LNCrawler

บทที่ 311 ฟ้องร้องคนโกง (อ่านฟรี 12 ม.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 311 ฟ้องร้องคนโกง (อ่านฟรี 12 ม.ค. 69)

บทที่ 311 ฟ้องร้องคนโกง

 

ข่าวเรื่องที่เธอเอาชนะซูห่าวได้ไม่ได้ทำให้นักเรียนชั้นปีที่ 2 ตกใจ กลับกัน...พวกเขามั่นใจอยู่แล้วว่าซูห่าวจะต้องพ่ายแพ้ ดังนั้นวันนี้จึงยกกันมาพบอันซูหยวน ขอให้เธอทำตามสัญญาที่ให้ไว้

 

“ในเมื่อพวกเราทำตามสัญญาแล้ว เธอเองก็ควรจะบอกวิธีการเพาะปลูกพืชพวกนี้ให้พวกเราเสียที”

 

“ใช่ รีบบอกมาได้แล้ว พวกเรามีเวลาเหลืออีกไม่มากในการจัดการ ถ้าพวกมันโตไม่ทันในสามเดือนนี้ พวกเราก็จะไม่สามารถจบชั้นปีที่ 2 ได้ นั่นจะกลายเป็นความผิดของเธอ” เมื่อเห็นว่าข่มขู่ซูหยวนได้ ทุกคนก็ไม่พูดดีกับเธออีกต่อไป ต่างพูดจาเหมือนกับว่าอยู่เหนือจากเธอไปอีกขั้น ทั้งๆที่ไม่ได้มีอะไรเลย

            

ซูหยวนหัวเราะเบาๆ เธอพยักหน้ารับ ทำตัวว่าง่าย แต่เมื่อเธอพูดออกมา ก็ทำให้พวกเขาอ้าปากค้างไปด้วยความโกรธ

 

“วิธีการเพาะปลูกไม่ได้ยากอะไร ก็แค่ปลูกพวกมันตามที่อาจารย์เคยสอนก็เท่านั้น” เธอไม่ได้พูดอะไรผิด ทั้งอาจารย์ก็เคยสอนวิธีการเพาะปลูกเบื้องต้นให้แล้ว พืชพวกนี้เป็นพืชระดับต่ำ ขอแค่ดูแลให้ดี ใส่ใจหน่อยก็ใช้ได้แล้ว มันไม่ได้มีเทคนิคลับดีๆอะไรให้พวกเขาเลย ไม่สิ! ต่อให้มี ซูหยวนก็ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น

 

“นี่ นี่เธอ! เธอจงใจจะโกงใช่ไหม!”

 

“โกง? ฉันโกงอะไร”

 

“เธอรับปากแล้ว ทำกระทั่งสัญญาระหว่างกันว่าเธอจะบอกวิธีการเพาะปลูกให้พวกเราหลังจากที่พวกเราช่วยให้เธอสอบผ่าน ตอนนี้เธอสอบผ่านแล้ว แล้วทำไมยังไม่ยอมพูดอีก”

 

“ฉันไม่พูด? แล้วเมื่อกี้ฉันทำอะไร?” ซูหยวนยักไหล่ ไม่สนใจท่าทีโวยวายของพวกเพื่อนนักเรียนเลย

 

“เธออย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วพวกเราจะปล่อยไปนะ ความอวดดีของเธอมันเกินไปแล้วจริงๆ!!” นักเรียนคนหนึ่งอดทนมาตั้งแต่แรก เมื่อเห็นว่าซูหยวนยังกล้าล้อเล่นกับพวกเขาเช่นนี้ ก็ไม่สามารถเก็บความรู้สึกโกรธได้อีกต่อไปแล้ว คนรีดเร้นพลังงานออกมา หยิบอาวุธที่เขาถนัดที่สุด ต้องการจะโจมตีเธอ

            

ปัง!!

 

“อั่ก!”

            

ก่อนที่จะทันได้โจมตีเข้ามา แรงกระแทกจากพลังงานที่สูงกว่าหลายขั้นกลับทำให้เขากระเด็นถอยหลังแล้วกระอักเลือดมาคำโต

 

“ธ เธอ!!”

 

“ฉันคือทหารที่ผ่านการต่อสู้จริงมาแล้ว ถ้าคิดจะทดสอบความสามารถของฉัน ก็ไม่รังเกียจที่จะตอบสนองหรอกนะ แต่...หลังจากการต่อสู้กับฉัน อวัยวะจะขาดหายไปสักชิ้นสองชิ้น นั่นถือเป็นความต้องการของพวกนายเอง” ซูหยวนแสยะยิ้มชั่วร้าย ใบหน้าของเธอตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากปีศาจในสายตาของทุกคนเลย

            

พลังที่ต่างชั้นนั้น แม้ไม่ได้ส่งตรงมาที่พวกเขาโดยตรงก็ยังสัมผัสได้ ดังนั้นเรื่องการต่อสู้คงไม่มีใครกล้าอวดดีกับเธออีกแล้ว

 

“อันซูหยวน! อย่าคิดว่าจะจบเรื่องนี้ไปได้ง่ายๆ เธอพลาดแล้วที่ทำสัญญากับพวกเรา เพราะนั่นก็คือหลักฐานที่สามารถมัดตัวเธอได้ว่าเธอโกงการทดสอบ ถ้าเธอไม่อยากถูกตัดสิทธิในการทดสอบวิชาหอกก่อนหน้านี้ ก็ควรจะร่วมมือกับพวกเราดีๆ” ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของนักเรียนสกุลจ้าว ทว่า...คำพูดเหล่านั้นเธอก็ปัดออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้เก็บมาคิดใส่ใจอีก

 

“เธอ! เธอจะทำแบบนี้จริงๆใช่ไหม เธอผิดสัญญากับพวกเราไม่พอ ยังต้องการให้เอาเรื่องนี้ไปแจ้งกับทางสถาบันอีกใช่ไหม เธออย่าคิดว่าพวกเราไม่กล้านะ ในเมื่อพวกเราไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว แค่ได้ลากเธอลงมาด้วยก็จะทำให้พวกเราสะใจมาก!”

 

“ก็ลองดูสิ” หญิงสาวยักไหล่ ไม่ได้กลัวคำขู่เลยสักนิด 

            

พวกนักเรียนเหล่านั้นเห็นซูหยวนหันหลังให้ตนเองก็ตัดสินใจได้ สุดท้ายแล้วถ้าเพาะปลูกพืชผักไม่ได้ตามกำหนด พวกเขาก็จะไม่สามารถสอบผ่านชั้นปีที่ 2 ไปได้ ดังนั้น...ในเมื่อพวกเขาไม่ได้ คนอื่นก็ควรจะไม่ได้เหมือนกัน!

 

“ไป! ในเมื่อเธอต้องการแบบนี้ พวกเราก็ทำให้เธอได้รู้ว่าเล่นกับพวกเราไม่ได้ง่ายๆ”

 

“ใช่ คิดจะมาหลอกลวงพวกเรา ต้องเจอพวกเราลงโทษ!” นักเรียนพวกนั้นพากันไปพบอาจารย์ อยากจะยื่นเรื่องนี้ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งยังแจ้งทางการเพื่อตรวจสอบลงโทษคนทำผิดสัญญาด้วย

            

แน่นอนว่าเนื่องจากทั้งสองคนตกลงร่วมกัน เรื่องนี้จะต้องมีคนรับโทษแน่ ทว่า...อันซูหยวนเป็นใคร? เพราะเธอเป็นพลทหารพิเศษ เรื่องนี้ย่อมไม่อาจจะเอาผิดกับเธอได้

            

ตัดปัญหาเรื่องที่เธอทำผิดสัญญาไปได้เลย อีกอย่าง...ซูหยวนไม่ได้บอกวิธีการเพาะปลูกให้พวกเขาแล้วหรอ? ถ้าอ้างอิงตามสัญญาจริงๆ เธอก็ไม่ได้ผิดข้อตกลงด้วยซ้ำ ยังบอกวิธีการเพาะปลูกให้พวกเขา เพียงแต่ทุกคนกลับไม่ใส่ใจเอง เรื่องนี้จะโทษเธอได้อย่างไร

            

เงื่อนไขในสัญญาไม่ได้ระบุว่าเธอจะต้องทำให้พวกเขาสามารถเพาะปลูกจนสำเร็จได้ นอกจากนี้...กฎขององค์กรเกษตรกรไม่อนุญาตให้ขู่บังคับบอกวิธีการเพาะปลูกให้กันได้อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้น...ใครมีเทคนิคลับดีๆในการเพาะปลูกก็ต้องบอกทุกคนหมดหรือ? แม้แต่ประธานองค์กรเกษตรกร ถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากใจจริงก็ยังไม่สามารถรู้วิธีการของผู้อื่นได้เลย นับประสาอะไรกับนักเรียนพวกนี้

            

ส่วนเรื่องการทดสอบวิชาหอก...

            

หลังจากอาจารย์กวนได้รับคำร้องเรียนนี้ เขาตรวจสอบเอกสารและพบว่ามีการลงนามของอันซูหยวนจริงๆ ดังนั้นจึงเรียกเธอมาสอบสวนอีกครั้ง ซูหยวนมาพบเขาอย่างไม่เกรงกลัว อธิบายทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

 

“เพราะพวกเพื่อนนักเรียนทั้งหมดมาล้อมฉันและข่มขู่ว่าจะทำให้ฉันไม่สามารถผ่านการทดสอบได้ถ้าฉันไม่ยอมรับ ดังนั้นฉันจึงไม่กล้าเสี่ยง ทำได้แค่เออออตามพวกเขาไปก่อน”

 

“แต่ในการทดสอบจริง ฉันได้บอกพลทหารซูห่าวไปแล้วว่าต้องการให้เขาทดสอบฉันอย่างแท้จริง ผลลัพธ์จึงออกมาอย่างที่เห็น ถ้าพลทหารซูห่าวทำตามเงื่อนไขนี้จริง เขาจะต้องเคลื่อนไหวประหลาดๆแบบนี้ด้วยใช่ไหมคะ แต่ที่อาจารย์เห็นมันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเช่นกัน”

            

ซูหยวนเตรียมคำอธิบายเอาไว้หมดแล้ว กระบวนการทดสอบนี้ใช้เวลาเกือบ 1 เดือน เธอทำให้พวกเพื่อนๆที่คิดจะข่มขู่ตัวเองไม่มีโอกาสในการลองการเพาะปลูกรอบสุดท้ายด้วยซ้ำ

            

ในเมื่อกล้าข่มขู่เธอ อย่างนั้นก็ต้องรู้ว่าการยุ่งกับเธอไม่ใช่เรื่องดี

            

ไม่เพียงแค่เอาความผิดเธอไม่ได้ ซูหยวนยังจะทำให้พวกเขาถูกลงโทษที่กล้าเข้ามาวางแผนใส่เธอด้วย แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ...หลังจากสอบสวน แม้ซูห่าวที่ถูกบังคับจากตระกูลจ้าวให้พูดว่าเขาทำตามเงื่อนไขจริง ร่วมมือกับอันซูหยวนเพื่อให้เธอผ่านการทดสอบจริง แต่คำพูดของเขาก็ไม่ได้มีมูลนัก เพราะในการทดสอบ...เขาตอบไม่ได้ว่าทำไมต้องต่อสู้นอกเหนือจากเงื่อนไขที่เขียนเอาไว้ด้วย

            

สุดท้ายก็แปลว่าตัวเขานั้นทดสอบอันซูหยวนจริงๆ แม้แต่พันเอกกวนก็ยังมองเห็นได้ว่าการทดสอบที่ผ่านมานั้นจริงจังขนาดไหน ถ้าเป็นแค่การทดสอบที่วางแผนร่วมมือกันมาก่อนแล้ว ไม่มีทางจะทำเช่นนั้นได้แน่นอน

            

กลายเป็นว่า...สัญญาที่พวกเขาทำเอาไว้ เป็นแค่กระดาษที่มัดตัวพวกนักเรียนที่สมรู้ร่วมคิดด้วย ทำให้พวกเขาถูกเปิดโปงว่าร่วมกับข่มขู่เธออย่างไร กระทั่งตระกูลจ้าวที่คิดจะใช้คนของทหารเป็นเครื่องมือในการทำผิดก็ยังโดนลงโทษด้วย

            

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้าย พันเอกกวนเป็นความสามารถของซูห่าว เขารับอีกฝ่ายเป็นนักเรียนโดยตรงของตนเอง ย่อมยื่นมือเข้ามาจัดการเรื่องนี้ ปลดพันธะที่ล่ามซูห่าวเอาไว้จนสิ้น หลังจากนี้ต่อไป...ตระกูลจ้าวได้เสียคนที่มากความสามารถอย่างซูห่าวไปแล้ว...

            

นักเรียนที่เกี่ยวข้องแน่นอนว่าไม่จบชั้นปีที่ 2 ทั้งยังถูกลงโทษให้จำคุกอีก 2 ปี รอจนกว่าอันซูหยวนจะเรียนจบ พวกเขาถึงกลับมาเรียนได้ ซึ่งนักเรียนที่ถูกโทษหนักนี้มีแค่คนตระกูลจ้าวและเพื่อนผู้สมรู้ร่วมคิดของเขาอีก 2 คนเท่านั้น คนอื่นๆสอบสวนแล้วพบว่าเป็นแค่คนที่ถูกชักจูงมาร่วมด้วย เห็นมีผลประโยชน์ก็เลยตามมา แต่ไม่ได้ลงมือทำเรื่องเลวร้ายอะไร ดังนั้นจึงถูกลงโทษด้วยการชดเชยเครดิตให้อันซูหยวนเพื่อปลอบใจ รวมทั้งยังต้องมอบเครดิตให้ซูห่าวด้วย

            

กลายเป็นว่า...เงินที่ซูห่าวได้ใช้ปลดปล่อยตัวเอง ก็มีเงินของพวกเขาช่วยด้วยเช่นกัน

            

คนที่ได้รับความเดือดร้อนที่สุดคงไม่พ้นเด็กหนุ่มตระกูลจ้าวผู้เสนอแผนการขึ้นมา เขาไม่เพียงแค่ถูกตัดสินจำคุก 2 ปีเท่านั้น แต่ยังถูกคนในตระกูลลงโทษด้วย

            

แทนที่จะได้ศิษย์สายตรงของพันเอกกวนอยู่ในตระกูล เวลานี้กลับทำให้คนโกรธมาก และปลดตัวซูห่าวออกจากการเป็นทาสรับใช้ของตระกูลจ้าวไปแล้ว หลังจากนี้...ประโยชน์ดีๆที่ซูห่าวทำ พวกเขาได้แค่มองตาปริบๆเท่านั้น!

            

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตระกูลจ้าวจะโกรธเด็กหนุ่มมาก ครอบครัวของเด็กหนุ่มก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วยกันโทษฐานที่เลี้ยงลูกสารเลวออกมา ทั้งครอบครัวถูกไล่ไปอยู่เขตชั้นกลาง กลายเป็นคนละระดับกันไปแล้ว

            

ผลจากการกระทำครั้งนี้รุนแรงมากจนนักเรียนจ้าวร้องไห้คุกเข่าร้องขอซูหยวนก็ไม่เป็นผล เขาทำได้แค่เก็บบทเรียนนี้ไว้ในใจแล้วเดินเข้าคุกเท่านั้น

            

ความใจดำของซูหยวนเผยให้เห็นก็ครั้งนี้ ทุกคนได้แต่หายหน้าหายตากันไปเงียบๆ รู้แล้วว่าอันซูหยวนไม่ใช่คนปกติ เธอไม่สนใจว่าใครจะเป็นจะตาย ขอแค่เข้ามายุ่งกับตนเองก็ย่อมคืนสนองให้อย่างสาสม และดูจะมากกว่าที่พวกเขาลงมือด้วย ดังนั้นหลังจากนี้...ต่อให้มีความกล้ามากกว่านี้ร้อยเท่าก็ไม่มีใครกล้ามาวุ่นวายกับเธออีกแล้ว

            

หลังจากชั้นปีที่ 2 นี้ไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้ว ซูหยวนก็แบ่งเวลาไปศึกษาวิชาเรียนของชั้นปีที่สาม ฝึกธนู หอก และดูแลแปลงเพาะปลูกทั้งในสถาบันและนอกสถาบันไปด้วย 

            

ทรัพยากรที่มอบให้โรงผลิตตระกูลเจียงนั้นทำให้พวกเขาขายสินค้าไปได้อีกพักใหญ่ๆ ซึ่งจากเงื่อนไขที่วางเอาไว้ให้ พวกเขาจะต้องมอบซากพวกกลายพันธุ์ที่จัดการเอาสารพิษออกไปแล้วทั้งหมดให้เธอ ตอนนี้ซูหยวนจึงสามารถเริ่มให้คนของพ่อจัดการแปลงเพาะปลูกที่เสียหายได้แล้ว เมื่อรวมกับน้ำบริสุทธิ์ในฟาร์มของเธอ ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะค่อยๆฟื้นความอุดมสมบูรณ์ขึ้นมา จากการตรวจสอบ -50 ค่อยๆกลายเป็นความอุดมสมบูรณ์ที่ 0 และแนวโน้มในการฟื้นฟูยังคงเพิ่มเรื่อยๆ

            

เหมือนกับแปลงเพาะปลูกอื่นๆ องค์กรเกษตรกรรับรู้ดัชนีชี้วัดพวกนี้อยู่แล้ว เดิมทีพวกเขาไม่ได้สนใจแปลงเพาะปลูกพวกนี้นัก แต่จู่ๆจำนวนแปลงเพาะปลูกที่ผ่านเกณฑ์ใช้ประโยชน์ก็เพิ่มขึ้นมาอีกเกือบ 100 แปลง ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเร่งตรวจสอบเป็นการใหญ่

 

“ท่านรองประธานฯ”

 

“อืม ทำงานไปไม่ต้องมากพิธีอะไรทั้งนั้น”

 

“ครับ ขอบคุณครับ”

 

“ผลลัพธ์เป็นยังไงบ้าง แปลงเพาะปลูกที่เพิ่มขึ้นมา ตรวจสอบได้หรือยังว่าเป็นตำแหน่งไหน”

 

“ยังครับ พวกเรากำลังไล่ดูจากฐานข้อมูลอยู่เลย” ในห้องทำงานทางเทคนิคขององค์กร ตอนนี้กลับปรากฏร่างของรองประธานองค์กรเกษตรกรขึ้น เขาถึงกับให้ความสนใจเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ย่อมทำให้เจ้าหน้าที่แข็งเกร็งไปบ้างด้วยความตื่นเต้น

            

รองประธานฯผู้นี้อย่ามองภายนอกว่าเป็นคนอารมณ์ดีเข้าถึงง่าย จริงๆแล้วเขาก็คือคนที่เข้มงวดผู้หนึ่งเลย หากทำผิดย่อมไม่มีข้อต่อรอง ถ้าทำดีก็จะได้รับการยกย่องมาก ดังนั้นผู้คนมากมายจึงค่อนข้างกลัวเขา

 

“อืม...” คนมองไปยังฐานข้อมูลที่ต้องไล่ตรวจสอบประวัติทีละแปลงจึงจะรู้ว่าสัญญาณผิดปกตินี้มาจากไหน เห็นแล้วก็รู้สึกปวดหัวแทน อย่างไรก็ตาม...จู่ๆเขาก็คิดอะไรบางอย่างได้

 

“ลองตรวจสอบพื้นที่นี้สิ” เขาชี้ไปยังแผนที่หนึ่ง สั่งให้คนขยายผลเพื่อดูอย่างละเอียด

            

แปลงเพาะปลูกทั้งหมดในบริเวณค่อยๆถูกขยายให้ดู มองผิวเผินแล้วไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย แต่เมื่อรองประธานฯเห็นมัน ดวงตาของเขากลับมีประกายบางอย่างขึ้น

 

“ฉันน่าจะเข้าใจถูกต้องแล้วจริงๆ ลองตรวจสอบพื้นที่ที่เกษตรกรอันดูแล ดูว่ารอบๆนั้นที่เคยถูกแมลงกัดกินทำลาย ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง”

 

“โอ้ เข้าใจแล้วครับ” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบดู เริ่มจากพยายามมองหาแปลงเพาะปลูกที่มีสถานะเป็น “-” ก่อน ซึ่งถ้าถูกแมลงกัดกินทำลาย สมควรจะมีค่าเป็น “-” ค่อนข้างสูง แต่น่าแปลกมากที่พวกเขาซูมเข้าไปใกล้แล้วก็ยังหาไม่เจอ

 

“นี่มัน....”

 

“นั่นแหละ ต้องเป็นที่นี่แหละที่เพิ่มขึ้นมา ฮ่าๆ สั่งคน...ฉันจะเยี่ยมชมแปลงเพาะปลูกของเกษตรกรอัน มีใครอยากติดตามก็รีบมารวมตัวกัน แต่ขอไม่เกิน 10 คน” 

 

“เอ่อ เข้าใจแล้วครับ” รองประธานฯพูดเองก็เข้าใจเอง ทำให้พนักงานเทคนิคไม่เข้าใจคำพูดของเขามากนัก แต่เมื่อมีคำประกาศนี้ออกไป ใครจะคิดว่าเกษตรกรมากกว่า 20 คนกลับกรูกันเข้ามาที่นี่

            

เดิมทียังคิดว่ารองประธานฯจะไปเยี่ยมเกษตรกรคนหนึ่ง จำเป็นต้องกำหนดไม่ให้คนเกิน 10 คนด้วยหรือ? แถมยังเป็นการเดินทางรีบเร่งเช่นนี้ จะหาคนไป 2-3 คนก็ยังยาก แต่คิดไม่ถึงเลยว่ากลับมีคนมากมายมาที่นี่ แถมยังเป็นผู้อาวุโสขององค์กรเสียด้วย

 

……………………………………………….