บทที่ 307 กิ้งก่าเปลี่ยนสี (อ่านฟรี 8 มี.ค. 69)
บทที่ 307 กิ้งก่าเปลี่ยนสี (อ่านฟรี 8 มี.ค. 69)
บทที่ 307 กิ้งก่าเปลี่ยนสี
ความสามารถของมันค่อนข้างดี อย่างแรกคือหายตัวไปกับธรรมชาติได้ แต่มันไม่สามารถหลบพ้นการตรวจสอบของแผนที่ได้เลย กระนั้น...มันก็ไม่ได้ถูกจัดการได้ง่ายนัก
เจ้ากิ้งก่าเปลี่ยนสีพวกนี้ แท้จริงก็คือแหล่งที่มาของหมอกควันลอยฟุ้งทั่วพื้นที่นี้เอง เนื่องจากพวกมันสามารถปล่อยควันพิษได้ โดยพิษพวกนี้จะทำให้ศัตรูเข้าโหมดต่อสู้ และไม่สนใจว่าใครเป็นพวกเดียวกันหรือศัตรู ขอเพียงเป็นสิ่งมีชีวิตก็จะต่อสู้กันแล้วไม่สนใจมันอีกต่อไป
หน้าที่ของตัวละครในเกมก็คือการต่อสู้กับผู้เล่นเท่านั้น ไม่เหมือนสัตว์กลายพันธุ์ข้างนอกนั่นที่ต้องกินอาหารเพื่อความอยู่รอดและความแข็งแกร่งของตนเอง สาเหตุที่พวกมันต่อสู้ก็เพื่อตัวเอง แต่สาเหตุที่ตัวละครต่อสู้ก็เพราะถูกตั้งค่ามาเท่านั้น
กิ้งก่าเปลี่ยนสีพวกนี้ก็แค่กับดักเล็กๆน้อยๆให้ผู้เล่นหาวิธีการมารับมือ ซึ่งควันพวกนี้เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ผู้เล่นต้องปลูกสมุนไพรอย่าง ตะไคร้ ใบเตย ใบมะกรูด และพวกกานพลู จากนั้นนำไปผลิตเป็นสเปรย์ปรับอากาศ โดยซูหยวนอ่านพบว่าถ้าฉีดสเปรย์พวกนี้ใส่กิ้งก่าเปลี่ยนสี มันจะไม่สามารถปล่อยควันออกมาได้อีก
แม้ซูหยวนจะไม่ได้เข้าพื้นที่ล่าบ่อยนัก แต่สเปรย์ปรับอากาศพวกนี้ขายได้ราคาดี ผู้เล่นบางคนไม่ต้องการเสียเวลาปลูกผักสมุนไพรพวกนั้นและยอมจ่ายเงินแพงหน่อยเพื่อหาซื้อสเปรย์ปรับอากาศสำเร็จรูปมาใช้ ดังนั้นซูหยวนจึงสามารถขายให้พวกเขาได้ และตอนนี้ในคลังเธอก็มีไม่น้อยเลย
ในเมื่อมีสัตว์ประหลาดที่ทรงพลัง ก็ต้องมีสัตว์ที่อ่อนแอพอจะให้ผู้เล่นสามารถจัดการได้อยู่
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ประตูเชื่อมมิติเป็นแบบสุ่ม ถ้าผู้เล่นระดับต่ำมาเจอสัตว์ประหลาดอย่างออร์คเท่านั้นในพื้นที่ พวกเขาคงจะเบื่อแล้วรอจนกว่าระยะเวลาประตูเชื่อมมิตินี้จะเหลือ 0 แล้วค่อยเปิดประตูเชื่อมมิติใหม่ ดังนั้นช่วงที่รอ...เกมก็จะเสียผู้เล่นไปมาก เพื่อไม่ให้เป็นเช่นนั้น พวกเขาจึงสร้างสัตว์ประหลาดที่อ่อนแอเอาไว้ด้วย
“กริ๊ก!”
เจ้ากิ้งก่าเปลี่ยนสีส่งเสียงร้องออกมา มันทำเป็นตกใจเมื่อเห็นคน ก่อนจะพรางตัวหายไป ถ้าผู้เล่นไม่เข้าใกล้มันมากนัก มันก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่ถ้าเข้าอาณาเขตของมันแล้ว มันก็จะรีบปล่อยควันออกมาทันที
ฟื้ด!!
ไม่รอให้เจ้ากิ้งก่าเปลี่ยนสีพ่นควันออกมา ซูหยวนรีบเอาสเปรย์ปรับอากาศมาฉีดใส่มันทันที เจ้ากิ้งก่าเปลี่ยนสีถึงกับหงายท้อง ร่วงหล่นจากต้นไม้ที่กำลังเกาะอยู่ จากนั้นก็กลายเป็นแสง ตายไปทั้งอย่างนั้นเลย
- ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นได้รับผลึกพลังชีวิต 1 ชิ้น –
บทจะง่ายก็ง่ายขนาดนี้เลย ซูหยวนเก็บผลึกพลังชีวิตแล้วลองใช้งานมัน พลังชีวิตที่ปล่อยออกมาเป็นสายพลังงานที่ไหลเย็นไปทั่ว เหมือนกับการเติมน้ำเย็นๆให้ชีวิตที่กำลังเดือดพล่าน เป็นความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ต่างกับตอนที่รับพลังงานเข้าร่างกาย ตอนนั้นเป็นกระแสพลังงานที่อบอุ่นมากกว่า
“จี๊ดๆ เจ้าพวกนี้ตายง่ายเกินไป นายท่าน...ให้พวกเราหนูขาวลองเถอะ”
“จี๊ดๆ ใช่แล้วนายท่าน พวกเราเองก็จะช่วยเหมือนกัน”
เจ้าหนูขาวที่วิวัฒนาการมาอย่างดีรีบเสนอตัว เห็นว่าศัตรูตัวนี้ไม่ได้แข็งแกร่งเกินความสามารถของพวกมัน อีกทั้งเจตนาของนายท่านก็คือการรวบรวมทรัพยากร ดังนั้นพวกมันย่อมต้องทำให้นายท่านสมปรารถนา
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ไปเบิกสเปรย์ที่คลังออกมาก็แล้วกัน”
ซูหยวนโบกมือสั่งเจ้าพวกหนูขาวที่กำลังกระตือรือร้น ทั้งยังสั่งให้หนูขาวที่ยังมีระดับต่ำเกินกว่าจะออกมาต่อสู้ ให้พวกมันเพิ่มการผลิตสเปรย์ปรับอากาศพวกนี้เพิ่มเติมอีก เชื่อว่าหลังจากนี้น่าจะต้องการพวกมันอีกจำนวนมาก
หนูขาวเหล่านั้นพากันกระจายตัวออกไป ทั้งยังพากันออกมามากขึ้น เดิมทีซูหยวนเข้าใจคร่าวๆว่าหนูขาวในฟาร์มคงมีจำนวนถึงร้อยกว่าตัวแล้ว แต่เมื่อเห็นพวกมันพากันออกมาตัวแล้วตัวเล่า เธอก็ไม่มั่นใจแล้วว่าจำนวนร้อยกว่าตัวนี้ แท้จริงแล้วถึงห้าร้อยกว่าตัวหรือไม่
แน่นอนว่าเจ้าหนูขาวเหล่านี้มีความสามารถมาก จะเลี้ยงเอาไว้ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร ทั้งพวกมันก็รู้ด้วยว่าต้องเร่งแสดงฝีมือให้เจ้านายมันพอใจ ไม่อย่างนั้นจะถูกสั่งให้ลดจำนวนลงแน่
เสียงแจ้งเตือนเกี่ยวกับผลึกพลังชีวิตที่ถูกโยนเข้าคลังดังอย่างต่อเนื่อง พวกหนูขาวเหล่านี้รวดเร็วจริงๆ ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีก็เริ่มเจอเหยื่อกันแล้ว ซูหยวนเองก็ไม่ได้อยู่กับที่เช่นกัน เพียงเดินไปรอบๆและฉีดสเปรย์ใส่พวกกิ้งก่าเปลี่ยนสี ดูแล้วน่าจะล่าพวกมันได้เกิน 50 ตัวในครึ่งชั่วโมงนี้ เพียงแต่...
ทั้ง 50 ตัว ไม่มีตัวไหนที่ให้ผลึกโครงกระดูกเลย เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของเธอ
แทนที่จะเสียเวลาอยู่ในรังมันนานเกินไป ซูหยวนตรวจสอบแผนที่ใหม่ พร้อมกับสื่อสารไปที่พวกหนูขาวเพื่อดูอาณาเขตรังของกิ้งก่าเปลี่ยนสี หน้าที่ในการรวบรวมผลึกพลังชีวิตก็ให้พวกมันไปก็ได้ กิ้งก่าเปลี่ยนสีเหล่านี้จะถือกำเนิดใหม่ตามกำหนดเวลาที่ระบบเกมตั้งค่าเอาไว้ ถึงจะยังไม่รู้ว่านานเท่าไรจึงจะรีเซ็ต แต่ระหว่างนี้ก็ยังล่าพวกมันได้อยู่ ไม่แน่ว่าที่นี่อาจจะเป็นแหล่ง “ฟาร์ม” ชั้นยอดก็ได้
ซูหยวนเลี่ยงออกไป มองหาตำแหน่งของสัตว์ประหลาดที่ไกลจากตำแหน่งของกิ้งก่าเปลี่ยนสีเหล่านี้ แต่สุดท้ายก็มีจุดที่น่าสงสัยปรากฏขึ้นจริงๆ
จากข้อมูลที่หนูขาวรวบรวมในฐานของกลุ่มดวงตามาร เธอรู้ว่าสมาชิกของกลุ่มดวงตามารบันทึกการได้รับผลึกโครงกระดูกเอาไว้กว้างๆเท่านั้น เพราะพวกมันก็ยังไม่มั่นใจเช่นกันว่าผลึกเหล่านี้มีเงื่อนไขในการได้มาอย่างไร ทว่า...มีบางบันทึกกล่าวถึงตัวที่ให้ผลึกโครงกระดูกนั้นจะมีบางอย่างต่างจากพวกพ้องของมันอยู่
ซูหยวนไม่มีรายละเอียดว่าตัวที่ต่างจากพวกพ้องนั้นเป็นอย่างไร แล้วจะใช่เหมือนที่เธอกำลังเห็นอยู่นี้หรือไม่...
“กิ กี้!”
เมื่อตรวจสอบเห็นตำแหน่งของสัตว์ประหลาดที่ล่าได้ใหม่ ซูหยวนก็เร่งฝีเท้ามาที่นี่ทันที ตอนตรวจสอบ เธอก็เห็นแล้วว่าพวกมันอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม แต่ใครจะไปคิดว่าพวกมันจะรวมกันเป็นกลุ่มเช่นนี้
หมู่บ้านขนาดเล็กปรากฏอยู่ตรงหน้าของเธอ ที่ทางเข้ายังมีรั้วรอบขอบชิดอยู่ด้วยซ้ำ เหมือนกับหมู่บ้านมนุษย์ในชีวิตก่อนที่ซูหยวนเคยเห็น แต่สมาชิกด้านในหมู่บ้านไม่ใช่มนุษย์ หากแต่เป็นสิ่งมีชีวิตตัวเขียวที่ยืนได้ เคลื่อนไหวได้เหมือนมนุษย์เท่านั้น
เมื่อมีออร์ค ก็ต้องมีก็อบลิน ประโยคเด็ดที่ตัวละครไปเกิดใหม่ในต่างโลกชอบพูดถึงกัน เกมนี้สร้างขึ้นมาตามความชอบของผู้เล่นทั่วไปจริงๆ ไม่น่าแปลกที่จะเห็นก็อบลินที่นี่
ส่วนสาเหตุที่ซูหยวนสงสัยเกี่ยวกับคำรายงานของสมาชิกกลุ่มดวงตามาร ก็เพราะตอนนี้เธอกำลังเห็นก็อบลินที่ต่างจากพวกหนึ่งตัว
ในขณะที่ตัวอื่นมีสีเขียวเข้ม เจ้าก็อบลินตัวนี้กลับมีสีเขียวอ่อน มองเผินๆแล้วไม่ได้ต่างกันมากนัก ทว่าพอพวกมันอยู่รวมกันแล้ว...กลับรู้สึกถึงความผิดปกติจากเจ้าตัวนั้นได้
“กิ กี กี๊!”
ก็อบลินสองสามตัวส่งเสียงพูดคุยกัน พวกมันกำลังอยู่ในช่วงผลัดเวรกันเพื่อเฝ้ากำแพง ดูเหมือนมนุษย์อย่างมาก ทว่าปัญหาของพวกมันก็ยังมีอยู่
เนื่องจากเป็นตัวละครของเกม หลังเปลี่ยนกะแล้ว พวกก็อบลินตัวอื่นๆก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากไปนั่งหน้าบ้านเล็กๆของตนเอง เป็นการตั้งค่าหยาบๆที่เน้นให้ผู้เล่นล่าอย่างสนุกสนานเท่านั้น เมื่อไม่มีอะไรน่าสนใจไปมากกว่านี้แล้ว ซูหยวนก็เตรียมการทดสอบของตนเองทันที
อย่างไรก็ตาม...ก่อนที่เธอจะโจมตี ตอนนั้นพวกมันก็มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเกิดขึ้น!
“กี๊!!”
เสียงร้องที่ดังและทรงพลังมากกว่าเดิมทำให้ก็อบลินตัวเล็กสั่นสะท้าน พวกมันรีบวิ่งมารวมตัวกันเป็นแถวเหมือนทหารที่ถูกเรียกตัว จากนั้นก็ปรากฏก็อบลิน...ไม่สิ! คงต้องเรียกว่าเป็นฮ็อบก็อบลิน ที่มีขนาดเป็นสองเท่าของก็อบลินธรรมดาเดินออกมา
ตามตัวของมันมีลวดลายประหลาดอยู่ด้วย ทั้งยังมีพลังธาตุอ่อนๆแผ่กระจายรอบตัว ด้วยพลังเช่นนี้ย่อมทำให้มันกลายเป็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์ได้ง่ายๆ และสมกับที่พวกก็อบลินธรรมดาต้องเกรงกลัว
“กี๊!!”
มันออกคำสั่งบางอย่าง ก็อบลินตัวเล็กตัวหนึ่งรีบเข้าไปหามัน ร่างกายของมันสั่นเทาด้วยความกลัว จากนั้นก็ถูกฮ็อบก็อบลินกัดเข้าที่ลำคอแล้วแล้วกลืนลงท้อง กลายเป็นอาหารที่น่าอดสูที่สุดที่ซูหยวนเคยเห็น
การตั้งค่านี้มันอะไร....
เธอได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น มิติที่เชื่อมต่ออยู่นี้มีเงื่อนไขอะไรกันแน่ ทำไมดูแล้วน่าหดหู่เหลือเกิน ตั้งแต่เข้ามาแล้วได้เจอกับออร์คซึ่งฆ่าไม่ตาย เจอกับกิ้งก่าเปลี่ยนสี แล้วตอนนี้ก็ยังเจอพวกก็อบลินที่มีฮ็อบก็อบลินเป็นผู้นำ แต่กลับกินพวกเดียวกันเป็นอาหาร มันช่างเป็นการตั้งค่าที่ไม่สนุกเอาเสียเลย
ซูหยวนพลันคิดถึงผู้ที่สามารถเปลี่ยนประตูนี้ให้กลายเป็นทางเชื่อมถาวรได้ การที่เขาสนใจพื้นที่นี้มากจนพยายามล่าบอสใหญ่ให้ได้นี้ ย่อมหมายถึง “นิสัย” ส่วนตัวของเขาด้วยใช่ไหม?
ในขณะที่เธอยึดมิติซอมบี้เอาไว้เพราะพวกมันจัดการได้ง่ายๆ ทั้งเชื่องช้าและโง่งม หากไม่ใช่เพราะวงกตที่ทำให้คนสับสนได้ง่ายๆ พวกมันก็ไม่ต่างอะไรกับของที่ให้ฟรีๆเลย
ซูหยวนใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงเพื่อแก้ปริศนาวงกตนั้น แต่เมื่อแก้ได้มันก็กลายเป็นเรื่องง่ายๆ ดังนั้นเธอจึงเลือกมันเป็นพื้นที่ล่าถาวรของตนเอง และเธอก็ไม่คาดคิดว่าจะมีใครเลือกพิชิตพื้นที่ประหลาดนี้...
ขออย่าให้เป็นอย่างที่เธอคิด ขอให้ประตูเชื่อมมิตินี้เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ... ซูหยวนทำได้แค่คิดเช่นนี้เท่านั้น เพราะถ้ามีคนชื่นชอบพื้นที่วิปริตเช่นนี้อยู่จริง แล้วดันเป็นคนที่อยู่ในโลกนี้ด้วย เธอก็ทำได้แค่หวาดกลัวแล้ว
ต่อให้เป็นเธอ ก็อาจจะรับมือกับคนบ้าไม่ได้! เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่เหตุผลเอาชนะความบ้า
ทางฮ็อบก็อบลินตัวนั้น เมื่อมันกินจนพอใจแล้วก็กลับเข้าสู่ลูปเดิม เดินเข้าไปในถ้ำใหญ่ ในขณะที่ก็อบลินตัวอื่นๆยังคงกลับไปนั่งหน้าบ้านไม้ขนาดเล็กของตัวเอง แล้วมีผู้ลาดตระเวนรั้ววนไปมา
เมื่อยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติไปมากกว่านี้แล้ว ซูหยวนก็นำลูกศรของตัวเองออกมา ร่างกายของก็อบลินนั้นไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอะไร ต่อให้เป็นฮ็อบก็อบลินก็ไม่ได้แข็งแกร่งขนาดออร์ค นี่คงจะเป็นความยากระดับกลางของพื้นที่นี้ ด้วยความสามารถเธอ ... คงพอจะล่าพวกมันได้
ซูหยวนปล่อยลูกศรออกจากมือ เข้าปักที่ลำคอของพวกก็อบลินลาดตระเวน หลังจากเกิดเสียง “ตุ้บ” ดังขึ้น ก็อบลินตัวอื่นๆก็รู้แล้วว่าหมู่บ้านของตนเองกำลังถูกจู่โจม หญิงสาวไม่ได้รอให้พวกมันตอบโต้ได้ทัน เธอปล่อยลูกศรในมือออกไปอย่างต่อเนื่อง ตั้งใจว่าจะจัดการพวกตัวเล็กๆให้หมดก่อนฮ็อบก็อบลินตัวใหญ่จะออกมา
เสียงผลึกก้อนแล้วก้อนเล่าร่วงหล่นนี้ช่างเป็นเสียงที่น่าพอใจจริงๆ สัญญาณของหมู่บ้านก็อบลินดังขึ้น ฮ็อบก็อบลินที่เหมือนหัวหน้าหมู่บ้านก็ออกมา มันมองมายังซูหยวนด้วยสายตาเกลียดชัง ราวกับต้องการตำหนิที่เธอฆ่าอาหารของมันไป
“กี๊!!”
ร่างขนาดใหญ่พุ่งออกมา เพราะมันมีขนาดสามเมตรเท่านั้น จึงไม่ต่างกับอันซูหยวนมากนัก อย่างมากก็แค่สองเท่าของเธอ ดังนั้นซูหยวนไม่ได้คิดกลัวมันเลย
ในขณะที่ออร์คตัวใหญ่มีพลังป้องกันและพลังโจมตีที่รุนแรง เจ้าฮ็อบก็อบลินนี้กลับมีความเร็วที่สูงมาก ระยะห่างจากหมู่บ้านมาถึงตำแหน่งของซูหยวนเกือบ 700 เมตร แต่มันพุ่งออกมาคราวเดียวก็ถึงตัวเธอแล้ว ด้วยระยะเวลาเพียงหนึ่งวินาทีเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะซูหยวนเองก็เน้นการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเช่นกัน เธอคงจะพลาดท่าให้เจ้าฮ็อบก็อบลินตัวนี้แล้ว
ปัง!!
เจ้าตัวเขียวฟาดแขนของตนเองออกมา ตั้งใจจะทำให้หัวของศัตรูเป็นรูทั้ง 5 เนื่องจากกรงเล็บอันแหลมคมของมัน แต่ซูหยวนกลับเอาพลั่วสีดำออกมา ใช้พลังวิชาหอกแห่งแดนดอกเหมยก็ตั้งการป้องกันได้เหมือนไม้ใหญ่ที่ไม่สะทกสะท้านต่อให้ถูกแมลงตัวเล็กๆเจาะอยู่ก็ตาม
ปัง!!
ซูหยวนไม่เปิดโอกาสให้มันโจมตีเป็นครั้งที่สอง เธอโรมรันเข้าไปใช้พลั่วเพื่อหวังโจมตีที่ลำคอตอนเจ้าตัวเขียวเสียจังหวะ แต่เพราะความเร็วของมันสูงมาก ฮ็อบก็อบลินจึงใช้แขนของมันเหวี่ยงออกมารับการแทงของเธอได้ทัน แม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ใช่การบาดเจ็บที่อันตรายนัก
“กี๊!!”
ฮ็อบก็อบลินถูกทำให้โกรธแล้ว ดีที่มันเป็นตัวละครมีความยากระดับกลาง ไม่เหมือนกับออร์คพวกนั้น ซูหยวนจึงยังรับแรงโจมตีที่สะบัดออกมาอย่างกะทันหันและเพิ่มพลังได้
“หนูขาว!”
ในตอนที่เจ้าฮ็อบก็อบลินตั้งใจจะโจมตีเข้ามาอีกครั้ง ซูหยวนก็ส่งสัญญาณให้หนูขาวตัวหนึ่งซึ่งลอบไปอยู่ด้านหลังของฮ็อบก็อบลินเพื่อโจมตีทันที!
…………………………………