LNCrawler

บทที่ 310 ซูห่าว (อ่านฟรี 11 ม.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 310 ซูห่าว (อ่านฟรี 11 ม.ค. 69)

บทที่ 310 ซูห่าว

         

เนื่องจากข้อตกลงครั้งก่อน ซูหยวนตัดสินใจเข้าร่วมการทดสอบครั้งแรกของวิชาเรียนภาคพิเศษของตนเองทันที พวกเพื่อนๆในชั้นเรียนก็ส่งข้อมูลมาให้แล้ว พวกเขาบอกว่าคนที่ตัวเองเตรียมไว้เป็นใคร กระทั่งกระบวนการทดสอบก็ยังบอกทั้งหมด ถ้าเธอสามารถตามการเคลื่อนไหวของเขาได้ แล้วตอบโต้กลับให้แนบเนียน เรื่องนี้จะไม่มีใครจับได้แน่นอน

            

ซูหยวนติดตามอาจารย์กวนไปที่ค่ายฝึก เพราะเป็นสัปดาห์แรกที่เปิดให้ทดสอบได้ นักเรียนส่วนใหญ่จึงยังไม่รีบร้อนนัก ทว่าพวกเขารู้ดีถึงความสำคัญในการศึกษาการต่อสู้ผ่านประสบการณ์ของพวกเพื่อนๆ จึงได้ติดตามอาจารย์มาดูการประลองด้วย

            

ครั้งนี้ซูหยวนจะต้องประลองกับทหารที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้จริงมาแล้ว เขามีระดับสิบโทขึ้นไป ซึ่งรายชื่อซูหยวนถูกส่งมา คนก็เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้แล้วเช่นกัน

            

เหมือนกับครั้งก่อน พันเอกกวนก็มาดูการทดสอบของซูหยวนด้วย เขานั่งเป็นประธานที่ตำแหน่งสูงที่สุดเพื่อจะได้เห็นการแข่งขันได้ชัดเจน ไม่เหมือนกับครั้งแรกของซูหยวนที่ต่อสู้กับทหารจบใหม่ ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ที่จริงจังกว่ามาก

 

“ซูห่าว ผู้ใช้วิชาหอกวิหคเหิน ขอเป็นตัวแทนในการทดสอบ”

 

อีกฝ่ายแนะนำชื่อของตนเอง ซูห่าวผู้นี้มีรายชื่ออยู่ในเอกสารที่พวกเพื่อนๆส่งมาให้ แปลว่าเป็นคนที่จะต้องพ่ายแพ้ในการทดสอบกับเธอ

            

สีหน้าของเขาไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ซูหยวนได้รู้ข้อมูลคร่าวๆของเขามาก่อนแล้ว ซูห่าวผู้นี้มีฝีมือดี ครอบครัวของเขาอยู่เขตชั้นนอก เป็นนักเรียนทุนของตระกูลจ้าว ดังนั้น...เมื่อตระกูลจ้าวสั่งให้เขายอมแพ้ เขาก็ต้องยอมแพ้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ต่อให้มีฝีมือระดับสูงขนาดไหนก็ตาม

 

“นักเรียนทุนอันซูหยวน ผู้ใช้วิชาหอกแห่งแดนดอกเหมย ขอเข้ารับการทดสอบ” หญิงสาวก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมกับพลั่วประจำกาย เธอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการกับเขาเช่นกัน ยังสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มตากระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าเธอก็คือนักเรียนทุนเหมือนกัน

            

ความหลังในอดีตที่น่าอดสูย้อนกลับมาราวกับภาพถ่าย ถึงจะบอกว่าเป็นความหลังที่ผ่านมาแล้วก็เถอะ ในความเป็นจริง..ตัวเขาก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างน่าอดสู ด้วยสถานะนักเรียนทุนของตนเอง ต้องยอมกลายเป็นสุนัขรับใช้ของผู้อื่น เอาเกียรติและศักดิ์ศรีแลกไปทั้งหมดขนาดนี้ ช่างไม่น่ายอมรับจริงๆ...

 

“ในเมื่อทั้งสองคนพร้อมแล้ว อย่างนั้นก็ควรจะเริ่มการต่อสู้ได้” ตัวแทนของกองทัพและรับตำแหน่งเป็นกรรมการผู้ทดสอบกล่าวขึ้น อาจารย์กวนพยักหน้าให้ซูหยวนทำเต็มที่ เขาบอกมาก่อนแล้วว่าต่อให้เธอไม่ชนะ ขอแค่ทำให้ดีที่สุด หากฝีมือถึงขั้นก็จะยอมรับให้ผ่านการทดสอบได้ หรือไม่...ก็ยังมีการทดสอบรอบอื่นๆต่อไป เธอไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเช่นนั้น

            

ซูหยวนเข้าใจดี เธอเองก็คิดจะทำเต็มที่อยู่แล้ว นอกจากนี้...ใครบอกว่าเธอจะพ่ายแพ้กันล่ะ!!

 

“รุ่นน้องระวังด้วย” 

 

คำพูดที่เหมือนกับสัญญาณการต่อสู้ทำให้อันซูหยวนเริ่มตั้งหลัก ตอนนี้ทักษะการใช้หอกของเธอมีเพียง 3 ขั้นเท่านั้น ขั้นแรกคือขั้นดอกเหมยร่วงโรย ขั้นที่สองก็คือขั้นกิ่งเหมยสู้ฝน และขั้นที่สามก็คือขั้นม่านดอกเหมย เพียง 3 ขั้นนี้ก็น่าจะเพียงพอในการรับมือได้หลายกระบวนท่า เธอสมควรจะสอบผ่านไปได้ ต่อให้เขาไม่ยอมแพ้ตามเงื่อนไขก็เถอะ

 

เฉกเช่นที่กล่าวเอาไว้ในสัญญา อีกฝ่ายจะใช้ทักษะหอกวิหคเหินขั้นที่ 1 และ 2 เท่านั้น เรื่องนี้เป็นเงื่อนไขที่ถูกต้องตามหลักของกองทัพ เพื่อไม่ให้เป็นการรังแกเด็กนักเรียนเกินไป แต่ลำพังขั้นที่ 1 และ 2 ของทักษะหอกระดับสูงก็มากพอที่จะทำร้ายให้ผู้คนบาดเจ็บได้แล้ว

 

“ทักษะขั้นแรก ทักษะวิหคโผบิน!” เขาตั้งท่า กางหอกของตนเองในมุม 180 องศา คล้ายกับว่ามันเป็นปีกขนาดใหญ่ของวิหค

           

 เท้าทั้งสองตั้งมั่นที่พื้น ก่อนจะพุ่งตัวออกมาราวกับวิหดโผบิน ฉวัดเฉวียนไปรอบๆ ในขณะที่หอกกางออกนั้นก็พยายามหามุมโจมตีซูหยวนไปด้วย

            

ทักษะนี้จะทำให้เขาสามารถโจมตีได้ทั้งสองทาง หอกของเขายังเป็นหอกสองคมด้วย ซึ่งสามารถโจมตีทั้งจากด้านหน้าและด้านหลัง หากเป็นไปตามที่นัดหมายเอาไว้ ซูหยวนจะต้องหลบการโจมตีที่จะแทงเข้ามาจากด้านหลังด้วยการม้วนตัวหลบ อย่างไรก็ตาม...ทันทีที่ซูห่าวโจมตีออกมา ซูหยวนกลับไม่ทำเช่นนั้น

            

ปัง!!

            

หอกของซูห่าวและพลั่วของซูหยวนปะทะกัน แรงกระแทกนั้นทำให้ซูห่าวผงะไป เดิมทีเขาตั้งใจออมแรงเพื่อให้เธอหลบการโจมตีแรกได้ ทั้งยังไม่คิดว่าเด็กสาวจะสวนกลับเช่นนี้

 

“อึ่ก!!”

 

“รุ่นพี่ซู ไม่ต้องออมมือให้ฉันหรอกค่ะ เห็นแบบนี้ฉันก็มีทักษะระดับสูงกับเขาเหมือนกันนะคะ” 

 

ซูหยวนชี้พลั่วของตนเองไปที่เขา ซูห่าวที่เพิ่งกระอักเลือดออกมาชะงักไป ดูไม่เหมือนเด็กสาวขี้โกงในความคิดของเขาก่อนหน้านี้เลย ในเมื่อเธอแข็งแกร่งขนาดนี้...จำเป็นต้องโกงการทดสอบด้วยหรือ?

            

นั่น...ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ใช่ธรรมดาแล้ว

            

ซูห่าวถูกท้าทายเช่นนี้ก็หัวเราะออกมา เขาตั้งหลักใหม่ก่อนจะโค้งให้เธอ

 

“ต้องขอโทษที่ฉันคิดตื้นเกินไป เอาล่ะ...หลังจากนี้ก็เตรียมรับมือให้ได้” คราวนี้เขาตั้งท่าอีกครั้ง ทว่าแทนที่จะใช้วิชาที่มีแต่ช่องโหว่ วิหคโผบินของเขากลับมั่นคงมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

            

ออร่าพลังงานที่เอ่อล้นทำให้ผู้ชมทั้งหมดปรบมือ แม้แต่พันเอกกวนก็ยังชื่นชมให้กับผู้บังคับบัญชาของเขาฟัง

 

“เป็นออร่าหอกที่เฉียบคมจริงๆ แต่ก็รับรู้ได้ถึงการต่อต้านฟ้าดินด้วย สมกับเป็นทักษะของวิหคโผบิน” เพราะเป็นทักษะวิหคโผบิน จะต้องไม่ยอมจำนนต่อแรงกดอากาศ มันจะต้องพุ่งไปข้างหน้า ล้อเล่นกับสายลมเหมือนเพื่อนสนิท ทำให้สายลมอยู่ใต้ปีกของตนเองแล้วพาไปสู่จุดหมายที่สูงส่ง

            

แบบนี้ต่างหากที่เรียกทักษะระดับสูงที่แท้จริง เดิมทีเขายังคิดว่าอีกฝ่ายเป็นแค่ผู้ฝึกฝนหอกธรรมดาๆเท่านั้น แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าแท้จริงยังมีผู้มีพรสวรรค์ซ่อนอยู่อีกคน

            

สมแล้วที่ตระกูลจ้าวยอมใช้ทรัพยากรเลี้ยงดู ปรากฏว่าเขาได้ของดีไปจริงๆ

 

“ระวัง!”

 

คนพุ่งตัวออกมาข้างหน้า แต่ไม่ได้แข็งทื่อดูง่ายเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อทิศทางลมพัดพาเขาไปที่ไหน วิหคตัวใหญ่ก็โผไปทางนั้นด้วย กลายเป็นการเคลื่อนไหวที่คาดเดาไม่ถูกเลย

            

ซูหยวนตั้งสมาธิ เพราะไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ล่า ย่อมไม่สามารถใช้วิธีโกงอย่างการมองการเคลื่อนไหวผ่านแผนที่ได้ เธอจึงต้องใช้ประสาทสัมผัสของตนเองทั้งหมดออกมา ดีที่ก่อนหน้านี้ดูดซับผลึกเพิ่มความเร็วไปไม่น้อย ดังนั้นการเคลื่อนไหวของพลั่วในมือจึงสามารถแปลงกลายเป็นดอกเหมยที่กำลังร่วงหล่นกลางพายุโหมกระหน่ำได้

            

ปัง ปัง ปัง!!

            

หอกซ้ายขวาหน้าหลังพุ่งกระแทกกันอย่างดุเดือด ถึงกับเกิดประกายไฟขึ้นมาในระหว่างการปะทะด้วยซ้ำ ซูห่าวอาศัยการโจมตีก่อนเพื่อปิดจุดอ่อนของวิชา แต่ซูหยวนกลับสามารถใช้วิชาหอกขั้นดอกเหมยร่วงโรยของตนเองเพื่อตามทันหอกของอีกฝ่ายได้ทั้งสิ้น

            

ถ้าไม่ได้มีความเร็วที่เพิ่มขึ้น เธอจะต้องใช้ทักษะกิ่งเหมยสู้ฝนไปแล้ว และจะต้องใช้พลังงานไปกับการตั้งรับแทน ทว่าตอนนี้การต่อสู้กลับง่ายกว่ามากๆ

 

“เด็กนักเรียนคนนั้น...ไม่ธรรมดาจริงๆ”

 

“ความเร็วของเธอเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนมาก คล้ายกับว่าเป็นคนละคนเลย ต่อให้เป็นฉัน...ก็ไม่มีทางเพิ่มความเร็วได้ถึงระดับนี้ภายในหนึ่งปีแน่”

 

“กล้าไม้ที่ดี แต่เพราะเธอมีทักษะระดับสูงอยู่แล้ว ทั้งยังสามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ฉันไม่สามารถเข้าไปขวางการพัฒนาของเธอได้ จนว่าจะติดที่คอขวด...เวลานั้นค่อยยื่นมือเข้าไป คงจะช่วยให้เธอบรรลุได้” 

 

“ท่านพันเอกกวนพูดถึงขนาดนี้ เช่นนั้นการทดสอบนี้ก็ถือว่าเธอผ่านแล้ว”

 

“อืม ต่อให้ให้ผ่านตอนนี้ก็ไม่นับว่าน่าแปลกอะไร แต่มันคงจะดีกว่าถ้าให้เธอต่อสู้จนจบ ฉันอยากเห็นว่าผลสุดท้ายแล้วจะเป็นอย่างไร” พันเอกกวนไม่ต้องการให้รีบจบการต่อสู้เพียงเท่านี้ โบกมือคราหนึ่งแล้วตั้งใจดูการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยมตรงหน้า

            

ทั้งสองคนดีมากจริงๆ แต่ถ้าพูดถึงทักษะ...อันซูหยวนดูจะเข้าถึงทักษะที่หายสาบสูญนี้มากกว่า หมายความว่า...ซูห่าวคนนั้นยังมีช่องให้เขาช่วยพัฒนาได้

 

“เมื่อเสร็จการแข่งขันนี้แล้ว พาซูห่าวมาหาฉัน ถามว่าเขาต้องการให้ฉันเป็นอาจารย์ของเขาไหม”

 

“พะ พันเอกกวน!!” เพราะอีกฝ่ายไม่รับศิษย์มานานแล้ว คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะพูดออกมาด้วยตัวเอง ตัวหัวหน้าฝ่ายการต่อสู้ด้วยหอกก็ยังรู้สึกอิจฉาซูห่าวเลย นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาแล้วจริงๆ

            

ในขณะที่คนใหญ่คนโตกำลังพูดคุยกัน ด้านล่างก็ยังปะทะกันอย่างดุเดือด ซูห่าวรู้ทันทีว่าทักษะขั้นแรกของเขาไม่สามารถจัดการซูหยวนได้ ความเร็วของเด็กสาวมากเกินไป หากยังปะทะต่อไปเช่นนี้ ตัวเขาจะพ่ายแพ้อย่างง่ายๆเนื่องจากพลังงานของเขาหมดก่อน

 

“ต่อไป ทักษะขั้นที่สอง ทักษะวิหคพัดเหล็ก!” คนเปลี่ยนการเคลื่อนไหวที่โผโจมตีไปตามกระแสลม เปลี่ยนเป็นการตั้งท่าด้วยการนำหอกมาตั้งตรงด้านหน้าของตนเอง หอกสองคมในตอนนี้หมุนควงเป็นวงกลม ซูหยวนไม่มีทางโจมตีเข้าไปได้ ทั้งยังต้องคอยหลบการโจมตีที่รวดเร็วเป็นใบพัดนี้ด้วย

            

เด็กสาวมองการเคลื่อนไหวตรงหน้า ในเมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนการโจมตีของตนเองเป็นการโจมตี 360 องศาเช่นนี้ เธอก็ทำได้แค่ตั้งรับเท่านั้น

            

ซูหยวนไม่ได้กลัวว่าจะไม่มีโอกาสสวนการโจมตีนี้กลับ เห็นได้ชัดว่าทักษะนี้จะต้องใช้พลังงานมาก ดังนั้น...ถ้าซูห่าวไม่สามารถโจมตีเธอได้ เขาจะต้องยอมแพ้แน่นอน

            

ปัง ปัง ปัง!!

            

คมหอกของซูห่าวพยายามทำลายกิ่งเหมยสู้ฝนของอันซูหยวน ทว่ากิ่งเหมยนี้ไม่ใช่กิ่งเหมยธรรมดา บางทีหากเป็นหอกธรรมดาๆอาจจะถูกแรงโจมตีนี้ทำลายไปแล้วก็ได้ ทว่า...ในมือของซูหยวนก็คือพลั่วที่ไม่มีวันถูกทำลาย ดังนั้นต่อให้เขาจะใช้แรงขนาดไหน อย่างมากก็ทำให้ซูหยวนถอยหลังเล็กๆน้อยๆได้เท่านั้น

 

“ฉันแพ้แล้ว”

 

ผ่านไปเกือบ 20 นาที ไม่ว่าซูห่าวจะหามุมโจมตีแบบไหน ซูหยวนก็สามารถตั้งรับได้ทั้งหมด กิ่งเหมยนี้ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน สุดท้ายเป็นเขาที่ต้องกล่าวยอมแพ้ออกมาแทน

            

แปะ แปะ แปะ

            

เมื่อสิ้นเสียงของเขา แทนที่จะถูกตำหนิ กลับมีเสียงปรบมือดังขึ้นมาแทน และคนที่นำการปรบมือนี้ก็คือ พันเอกกวน!!

 

“ยอดเยี่ยม เป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมของทั้งสองคน แม้ว่าพลทหารซูห่าวจะพ่ายแพ้ แต่นี่ก็เพราะข้อจำกัดในการใช้ทักษะที่ 1 และ 2 ตามกฎเท่านั้น ทักษะหอกวิหคเหินมีทั้งหมด 5 ขั้น ตั้งแต่ขั้นที่ 3 เป็นต้นไปจะเป็นขั้นที่ใช้สังหารพวกสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูง ดังนั้น...ฉันไม่คิดว่าพลทหารซูห่าวจะพ่ายแพ้จริงๆ”

 

“แต่เหนือสิ่งอื่นใด นักเรียนอันซูหยวนก็เก่งมาก ความเข้าใจในการใช้หอกถือว่ายอดเยี่ยมแล้วจริงๆ ต่อให้อาจารย์ประจำวิชาหอกของสถาบันจะอนุญาตให้ผ่านการทดสอบจนถึงภาคเรียนสุดท้ายก็ยังไม่เป็นปัญหา แต่เพราะฉันอยากดูการต่อสู้ของเธอในรอบต่อๆไป ดังนั้นภาคการศึกษาหน้าก็มาแสดงความก้าวหน้าให้เห็นต่อไปก็แล้วกัน”

            

รอยยิ้มของพันเอกกวนจริงใจมาก คำชมจากคนขี้ตระหนี่อย่างเขาทำให้ทุกคนต้องมองอันซูหยวนและซูห่าวใหม่ แม้พวกเขาจะรู้ว่าซูห่าวเป็นคนมีพรสวรรค์ดี แต่ทุกวันล้วนต้องทำตามคำสั่งของตระกูลจ้าว ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายแสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกคนจะตื่นตะลึงกับทักษะที่ซ่อนอยู่

            

ถ้าคนที่ต้องทดสอบไม่ใช่อันซูหยวนแล้วเปลี่ยนเป็นพวกเขา เชื่อได้เลยว่าจะต้องพ่ายแพ้อย่างหมดรูปตั้งแต่ทักษะขั้นแรกเป็นแน่ ดังนั้น...ไม่ว่าจะใครในสองคนนี้ ก็สมควรแล้วที่จะได้รับคำชมจริงๆ

 

“นักเรียนอันซูหยวน ฝีมือของเธอยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง ดังนั้นเธอไม่ควร...” เมื่อจบจากการแข่งขันแล้ว ซูห่าวก็เข้ามาหาเด็กสาว เขาต้องการบอกอะไรบางอย่างกับเธอ แต่ก็ไม่ได้พูดออกมาจนครบ กลัวว่าถ้ามีคนอื่นได้ยินเข้า จะครหาในความสามารถของเธอเมื่อครู่

           

 ถึงอย่างนั้น...เด็กสาวไม่ควรจะขอให้ตระกูลจ้าวช่วยเหลือเลย เพราะแบบนั้น...ถ้าตระกูลจ้าวหักหลังเธอขึ้นมา เรื่องนี้จะแย่เอาได้

            

ตัวเขานั้นไม่เท่าไร สุดท้ายก็เป็นทาสรับใช้ของตระกูลจ้าวอยู่แล้ว ทว่า...เขาไม่ต้องการให้นักเรียนทุนรุ่นน้องผู้นี้ต้องเดือดร้อนไปด้วย

            

เห็นสายตาจริงใจของเขา ซูหยวนก็คลี่ยิ้ม เธอไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั้น เพียงหันหลังเดินกลับไปท่ามกลางสายตาของซูห่าวที่มองอย่างเป็นกังวลก็เท่านั้น

 

 

…………………………………….