LNCrawler

บทที่ 314 ปุ๋ยวิเศษ (อ่านฟรี 15 ม.ค. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 314 ปุ๋ยวิเศษ (อ่านฟรี 15 ม.ค. 69)

บทที่ 314 ปุ๋ยวิเศษ

 

ความอุดมสมบูรณ์ของแปลงเพาะปลูกที่ถูกฟื้นฟูให้กลับมาจากค่าติดลบจนกลายเป็นค่าปกติเริ่มต้นที่ 0 นี้ทำให้บรรยากาศของแปลงเพาะปลูกรอบๆดีขึ้นไปด้วย

            

ซูหยวนมองดูแปลงเพาะปลูกที่เกือบจะใช้การได้ ขอเพียงเพิ่มสารอินทรีย์เล็กๆน้อยๆเข้าไปก็จะทำให้มันฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์แล้วก็รู้สึกพอใจมาก ด้วยค่าความสมบูรณ์ของพวกมันนี้ ซูหยวนสามารถเริ่มต้นการโยนวัชพืชกระดาษลงไปได้เลย เนื่องจากมันเป็นพืชที่สามารถเติบโตได้ทุกสถานการณ์ ต่อให้เป็นแปลงเพาะปลูกที่มีค่าความสมบูรณ์ต่ำขนาดไหน ขอแค่ไม่ติดลบก็จะใช้การได้แล้ว

            

ส่วนแปลงเพาะปลูกที่เธอตั้งใจจะเก็บเอาไว้เพาะปลูกพืชผักสร้างรายได้ในระยะสั้น ซูหยวนจะใช้น้ำบริสุทธิ์ร่วมกับสารบำรุงดินอีกเล็กน้อย ต่อให้เธอไม่อยากซื้อทรัพยากรเหล่านั้นที่ฉวยโอกาสขึ้นราคา ทว่า...เครดิตที่ต้องจ่ายออกไป กลับจะสร้างกำไรให้มากกว่าเดิมมาก ทั้งยังทำให้ผู้คนไม่สงสัยด้วย เธอไม่อยากเป็นคนเสียน้อยเสียยากเสียมากจึงจะเสียง่ายๆ ดังนั้นย่อมไม่ทิ้งร่องรอยอะไรที่น่าสงสัยเอาไว้

 

“เจ้านายอัน พวกเราจะเริ่มการเพาะปลูกครั้งต่อไปแล้วหรือ?” นักล่าของพ่อคนหนึ่งถามอย่างตื่นเต้น ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ค่อยได้ทำงานอะไรเลยจึงรู้สึกผิดอยู่บ้าง

            

ตอนที่ซูหยวนสั่งไม่ให้เริ่มลงมือเพาะปลูกแล้วรอให้เริ่มต้นพร้อมกับเกษตรกรแปลงข้างเคียงสองคน ต่อให้พวกเขาจะใช้เวลาว่างในการพรวนดินหรือตรวจสอบเขตแปลงเพาะปลูก จัดแต่งที่พักสำหรับเฝ้าระวัง และอื่นๆ แต่มันก็ยังมีเวลาว่างมากมายอยู่ดี ด้วยเงินเดือนที่เจ้านายอันคนนี้มอบให้ พวกเขารู้สึกว่ากำลังเอาเปรียบลูกของเพื่อนสนิทอยู่

            

แม้เธอจะบอกว่าหลังจากนี้งานของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรมากนัก นอกจากการหว่าน “ปุ๋ย” ที่เจ้านายมอบให้เพื่อฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกวันละเล็กวันละน้อยนั่น ก็แทบจะไม่ได้ทำอย่างอื่นอีก ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขากระตือรือร้นมากเมื่อเห็นว่าอันซูหยวนกำลังแช่เมล็ดพันธุ์ลงในน้ำแล้ว

 

“ใช่ค่ะ แต่ก่อนหน้านี้ทุกคนดูแล 1 แปลงเพาะปลูก หลังจากนี้ฉันจะขอให้งานเพิ่มเป็น 2 แปลงเพาะปลูกนะ”

 

“โอ้ ดีเลย พวกเราไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ว่า...แปลงเพาะปลูกมากมายที่เหลือนี้....” เดิมทีพวกเขาคิดว่าจะต้องแบ่งกันคนละ 10 หรือ 20 แปลงเพื่อดูแล ก็ไม่ใช่ว่าแปลงเพาะปลูกที่เจ้านายได้รับมามีจำนวนเพิ่มเป็น 100 แปลงแล้วหรือ? เช่นนั้นหากไม่รับคนเพิ่ม ก็เท่ากับงานพวกนี้ควรเป็นของเขาสิ

 

“ครึ่งหนึ่งเพาะปลูกพืช อีกครึ่งที่เหลือที่ไม่มีคนดูแล ฉันจะปล่อยให้วัชพืชกระดาษเติบโตค่ะ”

 

“โอ้ วัชพืชกระดาษนี่เอง!”

 

“วัชพืชกระดาษไม่ได้ไร้ราคาอีกแล้ว ก่อนหน้านี้องค์กรเกษตรกรขายวัชพืชกระดาษมีรายได้เพิ่มขึ้นมาก ตอนนี้ก็ยังโยนวัชพืชกระดาษลงไปอีกหลายแปลงที่ยังว่างอยู่ ต่อไปกระดาษคงจะมีราคาถูกขึ้นมาก นี่เป็นเรื่องที่ดีจริงๆ”

 

“ใช่ๆ วัชพืชกระดาษพวกนี้เติบโตเร็ว แล้วไม่ต้องลงทุนลงแรงมาก ถ้าเพาะปลูกพวกมันได้ ก็เหมือนกับเป็นการได้เงินมาฟรีๆ”

 

“แต่ว่า...แปลงเพาะปลูกพวกนี้ที่ใช้ปุ๋ยคุณภาพสูงลงไปเพื่อฟื้นฟู หากใช้ปลูกวัชพืชกระดาษที่มีราคาถูกกว่าพืชผักทั่วไป จะคุ้มกับที่ลงทุนไปหรือเปล่า” หลายคนตื่นเต้นยินดีไปกับอันซูหยวน แต่ก็มีบางคนเป็นกังวลด้วยเช่นกัน

            

เพราะพวกเขาไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่คนงานเท่านั้น ทั้งไม่ได้มองว่าความสำเร็จของอันซูหยวนไม่เกี่ยวกับพวกเขา หากแต่ทุกคนหวังดีต่อเธอ อยากให้เธอประสบความสำเร็จ เพราะนั่นหมายความว่าพวกเขาได้ตอบแทนความช่วยเหลือของเธอที่ทำให้ตัวเองไม่ต้องไปเสี่ยงตายในพื้นที่ล่าระดับสูง แถมยังทำให้ครอบครัวยังอิ่มท้องแม้ในวันที่เธอเองก็เพาะปลูกไม่ได้

            

ความกรุณานี้ทำให้พวกเขามีความรู้สึกร่วมกับเธอไปด้วย เมื่อเธอประสบความสำเร็จ พวกเขาก็เหมือนประสบความสำเร็จ แต่เมื่อเธอสูญเสีย พวกเขาก็ร่วมโกรธไปด้วย

 

“ไม่ต้องกังวลค่ะ ต่อให้ใช้เพาะปลูกวัชพืชก็จะได้กำไรอยู่ดี”

 

“โอ้ ได้กำไรจริงๆใช่ไหม”

 

“เยี่ยมๆ นั่นเป็นเรื่องดีมาก” เมื่อได้รับยืนยันแล้ว ทุกคนก็สบายใจกันได้เสียที ตอนนี้การพูดคุยของพวกเขาไม่ต้องหลบๆซ่อนๆอีกแล้ว แปลงเพาะปลูกทั้งหมดนี้เป็นของเจ้านายอันซูหยวน ไม่มีเกษตรกรคนอื่นจะเข้ามาวุ่นวายหรือพูดจาจิกกัดอย่างก่อนหน้านี้อีก บรรยากาศของพวกเขาจึงเฮฮาบ้าง เปิดเผยบ้าง นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

            

ทว่า...เพราะไม่มีคนอื่นอยู่ที่นี่อีกแล้ว ทันทีที่มีแขกผู้ไม่ได้รับเชิญมาที่แปลงเพาะปลูกจำนวนมาก พวกเขาก็รู้ทันทีว่าจะต้องเป็นเรื่องของเจ้านายอันแน่

 

“เจ้านาย! พวกคนขององค์กรเกษตรกรมาที่นี่อีกแล้ว มากันเป็นสิบคนเลย!” คนที่เฝ้าระวังอยู่ข้างนอกวิ่งเข้ามาบอกข่าวให้ ทุกคนชะงักไปเล็กน้อย ถ้าเป็นก่อนหน้านี้พวกเขานั้นไม่รู้จักตัวตนของสมาชิกองค์กรเกษตรกรพวกนี้เลย แต่หลังจากที่ช่วยงานในเขตชั้นในเป็นเวลานานขนาดนี้ ย่อมต้องรู้จักพวกเขาบ้าง

            

ก่อนหน้านี้ตัวเองก็เคยได้เจอรองประธานฯขององค์กรที่ผู้คนพูดกันว่าเป็นคนเจ้าระเบียบ ถ้าทำผิดต่อหน้าเขาจะต้องถูกลงโทษโดยไม่มีการอะลุ่มอล่วย ไหนจะมีผู้อาวุโสผู้มากประสบการณ์มากมาย ตอนนั้นพวกเขาไม่ได้รู้จักกิตติศัพท์ของทุกคนจึงมองดูอย่างกล้าๆกลัวๆ ทว่าหลังจากที่พวกเขาได้รู้แล้วว่าแต่ละคนใหญ่โตมาจากไหน เวลานี้กลับเหลือแค่ความกลัวเท่านั้น!

 

“มะ มาเป็นสิบเลยหรือ?”

 

“เจ้านาย! หรือว่าพวกเขาจะมาเอาแปลงเพาะปลูกคืน”

 

“ตะ ต้องใช่แน่ๆ คนพวกนั้นมีอำนาจในองค์กรเกษตรกรมาก ถ้าพวกเขาอยากทำอะไรก็ต้องทำได้อยู่แล้ว พวกเราอาจจะเดือดร้อนแล้ว”

 

“เนื่องจากพวกเราไม่มีอำนาจใดๆ จะถูกรังแกก็เป็นเรื่องง่ายๆเท่านั้น แต่เจ้านายไม่ต้องกังวล ต่อให้พวกเราไม่มีอำนาจอะไร แต่พวกเราก็มีเรี่ยวแรงมากแน่นอน พวกเขาเป็นแค่คนอายุมากเท่านั้น ถ้าต้องสู้กัน...กำลังของพวกเราจะเอาชนะได้ไม่ยาก”

            

แต่ละคนแสดงความคิดออกมาต่างกัน บางคนกล้าหาญแต่ไม่ได้คิดให้ลึกซึ้ง คิดว่าคนอื่นรังแกก็แค่ต่อสู้กลับ ทว่าบางคนกลับรู้ยิ่งกว่า ถ้ามีการปะทะกันจริงๆ...คนที่จะเดือดร้อนก็คือพวกเขา รวมทั้งเจ้านายอันด้วย

            

ไม่ใช่แค่เดือดร้อนเพราะการต่อสู้ทางร่างกาย แต่เมื่อพวกเขาเอากฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวเองต่อสู้ไป...ครอบครัวกลับจะถูกลากไปลงโทษพร้อมกันทั้งหมด!

 

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลมากนัก”

 

“แต่ว่า...”

 

“เชิญพวกเขาเข้ามาเถอะ” ซูหยวนโบกมือ เธอรู้ว่าคนพวกนี้มาเพื่ออะไร ทั้งยังรอต้อนรับพวกเขาอยู่ก่อนแล้วด้วย

            

หญิงสาวไปนั่งที่มุมพักผ่อนซึ่งปรับปรุงใหม่โดยนักล่าผู้ว่างงานทั้งหลาย มันดูดีมากขึ้นไม่น้อย เหมือนกับสถานที่พักผ่อนหย่อนใจไม่มีผิด รอบๆมีสีเขียวของพืชผักที่เติบโตอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นอายความมีชีวิตชีวานี้ดีมาก ถ้าในแปลงเพาะปลูกสามารถถอดชุดป้องกันรุ่มร่ามพวกนี้ได้เมื่อไร มันก็คงเหมือนกับบรรยากาศที่นักท่องเที่ยวไล่ตามหาธรรมชาติไม่มีผิด

            

เธอมองดูด้านหน้าทางเข้าที่ตอนนี้มีคนขององค์กรเกษตรกรเดินเข้ามา สีหน้าของรองประธานฯนั้นแจ่มชื่นมาก ยิ่งเมื่อเขาได้เห็นแปลงเพาะปลูกแห้งแล้งและไม่น่าจะกลับมาใช้งานได้อีกก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นสีดำของค่าความสมบูรณ์เริ่มต้น เขาก็ยิ่งคลี่ยิ้มกว้างมากกว่าเดิมเป็นสิบเท่า

 

“เกษตรกรอัน!” 

 

เขารีบเข้ามาพบเธอ แม้ใจจะอยากวิ่งลงไปสำรวจแปลงเพาะปลูกนั้นให้รู้ว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้น หากเป็นไปได้ก็อยากจะใช้ประสาทสัมผัสเพื่อตรวจสอบ เผื่อจะรู้ว่าอันซูหยวนใส่อะไรลงไปจึงทำให้ความอุดมสมบูรณ์ถูกฟื้นคืนกลับมาได้ ทว่า...ที่นี่เป็นแปลงเพาะปลูกของผู้อื่น ไม่ใช่แปลงในการทดลองของตน เขาจะทำแบบนั้นได้อย่างไร กลัวว่าถ้าเสียมารยาทต่อเธอ คงไม่วายจะถูกหญิงสาวไล่ออกไปแล้วไม่ยอมบอกเรื่องการฟื้นฟูเลยแม้แต่น้อยน่ะสิ

 

“รองประธานฯ ไม่ทราบว่าพวกคุณมาที่นี่ทำไมหรือ?”

 

“ฮ่าๆ เกษตรกรอัน เรื่องนี้คุณคงเดาได้อยู่แล้วใช่ไหม ระหว่างพวกเราสนิทสนมกันขนาดนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อมไปหรอก” คนกล่าวอย่างหน้าไม่อาย ยกตัวเองมาสนิทกับอันซูหยวนเสียอย่างนั้น

 

“จู่ๆพวกท่านก็มาที่นี่ จะให้ฉันเดาได้อย่างไร...”

 

“ฮ่าๆ ล้อเล่นแล้วเกษตรกรอัน ความสำเร็จของคุณในการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกที่ถูกทำลายโดยแมลงกัดกินนี้เป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ ถ้าพวกเราไม่รีบมาแสดงความยินดีเรื่องนี้แล้วจะให้มาเรื่องไหนอีก” คนเป็นรองประธานฯหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

 

ในขณะเดียวกัน...เกษตรกรผู้อาวุโสทั้งหลายก็ได้รับการยืนยันข้อเท็จจริงแล้วว่าวันนี้พวกเขามาที่นี่เพื่อสิ่งใด เดิมทีพวกเขารู้สึกว่าแปลงเพาะปลูกของเกษตรกรอันนั้นแปลกๆ จากที่เคยเห็นกับสิ่งที่เห็นตอนนี้มีบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน มันเกิดความเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่จำไม่ได้ว่าเปลี่ยนอย่างไร

 

กระทั่งรองประธานฯพูดเรื่องแมลงกัดกินนี่แหละ พวกเขาจึงจำได้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่! ปรากฏว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้น มันก็คือแปลงเพาะปลูกที่ถูกทำลายไปก่อนหน้านี้ กลับกลายเป็นแปลงเพาะปลูกที่มีสีดำของความอุดมสมบูรณ์เสียแล้ว 

 

แปลงเพาะปลูกที่ถูกแมลงกัดกินทำลายไปจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างน้อยเป็นสิบปี แถมยังต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อจัดการด้วย ดังนั้นไม่น่าแปลกใจเลยที่องค์กรจะตัดสินใจทิ้งพวกมันไป แทนที่จะพยายามฟื้นฟูให้กลับมาใช้ได้อีกครั้ง 

 

แต่ว่า...ด้วยความสำเร็จอีกครั้งของเกษตรกรอัน แปลงเพาะปลูกที่ถูกทำลายสิ้นพวกนี้กลับสามารถใช้งานได้อีกครั้งแล้ว นี่...นี่ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ขององค์เกษตรกรเลยหรือ?

 

หากมีวิธีการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกพวกนี้จริงๆ องค์กรเกษตรกรของพวกเขายังจะต้องกลัวแมลงกัดกินที่พวกนักล่าชอบเอามาใช้ข่มขู่อีกหรือไง! 

 

ทางอันซูหยวนหลังจากได้ยินคำพูดตรงไปตรงมาของรองประธานฯ เธอก็ทำได้แค่คลี่ยิ้มจางๆออกมาเท่านั้น ทว่า...ท่าทางที่เธอแสดงออกมา ไม่คล้ายว่าอยากจะเปิดเผยวิธีการลับของตนเองเลยแม้แต่น้อย

 

“ถ้าเป็นเรื่องนั้น ก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆค่ะ โชคดีที่ปุ๋ยของฉันใช้การได้ ไม่อย่างนั้นการขอสิทธิในการจัดการแปลงเพาะปลูกทั้งหมดคงเสียเปล่าแล้ว” หญิงสาวไหวไหล่ของตนเองในขณะที่พูดอย่างสบายๆ แต่คนเป็นรองประธานฯกลับจับใจความสำคัญของคำพูดนี้ได้ทันที

 

“โอ้ เกษตรกรอันใช้ปุ๋ยเพื่อฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกงั้นหรือ? ว่าแต่...มันคือปุ๋ยอะไรกันล่ะ” 

 

“เรื่องนั้น.....” หญิงสาวชะงักไป แสดงออกราวกับว่าตัวเองพลาดท่าแล้วที่พูดเรื่องปุ๋ยนี้ 

 

“เกษตรกรอัน ขอบอกตามตรง...องค์กรของพวกเรามีความยากลำบากในการจัดการแปลงเพาะปลูกเหล่านี้มาก ทั้งยังมีจำนวนไม่น้อยเลย หากฟื้นฟูกลับมาได้ พวกเราก็จะสามารถใช้งานพวกมันได้ ไม่ต้องเสียทรัพยากรไปเปล่าๆ เรื่องนี้หวังว่าเกษตรกรอันจะเข้าใจ”

 

“ใช่แล้ว เรื่องนี้ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของวงการเกษตรกรเรา เกษตรกรอันก็เป็นเกษตรกรคนหนึ่ง คงไม่คิดจะปล่อยให้พื้นที่ที่ควรจะทำประโยชน์ได้เสียหายไปอย่างนั้นหรอกใช่ไหม”

 

“เกษตรกรอัน ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นความสำเร็จส่วนตัวของคุณ แต่ถ้าคุณสามารถบอกรายละเอียดให้องค์กรรู้ได้ พวกเราก็จะถือว่าติดหนี้บุญคุณของคุณครั้งใหญ่เลย ภายภาคหน้าถ้าเดือดร้อนอะไรขึ้นมา องค์กรพวกเราจะยืนอยู่ด้านหลังของคุณ สนับสนุนคุณตลอดไปแน่!” ต่างคนต่างพยายามพูดเรื่องดีๆออกมา ไม่ว่ายังไง...พวกเขาก็ต้องได้รู้วิธีการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกพวกนี้ให้ได้!

 

“เกษตรกรอันซูหยวน ในฐานะรองประธานฯ หากคุณเปิดเผยวิธีการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกพวกนี้ ฉันรับรองได้เลยว่าจะเลื่อนตำแหน่งให้คุณกลายเป็นเกษตรกรระดับสูงโดยที่ไม่ต้องเข้าร่วมการทดสอบใดๆอีก”

            

รองประธานฯเข้าใจว่าคำขอของพวกเขาเป็นการเอาเปรียบกันเกินไปหน่อย ดังนั้นแทนที่จะร้องขอฝ่ายเดียว พวกเขาจะต้องพูดสิ่งตอบแทนที่เธอจะได้รับด้วย ทว่า...ปัญหาเรื่องนี้ก็ยังมีอยู่

 

“ท่านรองประธานฯ สาเหตุที่ฉันอยากจะเลื่อนขั้นเกษตรกรของตนเองก็เพราะเรื่องจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่อยากได้เพิ่มขึ้น แต่ว่าเวลานี้...ฉันมีแปลงเพาะปลูกเป็นร้อยๆแปลงที่นี่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องการตำแหน่งอีก”

 

“เกษตรกรอันคิดง่ายเกินไปแล้ว แม้ว่าแปลงเพาะปลูกที่ได้รับจะมากมาย ทว่า...อย่าลืมเรื่องการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ด้วย ถ้าคุณกลายเป็นเกษตรกรระดับสูง จะสามารถเพาะปลูกสมุนไพรได้ หรือแม้แต่เช่าพื้นที่ระดับสูงได้แล้ว”

 

“โอ้ เรื่องนั้นยังไม่ได้อยู่ในแผนของฉันค่ะ ดังนั้น...”

 

“เกษตรกรอันอย่าเพิ่งปฏิเสธเลย เรื่องนี้เป็นพวกเราที่ต้องการเอาเปรียบคุณจริงๆ เอาอย่างนี้เป็นไร... ไม่ว่าคุณจะมีเงื่อนไขอะไร พวกเราจะขอรับเอาไว้ ดีหรือไม่?”

 

“เงื่อนไขอะไรก็ได้หรือ?”

 

“แน่นอน ขอแค่อยู่ในขอบเขตที่พวกเราจะให้ได้ เช่นนั้นก็จะให้แน่นอน”

 

“อืม ถ้าอย่างนั้น...พวกคุณสามารถให้ตำแหน่งเกษตรกรผู้ชำนาญกับฉันได้หรือเปล่า” คำถามนี้ของซูหยวนทำให้คนชะงักไป เดิมทีการมอบตำแหน่งเกษตรกรระดับสูงเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่กระดิกนิ้ว ทว่า...เกษตรกรผู้ชำนาญไม่เหมือนกัน

            

นอกจากจะต้องให้ผู้ต้องการเลื่อนตำแหน่งสร้างผลงานครั้งใหญ่แล้ว ก็ยังต้องให้ผู้อาวุโสทั้งหมดขององค์กรครึ่งหนึ่งลงชื่ออนุมัติ แล้วเงื่อนไขเรื่องอายุการเป็นเกษตรกรที่ต้องมากกว่า 15 ปีอีก ไม่ว่าจะเงื่อนไขไหนก็ไม่สามารถผ่านได้เลย...

 

……………………………