LNCrawler

บทที่ 305 เข้าสู่พื้นที่ (อ่านฟรี 6 ม.ค.69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 305 เข้าสู่พื้นที่ (อ่านฟรี 6 ม.ค.69)

บทที่ 305 เข้าสู่พื้นที่

 

“หลังจากนี้ควรเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดแล้ว จุดเคลื่อนย้ายแน่ชัดแล้วว่าคือที่ไหน แต่การเข้าไปนั้นยังเสี่ยงอันตรายมาก แผนการของพลทหารพิเศษอันมีในใจแล้วหรือยัง” หม่าหวนหลงเอ่ยถามเด็กสาว 

 

เขารู้สึกว่าเธอได้วางแผนอะไรไว้บ้างแล้ว อันที่จริง...ในฐานะทหารพิเศษ จะเป็นเธอหรือพลทหารพิเศษรุ่ยก็มีค่าเท่ากัน กลับกัน...ถ้าปล่อยให้พลทหารพิเศษรุ่ยเข้าไปข้างในเพื่อหาพวกพ้องของตนเองยังจะดีเสียกว่าอีก แต่เธอกลับไม่ทำเช่นนั้น ดูก็รู้ว่าอยากจะเป็นคนที่เข้าไปในพื้นที่เจ้าปัญหานั้นมากกว่า

            

ในฐานะที่เธอเป็นทั้งทหารพิเศษและเป็นสมาชิกขององค์กรนักล่าสกุลจาง หม่าหวงหลงจึงอยากรู้ว่าเด็กสาวที่ประธานเลือกมาด้วยตัวเองนี้วางแผนจะทำอย่างไรกันแน่ อีกทั้งยังสามารถเห็นนิสัยที่แท้จริงของเธอได้ด้วย

            

ประธานของเขาได้ชื่อว่าเป็นผู้ลงทุนอะไรไม่เคยเสียผลประโยชน์ คนข้างกายคนนั้นของเขาก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะวางแผนหรือให้คำแนะนำใดๆล้วนสร้างความประหลาดใจให้ผู้คนมาก ดังนั้น...เด็กคนนี้ก็อาจจะเหมือนกันใช่ไหม?

            

ซูหยวนเห็นความคาดหวังในสายตาของอีกฝ่ายเช่นกัน แน่นอนว่าเธอจะซ่อนความสามารถของตนเองก็ได้เพื่อจะได้ทำงานสบายมากขึ้น ทว่า....เธอไม่ได้มีนิสัยแบบนั้นอยู่แล้ว

            

ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวพันกับเรื่องที่เธออยากรู้ เช่นนั้นทำไมไม่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเสียเลยล่ะ จากนั้นก็ให้ทุกคนเคลื่อนไหวตามที่เธอต้องการ แบบนี้แล้วจะยังต้องกังวลว่าแผนการจะเสียไปอีกทำไม

 

“ตอนนี้คนของกลุ่มดวงตามารกำลังเร่งตามหาพลทหารพิเศษทั้งสามคนอย่างเต็มกำลัง พวกเราสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อก่อความวุ่นวายเพิ่มเติมได้ ฉันจะให้หนูขาวสร้างความโกลาหลเพิ่ม ทำให้พวกเขาไม่มีเวลามาสนใจจุดเคลื่อนย้ายมากนัก แล้วพวกเราก็ค่อยแอบเข้าไปข้างใน”

 

“แล้วหลังจากนั้นล่ะ”

 

“หลังจากนั้น...พวกคุณก็กระจายตัวกันไปตามหาพลทหารพิเศษทั้งสาม โดยจะให้หนูขาวนำทางไป ทางนั้นฉันได้ตรวจสอบแล้วว่าอาวุธที่อันตรายที่สุดของพวกเขาก็คือโครงกระดูกอมตะที่ทำลายไม่ได้ แต่พวกมันใช้พลังชีวิตของผู้ควบคุมในการฟื้นฟูพลังตนเอง อ้อ ถ้าไม่สามารถทำอะไรได้จริงๆ ก็ให้ใช้ยาสลายซากในการทำลายพวกมันได้”

 

“โครงกระดูกอมตะงั้นหรือ? แล้วก็ยาสลายซาก?” หม่าหวนหลงมองไปยังคนของตนเอง แม้พวกเขาจะมียาสลายซากติดตัวไว้ แต่จำนวนก็ไม่ได้มากมายขนาดที่จะเอามาใช้มั่วๆในการต่อสู้ได้

 

“นั่นคงเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะถ้าต้องการสลายซากพวกมันจริงๆ คงต้องใช้ยาสลายซากเป็นจำนวนมาก”

 

“ในเมื่อเป็นแบบนั้น แล้วจะจัดการโครงกระดูกนั้นได้อย่างไร”

 

“วิธีการที่พลทหารพิเศษสามคนของกองทัพใช้ก็คือการฆ่าผู้ควบคุมโครงกระดูก แต่วิธีนั้นทำให้โครงกระดูกกลายเป็นอิสระ ไม่สนใจว่าจะเป็นทหารพิเศษหรือสมาชิกของกลุ่มดวงตามาร พวกมันจะไล่ฆ่าทั้งหมด” ซูหยวนบอกสิ่งที่ได้รู้มาจากหนูขาว ซึ่งหลังจากที่กลุ่มเขี้ยวขาวและเขี้ยวแดงได้ยิน ดวงตาของพวกเขาก็มีประกายบางอย่างปรากฏขึ้น

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีไม่ใช่หรือ? หากต้องการสร้างความวุ่นวายให้กลุ่มดวงตามารจริงๆ เช่นนั้นก็ใช้อาวุธลับของพวกมันนี่แหละในการถล่มกลุ่มดวงตามารให้ราบคาบ!!”

 

“จะทำแบบนั้นก็ได้ค่ะ พวกมันมีทั้งหมด 7 ตัว อ้อ ตอนนี้เหลือ 6 ตัวแล้ว แต่อย่าลืมว่าพวกนั้นทรงพลังมาก ทั้งยังไม่สามารถตรวจสอบตำแหน่งได้ง่ายๆ ต้องระวังให้ดี”

 

“เข้าใจแล้ว” หม่าหวนหลงพยักหน้า ทว่าด้านหลังของเขา บุตรชายที่ไม่ค่อยชอบพวกสัตว์เลี้ยงเหล่านี้มากนักกลับมองอันซูหยวนด้วยสายตาไม่วางใจ

 

“เธอ....ที่พูดมาทั้งหมดนี้ เธอก็จะร่วมกับพวกเราด้วยใช่ไหม” แม้ว่านี่จะเป็นการระแวงที่ดูเกินจริงไปหน่อย ทว่า...จากที่ทุกคนไม่คิดว่าอันซูหยวนจะแยกตัวออกไป กลับพบเจอช่องโหว่นี้เข้าแล้ว

            

เด็กสาวหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างตรงไปตรงมา

 

“ฉันมีบางอย่างที่ต้องทำ ดังนั้น...จะไม่ไปกับพวกคุณ”

 

“นั่นไง! ฉันว่าแล้วเชียว” หม่าเฉิงหลงตบมือตัวเองฉาดใหญ่ที่เดาได้ถูกต้อง อีกฝ่ายอธิบายทั้งหมดอย่างละเอียดนี้ แท้จริงตัวเองก็ไม่คิดจะไปเสี่ยงตายกับพวกเขานี่เอง

 

“เธอมีแผนการอะไรอีก”

 

“เรื่องนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว และฉันก็ไม่อยากให้พวกคุณรู้ด้วย” ซูหยวนยักไหล่ เรื่องมาถึงตรงนี้แล้ว เธอไม่ต้องการเชื่อฟังคำสั่งของพวกเขาอีกต่อไป

            

ตอนนี้ไม่ใช่ภารกิจตามหาพลทหารพิเศษทั้งสามคนอย่างที่รับมาในตอนแรกอีก ดังนั้น...เมื่อไม่ต้องทำภารกิจนี้แล้ว เช่นนั้นก็ไม่มีเหตุผลที่เธอต้องทำตามหม่าหวนหลงอีกต่อไป

            

เหมือนหัวหน้ากลุ่มจะเข้าใจความคิดของเด็กสาว ถึงเขาจะไม่พอใจที่เธอแสดงออกมาเช่นนี้ แต่ถ้าย้อนดูเรื่องทั้งหมด เขาเป็นคนถามถึงแผนของเธอเอง เช่นนั้น...ในความเป็นจริงแล้ว ตอนนี้ตัวเขาหลุดจากสถานะของการเป็นผู้นำภารกิจเรียบร้อยแล้วจริงๆ

 

“เอาตามนั้น ขอแค่ไม่สร้างปัญหาให้พวกเราก็พอ แล้วก็...ถ้าคิดจะแยกตัวออกไป พวกเราก็ไม่สามารถรับรองความปลอดภัยให้ได้อีกแล้วนะ”

 

“โอ้ เข้าใจแล้ว” ซูหยวนพยักหน้ารับ เมื่อตกลงกันได้ ทั้งสองก็แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มของนักล่าสกุลจาง และอีกกลุ่มก็คืออันซูหยวนคนเดียว

            

เพื่อที่จะทดสอบสมมติฐานของตนเอง ซูหยวนตรวจสอบแผนที่อย่างระมัดระวัง ตอนนี้ที่ค่ายทหารนั้นมีหนูขาว 4 ตนกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ จากที่ได้รายละเอียดมาคร่าวๆ ก็พบว่าผู้นำประจำเขตนั้นร่วมมือกับกลุ่มดวงตามารเป็นเวลานานกว่า 5 ปีแล้ว 

            

เขามีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กลุ่มดวงตามารในการเข้าออกพื้นที่โดยไม่ต้องลงชื่อ ทั้งยังปิดบังข้อมูลที่เขตนี้ไว้ด้วย โดยเฉพาะจุดเคลื่อนย้ายนั้นเป็นความลับสุดยอดที่มีแค่เขา ผู้ช่วย และทหารใกล้ชิดอีก 2 คนเท่านั้น รวมแล้วมีแค่ 4 คนที่รู้เรื่องนี้ เพราะยิ่งรู้น้อยเท่าไร ความลับก็จะเป็นความลับระดับสูงมากเท่านั้น

            

ในขณะเดียวกัน ความร่วมมือนี้เขาก็ได้ประโยชน์มาก ทั้งได้เครดิตจากกลุ่มดวงตามาร และทุกๆปียังได้รับอุปกรณ์เสริมความแข็งแกร่งให้อาวุธประจำกายด้วย 

 

ตอนนี้ที่ตระกูลของเขามีอาวุธที่ได้อัพเกรดไปแล้ว 4 ชิ้น อยู่ในมือของเขาชิ้นหนึ่ง มันเป็นอาวุธที่ทำให้เขาสามารถจัดการกับสัตว์กลายพันธุ์ในเขต J ได้ง่ายๆ ซึ่งมีค่าเทียบเท่ากับอาวุธระดับสูงของตระกูลใหญ่เลย

            

ผลประโยชน์ที่มอบให้กันทั้งสองฝ่ายนี้ทำให้ความร่วมมือเป็นไปด้วยดีเสมอมา แต่ช่วงหลังๆมานี้ หลังจากกองทัพให้ความสำคัญกับการหายตัวไปของพวกนักล่าหรือทหารมากขึ้น พวกเขาก็เริ่มส่งทหารพิเศษมาตรวจสอบ และเพียงแค่ครั้งแรกที่มาถึงพื้นที่เขต J เจ้าทหารพิเศษพวกนั้นก็ก่อเรื่องเข้าจริงๆ

            

เอกสารลับเกี่ยวกับทหารพิเศษทั้ง 4 คนรวมพลทหารพิเศษรุ่ยไว้ด้วยกำลังถูกรวบรวม เพื่อให้กลุ่มดวงตามารสามารถมองหาวิธีการรับมือพวกทหารพิเศษทั้ง 4 ได้ ขอเพียงพวกเขาได้รับเอกสารเกี่ยวกับวิธีการต่อสู้ จุดแข็งและจุดอ่อนของทหารพิเศษทั้ง 4 เชื่อได้เลยว่าจะต้องจัดการกับพวกนั้นได้ในไม่กี่วัน

            

อย่างไรก็ตาม...เอกสารพวกนั้นซูหยวนได้รับรู้ผ่านหนูขาวที่ส่งไปแล้ว ดังนั้นจึงสั่งให้พวกมันทำลายทิ้งไปพรางก่อน แล้วเปลี่ยนข้อมูลเป็นตรงกันข้าม ให้เจ้าพวกนั้นเข้าใจผิดเกี่ยวกับพลังที่แท้จริง แล้วเอาวิธีการรับมือมั่วๆที่จะทำให้ตัวเองต้องพลาดท่าไปใส่แทน

            

นอกจากเอกสารลับพวกนี้แล้ว หนูขาวยังป่วนเอกสารของผู้นำ ผู้ช่วย และทหารทั้ง 2 อย่างสนุกสนาน เอกสารลับถูกรื้อออกมาแยกเอาไว้เตรียมส่งให้ทางการ เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ก็ถูกทำลายไป 

            

ซึ่งเธอไม่ได้รับข้อมูลแค่ของทางค่ายทหารเท่านั้น ข้อมูลจากพื้นที่ของกลุ่มดวงตามารก็ได้รับแล้วไม่น้อยเช่นกัน สิ่งนี้ทำให้เธอคาดเดาพื้นที่มิตินั้นได้บ้าง ดูเหมือนว่ามันจะเป็นพื้นที่ในเกมจริงๆ เธอไม่เคยต่อสู้กับพวกโครงกระดูกเหล่านั้นเอง แต่เคยอ่านคอมเม้นท์ของผู้เล่นผ่านตา

            

ในเมื่อมันเป็นของที่ปรากฏขึ้นจากเกม ก็แปลว่ามีวิธีรับมือด้วยการเล่นเกมเช่นกัน เพียงแต่...สิ่งนี้ช่างประหลาด เพราะถ้าเป็นประตูเชื่อมมิติที่ไม่มีเจ้าของ มันควรจะเป็นประตูมิติแบบสุ่มมากกว่า ทว่า...ประตูนี้ไม่ว่าใครจะเข้าหรือออกก็ยังเป็นมิติเดิม นี่หมายความว่า...มันควรจะเป็นมิติหนึ่งที่ผู้เล่นเคยพิชิตมันได้ แล้วถือครองประตูเชื่อมมิติถาวร!

            

หากมันเป็นอย่างที่เธอคิด ก็หมายความว่าที่โลกนี้ยังมีผู้เล่นเกมเหมือนเธออีกคน เพียงแต่...คนผู้นั้นสมควรจะเคยมาที่นี่ก่อนเธอ แล้วตอนนี้เขาหายไปอยู่ที่ไหน....

            

เรื่องนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่เธอต้องไล่ตามเงาของเขาต่อไปโดยที่ไม่เคลื่อนไหวรุนแรงจนอีกฝ่ายสังเกตพบ แน่นอนว่าซูหยวนไม่ได้เร่งรีบเกินไป ปัญหาใหญ่ตอนนี้ก็คือเรื่องกลุ่มดวงตามาร และความแข็งแกร่งของเธอต่างหาก!!

            

ไม่ใช่พวกเขาพูดถึงการเป็นเจ้าของโครงกระดูกหรอกหรือ? ในเมื่อมันเป็นพลังที่แข็งแกร่งมาก เช่นนั้นทำไมเธอถึงไม่ต้องการครอบครองมันล่ะ! แล้วก็ใช่! สาเหตุที่เธอต้องการแยกตัวจากพวกเขา ก็เพราะอยากจะล่าผลึกโครงกระดูกให้ครบ 7 ชิ้น แล้วเปิดใช้งานโครงกระดูกพวกนั้นอย่างไรล่ะ!

            

ถึงข้อเสียใหญ่ของมันจะเป็นการใช้พลังชีวิตควบคุมก็เถอะ แต่ไม่ใช่ว่ามันแก้ปัญหาได้ด้วยผลึกพลังชีวิตที่ได้จากสัตว์ประหลาดในพื้นที่นี้หรอกหรือ?

            

ถ้าอย่างนั้นก็หาทั้งผลึกชีวิตแล้วก็ผลึกโครงกระดูกไปเลยสิ!

            

พวกกลุ่มดวงตามารบอกว่า 3 ปี สามารถล่าพวกสัตว์ประหลาดให้ได้รับโครงกระดูก 7 ชิ้นงั้นหรือ? นั่นเป็นเพราะพวกมันไม่สามารถมองเห็นตำแหน่งต่างๆในแผนที่น่ะสิ ไม่เหมือนกับซูหยวนที่มีระบบเกมอยู่ในมือ เธอไม่เชื่อหรอกว่าจะสังหารสัตว์ประหลาดในนั้นไม่ครบ 100 ตัวใน 1 วัน!!

            

ทั้งหมดรอที่จุดเคลื่อนย้ายพลางทำสมาธิไปด้วย รอให้พื้นที่นั้นถูกก่อกวนจนเละเทะแล้วค่อยฉวยโอกาสเข้าไป ซึ่งหนูขาวที่รอรับคำสั่งอยู่แล้วก็เริ่มลงมือทันที พวกมันกระจายตัวอยู่รอบๆนานแล้ว เมื่อได้รับคำสั่งก็ก่อปัญหาให้เกิดเสียงดัง หลอกล่อว่าตัวเองก็คือพลทหารพิเศษที่ซ่อนตัวอยู่ เป็นผลให้พวกกลุ่มดวงตามารรีบส่งคนไปพื้นที่นั้นเพื่อตรวจสอบ

            

หนึ่งแห่งหลอกล่อคนไปได้เกือบ 10 คน จากนั้นก็ปรากฏแห่งที่สองในเวลาใกล้ๆกัน แล้วก็ปรากฏตำแหน่งที่สาม ที่สี่ เป็นเช่นนี้จนครบ 5 แห่ง โดยทั้งหมดอยู่ห่างกันออกไป ดังนั้นพวกกลุ่มดวงตามารจะต้องส่งคนจำนวนมากออกไปจากฐาน 

            

เนื่องจากที่นี่เป็นฐานแห่งที่ 3 ของพวกมัน ทั้งยังไม่ได้มีสมาชิกในกลุ่มมากมายหลายพันคนอยู่แล้ว กลุ่มที่สามจึงมีคนอยู่ไม่ถึงร้อยคน พอต้องแยกกันออกไปแต่ละส่วน แถมพลทหารพิเศษเห็นโอกาสสร้างความวุ่นวาย พวกเขาก็เลยเข้ามาปั่นหัวพวกกลุ่มดวงตามารด้วย สิ่งนี้ยิ่งทำให้คนเฝ้าฐานเหลือเพียงไม่กี่สิบคนแล้ว

 

“เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว” 

 

ซูหยวนสื่อสารกับหนูขาวในมิติของเธออยู่ตลอด เจ้าพวกนั้นสามารถเข้าและออกพื้นที่มิติได้เนื่องจากเป็นสัตว์เลี้ยงระดับสูงของเธอ ดังนั้นจึงสามารถรับรู้ข้อมูลได้เรียลไทม์

            

แน่นอนว่าข้อจำกัดนี้ต้องเป็นพื้นที่ล่าหรือพื้นที่เชื่อมมิติเท่านั้น พื้นที่ล่าพวกนี้ถูกบรรจุเข้าในระบบเกมแล้วตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามา หากเป็นการรับข้อมูลจากภายนอก โดยที่ตัวของซูหยวนก็อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย การจะรับข้อมูลจำเป็นต้องเดินทางเข้ามารับด้วยตัวเอง

            

ข้อจำกัดนี้ยังคงเป็นปัญหาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้สร้างความลำบากมากมายอะไร

            

คนขององค์กรนักล่าสกุลจางเคลื่อนไหวทันทีที่ได้รับสัญญาณ พวกเขาแบ่งหน้าที่กันแล้วหลังสอบถามข้อมูลทั่วไปของพื้นที่จากซูหยวน กลุ่มหนึ่งป้องกัน และอีกกลุ่มก็เตรียมโจมตีทันที หลังจากที่ออกมานอกพื้นที่ได้แล้ว ให้ไปรวมตัวกับพวกพลทหารพิเศษ ยื้อเวลาเอาไว้ให้ได้มากที่สุด บอกพวกเขาเกี่ยวกับสถานการณ์ข้างนอกว่าเป็นอย่างไร 

            

ซึ่งด้วยการแจ้งข่าวของพลทหารพิเศษรุ่ย คงไม่เกิน 3 วันนี้ พวกเขาก็น่าจะได้รับความช่วยเหลือแล้ว

            

ซูหยวนซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มของพวกเขาด้วย แต่เมื่อสามารถหลบหนีออกมาจากฐานกลุ่มดวงตามารได้แล้ว เธอก็แยกตัวออกไปทันที ปล่อยให้คนทั้งกลุ่มรับมืออยู่กับโครงกระดูกที่เฝ้าฐานอยู่ตามลำพัง

 

“แมลงกัดกินออกมาได้แล้ว” 

 

เธอเพียงโบกมือหนึ่งครั้ง ฝูงแมลงกัดกินที่ขนาดอ้วนกลมก็ปรากฏตัวขึ้นมา ก่อนหน้านี้เธอกังวลว่าจะไม่มีอาหารเพียงพอสำหรับพวกมัน แต่หลังจากพบว่าพื้นที่นี้มีสัตว์ประหลาดและพืชประหลาดมากมาย เธอคงไม่จำเป็นต้องห่วงอีก

 

……………………………………..