บทที่ 309 ขอร้องให้ช่วย? (อ่านฟรี 10 ม.ค. 69)
บทที่ 309 ขอร้องให้ช่วย? (อ่านฟรี 10 ม.ค. 69)
บทที่ 309 ขอร้องให้ช่วย?
เนื่องจากพลทหารพิเศษเหล่านั้นมีความสามารถมาก ผ่านไปไม่กี่นาทีก็พบเจอเธอได้ หลังเห็นซูหยวนเล่นสนุกกับพวกก็อบลิน เขายังคงมาเล่นกับเธอต่ออีกเล็กน้อย ช่วยอันซูหยวนรวบรวมผลึกเพิ่มความเร็วไปได้อีกสองสามผลึก แน่นอนว่าทรัพยากรนี้เป็นที่น่าสนใจของเขาเหมือนกัน แต่น้องใหม่กำลังรวบรวมอยู่ รุ่นพี่อย่างเขาจะเข้าไปแย่งได้หรือ?
คุณธรรมของรุ่นพี่ทำให้ตัวเขาได้แต่ลอบกลืนน้ำลาย เอาไว้ครั้งหน้าค่อยมารวบรวมของตัวเองบ้าง ในใจก็คิดได้แค่นั้นแล้ว...
ซูหยวนกลับไปรวมตัวกับทุกคนเพื่อไม่ให้ผู้นำกองกำลังตำหนิเอาได้ จากนั้นก็พากันกลับออกไป พื้นที่ข้างนอกนั้นมีคนของกองทัพหลักเข้ามาจัดการแล้ว เนื่องจากเป็นคนของพวกเขาที่ทรยศ แถมยังได้ข่าวใหญ่สองข่าวพร้อมกันนั่นก็คือพวกทรยศ และกลุ่มดวงตามารที่พบเจอจุดเคลื่อนย้ายมิติใหม่อันเป็นการไขความลับของผู้ที่หายไปก่อนหน้านี้ได้
ข่าวนี้ทำให้พวกองค์กรอิสระมากมายแตกตื่นกันมาก พวกเขาอยากจะขอสัมปทานในการเข้าพื้นที่ล่าเป็นกลุ่มแรกๆ เพราะทรัพยากรที่ได้ยินมานั้นพิเศษมากกว่าที่ไหน
พวกมันไม่ได้ให้แกนพลังงานเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับให้ผลึกเพิ่มพลังชีวิต ซึ่งจะช่วยให้คนชราอายุมากและแทบไม่หลงเหลือพลังในการใช้ชีวิตอยู่ กลับมากระปรี้กระเปร่าได้เหมือนตอนเข้าสู่วัยชราได้ ส่วนคนที่เริ่มอายุมากก็กลับมาแข็งแรงเหมือนหนุ่มๆ หลายคนยังเรียกมันว่าเป็นผลึกอมตะอีกด้วย
สถานการณ์ที่วุ่นวายนี้ยังดึงดูดความสนใจของประธานจางด้วยเช่นกัน แต่เพราะก่อนหน้านี้กลุ่มนักล่าสกุลจางได้เข้าไปมีส่วนร่วมช่วยเหลือคนของกองกำลังพิเศษ ทั้งยังเปิดเผยความจริงเรื่องนี้ ดังนั้นจึงได้รับสิทธิในการพาคนเข้าไปในพื้นที่ล่า 20 คนเป็นรางวัล
ส่วนพลทหารพิเศษเหล่านั้น แน่นอนว่าถ้าพวกเขาต้องการเข้าไป ใครจะขวางทางได้!
หากไม่ใช่เพราะซูหยวนต้องกลับไปที่สถาบันเพื่อจัดการสิ่งต่างๆ เธอก็คงขอเล่นสนุกที่นี่ไปด้วยแล้ว แต่ก็นั่นแหละ...ต่อให้ตัวไม่อยู่ แต่แมลงกัดกินจำนวนมาก รวมทั้งหนูขาวที่กระจายอยู่รอบๆก็ยังสามารถรวบรวมทรัพยากรให้เธอได้อยู่ดี ดังนั้นจึงไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาแต่อย่างใด
แน่นอนว่ากองกำลังพิเศษได้มอบเงื่อนไขเล็กๆน้อยๆให้ซูหยวนด้วย โดยกำหนดพื้นที่ที่หนูขาวจะครอบครองได้ส่วนหนึ่ง พื้นที่นั้นจะไม่ให้นักล่าอิสระหรือทหารธรรมดาเข้าไปก่อกวนได้ แต่เงื่อนไขก็คือ...สัตว์เลี้ยงของเธอทั้งหมดจะต้องอยู่แค่ในบริเวณนั้นด้วย ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะกลัวว่าเธอจะล่าทรัพยากรทั้งหมดไปเพียงลำพังนั่นเอง
สำหรับความลับเรื่องประตูเชื่อมมิติที่ปรากฏขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจนี้ เธอจะต้องตรวจสอบมันแน่ แต่การตรวจสอบนั้นไม่สามารถทำอย่างเอิกเกริกเกินไป ไม่อย่างนั้น...หากมีเจ้าของมิตินี้อยู่จริงๆ เธอก็จะถูกค้นพบตัวเอาง่ายๆ ซูหยวนไม่สามารถวางใจได้ว่าผู้เล่นเกมคนนี้จะเป็นคนดีหรือร้าย ทั้งยังมีสถานที่ประหลาดของโลกนี้ที่เต็มไปด้วยสารพิษพวกนั้นอีก ถ้ามันเชื่อมโยงกันจริงๆ ไม่ได้แปลว่าโลกนี้ถูกทำลายโดยผู้เล่นคนนั้นหรือ?
ซูหยวนไม่อยากคิดในแง่ร้ายขนาดนั้น แต่พื้นที่ล่าเขต J ยืนยันแล้วว่าได้รับผลกระทบจากประตูเชื่อมมิติจริงๆ ทั้งหมอกอันหนาทึบที่ทำให้เป็นปัญหาของพื้นที่ หรือแม้แต่สัตว์กลายพันธุ์อื่นๆก็ด้วย
อีกอย่าง เธอก็ต้องการจะตรวจสอบประตูเชื่อมมิติอื่นๆผ่านฟาร์มของเธอด้วย ก่อนหน้านี้ซูหยวนไม่ได้สนใจพวกมันมากนัก เพราะทุกครั้งที่เธอต้องการล่าก็เพื่ออัพเกรดอุปกรณ์ทำฟาร์มเท่านั้น เมื่อเข้าไปและพบว่ามันไม่ใช่มิติที่จะให้ทรัพยากรสำหรับอัพเกรด ซูหยวนก็คร้านที่จะสนใจ
เธอมีเวลาเล่นเกมไม่มากนัก ส่วนใหญ่ก็บนรถก่อนกลับบ้าน หรือช่วงเวลาก่อนนอน เวลาอื่นๆก็มีแค่ทำงานและทำงานเท่านั้น จึงต้องเล่นเกมให้มีประสิทธิภาพที่สุด
จุดประสงค์ของเธอก็แค่เพื่อผ่อนคลาย ซูหยวนไม่ต้องการใช้เวลาทั้งหมดไปกับการต่อสู้ในเกมฟาร์ม ไม่อย่างนั้นเธอคงจะเลือกเล่นเกมต่อสู้อื่นๆไปแล้ว ดังนั้นไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอจะไม่ค้นพบทรัพยากรน่าสนใจอื่นๆในพื้นที่ล่า บางที...นี่อาจจะเป็นจุดอ่อนของเธอก็ได้
เพราะเลือกที่จะสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น เธอไม่เคยสนใจรายละเอียดอื่นๆที่ไม่จำเป็นต่อเป้าหมายเลย หลายครั้งก็พลาดอะไรดีๆแบบนี้ แต่ก็นั่นแหละ...ต่อให้รู้ว่ามันมีผลึกเพิ่มพลังชีวิต ผลึกเพิ่มความเร็ว ซูหยวนจะต้องการพวกมันเพื่อพัฒนาตัวละครทำไม?
ถึงจะรู้ก็คงไม่สนใจ พวกที่สนใจก็มีแต่ผู้เล่นสายที่ชอบการต่อสู้เท่านั้นแหละที่อยากจะเพิ่มพลังชีวิตเพื่อรับมือกับการต่อสู้ครั้งต่อๆไป
ถ้าเธอรู้ว่าจะหลุดเข้ามาในมิติประหลาดนี่ แถมยังต้องเอาชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน เธอคงจะสร้างตัวละครให้กลายเป็นแท้งค์ที่อึดถึกทนไปแล้ว
เรื่องในอดีตเป็นแค่เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ซูหยวนไม่เก็บมาคิดให้เสียดายอีก ที่ผ่านมาใช้ชีวิตอย่างดีและเป็นขั้นเป็นตอน ด้วยเวลาชีวิตที่จำกัด เธอก็ไม่เก็บเอาสิ่งที่เกิดขึ้นมาทำให้ตัวเองต้องเสียดายนานเกินไป หญิงสาวเพียงสนใจกับสิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า จัดการฟาร์มในชั้นเรียนต่อไปก็เท่านั้น
ก่อนจะถึงวันจบการศึกษาของชั้นปีที่ 2 นับรวมแล้วก็เหลืออีกประมาณ 3 เดือนเท่านั้น ซูหยวนฝึกฝนทักษะการใช้หอกของตนเองจนเรียกว่าอยู่ในระดับที่ใช้การได้แล้ว ถึงจะยังไม่บรรลุทั้ง 7 ขั้นของมัน แต่เท่านี้ก็น่าจะพอสำหรับการผ่านการทดสอบครั้งต่อไป
ทว่า...ตอนที่เธอกำลังให้ความสนใจกับขั้นตอนการจบชั้นปีที่ 2 อยู่เงียบๆ ตอนนั้นเองที่แปลงเพาะปลูกของเธอถูกผู้คนล้อมเอาไว้หมดแล้ว
“เพื่อนนักเรียนอัน...” เสียงกระซิบของนักเรียนหญิงคนหนึ่งดังขึ้น ท่าทางกล้าๆกลัวๆของอีกฝ่ายทำให้อันซูหยวนต้องหรี่ตาลง ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะมารบกวนเธออีกครั้งแล้ว
ก่อนหน้านี้ เนื่องจากความขัดแย้งที่ผ่านๆมา ซูหยวนและเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆไม่พูดคุยกันมาเป็นเวลานานแล้ว เธอทำงานของเธอ มีกลุ่มของตัวเอง และพวกเขาก็พยายามในส่วนของพวกเขา ทำตัวเป็นเหมือนเส้นคู่ขนานที่จะไม่มาบรรจบกันอีก ทว่าตอนนี้กลับมาบีบมือไปมา บิดตัวด้วยท่าทางประหม่าต่อหน้าเธอ ซูหยวนไม่ต้องฟังคำของพวกเขาก็รู้ว่าจะต้องมีเรื่องมาขอร้องให้เธอช่วยแน่ๆ
แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
“เพื่อนนักเรียนทุนอัน อย่าหาว่าพวกเรามารบกวนเกินไปเลยนะ แต่ว่า...ในชั้นเรียนนี้ นอกจากเธอและเพื่อนๆแล้วก็ไม่มีใครเพาะปลูกสำเร็จอีกเลย ดังนั้น...พวกเราก็เลยอยากจะขอให้เธอช่วยน่ะ แค่ให้คำแนะนำในการเพาะปลูกก็พอ”
“ใช่แล้ว เพื่อนนักเรียนทุนอัน พวกเราอยู่ชั้นปีเดียวกัน เรียนด้วยกันมาก็เกือบจะสองปีแล้ว ที่ผ่านมามีปัญหากันบ้าง ช่วยเหลือกันบ้าง ครั้งนี้พวกเราเดือดร้อนแล้วจริงๆ เธอคงไม่ใช่คิดว่าจะผ่านชั้นปีที่สองไปกับเพื่อนๆแค่ 7 คนของตัวเองหรอกใช่ไหม?”
“ก่อนหน้านี้พวกเราทำผิดพลาดไปก็จริง แต่นั่นก็ไม่ใช่ความผิดที่ร้ายแรงอะไร ฉันหวังว่าเธอจะยอมให้อภัยได้”
“เพื่อนนักเรียนทุนอันเป็นถึงทหารที่ช่วยเหลือมนุษย์ชาติ ก่อนที่จะไปคิดถึงคนอื่นๆ ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชั้นปีของตัวเองก่อนดีกว่า....ใช่ไหม?”
คนหนึ่งพูด อีกคนก็พูดเสริม สองสามคนผลัดกันพูดจนทำให้ซูหยวนเหมือนคนผิดถ้าไม่ยอมช่วยเหลือพวกเขา เดิมทีคิดว่าพูดขนาดนี้แล้ว ซูหยวนคงจะเต็มใจยื่นมือเข้าช่วยตัวเอง แต่ที่พวกเขาไม่คิดก็คือ...ซูหยวนไม่ใช่พวกเจ็บแล้วไม่จำ
ชั้นปีที่ 1 เธอเคยอดกลั้นในฐานะนักเรียนทุน ไม่คิดจะเก็บคำของพวกเขามาใส่ใจเพราะรู้อยู่แล้วว่าทัศนคติของพวกเขาได้มาจากประสบการณ์และสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในก่อนหน้านี้ นักเรียนทุนมากมายทำให้พวกเขาเข้าใจไปแบบนั้น ปลาเน่าหนึ่งตัวทำให้ทั้งฝูงส่งกลิ่นเหม็น เรื่องนี้เธอเข้าใจได้
แต่หลังจากที่พิสูจน์คุณค่าของตัวเองไปแล้ว เมื่อวันหนึ่งพวกเขาคิดจะหักหลังเธออีก ซูหยวนก็จะไม่เสียเวลาอธิบายอะไรให้กับคนพวกนี้อีกต่อไปแล้ว
เธอไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อให้ใครมองว่าดี ชีวิตนี้เป็นเธอที่กำหนด ดังนั้นหลังจากพวกเขาพูดกันจบแล้ว ซูหยวนก็คลี่ยิ้มจางๆ ก่อนจะตอบในสิ่งที่ทำให้เพื่อนๆไม่สามารถยิ้มรับกับเธอได้
“ไปขอให้คนอื่นช่วยเถอะ เพราะฉันไม่คิดว่าพวกคุณเป็นเพื่อนตั้งนานแล้ว” เมื่อเธอพูดประโยคนั้นจบ พวกเพื่อนๆที่คิดว่าตัวเองยอมมาขอร้องขนาดนี้แล้ว ยังไงซูหยวนก็คงปฏิเสธไม่ได้อีก ทว่า...ตอนนี้พวกเขาก็ได้รู้แล้ว ซูหยวนใจดำกว่าที่คิดเอาไว้มาก
“เพื่อนนักเรียนทุนอัน เธอคิดจะปล่อยให้พวกเราไม่จบชั้นปีที่ 2 นี้จริงๆหรอ อันที่จริง...ถ้าไม่ใช่เพราะเกณฑ์ในการผ่านวิชาเลือกนั้นสูงกว่าเดิมมาก พวกเราก็คงจะมีเวลามาจัดการแปลงเพาะปลูกของตัวเองแล้ว นี่ก็แค่มาขอให้เธอช่วยแนะนำเท่านั้น ลดเวลาในการศึกษาลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง เธออย่าคิดว่าพวกเราไม่มีความสามารถจริงๆเสียล่ะ”
“ใช่ๆ เวลานี้ช่วยเหลือพวกเรา ก็ยังมีเวลาอีกมากในอนาคตที่พวกเราจะได้ช่วยกลับ เธอคงไม่คิดว่าจะใช้ชีวิตคนเดียวในโลกนี้ได้หรอกใช่ไหม?”
“ถึงเธอจะเป็นทหารก่อนพวกเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะประสบความสำเร็จไปเสียทุกอย่างนะ ถ้าเธอยอมช่วยพวกเราครั้งนี้ ต่อไปพวกเราจะช่วยคืนหนึ่งครั้งดีไหม”
ถึงจะถูกปฏิเสธอีกครั้ง พวกเขาก็ไม่สามารถจากไปทั้งอย่างนี้ได้ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของพวกเขาแล้วที่จะสามารถสอบผ่านชั้นปีที่สองไปได้ ทั้งสถาบันนี้ก็มีแค่อันซูหยวนเท่านั้นที่หาวิธีการเพาะปลูกได้ ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยลองขอความช่วยเหลือจากเธอมาแล้วหนึ่งครั้ง และอันซูหยวนก็ไม่สนใจพวกเขาเลย ถ้าไม่ใช่เพราะหมดปัญญาจะทำแล้ว ย่อมไม่มีทางมาง้อเธอแบบนี้
พวกรุ่นพี่ที่อยู่ในตระกูลไม่ได้ให้คำปรึกษาอะไรได้มากนัก พวกเขาบอกแค่ว่าลองหาข้อมูลแล้วก็ทดลองผิดๆถูกๆไป พวกเขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าวิธีการของตนเองนั้นถูกต้องหรือไม่ กระทั่งบางคนบอกว่าตัวเองประสบความสำเร็จอย่างไร พวกรุ่นน้องก็เอามาทำตาม สุดท้ายกลับไม่สามารถเพาะเมล็ดพันธุ์ให้เติบโตได้ด้วยซ้ำ
นี่คือความหวังสุดท้ายของพวกเขาแล้ว อันซูหยวนไม่ใช่แค่สอนเพื่อนๆอีก 7 คนจนเพาะปลูกสำเร็จได้ในครั้งเดียว เธอยังกลายเป็นคนที่ได้อันดับหนึ่งในการเพาะปลูกเมื่อเทียบกับนักเรียนชั้นปีที่ 2 ทั้งหมดด้วย เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้แค่บังเอิญประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่มีความสามารถในการเพาะปลูกที่แท้จริงต่างหาก
“................” แม้ว่าพวกเขาจะพูดขนาดนี้แล้ว แต่อันซูหยวนไม่ได้ให้ความสนใจเลยสักนิด
เรื่องที่บอกว่าจะตอบแทนคืนให้หนึ่งครั้งนั้นยังจำเป็นด้วยหรือ? คนที่เคยช่วยเหลือกันมาก่อน แต่พอเธอสามารถพัฒนาจนล้ำหน้าพวกเขาไปได้กลับเปลี่ยนจาก “มิตรภาพ” เป็น “ศัตรู” แทน ซูหยวนไม่คิดว่าคนแบบนี้จะต่างอะไรไปจากโจร และคำพูดของโจรก็เชื่อถือไม่ได้
“ทำไมถึงไม่ตอบอะไรเลยล่ะ เธอคิดจริงๆหรอว่าจะเอาตัวรอดได้ถ้าเป็นศัตรูกับพวกเราทั้งหมดที่นี่น่ะ”
“อวดดีจริงๆ เธออยากจะเอาแบบนี้ใช่ไหม? เธอไม่ใช่ว่าเรียนวิชาหอกอยู่หรอกหรอ? ถ้าอย่างนั้น...รู้หรือเปล่าว่าฉันมีรุ่นพี่ที่รู้จักอยู่ในกองทัพแล้วก็เป็นนักหอกฝีมือดีน่ะ เธออยากจะให้ฉันบังคับด้วยวิธีการแบบนี้ใช่ไหม”
เมื่อร้องขอไม่สำเร็จ อีกฝ่ายก็เอาเรื่องการทดสอบมาข่มขู่แทน ซูหยวนแค่นหัวเราะเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น ปรากฏว่าพวกเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะไม่ร่วมมือดีๆ กระทั่งเตรียมแผนสำรองเอาไว้ด้วย...นี่ไม่ใช่ว่าน่าสนุกมากหรอกหรอ?
“อย่าทำแบบนั้นเลย ฉันอยากสอบผ่านอยู่นะ” ซูหยวนแสร้งทำเป็นเผยความกังวลใจออกมาเล็กน้อย ซึ่งคนที่ข่มขู่ออกมาเห็นแบบนั้นก็หัวเราะอย่างพอใจ สมแล้วที่เขาเสียเวลาไปสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับอันซูหยวนมาน่ะ!
“ถ้าอยากสอบผ่านก็ต้องช่วยฉันด้วย เร็วเข้า! รีบบอกวิธีการเพาะปลูกพืชมา ถ้าฉันไม่สามารถจบชั้นปีที่ 2 ได้ เธอก็สอบไม่ผ่านเหมือนกัน” ยิ่งรู้ว่าอันซูหยวนกลัว เขาก็ยิ่งข่มขู่เธอมากขึ้น หญิงสาวเก็บงำประกายวูบไหวเอาไว้ เพียงถอนหายใจแล้วพยักหน้ากับพวกเขาเท่านั้น
“ก็ได้ ฉันจะเข้าร่วมการทดสอบรอบแรกสัปดาห์หน้าแล้ว ดังนั้นฉันจะดูก่อนว่าพวกนายจะหักหลังฉันไหม”
“อะไรนะ? เธอคิดว่าตัวเองมีทางเลือกนักหรือไง”
“ฉันไม่มีทางเลือก พวกนายก็ไม่มีไม่ใช่หรอ? ถ้าฉันบอกวิธีการเพาะปลูกให้พวกนายแล้ว สุดท้ายถูกพวกนายหักหลังจะทำยังไง ก่อนหน้านี้คนที่เริ่มก่อนก็คือพวกนายนะ” ซูหยวนไม่ยอมรับง่ายๆ เห็นท่าทางดื้อแพ่งของเธอแล้ว ทุกคนก็หันหลังกลับไปปรึกษากัน
สุดท้ายก็เหมือนที่อันซูหยวนพูด พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องยอมรับเท่านั้น อีกอย่าง...ความสำคัญของเรื่องนี้ก็ไม่เท่ากันด้วย
ถ้าซูหยวนไม่ผ่าน เธอก็แค่ลงเรียนอีกครั้งในปีการศึกษาหน้า แต่ถ้าพวกเขาไม่ผ่าน...เท่ากับชั้นปีที่ 2 ของพวกเขาจะต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด ดังนั้นจึงทำได้แค่ยอมรับ
“ก็ได้ แต่พวกเราจะต้องทำสัญญากันก่อน ฉันจะช่วยเธอ และเธอก็ต้องช่วยพวกเรากลับด้วย”
“ได้ ตกลงตามนั้น” ซูหยวนไม่ได้ปฏิเสธ แต่หลังจากทำสัญญาเสร็จ พวกเขาก็ไม่ได้รู้เลยว่ารอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นมุมปากของหญิงสาวนั้นน่ากลัวขนาดไหน
คนกล้ามาข่มขู่เธอ กระทั่งวางแผนร้ายใส่ถ้าเธอไม่ยอมช่วย คนแบบนี้...ซูหยวนจะปล่อยไปได้ยังไง ถ้าไม่สั่งสอนให้รู้ว่าการวางตัวเป็นศัตรูของเธอนั้นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดขนาดไหน ครั้งต่อไปพวกเขาก็คงจะหาโอกาสสร้างปัญหาเช่นนี้อีกแน่
……………………………………