บทที่ 313 คุณหนูผู้นั้น... (อ่านฟรี 14 ม.ค. 69)
บทที่ 313 คุณหนูผู้นั้น... (อ่านฟรี 14 ม.ค. 69)
บทที่ 313 คุณหนูผู้นั้น...
“ข้อมูลที่พวกเราได้รับมาก็คือ คุณหนูผู้นั้นน่าจะเป็นคุณหนูจากตระกูลเหลียนครับ”
“คุณหนูตระกูลเหลียน?” เซิ่นเจิ๋อเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาย่อมรู้จักตระกูลเหลียนอยู่แล้ว แม้จะไม่ใช่ตระกูลเกษตรกร แต่ก็เป็นตระกูลที่ร่วมมือกันเป็นอย่างดีมาตลอด โดยพวกเขานั้นเป็นตระกูลใหญ่ ถึงจะเป็นตระกูลที่อยู่เขตชั้นในเหมือนตระกูลเซิ่นของพวกเขา ทว่า...หากดูจากอำนาจและความแข็งแกร่งแล้ว ตระกูลเหลียนกลับมีมากกว่าตระกูลเซิ่นหลายเท่า
พวกเขาเป็นตระกูลผลิตยา โดยมียารักษาที่ตระกูลเหลียนเป็นเจ้าของตลาดก็คือ “ยารักษาผื่นพิษตระกูลเหลียน” และ “ยาบรรเทาอาการแสบร้อนตระกูลเหลียน” ยาทั้งสองนี้ถูกผูกขาดโดยพวกเขาเนื่องจากมีสูตรวิธีการผลิตดั้งเดิม คุณภาพของมันดีเยี่ยมมาก ต่อให้ผู้อื่นจะหาวิธีผลิตอื่นๆขึ้นมาก็ยังทำให้คุณภาพดีสู้ตระกูลเหลียนไม่ได้
นอกจากยาทั้งสองของตระกูลเหลียนที่โด่งดังและไม่มีคนเลียนแบบได้แล้ว ก็ยังมียาชนิดอื่นๆที่พวกเขาสามารถผลิตได้ ถึงจะเป็นยาที่ตระกูลอื่นๆก็ทำได้เหมือนกัน ทว่า...เมื่อรวมกับสองสูตรที่พิเศษแล้ว พวกเขายังทำกำไรในการค้าขายครั้งเดียวกับร้านค้าปลีก หรือพวกแพทย์ได้
“ทำไมถึงคิดว่าเป็นคุณหนูตระกูลเหลียน?” แม้เขาจะตื่นเต้นมากกับชื่อของคุณหนูตระกูลเหลียนผู้นี้ หากเป็นอีกฝ่ายจริงๆ เท่ากับว่าเงิน 40 ล้านเครดิตของเขาไม่เสียเปล่าแล้ว เพียงแต่...เขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะเป็นเด็กสาวของตระกูลเหลียนจริงๆ ด้วยสถานะของเธอ จำเป็นต้องเสียเวลาไปที่งานประมูลด้วยตัวเองหรือ?
“เนื่องจากการตรวจสอบโดยละเอียด พวกเราพบว่าคุณหนูตระกูลเหลียนผู้หนึ่ง เป็นคุณหนูรองเหลียนซิ่วอิงจากคุณนายคนที่สองของผู้นำตระกูลเหลียนผู้นี้มีวันเกิดใกล้เคียงกับวันประมูล นอกจากนี้...เธอก็ยังมีผู้ติดตามเป็นผู้ใช้วิชาหอกด้วยครับ”
“หืม? ผู้ติดตามเป็นผู้ใช้วิชาหอกงั้นหรอ”
“ใช่ครับ ครั้งที่คุณชายเข้าประมูล ก็พบว่าคุณหนูผู้นั้นประมูลวิชาหอกระดับสูงไป ดังนั้นมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นคนๆเดียวกันครับ”
“แต่เป็นคุณหนูรองใช่ไหม เธอจะมีเงินมากมายขนาดนั้นเพื่อใช้เล่นสนุกได้จริงๆหรอ” แม้จะได้ยินข้อมูลที่มีโอกาสเป็นไปได้จริงแล้ว ทว่า...วันประมูล เธอถึงกับโยนเงินออกมาเหมือนเศษเงินเท่านั้น แค่วิชาหอกที่ผู้คนฝึกฝนไม่ได้ เธอก็ใช้จ่ายไปถึง 40 ล้านเครดิต อย่างไรก็ตาม...ถ้าเธอมีสถานะเป็นคุณหนูรองจริงๆ เธอยังสามารถได้รับเงินมากมายแบบนั้นได้ด้วยหรือ?
“คุณหนูรองเหลียนผู้นี้ไม่ใช่ธรรมดาครับ”
“ไม่ใช่ธรรมดา?”
“ใช่ครับ เพราะเธอเป็นถึงว่าที่คู่หมั้นของประธานจางจากตระกูลจาง ผู้ก่อตั้งองค์กรนักล่าสกุลจางครับ”
“หืม? นี่...หมายความว่ายังไง! เธอเป็นคู่หมั้นของประธานจางอย่างนั้นหรอ!!”
เดิมทีเซิ่นเจ๋อก็มีความคาดหวังไม่น้อยเกี่ยวกับคุณหนูเหลียนผู้นี้ เขาไม่ได้รังเกียจว่าเธอจะเป็นเด็กสาวจากภรรยาน้อยหรือไม่ แต่ที่เขาสนใจก็คือครอบครัวของเธอมีอำนาจขนาดไหน แล้วฐานะของเธอในตระกูลเหลียนเป็นอย่างไรต่างหาก ทว่า...ทันทีที่ได้ยินว่าสถานะของเธอก็คือคู่หมั้นของประธานจางคนนั้น ยังคิดว่าเขาจะสามารถเข้าใกล้เธอได้อยู่หรือ?
เห็นเขาไม่ต้องการชีวิตนี้แล้วรึไง!!
ก่อนที่เซิ่นเจ๋อจะคิดไปไกลมากกว่านี้ ผู้นำข่าวมารายงานรีบอธิบายต่อไปทันทีเพื่อไม่ให้ถูกตำหนิ
“คุณชายครับ แม้ว่าจะเป็นว่าที่คู่หมั้นของประธานจาง แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งคู่ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรเลยครับ การหมั้นหมายเป็นตระกูลจางที่พยายามจะจับคู่ให้ทั้งสอง ซึ่งตระกูลเหลียนก็เห็นด้วย ทว่า...ประธานจางนั้นไม่ยินยอม เขาปฏิเสธการหมั้นหมายตั้งแต่ตอนเริ่มต้นชัดเจนไปแล้ว แต่เพราะความสัมพันธ์เช่นนี้ จนกว่าประธานจางจะแต่งงานกับคนอื่นจริงๆ ผู้ชายมากมายย่อมไม่กล้าเข้าใกล้เธอ ทำให้คุณหนูเหลียนจึงยังเป็นโสดอยู่เช่นทุกวันนี้ครับ”
“เหอะ! นั่นก็สมควรแล้วไม่ใช่หรือไง ต่อให้เป็นคนที่ประธานจางไม่ต้องการ แล้วคิดว่าพวกเราสามารถเสนอหน้าเข้าไปเพื่อบอกความต้องการอยากจะสานความสัมพันธ์ได้หรือ? ผู้คนที่ต้องรอให้ประธานจางชัดเจนมากกว่านี้ว่าไม่เอาก็ถูกต้องแล้ว แต่ใครจะรู้...หลังจากนี้อีก 10 ปี ประธานจางคนนั้นจะได้แต่งงานแล้วหรือยัง” เซิ่นเจ๋อนึกถึงชื่อเสียงของประธานจางแล้วก็รู้สึกเสียดาย
ถ้าต้องรอจนกว่าประธานจางคนนั้นแต่งงาน ไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้แต่งกับคุณหนูเหลียนผู้นั้นหรือไม่...
ประธานจางคนนี้จะรักชอบใครเป็น เขาไม่ใช่ว่าเห็นแค่เครดิตสำคัญงั้นหรือ? เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นเจ้าของเครดิตที่มากกว่าเขา นั่นแหละอาจจะทำให้ประธานคนนี้สนใจได้
แน่นอนว่าเรื่องนี้เซิ่นเจ๋อยังคงคิดผิดอยู่ สำหรับเรื่องการแต่งงานนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับประธานจางมาตั้งนานแล้ว ขอเพียงเด็กสาวผู้นั้นพยักหน้าตกลง มีหรือที่ประธานจางจะรอช้า เขาอาจจะรีบเหาะไปรับเธอมาเป็นเจ้าสาว ยกทรัพย์สินทั้งหมดที่ตัวเองมีอย่างไม่เสียดายเพื่อเธอเลยก็ได้
ทว่าเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่รู้และไม่เข้าใจ ทัศนคติของพวกเขาต่อประธานจางก็คือเครื่องจักรหาเครดิตไม่ใช่มนุษย์ ดังนั้นความคิดของเซิ่นเจ๋อจึงอยู่ในการคาดการณ์ของผู้รายงานอยู่แล้ว
“ใช่ครับ แต่ถ้าคุณชายไม่ได้เข้าหาเธออย่างเปิดเผยล่ะครับ”
“หมายความว่ายังไง...” เซิ่นเจ๋อเลิกคิ้วขึ้น ไม่เข้าใจว่าคนของเขาอยากจะบอกอะไรกันแน่
“ระหว่างสืบสวน ผมก็ได้พบเจอร่องรอยบางอย่างเข้า ปรากฏว่าคุณหนูรองเหลียนผู้นี้เป็นเด็กสาวที่น่าสงสารมากครับ เพราะทุกคนไม่กล้าเข้าหาเธอเนื่องจากประธานจาง ดังนั้น...คุณหนูรองเหลียนจึงแทบจะไม่เคยสัมผัสคำว่ารักเลย ในอดีตเคยมีคนรักเพียงคนเดียว น่าเสียดายที่คนรักผู้นั้นตายไปเนื่องจากความผิดพลาดในการทดลองของตัวเอง สุดท้ายตอนนี้จึงเหงาเปล่าเปลี่ยวมาก”
“ถ้าคุณชายเข้าไปในช่วงนี้ คุณหนูรองเหลียนจะต้องรักคุณชายมากแน่ๆ ซึ่งคุณชายสามารถคบหากับเธอแบบลับๆได้ ถ้าคุณชายทำให้คนหลงรักได้ ระหว่างนี้คุณชายจะต้องได้ประโยชน์ไม่น้อยแน่ครับ”
“กับคนรักเก่าของคุณหนูรองเหลียน ก่อนตาย...คุณหนูรองสามารถยกระดับฐานะของครอบครัวเขา จากเป็นชนชั้นกลางที่เขตชั้นกลาง กลับกลายเป็นคนร่ำรวยระดับสูงของเขตชั้นกลางเลยครับ ทั้งยังมีร่องรอยการใช้เงินประมาณ 100 ล้านเครดิตเพื่อคนรักเก่าผู้นั้น ถ้าหากเขาไม่ตายเร็วเกินไป อาจจะทำเงินไปมากกว่า 100 ล้านเครดิตก็ได้”
“แม้เธอจะเป็นแค่คุณหนูรอง แต่ผู้นำตระกูลเหลียนก็ชอบลูกสาวคนนี้มาก ดังนั้นจึงให้เงินกับเธอเอาไว้ใช้มากมาย ถ้าไม่ใช่เพราะหมดไปกับการศึกษาการปรุงยาแบบใหม่ๆ หรือการเรียนรู้ของเธอ ก็น่าจะมีเงินเก็บมากมายมหาศาลแล้ว”
ยิ่งพูด คนก็ยิ่งตื่นเต้น แถมยังทำให้เซิ่นเจ๋อตื่นเต้นไปด้วย
“ดี ดีจริงๆ เป็นหญิงสาวที่ดีจริงๆ” ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ขาดเงินแต่ขาดความรัก ตัวเขาสามารถมอบความรักได้แต่ขาดเงิน เช่นนั้นไม่ใช่เหมาะสมกันมากหรือ?
“ถ้าอย่างนั้นก็สืบเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของเธอมาให้ฉัน ฉันต้องการช่วงเวลาเหมาะๆในการเข้าหาเธอ แน่นอนว่าพยายามทำอย่างลับๆด้วย ฉันไม่ต้องการให้คนอื่นเห็น โดยเฉพาะคนของประธานจาง”
“เข้าใจแล้วครับ ผมจะรีบไปทำงานให้เดี๋ยวนี้” เมื่อได้รับคำสั่ง คนของเซิ่นเจ๋อก็รีบไปจัดการทันที ทั้งสองคนเจ้านายและลูกน้องมีความคาดหวังเกี่ยวกับสิ่งนี้มาก ในขณะเดียวกัน...เวลานี้ที่เขตชั้นกลางก็กำลังเกิดความวุ่นวายแล้ว
“คุณหนูผู้นี้ พวกเราไม่ต้องการเงินค่าเสียหายอะไรครับ ยังไงพวกเราก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย อีกอย่าง...เป็นพวกเราที่ผิดต่อคุณหนูเช่นกัน” เด็กหนุ่มรีบโบกมือปฏิเสธ แม้ว่าอีกฝ่ายจะเสนอเงิน 10,000 เครดิตเพื่อชดเชยให้ แต่เงินนี้ไม่ใช่ของที่พวกเขาควรจะได้รับ
จริงอยู่ที่เจ้านายสอนให้เขาเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการหาเงิน การใช้เล่ห์เหลี่ยมหรือแม้แต่กลโกง แต่ทั้งหมดยังต้องเลือกคนที่จะใช้ด้วย ถ้าเป็นหญิงสาวที่จิตใจดีคนนี้...เขาไม่ควรจะสร้างความเดือดร้อนให้เธอ ยิ่งเป็นการเอาเปรียบเช่นนี้ยิ่งไม่ควร
หลิ่วโป แท้จริงแล้วเป็นเขา! เพราะก่อนหน้านี้คุณหนูคนงามตรงหน้ากำลังรีบร้อนมาก เธอจึงให้คนของตนเองรีบพามาส่ง แต่เพราะความร้อนใจของทั้งเธอและผู้นำทาง สุดท้ายก็เผลอทำให้หลิ่วโปได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทางหลิ่วโปเองไม่ได้คิดเช่นนั้น เรื่องนี้ตัวเขามีส่วนผิดที่ไม่ระวังในการใช้ทางเอง ดังนั้นจะบอกให้คุณหนูตรงหน้าชดเชยได้อย่างไร
“เอาเงินนี้ไปเถอะ สำหรับพวกเรามันไม่ได้มีค่าอะไรขนาดนั้น แต่สำหรับเธอแล้ว...เงินนี้คงจะช่วยเปลี่ยนชีวิตของเธอได้” หญิงสาวกล่าวขึ้นมา มองเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าตนเองน่าจะ 4-5 ปีด้วยสายตาเย็นชา
ไม่สิ! แบบนี้ดูแล้วไม่เหมือนสายตาเย็นชานัก แต่เหมือนสายตาของผู้ที่หมดอาลัยตายอยากเสียมากกว่า ราวกับเธอกำลังใช้ชีวิตเฉกเช่นคนไม่มีชีวิตอยู่ หลิ่วโปเห็นดังนั้นก็รู้สึกสงสัยอย่างมาก
ตัวเขาใช้ชีวิตอยู่เพื่อแก้แค้น ย่อมคุ้นเคยกับสายตาของผู้โกรธแค้นมาก ทว่า...สายตาที่ไม่มีความหวังที่จะใช้ชีวิตอยู่อีกนี้ ช่างเป็นสายตาที่เขาไม่ค่อยได้พบเจอจริงๆ
“ผมมีเงินมากพอที่จะใช้จ่ายแล้ว ชีวิตนี้ทำงานให้เจ้านายที่ดีย่อมไม่ลำบาก ส่วนเรื่องการเปลี่ยนชีวิตนั้น..ผมไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินของคุณครับ เจ้านายของผมมอบชีวิตใหม่นั้นให้ผมแล้ว ถ้าหากเงินนี้ช่วยเปลี่ยนชีวิตใครสักคนได้...อย่างนั้นก็ช่วยเปลี่ยนให้คุณหนูมีความสุขมากกว่านี้เถอะครับ”
หลิ่วโปพูดตามความรู้สึกของตนเอง ตัวเขารู้ว่าไม่มีความสุขเพราะอะไร ดังนั้นเป้าหมายในการมีชีวิตจึงยังอยู่ ทว่า...ถ้าเด็กสาวตรงหน้าผู้นี้ไม่ได้ลำบากอะไร ไม่มีความแค้นที่เป็นแรงผลักดัน อย่างนั้น...เธอก็มองหาความสุขได้ไม่ใช่หรือ? เน้นการใช้ชีวิตให้มีความสุขก็ได้แล้ว ต่อไปจะได้ไม่ต้องมีสายตาเช่นนี้อีก
หญิงสาวที่อายุมากกว่าชะงักไป มองดูมือของตนเองที่ยื่นไปหาเด็กหนุ่ม กลับกลายเป็นว่ามันชะงักค้างอยู่อย่างนั้น
คนที่ต้องการเปลี่ยนชีวิตก็คือเธอหรือ? เป็นเธอจริงๆนั่นแหละ!
ก่อนหน้านี้ เหลียนซิ่วอิงเป็นเด็กสาวที่สดใสมาก กระทั่งครอบครัวของเธอพยายามบังคับให้เธอเข้าหาตระกูลจาง พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อกลายเป็นภรรยาของเขา แต่ประธานจางคนนั้นชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่ต้องการเธอ ตัวเขาไม่สนใจผู้หญิงคนไหนและไม่สนใจเธอด้วย แทนที่ครอบครัวของเธอจะหยุดเพียงเท่านั้น พวกเขากลับไม่ยอม
ไม่เพียงแค่กดดันเธอทุกๆวัน ยังพยายามหาโอกาสให้เธอไปที่ตระกูลจางด้วย ชีวิตของเธอที่ต้องแบกรับเรื่องน่าอับอายนี้ทำให้ซิ่วอิงไม่มีความสุขเลย
จริงอยู่ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยมีคนรัก มีคนที่ทำให้หัวใจเต้นรัวและอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ถึงจะเป็นความฝันลมๆแล้งๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเป้าหมายอะไรเลย ทว่า...ใครจะคิดว่าคนรักของเธอนั้น สุดท้ายก็ต้องตาย
ซิ่วอิงรู้ว่าอุบัติเหตุนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุทั่วไป แต่ดูเหมือนมีใครบางคนต้องการเล่นงานเขาเพื่อให้เธอไม่สามารถมีความรักแล้วทำผิดต่อประธานจางได้
เธอไม่เคยโทษประธานจาง คนผู้นั้นชัดเจนมาตลอด อีกทั้งตัวเขาและตระกูลจางก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนัก ทว่า...คนที่ซิ่วอิงกำลังโทษก็คือตัวของเธอเอง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมีสายเลือดของผู้นำตระกูลอยู่...หรือถ้าเธอใจกว้างยิ่งกว่านี้ ถ้าหากตอนที่คนรักของเธออยากพาเธอหนีไปจากตระกูลเหลียนที่มีดีแต่เงิน หากแต่ไร้ความเมตตาให้กันนี้ แล้วเธอเห็นด้วยกับเขา เวลานี้...เขาอาจจะยังไม่ตายก็ได้
ทั้งหมดเป็นเพราะเธอเอง เป็นเพราะเธอขี้ขลาดเกินไป!
หญิงสาวมองเด็กหนุ่มตรงหน้า น้ำตาของเธอค่อยๆไหลรินลงมา อดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปเล็กน้อยเพื่อแตะบ่าของเขา เธอพูดออกมาทั้งน้ำตา
“ฉันเปลี่ยนไม่ได้อีกแล้วล่ะ ชีวิตของฉันนี้มันถูกทำลายไปเรียบร้อยแล้ว..” เห็นซิ่วอิงเป็นเช่นนี้ หลิ่วโปกลับมีดวงตามืดครึ้มลง
อีกฝ่ายเป็นคุณหนูผู้ร่ำรวย มีเงินทองให้ใช้ไม่ต้องอดยาก ถ้าเทียบกับพ่อของเขาที่อยากมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อหาเงินมาซื้อสารอาหารระดับต่ำให้กับเขา คนที่อยู่ตรงหน้ากลับคิดว่าตัวเองถูกทำลายงั้นหรือ?
เธอเข้าใจคำว่าชีวิตของคนที่ถูกทำลายจริงหรือเปล่า...
“แม้จะมีคำกล่าวว่า ไม่เข้าใจความทุกข์ของผู้อื่นก็ไม่ควรตัดสินผู้อื่นอยู่ก็เถอะ แต่ในทางกลับกัน...ผมอยากให้คุณหนูลองทำความเข้าใจกับชีวิตของผู้อื่นให้มากกว่านี้ ถ้าในเขตชั้นกลางมองไม่เห็น คุณหนูลองไปดูที่เขตชั้นนอกเถอะครับ”
“ผมไม่รู้หรอกว่าคุณเจออะไรมา และผมจะไม่อยากรู้ด้วย ผมเชื่อว่าคนที่รู้ดีทุกอย่างก็คือตัวคุณเอง แต่บางครั้ง...ความโชคดีในชาติกำเนิดของคุณอาจจะทำให้คุณมองไม่เห็นบางสิ่งบางอย่างจนสายตาของคุณคับแคบเกินไป”
“ลองไปดูชีวิตของพวกเขา แล้วตัดสินใจอีกครั้งว่าชีวิตของคุณถูกทำลายแล้วจริงๆหรือไม่...อ้อ แล้วก็เอาเงิน 10,000 เครดิตนี้ไปด้วยนะครับ ผมเชื่อว่าคุณจะเข้าใจหลังได้เห็นทุกอย่างแล้ว”
หลิ่วโปพูดจบก็ส่ายหน้า เขาไม่ต้องการสนทนากับหญิงสาวอีก รู้ดีว่าเรื่องแบบนี้จะต้องเป็นเธอที่เข้าใจมันด้วยตัวเอง เหลียนซิ่วอิงไม่เข้าใจว่าเด็กหนุ่มกำลังโกรธอะไรเธอกันแน่ เธอต้องการให้เงินเขา แต่เขากลับแสดงความไม่พอใจออกมาเสียอย่างนั้น
“คุณหนู....พวกเรายังจะไปต่อไหมคะ”
“อ้อ อืม...”
“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณหนูเข้าข้างในเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะสั่งให้เดินทางต่อแล้ว”
“อ้อ ได้”
“..............” หญิงสาวหันหลังและเตรียมเข้าไปข้างใน ทว่า...คำพูดของเด็กหนุ่มยังวนเวียนในหัว สุดท้ายเธอก็เพิ่มคำสั่งออกไป
“หลังจากเยี่ยมป้ายศพแล้ว ก็พาฉันไปที่เขตชั้นนอกหน่อยนะ”
“เรื่องนั้น....” คนดูแลลังเลเล็กน้อย คุณหนูของพวกเธอไม่เคยได้เจอภาพที่น่าสมเพชเหล่านั้น เกรงว่าถ้าเธอเห็นเข้าจะรู้สึกเสียสายตา อย่างไรก็ตาม...เรื่องที่เด็กหนุ่มพูดก่อนหน้านี้ พวกเธอก็ได้ยินทั้งหมด
บางที...นี่อาจจะเห็นเส้นทางที่ทำให้คุณหนูของพวกเธอกลับมามีความสุขอีกครั้งก็ได้ สุดท้ายแล้วนี่ยังเป็นความต้องการของคุณหนูด้วย หลังจากคิดเล็กน้อย...ผู้ดูแลก็พยักหน้ารับ
“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะพาคุณหนูไปเขตชั้นนอกนะคะ”
…………………………….