สีหน้าของผู้นำกลุ่มสามไม่ดีนัก คิ้วของเขาพูดเป็นปมก่อนจะตวาดออกมา

 

“เหลวไหล!”

 

“ผะ ผิดไปแล้ว อภัยให้ผมด้วยครับ” คนหวาดกลัวมาก ไม่ทันได้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่พอใจอะไรก็รีบคุกเข่ากอดหัวตัวเอง ราวกับกลับว่าอีกไม่นานจะไม่มีหัวอยู่อีกแล้ว

            

ผู้นำกลุ่มสามกัดฟันกรอด เขาไม่ได้สนใจผู้รับข้อความมาแจ้งอีก เพียงคิดถึงผู้ช่วยผู้นำประจำเขต J ที่หันมาร่วมมือกับกลุ่มดวงตามาร เดิมทีตั้งใจจะให้อีกฝ่ายเป็นตัวกลางในการสื่อสารและช่วยเหลือผู้นำประจำเขตให้ดี ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายใช้การไม่ได้แล้ว

            

ไม่เพียงแค่จัดการเรื่องพลทหารพิเศษก่อนหน้านี้ไม่ดีจนทำให้มีคนหลุดเข้ามาในพื้นที่ของพวกเขา ตอนนี้กับแค่พลทหารพิเศษรุ่ยก็ยังไม่มีวิธีรับมือ ทำเพียงขอการอนุมัติจากเขาเพื่อฆ่าคน

            

เหอะ! ถ้าการฆ่าคนแล้วจบปัญหาง่ายดายขนาดนั้น เขาคงไม่ปล่อยเอาไว้จนถึงเวลานี้หรอก! คนผู้นั้นช่างโง่เง่าจริงๆ พลทหารพิเศษมาตกตายที่เขต J มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีทางที่หน่วยพิเศษนั้นจะปล่อยไป

       

พวกเขาจะต้องสงสัยแล้วอยากจัดการปัญหาที่เขต J ให้แล้วเสร็จแน่ ต่อไปน่าจะส่งทหารพิเศษเจ้าปัญหาเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ และสุดท้ายก็จะตรวจสอบจุดเคลื่อนย้ายของพวกเขาพบ 

            

แทนที่จะทำให้รู้สึกว่าที่เขต J นี้ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยนอกจากหมอกหนา แถมยังให้ทรัพยากรไม่คุ้มเสีย ส่วนพลทหารพิเศษสามคนที่หายตัวไปก็เป็นเหมือนกับคนอื่นๆที่หายไปแล้วไม่มีวันกลับมา เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว อีกฝ่ายกลับยังมีความคิดเช่นนี้ขึ้นมาได้ ไม่ได้ดูสถานการณ์เลยจริงๆ

 

“กลับไปบอกมันว่าถ้าจัดการเรื่องไม่ได้ก็อยู่เงียบๆ อย่าทำให้เรื่องเสียก็พอ” เมื่อคาดหวังกับอีกฝ่ายไม่ได้ การสั่งให้ทางนั้นไม่สร้างปัญหาเพิ่มก็ถือว่าเป็นคำสั่งที่ดีที่สุดแล้ว น่าเสียดายที่เขาไม่ได้รู้เลยว่า...ตั้งแต่ที่ผู้ช่วยคนนั้นส่งคนมาติดต่อพวกเขา ก็เท่ากับว่าสร้างเรื่องให้กลุ่มดวงตามารแล้ว

            

หนูขาวตัวเล็กหลุดเข้ามาในประตูเชื่อมมิติอย่างง่ายดาย โดยการติดตามทหารผู้ส่งข่าว จากนั้นก็ไปซ่อนตัวเพื่อรอโอกาส เมื่อสบจังหวะเหมาะ ราชาหนูตัวเล็กก็อัญเชิญองครักษ์หนูขาวของตนเองออกมา 4 ตน ส่งสัญญาณให้เจ้าพวกนั้นกระจายตัวออกไปรอบๆเพื่อตามหาร่องรอยของคน รวมถึงข้อมูลต่างๆในพื้นที่นี้

            

เนื่องจากเป็นหนูขาวที่มีความเร็วเป็นเลิศอยู่แล้ว หลังจากพวกมันออกปฏิบัติภารกิจ ตั้งแต่ต้นจนจบเพียง 15 นาทีเท่านั้น ก็สามารถทราบข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ของพลทหารพิเศษทั้ง 3 คนแล้ว หนึ่งในนั้นรอจังหวะที่ทหารผู้ส่งข่าวกำลังจะออกไป ติดตามอยู่ที่ชายผ้าของเขาเพื่อออกไปด้วยกัน

            

ถึงทางแยกก็หลบไปหานายท่านเพื่อรายงาน ในขณะที่ราชาและองครักษ์ทั้ง 3 ของหนูขาวกำลังหาข้อมูลอื่นๆต่อไป เพื่อเป็นประโยชน์ในการให้ความช่วยเหลือ

 

“จริงหรอ? เธอบอกว่าหนูขาวพวกนี้ได้ยินข่าวเกี่ยวกับเพื่อนของฉันใช่ไหม!”

 

“ฉันไม่มั่นใจว่าเป็นเพื่อนของคุณหรือเปล่า แต่พวกคนของกลุ่มดวงตามารพูดถึงพลทหารพิเศษ 3 คนที่กำลังหลบหนีอยู่ ก่อนหน้านี้เพิ่งพบตัวและมีการปะทะกันใหญ่โต สุดท้ายก็ยังหนีไปได้อีกครั้ง”

 

“ดี ดีจริงๆ! ขอแค่รู้ว่าเจ้าพวกนั้นยังปลอดภัย ฉันก็จะพยายามไปช่วยให้ได้!”

 

“ถ้าอย่างนั้น แปลว่าหนูขาวตัวนี้ก็รู้ตำแหน่งของจุดเคลื่อนย้ายแล้วใช่ไหม” หม่าหวนหลงเอ่ยยืนยันความเข้าใจของตนเองอีกครั้ง

 

“ใช่ แต่จุดเชื่อมย้ายนั้นเข้าไปไม่ได้ง่ายๆ เพราะเวลานี้จุดเคลื่อนย้ายถูกดูแลโดยคนของกลุ่มดวงตามาร ทันทีที่พวกเราปรากฏตัวเข้าไปในพื้นที่นั้น ก็จะถูกโจมตีทันที”

 

“เรื่องนั้น...ฉันจะเข้าไปเองตัวคนเดียว ส่วนพวกคุณและทหารพิเศษอัน กลับไปแจ้งทางหน่วยว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องชีวิตของทหารพิเศษสี่คนแล้ว แต่เป็นเรื่องสำคัญของมนุษย์ชาติ” พลทหารพิเศษรุ่ยบอกแผนของตนเอง ทว่าอันซูหยวนและจางหวนหลงไม่เห็นด้วย

 

“ควรเป็นคุณที่เอาเรื่องนี้ไปแจ้งกับหน่วยพิเศษ เนื่องจากคุณมีความสามารถในการแยกแยะมิตรและศัตรู ตอนนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ว่าคนข้างในจะยื้อเวลาได้นานแค่ไหน ซ่อนตัวได้ดีแค่ไหนแล้ว แต่เป็นการระวังไม่ให้หนอนที่ซ่อนอยู่กับกองทัพรู้การเคลื่อนไหวนี้ เพราะไม่อย่างนั้น...พวกมันคงจะเตรียมแผนการรับมือเอาไว้แน่”

            

หม่าหวนหลงอธิบายความคิดของตนเอง ซึ่งมันเป็นความคิดที่ถูกต้องเสียด้วย ทางออกนี้ดีที่สุดแล้ว ถ้าให้พวกเขากลับไป มีแค่ต้องกระจายข่าวให้ใหญ่โตเท่านั้น เพื่อให้พวกระดับสูงเคลื่อนไหวทันที อย่างน้อยๆก็น่าจะช่วยให้พวกกลุ่มดวงตามารหวาดกลัว หรือพยายามอพยพหนีไป

            

กลับกัน...ถ้าเป็นพลทหารพิเศษรุ่ย เขาสามารถเลือกบอกแค่คนที่ไว้ใจได้เพราะทักษะในการตรวจสอบเจตนารมณ์ของเขา การปล่อยให้เขากลับไปที่กองทัพจึงเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

            

อันซูหยวนก็เห็นด้วย เดิมทีเธอไม่ได้คาดหวังว่าจะมาเจอเรื่องน่าสนใจเช่นนี้ ทว่า...การมาเจอประตูเชื่อมมิตินี้ทำให้ซูหยวนสนใจมาก

            

จนกว่าจะตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดได้ เธอก็ไม่อยากกลับไป!

            

อีกอย่าง นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว หากจู่ๆซูหยวนก็รับภารกิจมาตรวจสอบตามลำพัง เป็นไปได้ว่าจะถูกสงสัยแน่นอน แต่ตอนนี้เธอมาเพราะคำเชิญของพลทหารพิเศษรุ่ย เขาแค่ต้องการให้เธอตามหาร่องรอยเท่านั้น ด้วยเหตุผลเช่นนี้...ซูหยวนจะไม่เป็นเป้าหมายในการตรวจสอบเลย

 

“นี่....” พลทหารพิเศษรุ่ยต้องเลือกระหว่างเพื่อนและมนุษย์ชาติ เขาเม้มริมฝีปากเพราะกำลังชั่งใจอย่างหนัก เพื่อนทั้ง 3 เดือดร้อนก็เพราะตน ทั้งตอนนี้ก็พยายามเอาตัวรอดอยู่ หากเขาไปเร็วขึ้นอีกหน่อย อาจจะช่วยชีวิตทั้งสามได้ หรืออย่างน้อยๆ...ก็ดีกว่าจะต้องมารู้สึกผิดภายหลังเหมือนที่ผ่านๆมาอีก!

            

แต่....ถ้าเขาพลาดโอกาสนี้ไป พวกกลุ่มดวงตามารหนีไปได้ นั่นจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับมนุษย์ชาติหรือ?

 

“นักล่าสกุลจางไม่ได้อ่อนแอนะคะ” ในขณะที่พลทหารพิเศษรุ่ยกำลังลังเล ตอนนั้นเสียงของอันซูหยวนก็เตือนสติเขา

            

ใช่แล้ว! แม้ว่าการทำอะไรด้วยตัวเองจะสบายใจมากที่สุด แต่ในเมื่อต้องเลือกทำอย่างหนึ่ง ละทิ้งอย่างหนึ่ง เขาก็ไม่ควรลังเลมากขนาดนี้แล้ว โดยเฉพาะกับงานที่ยังมีผู้สนับสนุนที่เชื่อใจได้อยู่

 

“ฉัน...ฝากพวกพ้องทั้งสามคนด้วย แล้วก็...อย่าพลาดท่าตายกันหมดล่ะ” คนพูดแค่นั้นก่อนจะเคลื่อนไหวเหมือนภูติพรายหายตัวไป ตอนนี้จึงเหลือแค่อันซูหยวนและนักล่าขององค์กรสกุลจางเท่านั้น...

 

………………………………………………………