บทที่ 308 ผลึกเพิ่มความเร็ว (อ่านฟรี 9 ม.ค. 69)
บทที่ 308 ผลึกเพิ่มความเร็ว (อ่านฟรี 9 ม.ค. 69)
บทที่ 308 ผลึกเพิ่มความเร็ว
ต่อให้ใช้วิธีการต่อสู้ที่ไร้ยางอายเช่นนี้ ก็ไม่ได้ทำให้หน้าของซูหยวนเปลี่ยนสีเลย ถึงเธอจะจัดการฮ็อบก็อบลินตัวนี้ได้ด้วยฝีมือของตนเอง แต่ความเร็วของมันยังคงเป็นปัญหา อาจจะต้องเสียเวลาปะทะแรงกันอีกหลายกระบวนท่า ทว่า...เธอไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น
จนกว่าพลทหารพิเศษจะยกขบวนมา เธอทำการล่าได้แค่ตอนนั้นเท่านั้นแล้ว หลังจากที่พวกเขาควบคุมพื้นที่นี้ คงจะต้องทำเรื่องขออนุญาตเพื่อเข้ามาล่าแทน แถมอาจจะถูกจับตามองมากด้วย
ตอนนี้มีแต่ต้องเร่งทำเวลาเท่านั้น การให้หนูขาวช่วยปิดจบปัญหานี้จึงเป็นแผนที่เธอตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรก กระบวนท่าที่ซูหยวนตั้งรับฮ็อบก็อบลินนั้นก็เพื่อให้มันหันหลังให้หนูขาวแล้วสนใจแค่โจมตีมาที่เธอเท่านั้น
- ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นได้รับผลึกเพิ่มความเร็วถาวร 1 หน่วย –
“หืม?”
เสียงแจ้งเตือนทำให้หญิงสาวประหลาดใจ ปรากฏว่าเจ้าฮ็อบก็อบลินตัวใหญ่นี้สามารถดรอปผลึกเพิ่มความเร็วเลยหรือ? ของสิ่งนี้ไม่ธรรมดาเลย ถ้าเธอสามารถมีความเร็วเทียบเท่ากับเจ้าฮ็อบก็อบลินล่ะก็...ไม่ใช่ว่าเธอไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วหรือ?
ผลึกเพิ่มความเร็วนี้เป็นการเพิ่มความเร็วให้ร่างกายถาวร ไม่เหมือนกับการใช้พลังงานและทักษะเพิ่มความเร็วให้ตัวเอง กรณีนั้นถ้าพลังงานหมดไป ความเร็วของเธอก็กลับไปเหมือนคนธรรมดาที่ได้รับการฝึกฝนเท่านั้น ข้อดีอีกอย่างก็คือ...ถ้าความเร็วพื้นฐานของร่างกายเพิ่มขึ้น เมื่อใช้พลังงานเพิ่มความเร็วเข้าไปอีก ไม่ใช่ว่ามันจะยกระดับความเร็วของเธอไปอีกขั้นหรือ?
ซูหยวนตื่นเต้นกับความคิดนี้ไม่น้อย สำหรับเรื่องฮ็อบก็อบลิน...ยังไงก็ต้องคว้าทรัพยากรมาให้ได้มากที่สุดก่อน ทว่า...ตอนนี้ที่เธอต้องให้ความสนใจมากกว่า นั่นก็คือ “ก็อบลินสีเขียวอ่อน” ตัวนั้น
เจ้าตัวเล็กรับรู้ถึงออร่าอันตรายจากเธอ ทั้งซูหยวนก็คือคนที่สังหารผู้นำเผ่าก็อบลินของมันด้วย แทนที่จะต่อสู้จนตัวตาย...นิสัยขี้ขลาดที่ตั้งค่าเอาไว้ทำให้ก็อบลินอย่างพวกมันพยายามหนี น่าเสียดายที่ความเร็วของพวกมันไม่มากพอจะหนีกรงเล็บหนูขาวจำนวนมากที่ล้อมหมู่บ้านไว้แล้วได้
- ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นได้รับผลึกโครงกระดูก 1 ชิ้น (ต้องรวบรวมครบ 7 ชิ้นจึงจะอัญเชิญโครงกระดูกรับใช้ได้ 1 ตน) –
โชคดีที่ความลับนี้ไม่ต้องใช้เวลามากเกินไป หญิงสาวสามารถแก้ไขความข้องใจเกี่ยวกับการตามหาผลึกโครงกระดูกได้สำเร็จ ดังนั้น...เพื่อตามหาเจ้าตัวที่ผิดปกตินี้ เธอจึงให้พวกหนูขาวเน้นการฆ่าพวกมันให้มากขึ้นอีกหน่อย
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่พวกก็อบลินเท่านั้น แต่ยังมีสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆด้วย ขอแค่พวกมันต่างจากทั่วไป นั่นก็คือเป้าหมายที่แท้จริงของเธอ
เหมือนกับที่คาดเดาเอาไว้ เวลา 3 วัน กองกำลังพิเศษก็ส่งมาที่พื้นที่นี้แล้ว เดิมทีพวกเขาคิดว่าจะต้องเจอกับการต่อสู้อันดุเดือดกับพวกกลุ่มดวงตามารสาขาที่ 3 นี้ คิดไม่ถึงว่าภาพที่พวกเขาเห็นก็คือความล่มสลายของกลุ่มดวงตามาร ไม่มีผู้เฝ้าทางเข้าออกอย่างที่คิด มีแต่ซากปรักหักพังและร่างของผู้ตายหลายสิบคน
ที่นั่นยังมีพลทหารพิเศษ 3 คน และสมาชิกนักล่าสกุลจางอยู่ด้วย ทั้งหมดไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่กลับซ่อนตัวจากอะไรบางอย่างอยู่
เห็นพวกพ้องที่คุ้นตาสามคนนั้น สมาชิกของกองกำลังทหารพิเศษก็อดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าสักเล็กน้อย
“นั่นกำลังทำอะไรอยู่? นั่งเล่นดินหรือ? ฮ่าๆ”
“ออกมาได้แล้ว พวกเรามารับกลับบ้านแล้ว เร็วเข้า อย่ามัวแต่นั่งด้วยท่าทางอดสูเช่นนั้นเลย” พวกเขาส่งเสียงดังออกมา แต่สีหน้าของทหารพิเศษทั้งสามไม่ได้เขินอายอย่างที่คิด กลับกัน...คล้ายว่าพวกเขากำลังยิ้มเยาะพวกตนอยู่ด้วย
“ไอ้เจ้าพวกนั้นมันเสียสติ....”
ไม่ต้องให้พวกตนอธิบาย ตอนนั้นเองที่ร่างใหญ่โตของออร์คปรากฏ เสียง “ฮูม” ที่ดังขึ้นไม่ได้ทำให้พวกเขาหวาดกลัว หากแต่เป็นกลิ่นเหม็นเหมือนอาเจียนมากกว่าที่ทำให้กองกำลังทหารพิเศษเหมือนผึ้งแตกรัง
“บัดซบ! ไอ้ตัวนี้มันอะไรเนี่ย”
“น่าสะอิดสะเอียนเป็นบ้า”
“ตายๆไปซะ ไอ้พวกทุเรศ” สัญชาตญาณของทหารพิเศษก็คือหากไม่ชอบใจก็ฆ่าทิ้ง คนอื่นๆที่รู้อยากจะเตือนสักคำสองคำแต่ก็ไม่ทันแล้ว พลทหารพิเศษผู้นั้นโจมตีออกด้วยพลังที่แรงที่สุด ก่อนจะต้องชะงักไปเมื่อเจ้าตัวใหญ่ไม่ได้แค่ส่งเสียงคำราม “ฮูม” ธรรมดาอีกต่อไป
เสียงของมันกลับเป็น “โฮก” ที่ทำให้มีน้ำมูกน้ำลายสาดออกมามากกว่าเดิม...
“น่าสมเพชชะมัด!”
“ไอ้พวกน่ารังเกียจนั่นแค่ให้ผลึกพลังชีวิตหลังฆ่าได้ แต่ระหว่างการต่อสู้กลับทำให้อยากอาเจียนเป็นร้อยๆรอบ” ไม่เหมือนอันซูหยวนที่เลือกจะถอย พลทหารพิเศษและนักล่าสกุลจางฝืนต่อสู้กับพวกมันจนเอาชนะได้ ทว่า...สาเหตุที่พวกเขายอมซ่อนตัวเงียบๆดีกว่าไปล่าพวกออร์คที่น่ารังเกียจก็เพราะ...กลิ่นเหม็นขึ้นสมองพวกนี้นี่แหละ!!
ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการเฝ้าจุดเคลื่อนย้ายไม่ให้ถูกทำลายไป พวกเขาคงจะหนีออกจากที่นี่ไปนานแล้ว จำเป็นต้องรอพวกทหารพิเศษเหล่านี้มารับด้วยหรือ?
ส่วนพวกกลุ่มดวงตามารน่ะ...ไม่ได้ถูกพวกออร์คถล่มยับไปแล้วรึไง?
ใครจะคิดว่าตัวเองซ่อนตัวอยู่ดีๆ ทั้งพยายามส่งสัญญาณให้พวกพ้องที่เพิ่งเข้ามาอย่าไปกระตุ้นความสนใจของพวกออร์คสกปรกเหล่านี้ ใช้แค่วิธีขับไล่มันให้ไปไกลๆจุดเคลื่อนย้ายก็พอแล้ว ไฉนเจ้าพวกนี้กลับอวดเก่ง ไม่เพียงแค่ทำท่าทางเหมือนตัวเองเป็นฮีโร่ที่อยากจะเข้ามาช่วยเหลือ ยังจะท้าสู้กับออร์คพวกนี้ให้ส่งกลิ่นเหม็นเพิ่มเข้ามาอีก
เดิมทีสถานที่แห่งนี้ นอกจากหมอกที่กิ้งก่าเปลี่ยนสีทำให้พวกเขาสับสนมึนงงกันไปพักใหญ่แล้ว ก็มีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือกลิ่นปากของพวกออร์คนี่แหละ ไม่อย่างนั้นมันคงจะเป็นสถานที่ล่าอันยอดเยี่ยมอีกแห่งหนึ่งเลย
เพียงแต่....ของที่ได้รับจากการล่าพวกมันต่างหากที่ทำให้พวกเขาอยากยึดมาจากกลุ่มดวงตามาร ถ้าไม่ใช่ผลึกพลังชีวิตหรือผลึกโครงกระดูกที่โอกาสได้รับน้อยนิด พวกเขาก็อยากจะโยนพื้นที่นี้ให้พวกกลุ่มดวงตามารจัดการไปแล้ว ก็นะ...ถ้าไม่ใช่ของล้ำค่าพวกนี้ คิดว่ากลุ่มดวงตามารเหล่านั้นจะมาสร้างสาขาที่สามของพวกมันไว้ที่นี่หรือไง
เอาเถอะ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เวลานี้ออร์คสามสี่ตัวถูกดึงความสนใจมาแล้ว ถ้าพวกเขายังซ่อนตัวอยู่ก็มีแค่จะได้กลิ่นเหม็นของพวกมันเท่านั้นแหละ ทางที่ดี...ช่วยๆกันลงมือแล้วก็พูดคุยสาระกันให้จบดีกว่า จากนั้นก็ปล่อยให้ทหารพิเศษบางคนรั้งรอเฝ้าทางเคลื่อนย้ายนี้ ส่วนพวกตนก็ถึงเวลากลับไปพักผ่อนแล้ว
ทั้งสามและคนขององค์กรนักล่าสกุลจางไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกัน พวกเขามองตาก็เข้าใจแล้ว ผ่านการต่อสู้กับพวกออร์ค กิ้งก่าเปลี่ยนสีที่ทำให้พวกเขาเกือบจะฆ่ากันเอง และโครงกระดูกของกลุ่มดวงตามาร เวลานี้กลับสนิทสนมกันไม่น้อย
เมื่อมีผู้มีประสบการณ์ในการต่อสู้เข้าช่วยด้วย พลทหารพิเศษที่แต่เดิมแล้วมีความสามารถมากก็รู้วิธีการรับมือพวกออร์คที่พลังป้องกันแข็งแกร่งนี้ทันที ทหารพิเศษคนหนึ่งใช้พลังงานของตนเองเปลี่ยนเป็นแรงโน้มถ่วง หยุดการเคลื่อนไหวของออร์คได้สามตัว จังหวะนั้นพลทหารผู้ถือมีดผ่าตัดก็เดินเข้ามา ผิวเผินดูเหมือนจะเชื่องช้ามาก แต่พอตวัดมือไม่กี่ครั้ง...เส้นเอ็นของออร์คทั้งสามก็ถูกตัดขาด
“โฮก!!”
พวกออร์คที่ไม่ทันตั้งตัว ต่อให้พยายามจะเข้าสู่สถานะคลั่งก็ไม่อาจทำอะไรได้อีกต่อไป มันทำได้แค่ส่งเสียงร้อง ร่างกายที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและพยายามเชื่อมต่อเส้นเอ็นของตนเอง แต่ฝีมือของพลทหารพิเศษมีดผ่าตัดนั้นแข็งแกร่งเกินไป ส่วนที่ควรจะแยกส่วนได้ก็แยกแล้ว ส่วนที่ควรจะผูกให้มันติดกันจนไม่สามารถขยับได้ก็ทำแล้ว ออร์คพวกนี้ก็แค่รอวันตายเท่านั้นแหละ
ในขณะที่การต่อสู้อื่นๆก็จบลงแล้วเช่นกัน เห็นพวกเขาจัดการได้ง่ายดายขนาดนี้ พลทหารพิเศษที่ซ่อนตัวอยู่นานก็ลอบเบะปาก รู้เช่นนี้น่าจะให้เจ้าพวกอวดดีได้เห็นถึงความยากลำบากก่อนจะพบเจอเงื่อนไขในการฆ่าพวกออร์คเสียหน่อย
แต่ก็นั่นแหละ...ถ้าทำแบบนั้น พวกเขาก็ต้องอดทนกับกลิ่นเหม็นที่ชวนอ้วกพวกนี้ด้วย คิดแล้วไม่ทำเสียดีกว่า...
“เป็นยังไงกันบ้าง หายหน้าหายตาไปนาน คิดว่าไม่รอดแล้วซะอีก” พลทหารพิเศษคนหนึ่งหยอกล้อ
“เหอะ! พวกเราไม่ตายง่ายๆหรอก ถ้าจะตายก็ต้องรอดูว่าแกจะถูกตัดลิ้นเหม็นๆนี้เมื่อไรก่อน พูดมากดีนัก”
“โอ้ มีแรงโต้เถียงแบบนี้ก็แปลว่าไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่รีบกลับไปกองทัพล่ะ ไม่ใช่อยากอู้งานรึไง”
“อู้งาน? ถ้าอย่างนั้นแกลองอู้ที่นี่ดีไหมล่ะ ฉันจะขอหัวหน้าให้มอบหน้าที่นี้ให้เลย ทนอยู่กับกลิ่นเหม็นพวกนี้จนมึนหัวไปหมดแล้วเนี่ย อากาศบริสุทธิ์อยู่ที่ไหน ฉันต้องการอากาศบริสุทธิ์!!” พลทหารพิเศษที่เพิ่งเจอกันหยอกล้อกันสนุกสนาน ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปจับมือกัน ดีใจที่ทุกคนยังอยู่รอดได้
ครั้งนี้หัวหน้ากองพิเศษมาเอง เขาไม่ได้สนใจสมาชิกที่อยู่รอดทั้งสาม ราวกับคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าทั้งสามไม่ควรเป็นอันตรายอะไรมากนัก ดังนั้นตอนนี้ที่เขาต้องจัดการก็คือเรื่องฐานของกลุ่มดวงตามารพวกนี้
“ส่งตัวแทนมารายงานสถานการณ์ของที่นี่ด้วย” เมื่อเขาพูดเช่นนั้น หนึ่งในสามคนก็รีบเข้าไปรายงานสถานการณ์ทันที ไม่ว่าจะเรื่องพวกสัตว์ประหลาดที่นี่ เรื่องสภาพพื้นที่ และเรื่องของกลุ่มดวงตามาร ถึงแม้ว่าเนื้อหาของกลุ่มดวงตามารจะไม่ละเอียดมากนัก แต่ก็พอที่จะสอบสวนต่อไปได้
ปรากฏว่าผู้รอดชีวิตทั้งหมดที่กลับออกไปจากพื้นที่ J หลังหายไปนาน แท้จริงแล้วเป็นคนของกลุ่มดวงตามารที่เลี้ยงไว้ทั้งหมด เป็นแบบนี้แล้วก็นับว่ากองกำลังพิเศษได้สร้างข่าวใหญ่อีกแล้ว ถึงมันจะเป็นผลงานชิ้นโต แต่คนเป็นหัวหน้ากลับรู้สึกปวดหัวอย่างบอกไม่ถูก
ทำไมจะต้องเป็นกองกำลังพิเศษของเขาที่ค้นพบปัญหาแบบนี้ตลอด พวกผู้นำชื่นชมก็จริง แต่ชื่นชมแล้วอย่างไร? ทุกวันนี้พวกเขาต้องการทำงานหนักเพื่อคำชื่นชมด้วยหรือ? สิทธิพิเศษมากมายที่ได้รับก็เพียงพอสำหรับพวกเขาแล้ว เดิมทีอยากให้กองกำลังอยู่อย่างเงียบๆ ทำภารกิจบ้างเพื่อไม่ให้เป็นที่ครหา นั่นก็น่าจะเพียงพอแล้วนี่
ถ้ามีผลงานใหญ่โตเช่นนี้ขึ้นมาครั้งหนึ่ง สุดท้ายก็จะถูกคาดหวังมากขึ้น แล้วเขาที่เป็นหัวหน้าก็ต้องมองดูสายตาที่น่ากลัวพวกนั้นอีก
ให้ตายเถอะ! ถ้าผู้นำประจำเขตนี้ไม่ได้เป็นพวกเดียวกับกลุ่มดวงตามาร เขาคงจะโยนความดีความชอบนี้ให้อีกฝ่ายไปแล้ว
“แล้วพลทหารพิเศษเด็กใหม่อยู่ที่ไหน” เมื่อฟังสถานการณ์ทั้งหมดเสร็จแล้ว คนเป็นหัวหน้าที่เพิ่งเจออันซูหยวนสองสามครั้งก็ให้ความสนใจกับเธอทันที
ที่นี่มีพลทหารพิเศษอยู่ครบทุกคนแล้ว ขาดก็แค่เธอเท่านั้น
“รุ่นน้องบอกว่ามีบางอย่างที่สนใจอยากจะไปทำ พวกออร์คจำนวนมากที่ถูกส่งมานี้ก็ควรจะเป็นฝีมือของเธอด้วย ส่วนตำแหน่งตอนนี้ของเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ที่ไหน ก่อนหน้านี้มีการเคลื่อนไหวที่ดังจนเรียกความสนใจของกลุ่มดวงตามารต่างกัน 5-6 จุด เธอน่าจะกระจายสัตว์เลี้ยงของตัวเองไปสร้างปัญหานั่นแหละ”
แม้ทั้งสามคนจะไม่รู้จักอันซูหยวนมาก่อน เพราะตอนที่เด็กสาวเข้ากองทัพ พวกเขาก็อยู่ในภารกิจแล้ว แม้จะไม่ได้หลุดเข้ามาในจุดเคลื่อนย้ายนี้ แต่ก็อยู่ในเขต J แล้ว ทำให้ข่าวเรื่องน้องใหม่อันซูหยวนนั้นไม่มาถึงพวกเขา แต่ด้วยรายละเอียดที่นักล่าองค์กรสกุลจางเล่าให้ฟัง พวกเขาก็ยังพอทำความเข้าใจได้
“อืม คนอื่นๆกระจายตัวกันตามหาเธอ จำไว้ว่าให้พาน้องใหม่กลับมาอย่างปลอดภัย”
“เข้าใจแล้วครับหัวหน้า” พวกพลทหารพิเศษกระตือรือร้นมาก ยิ่งกว่าตอนที่ได้ยินว่าเจอพวกพ้องพลทหารพิเศษทั้งสามที่หายตัวไปเสียอีก
กองกำลังของพวกเขามีน้องใหม่เข้ามาน้อยมาก ส่วนใหญ่ก็เป็นแต่หน้าเดิมๆที่เบื่อกันแล้ว ไหนจะยังเป็นเด็กสาวตัวน้อยที่น่ารักอีก ดังนั้นทุกคนจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ
เมื่อพวกเขากระจายตัวกันออกไป ทางผู้ที่อยู่ก็เริ่มการเก็บกวาดพื้นที่รวมทั้งทำรายงานส่งไปที่กองทัพใหญ่ให้พวกเขาส่งคนมาตรวจสอบเพิ่มเติม
ทางด้านอันซูหยวน เธอรู้อยู่แล้วว่ามีคนของกองกำลังพิเศษเข้ามาเป็นจำนวนมากผ่านแผนที่ของตนเอง อย่างไรก็ตาม...นี่เป็นการเก็บกวาดครั้งสุดท้ายแล้ว เธอยังคาดหวังว่าจะได้รับผลึกโครงกระดูกอีกสักชิ้น หรืออย่างน้อยก็ต้องได้ผลึกเพิ่มความเร็วจากเจ้าฮ็อบก็อบลินก่อนที่กองทัพหลักจะเข้ามาควบคุมพื้นที่จนทำให้เธอไม่ได้รับผลประโยชน์
ดังนั้นแทนที่จะรีบกลับไปหาพวกเขา ซูหยวนยังคงล่าพวกก็อบลินต่อไป ในขณะที่ปล่อยให้หนูขาวและแมลงกัดกินได้ทำงานของตนเองต่อไป
พื้นที่นี้ค่อนข้างดี ก็สมกับที่เป็นพื้นที่ของระบบเกม เมื่อทรัพยากรถูกทำลายไปแล้ว ช่วงเวลาหนึ่งก็จะกลับมาเป็นปกติได้ ที่นี่มีสัตว์ประหลาดมากมาย หนูขาวรวบรวมทรัพยากรอย่างผลึกพลังชีวิตได้มาก ในขณะที่ช่วยรวบรวมผลึกโครงกระดูกได้ถึง 4 ชิ้นแล้ว รวมกับที่ซูหยวนได้รับก่อนหน้านี้ก็เป็น 5 ชิ้น ขาดอีกแค่ 2 ชิ้นก็จะสามารถเรียกโครงกระดูกออกมา
ส่วนแมลงกัดกินนั้นก็กินกันอย่างอิ่มหนำในพื้นที่ แม้พืชที่นี่จะเป็นเพียงของตกแต่งและแหล่งอาศัยของพวกสัตว์ประหลาด ทว่า...มันก็ยังเป็นอาหารให้แมลงกัดกินได้ไม่น้อย เวลานี้ซูหยวนยังอนุญาตให้พวกมันเก็บไข่ไว้ได้อีก 50 รวมกับของเดิมก็เป็น 182 ตัวแล้ว
………………………………………