บทที่ 306 ท้องมังกรกระดูก (อ่านฟรี 7 มี.ค. 69)
บทที่ 306 ท้องมังกรกระดูก (อ่านฟรี 7 มี.ค. 69)
บทที่ 306 ท้องมังกรกระดูก
ก่อนหน้านี้ซูหยวนมีแค่พื้นที่ล่าสัตว์กลายพันธุ์และพื้นที่ล่าซอมบี้เท่านั้น ทั้งสองไม่อาจถูกทำลายโดยแมลงกัดกินได้ ไม่สิ! ต่อให้เธออยากจะปล่อยแมลงกัดกินไปที่พื้นที่ล่าซอมบี้ นั่นก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะที่นั่นไม่เหลือสิ่งมีชีวิตใดๆอีกแล้ว มีเพียงซอมบี้ที่ซ่อนอยู่ตามเขาวงกตของซอมบี้ขนาดเล็กเท่านั้น
ของที่ออกมาก็คือสสารในการสร้างเครื่องผลิตสารเคมีการเกษตร และตอนนี้เธอก็อัพเกรดมันจนเต็มแล้ว จึงไม่ได้เข้าไปรวบรวมทรัพยากรเพิ่มเติมอีก
ทว่า...พื้นที่เชื่อมมิติใหม่นี้ต่างกัน
- ฟังก์ชั่นเสริมในการออกพื้นที่ล่า : ท้องมังกรกระดูก –
รายละเอียดในการใช้งานฟังก์ชั่นก็ยังคงเหมือนก่อนหน้านี้ สามารถรวบรวมผลผลิตในระยะ 1 เมตรรอบตัวได้โดยไม่ต้องเสียเวลาไปเก็บเองทีละชิ้น แถมสิ่งที่ล่ามาได้ก็จะไม่ตกหล่นด้วย พวกมันจะเข้าไปในคลังเก็บของโดยตรง
อย่างที่สองก็คือการเปิดเกราะป้องกันที่อันตรายถึงชีวิตได้ อย่างสุดท้ายก็คือการเปิดแผนที่เพื่อตรวจสอบตำแหน่งของทรัพยากรที่ล่าได้
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เธอคุ้นเคย ดังนั้นซูหยวนจึงมองหาจุดสีแดงใกล้ๆก่อนเป็นอันดับแรก เธอไม่ได้โลภมากจนประมาท ที่นี่คือพื้นที่ล่าที่ไม่รู้จักมาก่อน แถมยังดรอปของดีระดับสูงด้วย ไม่แน่ว่าสัตว์ที่จะล่าได้นั้นอาจจะมีระดับสูงจนทำให้เธอต้องเอาชีวิตมาทิ้ง ดังนั้นสองมือของซูหยวนจึงคว้าเอาคันธนูออกมาก่อน
เพื่อความปลอดภัย การโจมตีระยะไกลหยั่งเชิงนั้นดีที่สุด ทั้งยังได้รู้ด้วยว่าพลังป้องกันของศัตรูแข็งแกร่งขนาดไหน...
เป้าหมายแรกของซูหยวนคือสัตว์ประหลาดรูปร่างคุ้นตาเหลือเกิน สมกับเป็นเกมที่ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดผู้คนเข้ามาเล่น สิ่งแรกที่ซูหยวนเห็นก็คือ “ออร์ค” รูปร่างของมันใหญ่โต ในมือถือท่อนกระดูกขนาดใหญ่แทนอาวุธ เขี้ยวของมันยาวออกมาเหมือนกับยักษ์ตัวใหญ่ แต่กลับดูสกปรกกว่ามาก ยิ่งทุกครั้งที่มันพ่นลมหายใจออกมา ก็จะรับรู้ได้ถึงกลิ่นเหม็นอบอวลไปทั่วพื้นที่
“ฮูม!!”
เจ้าตัวใหญ่ส่งเสียงคำรามหลังเห็นศัตรูตรงหน้า มันแกว่งกระดูกใหญ่ในมือเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ของตนเอง ส่งผลให้เกิดกระแสลมหมุนไปทั่วบริเวณ
การกระทำเช่นนี้สามารถทำลายการโจมตีจากระยะไกลได้ง่ายๆ ถ้าคนๆนั้นไม่ได้มีทักษะที่มากพอ ทว่า...ซูหยวนต่างออกไป เธอใช้พลังงานเคลือบลูกศรเอาไว้ จากนั้นก็ปล่อยการโจมตีแรกออกมา
“ศรพริบตา”
เนื่องจากความเร็วที่มากกว่ากระแสลมของเจ้าออร์ค ดังนั้นจึงไม่ได้รับผลกระทบจากแรงเหวี่ยงกระดูกของมัน ลูกศรเหมือนกับเคลื่อนไหวภายในเสี้ยววินาที ปรากฏบนหัวของเจ้าออร์คที่น่าขยะแขยงแล้ว
ปัง!!
การโจมตีที่รุนแรงในชั่วพริบตาส่งผลให้เกิดเสียงดังลั่น ถ้าหากไม่มีความวุ่นวายที่หนูขาว พลทหาร และกลุ่มนักล่าสกุลจางสร้างเอาไว้ก่อนหน้านี้ เชื่อได้เลยว่าคนของกลุ่มดวงตามารจะต้องแห่กันมาที่นี่แน่
โชคดีที่ไม่เป็นเช่นนั้น แต่โชคร้ายก็คือ...สถานที่แห่งนี้สมกับที่มันเป็นแหล่งรวบรวมโครงกระดูกที่ยิ่งใหญ่ ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะได้ชื่อว่า “ท้องมังกรกระดูก”
ลูกศรที่ยิงทะลุเนื้อออร์คเข้าไปกลับไม่สามารถพุ่งทะลุกะโหลกของเจ้าออร์คได้ เพียงหยุดอยู่ที่ชั้นกระดูกข้างนอกเท่านั้น ถึงจะมีเลือดไหลอาบใบหน้า แต่ก็ไม่ใช่จุดตายของมัน กลับเป็นการกระตุ้นความโกรธของมันขึ้นมาแทน
“โฮก!!”
เสียงคำรามของเจ้าออร์คดังขึ้นจากเดิมอีกเป็นเท่าตัว ซูหยวนกระโดดหลบไปข้างๆเพื่อหนีน้ำลายก้อนใหญ่ของมัน หากไม่ใช่เพราะเธอไหวตัวทัน ตอนนี้ทั้งตัวคงจะมีกลิ่นเหม็นของน้ำลายบูดนั่นเป็นแน่
วูม วูม
มันเหวี่ยงกระดูกในมือจนเกิดเสียงดัง ก่อนจะวิ่ง “ปึง ปึง” เข้ามาใกล้เธอ ดูผิวเผินแล้วการเคลื่อนไหวนี้ดูงุ่มง่ามอย่างมาก แต่ด้วยกระแสลมที่มันสร้างขึ้น ประกอบกับร่างกายใหญ่โตของมัน ถ้าไม่ระวังให้ดีจะถูกแรงโจมตีของมันอัดจนเหลือก้อนเท่าปลายนิ้วก้อยแน่!
ตู้ม!!!
บูม บูม
กระดูกในมือในที่สุดก็โจมตีลงมา ซูหยวนสามารถหลบได้ง่ายๆ แต่นอกจากการโจมตีนี้แล้วกลับปรากฏคลื่นที่ดินขนาดใหญ่เหมือนกับสึนามิ มันเกิดอาฟเตอร์ช็อกจนทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนไปรอบๆด้วย หนูขาวที่อยู่บริเวณนั้นได้รับผลกระทบไม่น้อย หากพวกมันเป็นเป้าหมายโจมตีจริงๆ ไม่แน่ว่าอาจจะตายไปหลายสิบตัวแล้ว
ซูหยวนขมวดคิ้วมุ่น เจ้าตัวใหญ่นี้โจมตีไม่เข้า แถมเธอก็ไม่คิดว่าจะสามารถต่อสู้เรื่องพละกำลังกับมันได้ ต่อให้เอาหอกออกมาใช้ได้ตอนนี้ก็ไม่น่าจะรับการโจมตีเดียวของมันได้เลย ดังนั้นวิธีการพวกนี้จึงไม่สามารถใช้ได้อีกแล้ว แต่ว่า...เนื่องจากนี่เป็นเกมที่เน้นการปลูกผักเป็นหลัก การตั้งค่าของเกมไม่ควรจะยากขนาดนั้นใช่ไหม?
ซูหยวนเร่งความคิดของตนเองเพื่อหาวิธีจัดการกับเจ้าตัวใหญ่นี้ พลั่วในมือไม่สามารถใช้ได้อีก แต่จะต้องมีอะไรที่จัดการได้แน่ แต่ว่านั่นคืออะไรล่ะ!!
เธอพยายามไล่ความทรงจำของตนเอง จากที่เคยอ่านข้อมูลหน้ากระดานสนทนาเกี่ยวกับกับการจัดการพวกสัตว์ประหลาดในพื้นที่ล่า แม้จะจำวิธีจัดการออร์คไม่ได้ ทว่า...ก็มีบางอย่างที่คล้ายกันไม่ใช่หรือ?
“ไม่แน่ว่าอันนั้นอาจจะใช้ได้” เธอคิดเล็กน้อยก่อนจะเรียกเอาอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งออกมา
รูปร่างของมันเหมือนเคียว แต่ไม่ได้มีส่วนโค้งมากขนาดนั้น แถมหน้ากว้างก็มากกว่าเคียวเกี่ยวข้าวทั่วไปด้วย นอกจากนี้...ด้ามจับของมันก็ยังยาวมาก เหมาะสมกับการโจมตีเว้นระยะ ซึ่งอุปกรณ์นั้นก็คือ “มีดดายหญ้า” นั่นเอง
ซูหยวนจำได้ว่ามีผู้เล่นคนหนึ่งจัดการกับสัตว์ขนาดใหญ่อย่างช้างบ้าเลือดด้วยมีดดายหญ้า เขาบอกว่าพวกสัตว์ขนาดใหญ่นี้ไม่อาจจะโจมตีโดยตรงได้ แต่ยังสามารถตัดเส้นเอ็นของพวกมันทีละเล็กทีละน้อยได้ จากนั้นก็ปล่อยให้พวกมันนอนจมกองเลือด ไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่านั้น สุดท้ายมันก็จะตายสลายไปเอง
เธอไม่รู้ว่าออร์คจะเหมือนกับช้างบ้าเลือดหรือไม่ แต่ก็ทำได้แค่ลองดูเท่านั้น
อาศัยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและทักษะของการขยับเท้าของวิชาหอกแห่งแดนดอกเหมย ซูหยวนเข้าใกล้ออร์คในเวลาไม่นานนัก จากนั้นก็ใช้การ “ปาด” แทนการ “แทง” ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งแรกดูไม่ทะมัดทะแมงอยู่บ้าง เนื่องจากการกะแรงของตัวเองยังไม่ถูกต้อง สุดท้ายก็สร้างบาดแผลได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่า...แค่นี้ก็พอแล้ว
ปรากฏว่าวิธีการตัดเนื้อเฉือนเส้นเอ็นนั้นใช้ได้จริงๆ ซูหยวนสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของมันได้ผ่านการตัดเส้นเอ็นที่เชื่อมกล้ามเนื้อทั้งหมดของออร์ค โชคดีที่ก่อนหน้านี้มีโอกาสศึกษาข้อมูลมากมายจากการช่วยงานวิจัย ดังนั้นส่วนประกอบของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นจึงพอมีความเข้าใจอยู่บ้าง
แม้ว่ามันจะเป็นความเข้าใจของร่างกายมนุษย์เท่านั้น แต่พวกออร์คนี้ก็ไม่ได้ต่างกันมากหรอกหรือ?
ซูหยวนปล่อยพลังงานคลุมมีดดายหญ้าแบบยาวในมือ จากนั้นก็วิ่งวนไปรอบๆ หลบการโจมตีแบบมั่วๆของเจ้าออร์คที่ฟาดไปยังพื้นที่รอบๆไม่หยุด
ด้วยการวนรอบขาของมันเพียงรอบเดียว เจ้าออร์คก็ส่งเสียงทรมานออกมา มันถึงกับไม่สามารถยืนด้วยขานั้นได้อีก เหลือเพียงขาเดียวเท่านั้นที่ยังทรงตัวได้ แน่นอนว่าด้วยการโจมตีนี้ เจ้าออร์คย่อมต้องโกรธจัด มันคำรามมาดังกว่าเดิม พร้อมกับละอองน้ำลายที่น่าสะอิดสะเอียนออกมาด้วยกัน
ไม่ใช่แค่มันน่าเกลียดเท่านั้น แต่คุณสมบัติแฝงกลับเป็นเรื่องที่ซูหยวนไม่ชอบใจมากที่สุดแล้ว
หนูขาวมากมายอยากจะมาช่วยเจ้านายของมันก็ทำไม่ได้ ละอองน้ำลายเหล่านั้นเหมือนกับกับดักขนาดใหญ่ เมื่อพวกมันเหยียบไปรอบๆก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ทีอีกแล้ว ไม่เหมือนกับอันซูหยวนที่ใช้พลังงานของตนเองเคลือบไปที่ฝ่าเท้า หนูพวกนั้นเหยียบที่เมือกของออร์คเต็มๆแล้วก็ทำให้ลื่นจนหน้าทิ่มคะมำ
ส่วนแมลงกัดกินที่ปล่อยออกมา เจอละอองน้ำมูกน้ำลายของออร์คก็เกือบบินกันไม่ขึ้น สุดท้ายได้แต่หลบหนีไปในระยะปลอดภัย มองดูนายท่านของตนต่อสู้อย่างยากลำบากเท่านั้น
“คงต้องเลี่ยงเก็บรวบรวมทรัพยากรจากเจ้านี่แล้ว”
ซูหยวนบ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าไม่มีวิธีการรับมือที่ดีกว่านี้ เธอก็ต้องล้มเลิกกับเจ้าออร์คไปก่อน รอจนกว่าจะมีวิธีดีๆที่สามารถฆ่ามันได้ง่ายๆแล้วค่อยพาคนมาแก้แค้นก็แล้วกัน
เหมือนกับก่อนหน้านี้ เธอจัดการตัดเส้นเอ็นรอบขาของมันอีกครั้ง จากนั้นก็พยายามจะขึ้นโจมตีด้านบน แต่ในตอนนั้นเอง...ราชาหนูขาวที่กลับมารวมกลุ่มก็เปล่งพลังของมันออกมา
ริ้วสีทองที่คุ้นตาถูกโยนออกไป เป้าหมายก็คือลำคอของออร์คตัวใหญ่ที่อันซูหยวนกระโดดเข้าไปไม่ถึง แม้ว่าเธอจะใช้ลูกศรโจมตี ก็ยังไม่สามารถทำให้มันบาดเจ็บได้มากนักเนื่องจากพลังลูกศรเน้นการโจมตีที่เฉียบคม แต่เจ้าออร์คเพียงรู้สึกเหมือนถูกเข็มเล็กๆทิ่มแทงเท่านั้น ไม่เหมือนกับการโจมตีครั้งนี้ของราชาหนูขาวลายทอง
ฟวับ!!
“โฮก!!!” ออร์คที่มีขนาดมากกว่า 10 เมตรส่งเสียงคำรามลั่น มันถูกแรงโจมตีครั้งนี้ทำให้บาดเจ็บจริงแล้ว ดวงตาของมันเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด ก่อนที่ไอความร้อนจะปล่อยออกมาจนซูหยวนไม่สามารถเข้าใกล้ได้
“แย่แล้ว” ดูเหมือนจะเป็นการดีที่สามารถโจมตีได้ แต่ออร์คตัวใหญ่นี้กลับถูกกระตุ้นให้อยู่ในโหมดคลั่งไปเสียแล้ว
เมื่อปล่อยความร้อนจนร่างกายเปลี่ยนเป็นสีแดง เนื้อเยื่อและเส้นเอ็นทั้งหมดที่ถูกตัดขาดกลับมารวมกันอีกครั้ง บาดแผลทั้งหมดถูกสมานเข้าหากัน ซูหยวนทำได้แค่เม้มริมฝีปากด้วยความหงุดหงิดใจ
พลังต่างกันเกินไป ต้องโทษที่เธอไม่ได้ฝึกฝนในด้านนี้มามากนัก ไม่อย่างนั้นคงจะสามารถจัดการมันได้ง่ายๆแล้ว
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!!
แรงระเบิดจากการเคลื่อนไหวของออร์คทำให้ทั่วทั้งพื้นที่เกิดรอยร้าว ซูหยวนถอนหายใจออกมา แม้จะเสียเวลากับมันมาไม่น้อยแล้ว ทว่าเธอจะเสียดายเวลาเล็กๆน้อยๆแล้วยังยื้อต่อไปทำไม หญิงสาวส่งสัญญาณออกไป ปล่อยให้เจ้าราชาหนูขาวโจมตีอีกครั้ง จากนั้นก็วิ่งกระโจนหนีออกไป
ซูหยวนและหนูขาวตัวอื่นๆหนีเข้าไปในฟาร์ม ส่งผลให้ตอนนี้เจ้าออร์คผู้บ้าคลั่งไม่สามารถตามตัวศัตรูจำนวนมากก่อนหน้านี้ได้ เป้าหมายของมันถูกดึงดูดไปที่ราชาหนูขาวตัวเดียวนั้นทันที
“โฮก!!” ยิ่งเป็นแบบนี้ก็ยิ่งโกรธจัด ออร์คตัวใหญ่วิ่งไล่ตามราชาหนูขาวออกไป ซึ่งเป้าหมายนั้นไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเป็นที่ไหน...
จะน่าสงสารก็แต่กลุ่มดวงตามารที่ไม่รู้ชะตากรรมของตนเองเอาเสียเลย จากที่ต้องวุ่นวายกับการรับมือผู้ก่อกวนจำนวนมากแล้ว เวลานี้กลับมีคนล่อออร์คตัวใหญ่ที่กำลังบ้าคลั่งมาสมทบ เข้าโรมรันโจมตีฐานของพวกมันอีก สุดท้ายแล้วจะราบเป็นหน้ากลองเมื่อไรก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
ซูหยวนออกมาจากฟาร์มหลังที่ปล่อยให้ราชาหนูขาวล่อออร์คออกไปแค่สองนาทีเท่านั้น เธอยังเห็นร่องรอยของแผ่นดินแตกละเอียดอยู่เลย ระบบเกมจะรีเซ็ตพื้นที่ทุกครั้งเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับความสนุกของผู้เล่น เหมือนกับตอนที่รีเซ็ตจำนวนของสัตว์ประหลาดแม้จะถูกฆ่าตายไปแล้วก็ตาม
เป้าหมายการล่าตัวต่อไปของซูหยวนก็ยังคงเป็นออร์คอยู่ดี ดูเหมือนว่าจะโชคไม่ดีแล้วที่เจอแค่เจ้าตัวใหญ่โจมอาละวาดนี้ แต่ยังดีที่การหลอกล่อมันไม่ยากนัก เมื่อกระตุ้นให้มันโกรธแล้ว ซูหยวนก็ปล่อยให้ราชาหนูขาวพามันไปส่งที่ฐานของกลุ่มดวงตามารต่อ เป็นแบบนี้ได้ 3 รอบ ในที่สุดก็สามารถเจอกับสัตว์ประหลาดตัวอื่นบ้างแล้ว
“กิ้งก่าเปลี่ยนสี?”
เจ้าตัวนี้ซูหยวนรู้จักมันค่อนข้างดี อย่างน้อยก็ดีกว่าออร์คตัวใหญ่นั้น เธอยกยิ้มเล็กน้อย...ถ้าล่าออร์คไม่ได้ อย่างนั้นก็ล่าเจ้ากิ้งก่าเปลี่ยนสีตัวนี้ก็แล้วกัน
……………………………