บทที่ 315 ความโกรธของประธานฯ (อ่านฟรี 16 มี.ค. 69)
บทที่ 315 ความโกรธของประธานฯ (อ่านฟรี 16 มี.ค. 69)
บทที่ 315 ความโกรธของประธานฯ
เห็นท่าทางลังเลของอีกฝ่าย ซูหยวนก็ยกยิ้มจางๆ เธอไม่ได้คาดหวังอยู่แล้วว่าพวกเขาจะยินยอมง่ายๆ แต่...พวกเขาต้องพิจารณาแล้วล่ะว่าการปล่อยพื้นที่หลายพันแห่งไว้เช่นนั้น กับการยกตำแหน่งให้เธอ อย่างไหนสำคัญกว่ากัน
แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้ารับปากตั้งแต่ตอนนี้ เพียงแค่พูดคุยอีกไม่กี่คำก็พากันจากไป เรื่องนี้ยังต้องเอาเข้าที่ประชุมใหญ่ขององค์กร ต้องเรียกผู้อาวุโสทั้งหมดเพื่อสอบถามความคิดเห็น ซึ่งเรื่องใหญ่เช่นนี้ทำให้ผู้คนมากมายไม่พอใจมาก ถ้าอันซูหยวนที่อายุสิบกว่าปีกลายเป็นเกษตรกรผู้ชำนาญ เท่ากับว่าเธอกำลังจะกลายเป็นผู้อาวุโสขององค์กรคนหนึ่งแล้ว เช่นนั้น...ตำแหน่งของพวกเขายังจะน่าเคารพอีกหรือไม่?
ย้อนดูตัวเอง ใช้เวลากี่ปีเพื่อเลื่อนตำแหน่ง แล้วเด็กคนหนึ่งที่เป็นนักล่าด้วยซ้ำ กลับก้าวห้ามหัวของพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่นนี้ช่วงเวลาที่ผ่านมาของตนเองก็เป็นการเล่นสนุกหรือ? ไม่ได้เรื่องงั้นหรือ?
ข้อถกเถียงของพวกเขาไม่ได้อยู่ในความสนใจของอันซูหยวนเลย เธอยังคงให้หนูขาวเร่งการผลิตปุ๋ยพิเศษนี้ต่อไป ซากกลายพันธุ์ที่ถูกจัดการกองอยู่จำนวนมาก แน่นอนว่าพวกมันถูกเพิ่มจำนวนโดยการใช้มูลของหนูขาวจากระบบเข้าไปอีก ทำให้มีสารอินทรีย์วัตถุเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย ผสมกันโดยใช้น้ำบริสุทธิ์ การจะใช้มันเป็นปุ๋ยวิเศษจึงไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร
นอกจากพวกหนูขาวจะผสมปุ๋ยพิเศษเหล่านี้ให้เข้ากันแล้ว ก็ยังทำอุปกรณ์สำหรับปั้นพวกมันให้กลายเป็นเม็ดเล็กๆเหมือนปุ๋ยที่คุ้นตาด้วย
พวกเกษตรกรของโลกนี้ไม่เคยเห็นปุ๋ยสูตรปุ๋ยเม็ดที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด พวกเขาใช้เป็นผงหรือไม่ก็เป็นก้อนๆ ซึ่งการใช้งานค่อนข้างยาก กว่าจะซึมลงในดินยังต้องใช้เวลาอีกมากโข ซูหยวนจึงปรับวิธีการของตนเองให้ง่ายขึ้น ดังนั้นพืชจะสามารถดูดซึมสารอาหารได้ง่ายขึ้นด้วย
ส่วนผสมของปุ๋ยวิเศษพวกนี้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ มีเพียงน้ำบริสุทธิ์เท่านั้นที่หาไม่ได้จากโลกนี้ ทว่า...ต่อให้เป็นผู้มีพรสวรรค์ในการตรวจสอบมาดูด้วยตัวเอง พวกเขาก็จะไม่พบความผิดปกติใดๆ
อันซูหยวนไม่รีบร้อน เพราะคนที่อยากได้ไม่ใช่เธอ ในทางกลับกัน...ประธานองค์กรเกษตรกรและรองประธานฯของเขากลับเหมือนคนบ้าในช่วงนี้
ณ ห้องทำงานของประธานองค์กร คนสามสี่คนกำลังนั่งหน้าดำครึ้มอยู่เช่นนั้น สีหน้าบ่งบอกว่าไม่รับแขกอย่างยิ่ง โดยเฉพาะรองประธานฯผู้เจ้าอารมณ์อยู่ก่อนแล้ว
“ไอ้พวกคนแก่โง่เง่าพวกนี้! เอาแต่พูดว่าตัวเองต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะเลื่อนขั้นแล้วอย่างไร? ถ้าพวกเขามีความสามารถเหมือนเกษตรกรอัน พวกเราก็จะขอให้เลื่อนขั้นเร็วๆเหมือนกันนั่นแหละ สุดท้ายเรื่องนี้ยังจะโทษใครได้ แค่บอกว่าตัวเองยังทำไม่ได้ ก็จะไม่ยอมให้คนอื่นผ่านไปได้งั้นหรือ?”
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้อาวุโสน้อยกว่าครึ่งยอมให้ผ่าน ในขณะที่เกินครึ่งกลับไม่ให้ผ่านเช่นนี้” อีกคนพูดสมทบบ้าง แต่การพูดของเขาดูใจเย็นกว่าไม่น้อย
“เหอะ! ถ้าพวกเขามีเหตุผลดีๆก็ยังเข้าใจได้ หรือถ้าพวกเขาสามารถคิดวิธีการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกได้เหมือนที่เกษตรกรอัน พวกเราก็จะไม่สนใจเกษตรกรอันอีก แต่พวกเขาทำได้หรือไม่? เป็นแค่คนแก่ที่เห็นแก่ตัวไปวันๆจริงๆ”
“ใจเย็นๆก่อนเถอะท่านรองฯ อย่างไรนี่ก็เป็นกฎ พวกเขามีสิทธิในการตัดสินใจเหมือนกัน”
“แต่กฎก็คือการตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผลและเที่ยงตรงไม่ใช่หรือ? ตอนนี้พวกเขาตัดสินกันแบบนั้นหรือเปล่า มีแต่พวกไร้สาระทั้งนั้น!” คนไม่ยอมลงง่ายๆ อารมณ์ของเขาพุ่งพล่านขนาดนี้แล้วจะยังพูดจาอย่างมีสติอีกได้อย่างไร
ในเมื่อคนพวกนั้นไม่ยอมให้หน้าเขาแล้วปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป เช่นนั้นเขาก็จะต้องพูดจาดีๆอีกทำไม!
“ท่านประธานฯ...” เห็นอีกฝ่ายไม่สนใจ ทั้งๆที่ดูจะโกรธที่สุดแล้ว ผู้ช่วยก็เรียกชื่อของเขาด้วยความประหลาดใจ อยากจะถามความคิดเห็นของเขาสักหน่อย ทว่าภาพที่เห็นก็คือ...ท่านประธานฯผู้สุขุมกำลังเขียนเอกสารคำสั่งอย่างจริงจังเสียอย่างนั้น
หรือว่า...ท่านจะไม่สนใจเรื่องการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกนี้แล้ว? ไม่สนใจจะผลักดันเกษตรกรอันเป็นเกษตรกรผู้ชำนาญแล้วหรือ?
“เอาล่ะ นำคำสั่งของฉันไปประกาศได้แล้ว”
“คำสั่ง? ประกาศ?” เดิมทีรองประธานฯที่เห็นคนเป็นประธานฯยังใจเย็นอยู่ได้ก็ไม่พอใจอยู่แล้ว ยิ่งเห็นว่าเขามีอารมณ์จะทำงานแล้วมีคำสั่งประกาศออกมาอีก ก็ยิ่งอยากจะพ่นไฟออกมา ทว่า...ตอนที่สายตาของเขาเหลือบไปเป็นคำสั่งนั้น กลับเปลี่ยนอารมณ์จากหลังมือเป็นหน้ามือทันที
“ฮ่าๆ ฮ่าๆ ต้องติดประกาศสิ ต้องรีบติดประกาศให้ได้!!”
ได้ยินเสียงหัวเราะของเขา ผู้ช่วยก็ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นเรื่องดีอะไร เขารีบรับเอกสารคำสั่งนั้นมาอ่าน ก่อนจะอ้าปากค้าง!
ปรากฏว่าประธานฯของพวกเขากำลังโกรธจัดแล้วจริงๆ กระทั่งทำเรื่องประกาศเช่นนี้ออกมาได้ด้วย นี่...นี่ไม่เท่ากับต้องการฆ่าพวกเขาทางอ้อมเลยหรือ?
ประกาศนั้นมีอะไร? ใช่แล้ว...ประกาศนั้นมีคำสั่งประหารชีวิตอยู่อย่างไรล่ะ! ถึงจะไม่ใช่การประหารโดยตรง แต่การออกคำสั่งให้ผู้อาวุโสทั้งหมดขององค์กรมาอยู่ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงจนกว่าจะคิดวิธีการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกที่ถูกแมลงกัดกินให้ได้ แล้วจะต้องสำเร็จดีกว่าสิ่งที่ “เกษตรกรที่แท้จริง” ผู้หนึ่งทำได้นั้น นี่ไม่ใช่การตบหน้าพวกเขาหรือ?
นอกจากเรื่องการตบหน้าอย่างแรงแล้ว ยังบอกว่าถ้าพวกเขาทำงานนี้ไม่สำเร็จก็ไม่ต้องออกมาจากที่ทำงานด้วย คำประกาศที่เด็ดขาดนี้มันอะไร? ผู้คนเหล่านี้มีใครบ้างไม่เคยคิดวิธีการจัดการมาก่อน แต่มันก็ไม่สำเร็จมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว นี่...นี่ไม่เท่ากับต้องการขังหมู่พวกเขาไว้ที่ทำงานหรือ?
คนเป็นประธานฯไม่ได้พูดอะไรมากนัก เพียงโยนคำสั่งของตนเองออกมา ซึ่งผู้สนองนโยบายนี้ก็ลงมือรวดเร็วจริงๆ หลังจากที่ประธานฯลงชื่อ เขาก็เอาคำสั่งไปติดประกาศภายในไม่กี่นาทีเท่านั้น
ในตระกูลเหลียน เนื่องจากตระกูลเหลียนเป็นตระกูลเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์เป็นเกษตรกรหลายร้อยปีมาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงมีเกษตรกรระดับชำนาญขึ้นไปค่อนข้างมาก ซึ่งหมายความว่าพวกเขาเป็นเกษตรกรผู้อาวุโสที่เพิ่งกลับจากการประชุมตอนเช้านั่นเอง
ทั้งหมดในตระกูลมีผู้เกี่ยวข้อง 6 คน ทั้งหมดลงคะแนนเสียงในตอนเช้าว่าไม่อนุมัติให้เด็กสาวสกุลอันที่เพิ่งกลายเป็นเกษตรกรไม่นานได้เลื่อนตำแหน่งกลายเป็นเกษตรกรอาวุโสเช่นพวกเขา ดังนั้นระหว่างการเดินทางกลับ ย่อมมีการพูดถึงเรื่องนี้กันอยู่บ้าง
“เกษตรกรอันผู้นั้น...ถ้าไม่ใช่นามสกุลไม่เหมือนกับประธานฯหรือรองประธานฯ ฉันอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นลูกของพวกเขาเสียแล้ว โดยเฉพาะรองประธานฯของพวกเราที่ดูจะชอบเธอมากเสียเหลือเกิน”
“อืม นั่นน่ะสิ ตั้งแต่ที่เลื่อนตำแหน่งเป็นเกษตรกรที่แท้จริงแล้ว ผ่านไปไม่เท่าไรก็ต้องการเลื่อนระดับอีก ไม่ใช่แค่เกษตรกรระดับสูง แต่เป็นเกษตรกรระดับชำนาญ นี่ไม่ใช่เป็นการส่งให้คนทะยานขึ้นฟ้าหรือ?”
“แต่พวกเขาอ้างเกี่ยวกับเรื่องความสำเร็จในการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกที่ถูกทำลายโดยแมลงกัดกินนะ ด้วยความสำเร็จนี้...อาจมองว่าเป็นผลงานชิ้นใหญ่พอที่จะทำให้เธอเหมาะสมกับการเป็นเกษตรกรอาวุโส”
“เหอะ!! ลำพังเด็กคนเดียวจะมีความเข้าใจลึกซึ้งเช่นนั้นหรือ? คิดเช่นนั้นจริงๆใช่ไหม? นั่นก็แค่เรื่องตลกเท่านั้นแหละ! อย่าลืมว่าเบื้องหลังของเธอคือตระกูลจาง กับแค่วิธีการในการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกเหล่านี้ อาจเป็นตระกูลจางที่บอกเธอก็ได้ ส่วนเด็กคนนั้นก็แค่ตัวแทนของพวกเขาเท่านั้น ต่อไปถ้าพวกเรายินยอมให้ตระกูลจางมีอำนาจมากขึ้น พวกเขาก็จะกอบโกยผลประโยชน์ เอาเปรียบพวกเรารวมถึงองค์กรเกษตรกรได้ อย่าลืมว่าประธานจางคนนั้นเป็นคนเช่นไร..”
“จริงด้วย วิธีการที่พวกเราใช้เวลาหลายสิบปีคิดคำนวณก็ยังไม่ได้ เด็กคนเดียวที่เพิ่งเกิดจะสามารถคิดออกได้อย่างไร นี่จะต้องเป็นตระกูลจางที่มอบวิธีการให้เธอแน่”
“ก่อนหน้านี้เป็นการเพาะปลูกบรอกโคลี่ ความสำเร็จนั้นก็คงเป็นตระกูลจางที่ผลักดันอยู่เบื้องหลังเช่นกัน ไม่เพียงแค่ฉันจะไม่ยอมให้เลื่อนตำแหน่งเป็นเกษตรกรระดับชำนาญเท่านั้น แต่ยังจะขอให้ตรวจสอบฐานะเกษตรกรที่แท้จริงของเธอด้วย!!”
ผู้อาวุโสของตระกูลเหลียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างออกรส แน่นอนว่าไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้นที่มีความคิดเช่นนี้ คนที่มีตำแหน่งสูงในองค์กรส่วนใหญ่คิดเหมือนกัน ดังนั้น...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาก็ไม่ยอมยกตำแหน่งสูงในองค์กรให้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้แน่!
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการประชุมในวันนี้เกษตรกรในตระกูลก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา สีหน้าของเขาแสดงออกมาไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
“เหล่าผู้อาวุโส เกิดเรื่องแล้วครับ! เกิดเรื่องขึ้นแล้ว! แฮ่กๆ” เขาหอบหายใจตัวโยน แสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้รีบร้อนที่จะมาขนาดไหน
“เกิดอะไรขึ้น มีเรื่องอะไรก็รีบพูดมา!”
“ท่านผู้อาวุโสเกิดเรื่องแล้วครับ ที่องค์กร...ตอนนี้มีการติดประกาศคำสั่งด่วนของท่านประธานฯแล้วครับ”
“คำสั่งด่วน?”
“ใช่ครับ เป็นคำสั่งเรียกตัวเหล่าผู้อาวุโสไปที่องค์กรด่วนเลยครับ แต่ว่า...”
“แต่ว่า?”
“คือว่า....แต่ว่า...แต่ว่าคำสั่งนี้ ไม่ต่างอะไรกับการจำคุกพวกท่านเลยครับ!!” เมื่อสิ้นประโยคของเขา คนก็หลับตาปี๋เพราะหวาดกลัวโทสะของเหล่าผู้อาวุโสเหล่านี้ ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง...หลังจากที่ทุกคนเงียบไปชั่วขณะกับข้อมูลที่เพิ่งได้รับ สีหน้าของพวกเขาก็บอกบุญไม่รับเอาเสียเลย
“ไร้สาระ! คำสั่งจองจำอะไรนั่นมีด้วยหรือไง! อีกอย่างพวกเราก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ดังนั้นไม่มีทางที่ประธานฯจะออกคำสั่งเช่นนี้ได้”
“ใช่ อย่ามาพูดจาเหลวไหลหรือคิดไปเอง ที่กระดานคำสั่งนั้นระบุเอาไว้ว่าอย่างไร พวกเราจะตีความกันเอง ไม่ต้องให้คนอื่นมาบอก” ผู้อาวุโสไม่มีทางเชื่อคำพูดของเกษตรกรระดับต่ำนี้ง่ายๆ บางครั้งเขาก็คิดว่าเกษตรกรระดับต่ำพวกนี้ไร้ปัญญา อาจจะตีความหมายที่ประธานฯต้องการบอกผิดไปก็ได้
ซึ่งเกษตรกรผู้นั้นเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เขาได้ใช้เวลาคัดลอกคำสั่งนี้มาด้วย ดังนั้นจึงยกกระดาษคำสั่งที่คัดลอกขึ้นมาแล้วร่ายรายละเอียดทั้งหมดทันที
“...ทุกท่านโปรดฟังคำสั่งนี้นะครับ คำสั่งของท่านประธานฯก็คือ ขอให้เหล่าผู้อาวุโสขององค์กรมารวมตัวกันที่องค์กรเพื่อร่วมหาแนวทางฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกที่ถูกแมลงกัดกินทำลาย เนื่องจากปัจจุบันมีแปลงเพาะปลูกที่เสียหายแล้วเบียดเบียนทรัพยากรในการดูแลขององค์กรจำนวน 644 แปลง ซึ่งคิดเป็นมูลค่าค่อนข้างมาก ดังนั้นเพื่อตัดปัญหาในส่วนนี้...จึงขอให้ทุกคนช่วยระดมความคิดหาวิธีจัดการโดยเร็วที่สุด”
“ปัจจุบันมีเกษตรกรที่แท้จริง 1 คนสามารถคิดค้นวิธีการได้ แสดงให้เห็นแล้วว่าเรื่องนี้มีทางแก้ไข เหลือแค่เหล่าผู้มีความสามารถในองค์กรจะต้องตามหาให้เจอก็เท่านั้น”
“เพื่อแสดงถึงความสามารถของเหล่าผู้อาวุโสที่ทรงเกียรติ ขอให้ทุกท่านใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อหาทางออก โดยทางองค์กรจะเตรียมดูแลทุกท่านเป็นอย่างดีตลอดกระบวนการคิด จนกว่าปัญหานี้จะถูกแก้ไขได้ จบคำสั่งด่วน”
เมื่อเขาพูดจบก็ปิดกระดาษลง ความเงียบเข้าปกคลุมทุกคนทันที ความหมายที่อยู่ในคำสั่งนี้ไม่ต่างอะไรกับการตีความได้ว่าประธานฯกำลังลงโทษพวกเขา อยากจะจองจำพวกเขาไว้ที่องค์กรเพื่อให้คิดวิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องแปลงเพาะปลูก ทว่า...แท้จริงแล้วก็แค่ต้องการลงโทษพวกเขากับเรื่องการปฏิเสธเลื่อนตำแหน่งให้เกษตรกรอันก็เท่านั้น
ผู้อาวุโสในตระกูลมองหน้ากันเอง คำสั่งนี้ต่อให้ไม่อยากไปก็ต้องไป การขัดคำสั่งของประธานฯองค์กรมีโทษรุนแรงมาก ถึงกับสามารถถูกทำให้ขั้นเกษตรกรลดลงได้เลย ดังนั้นต่อให้ไม่พอใจ...พวกเขาก็มีแต่ต้องไปเท่านั้น
“ประธานฯกำลังบ้าไปแล้ว”
“ดูก็รู้ว่าคำสั่งนี้เพื่อเอาคืนพวกเราที่ไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนตำแหน่งให้เกษตรกรอัน”
“เหอะ! ถึงกับเปรียบเทียบความสามารถของพวกเรากับเด็กคนหนึ่งงั้นหรือ? เอาเถอะ...ฉันไม่ได้กลัวหรอกนะว่าจะเป็นอย่างไร เพราะสุดท้ายแล้ว ... จะขังเราได้นานเท่าไรล้วนขึ้นอยู่กับว่าพวกเราจะหาทางออกในการฟื้นฟูได้เมื่อไรไม่ใช่หรือ? ก่อนหน้านี้ฉันได้ศึกษาเกี่ยวกับการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกมาแล้ว เหลืออีกแค่ไม่กี่ขั้นก็สำเร็จ หากเอาการศึกษาของฉันไปต่อยอด คาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์ พวกเราก็คงจะทำได้เหมือนกัน”
“ดี ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ แสดงให้ประธานฯเห็นว่าเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องเล็กขนาดไหนในสายตาของพวกเรา!”
ชายชราผู้มีเกียรติของตระกูลเหลียนก้าวออกจากตระกูลอย่างมั่นใจ ระหว่างทางยังได้พบเจอสมาชิกองค์กรเกษตรกรอีกสองสามคนด้วย ซึ่งพวกเขาก็มีความคิดเหมือนกัน นั่นก็คือเข้าใจว่าประธานฯต้องการเอาคืนพวกเขาที่ไม่ปล่อยผ่านเรื่องเกษตรกรอัน ทว่า...ทุกคนในที่นี้คือผู้อาวุโสแล้ว ถ้าบอกว่าเรื่องที่เด็กสาวคนหนึ่งคิดได้ แล้วพวกเขาจะคิดไม่ได้เลยเชียวหรือ?
ดังนั้นที่องค์กรเกษตรกรในเวลานี้ จึงมีเหล่าผู้อาวุโสมากมายมารวมตัวกันอยู่ ทุกคนล้วนแต่ต้องการพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง ต่อให้ต้องร่วมมือกับคนที่ไม่ชอบใจ พวกเขาก็สามารถทำได้...ขอแค่ไม่ใช่ทำงานกับคนที่ระดับต่ำกว่าอย่างเกษตรกรอันก็พอ...
……………………………………