LNCrawler

บทที่ 321 เจ้านายที่ดีที่สุด

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 321 เจ้านายที่ดีที่สุด

บทที่ 321 เจ้านายที่ดีที่สุด

 

“ก็ไม่เชิงสนใจหรอกค่ะ ฉันมาขอความช่วยเหลือจากประธานก็เพราะอยากรู้ข้อมูลนำไปเปรียบเทียบประโยชน์กับข้อเสียที่จะต้องเสียไปเท่านั้น”

 

“แล้วประโยชน์ที่คิดว่าจะได้มีอะไรบ้าง ฉันหมายถึง...เด็กเหลียนซิ่วอิงนั้นมีประโยชน์กับเธอใช่ไหม ถ้ามี...ก็สามารถใช้การได้เลย เรื่องตระกูลเหลียนไม่นับเป็นปัญหาอะไรกับฉันอยู่แล้ว” จางอู่หยางใจกว้างกับซูหยวนเสมอ ขอแค่เธอได้ประโยชน์ ต่อให้คำนวนแล้วจะเป็นผลเสียมากกว่าผลได้ เขาก็ยังสามารถแบกรับผลเสียเล็กๆน้อยๆนั่นอยู่ดี

            

สำหรับเขาแล้ว การจัดการตระกูลเหลียน ทรัพยากรที่ต้องใช้ยังไม่เท่ากับขนเส้นเดียวของวัวทั้งเก้าเลย...

            

ซูหยวนไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับคำตอบเช่นนี้อยู่แล้ว เธอเม้มริมฝีปาก พยายามคาดเดาเจตนาของประธานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนที่ทุกคนพูดว่าสนใจผลประโยชน์มากกว่าหรือ? ก่อนหน้านี้ซูหยวนเคยติดตามเจ้านายหลากหลายรูปแบบ บางคนต้องการสร้างภาพลักษณ์ดีๆมากกว่าผลประโยชน์เป็นเงินตรา บางคนก็ต้องการผลกำไรที่จับต้องได้มากกว่าชื่อเสียง ดังนั้นเธอต้องศึกษาลักษณะนิสัยของเจ้านายก่อนเสมอเพื่อทำงานให้มีประสิทธิภาพและตรงใจเจ้านายมากที่สุด

            

จางอู่หยางเป็นคนประเภทที่สอง ไม่ได้สนใจชื่อเสียงว่าจะดีหรือเลวร้าย เขาสนใจแค่ว่าผลประโยชน์จากการลงทุนนั้นคืออะไร ยอมกระทั่งวิวาทและตัดขาดตระกูลจางได้ในที่สาธารณะ ดังนั้นซูหยวนจึงพยายามคิดคำนวณผลเสียผลได้ก่อนเสมอ ทว่าครั้งนี้...ทำเอาเธอไปไม่เป็นอยู่บ้าง

            

ชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่าเด็กสาวลังเลอะไร ที่ผ่านมาเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อความสบายใจของเธออยู่แล้ว หลายอย่างแสดงให้เห็น หลายอย่างก็ไม่ได้เปิดเผยให้รู้ แต่ไม่ว่าจะรูปแบบไหน ล้วนแต่น่าจะทำให้ซูหยวนเข้าใจว่าด้านหลังของเธอมีเขาสนับสนุนอยู่เสมอไม่ใช่หรือ? จำเป็นต้องแสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อแบบนั้นด้วยหรือไง..

 

“เอาล่ะ เรื่องตระกูลเหลียนฉันจะจัดการให้เอง เธอไปเล่นให้สนุกเถอะ” จางอู่หยางตัดสินใจให้ด้วยตัวเอง ถ้าซูหยวนไม่สนใจเด็กตระกูลเหลียนคนนั้นคงไม่ยอมมาพบเขาด้วยตัวเอง ดังนั้น...ในเมื่อเธอต้องการ เรื่องตระกูลเหลียนเขาย่อมออกหน้าให้

 

“เอ่อ ที่จริงยังมีอีกเรื่องค่ะ” ซูหยวนที่กำลังสับสนรู้ว่ากำลังจะถูกไล่ให้ออกไป หญิงสาวก็รีบพูดขึ้นมา ยังมีเรื่องปุ๋ยวิเศษที่สามารถฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกหลังจากถูกทำลายได้เบ็ดเสร็จอยู่ด้วย ดังนั้นจะต้องขอให้ตระกูลจางร่วมมือด้วยแล้ว 

            

เธอคำนวณเรื่องนี้มาสักพัก พบว่าการทำเช่นนี้จะช่วยองค์กรนักล่าสกุลจางได้มาก รวมทั้งเธอก็ได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน

 

“ก่อนหน้านี้ประธานน่าจะรู้แล้วว่าฉันสามารถฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกจากการถูกทำลายโดยแมลงกัดกินได้ พวกองค์กรเกษตรกรพยายามมาขอวิธีจากฉันแต่ก็ถูกปฏิเสธไป ฉันให้เงื่อนไขเพื่อที่จะเลื่อนเป็นเกษตรกรระดับชำนาญกับพวกเขา ตอนนี้คงยังกดดันกันอยู่ รอแค่ผลลัพธ์ก็เท่านั้น ซึ่งฉันคิดว่ามีแนวโน้มที่ดีในการต่อรองครั้งนี้ค่ะ”

 

“อืม คงเป็นแบบนั้น ประธานและรองประธานขององค์กรเป็นพวกสติไม่สมประกอบเท่าไร แต่ปกติแล้วก็เป็นคนเด็ดขาดและเอาแต่ใจอยู่ ในเมื่อเขาต้องการ...อย่างนั้นก็จะใช้กลวิธีจนกว่าจะได้อย่างที่ต้องการนั่นแหละ”

 

“ใช่ค่ะ ดังนั้น...หลังจากที่พวกเขาอนุมัติตำแหน่งของฉัน ย่อมต้องเปิดเผยวิธีเพื่อแลกเปลี่ยนให้พวกเขา ซึ่งวิธีในการจัดการไม่ได้ยากอะไร แค่ใส่ “ปุ๋ยวิเศษ” ที่ฉันคิดขึ้นมาได้ก็เป็นอันสำเร็จแล้วค่ะ”

 

“อืม ถ้าอย่างนั้นปัญหาก็อยู่ที่ปุ๋ยวิเศษของเธอ?”

 

“ใช่ค่ะ เพื่อที่จะทำปุ๋ยวิเศษนี้ จะต้องใช้ซากสัตว์กลายพันธุ์ที่ถูกจัดการกับสารพิษแล้วจำนวนมาก แน่นอนว่าไม่ต้องการส่วนที่จะกลายเป็นสารอาหารหรือพลังงานได้ ขอแค่ซากอินทรีย์เท่านั้น ทว่า...ปัญหาของฉันก็คือ ฉันไม่อยากให้ตระกูลอื่นๆได้รับผลประโยชน์จากการรวบรวมทรัพยากรพวกนี้ค่ะ”

 

“อืม เข้าใจแล้ว ฉันได้ยินว่าเธอร่วมมือกับโรงผลิตสกุลเจียง ดังนั้นจะให้คนเอาซากที่ล่าได้ไปส่งให้โรงผลิตทุกๆหนึ่งเดือนด้วยปริมาณที่เพียงพอสำหรับการผลิตปุ๋ยวิเศษก็แล้วกัน”

            

จางอู่หยางเข้าใจทุกอย่างได้ง่ายดายจริงๆ ซูหยวนไม่ทันได้พูดทุกอย่างด้วยซ้ำ เขาก็รับปากเธอแล้ว อันที่จริง...เรื่องนี้จางอู่หยางก็คาดเดาได้บ้างแล้ว ตั้งแต่ที่คนของเขารวบรวมทรัพยากรด้วยตนเองเพื่อโรงผลิตตระกูลเจียงนั่น จึงได้มีแผนการเตรียมเอาไว้อยู่แล้ว

            

งานล่าสัตว์กลายพันธุ์เป็นงานที่พวกเขาถนัด ปัญหากลับไม่ใช่เรื่องการล่าพวกกลายพันธุ์ แต่เป็นเรื่องการขนย้ายซากกลายพันธุ์มากกว่า เขาไม่รู้ว่าอันซูหยวนใช้วิธีการใดเพื่อขนย้ายซากกลายพันธุ์พวกนั้น กระนั้น...เมื่อเธอไม่ต้องการพูด เขาก็ไม่ถามออกไป 

           

 เพื่อสนับสนุนเธอ เขาได้หาวิธีการจัดการซากกลายพันธุ์พวกนั้นไว้แล้ว โดยให้นักล่าสองคนคอยคุ้มกันเส้นทาง จากนั้นก็ใช้ผู้เก็บขยะจากเขตชั้นนอกไปที่นั่นเพื่อทำงานหนักแทน

            

สิ่งนี้นอกจากจะช่วยเรื่องปุ๋ยวิเศษของอันซูหยวนได้แล้ว ก็ยังสนับสนุนแผนการใช้คนงานเขตชั้นนอกให้เธอได้อีกด้วย ถ้าเธอรู้ว่าแผนการพวกนี้คิดมาอย่างดีเพื่อเธอ เขาก็น่าจะได้คะแนนในใจเพิ่มอีกไม่น้อยใช่ไหม?

            

คนคิดไปไกลถึงขนาดนั้น ทว่าซูหยวนกลับเข้าใจว่าประธานจางกำลังวางแผนในการทำประโยชน์อยู่ เป็นอีกครั้งที่ประธานไม่ยอมพูดออกมาโดยตรง ซูหยวนก็ไม่มีความคิดฉันท์ชู้สาวเลย เรื่องนี้กว่าจะรู้ก็คงใช้เวลาอีกมาก แน่อนว่าจะต้องรอจนกว่าประธานจางจะยอมเปิดปากพูดความจริงออกมาทั้งหมดนั่นแหละ

            

ถึงอย่างนั้น การทำความดีทั้งหมดของเขาไม่ใช่จะไร้ประโยชน์ ในฐานะสุดยอดเจ้านาย ซูหยวนมีความประทับใจที่ดีกับเขามากที่สุดในบรรดาเจ้านายทั้งหมด กระทั่งลดกำแพงสูงของตนเองลงมาไม่น้อยแล้ว 

            

หากเป็นปกติ เมื่อทำงานกับเจ้านาย ซูหยวนไม่กล้าที่จะมาพบเขาเพื่อขอร้องเรื่องส่วนตัวเช่นนี้หรอก ถือว่าเขาก็เป็นคนสำคัญในใจของเธอเช่นกัน แน่นอนว่ายังในฐานะเจ้านายล่ะนะ....

            

ทุกเรื่องที่ต้องการมาพูดคุยวันนี้สำเร็จทั้งหมดแล้ว ซูหยวนก็กลับออกไปพร้อมกับอารมณ์หลากหลายผสมปนเปไปหมด เธอไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะออกมาหรือร้องไห้ดี นี่เป็นครั้งแรกที่มาคุยกับเจ้านายแล้วไม่ต้องใช้แรงอะไรเลย อุตส่าห์คิดมากมาตลอดทางว่าจะพูดอย่างไรบ้างดี สุดท้ายกลับไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น 

            

มันไม่ใช่เรื่องไม่ดี ก็แค่รู้สึกว่าความพยายามของเธอไม่ได้ใช้ประโยชน์เอาเสียเลย ช่าง...แปลกประหลาดเสียจริง

            

เมื่อกลับมาถึงแปลงเพาะปลูก สองคนที่รออยู่ก็ยังยืนอยู่ที่เดิม หลิ่วโปยืนก้มหน้านิ่ง เขากำลังรู้สึกผิดที่ทำให้เจ้านายตัวเองเดือดร้อน ไม่รู้ว่าที่ตัดสินใจทำลงไปถูกต้องแล้วหรือไม่ หลังจากที่เห็นซูหยวนเดินเข้ามา เขาก็รีบวิ่งเข้าไปแล้วคุกเข่าขอโทษทันที

 

“เจ้านาย...เรื่องนี้เป็นผมที่คิดมากเกินไป ผมขอโทษด้วยครับ” 

            

หลิ่วโปรู้ว่าแค่ตัวเองก็ยังเอาตัวไม่รอด กลับยังสร้างปัญหาให้คนอื่น คิดว่าการเป็นคนดีของตัวเองจะมีประโยชน์หรือ? หากเขาต้องการทำบางอย่างด้วยตัวเอง เช่นนั้นก็ไม่ควรมาเกาะขาของเจ้านายอยู่! 

 

“ไม่เป็นไร แค่อย่าสร้างปัญหาอีกในอนาคต” ซูหยวนโบกมือ เรื่องครั้งนี้เธอจัดการแล้ว คนขอแค่ให้รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปแล้วรู้จักสำนึกก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

 

“เกษตรกรอัน ถ้าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ ฉันก็จะไปค่ะ”  เหลียนซิ่วอิงเองก็พิจารณาทั้งหมดแล้ว ตัวเองเป็นคนโชคร้าย ตอนนี้กำลังปล่อยพลังงานโชคร้ายให้คนอื่นอีก ดังนั้นเธอไม่ควรจะเอาแค่ความเห็นแก่ตัวมาขอร้องคนอื่น

            

นี่เป็นปัญหาของเธอและตระกูลเหลียน อย่างนั้นก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยเสียก่อน ถ้ายังมีชีวิตรอด...ค่อยมาคุยความร่วมมือกันใหม่ก็ได้แล้ว

            

เห็นคนจะจากไป ซูหยวนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะกล่าวสิ่งที่ทำให้ทั้งหลิ่วโปและคุณหนูรองเหลียนประหลาดใจ

 

“ฉันไปขอความคิดเห็นจากประธานมาแล้ว เขาบอกว่าสามารถรับเธอเข้ามาเป็นคนงานได้”

 

“นี่....จริงหรือ?” เหลียนซิ่วอิงพลันนึกถึงประธานจางที่แสนจะเย็นชาคนนั้น คนที่ยอมให้ซูหยวนรับเธอเข้าเป็นคนงานทั้งๆที่มีปัญหาติดตัวมากมายนี้ จะใช่ประธานจางคนเดียวกันหรือเปล่า...

 

“ใช่ หลังจากนี้เธอก็อยู่ที่นี่เพื่อทำงานให้ฉันก็แล้วกัน แต่ขอบอกว่าต่อให้เธอเป็นคุณหนูมาก่อน เวลานี้เป็นคนงานฉันก็ต้องทำตามคำสั่งฉันเท่านั้น”

 

“ได้ ฉันรู้แล้ว ขอบคุณมาก คุณเป็นเจ้านายของฉันแล้ว!” เหลียนซิ่วอิงคร้านจะคิดเรื่องของประธานจางคนนั้นอีก ในเมื่ออันซูหยวนบอกว่าจะจ้างงานเธอ เช่นนั้นก็ควรจะจัดการได้ทั้งหมด 

            

ไม่ใช่ว่ามีประธานจางคนนั้นหนุนหลังหรือ? ถ้าเขาลงมือ...ตระกูลเหลียนจะนับเป็นตัวอะไรได้

            

ซูหยวนเห็นทั้งซิ่วอิงและหลิ่วโปมีความสุขขนาดนั้นก็ผ่อนคลายลง กลายเป็นว่าเด็กสองคนนั้นน่าสงสารจริงๆ หลิ่วโปนั้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เขาอยากมีชีวิตเพื่อแก้แค้นให้พ่อ คนที่มีชีวิตอยู่เพื่อการนี้ไม่ใช่ความสุขอะไร สาเหตุนี้เอง...เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ซูหยวนยอมช่วยเหลืออีกฝ่ายสักครั้ง

            

แสงจันทร์ขาวของลูกน้อง ก็คือวิธีที่ทำให้ลูกน้องตั้งใจทำงานเพิ่มมากขึ้นไม่ใช่หรือ?

            

ในขณะที่คุณหนูรองเหลียนผู้นี้ เกิดมาในตระกูลใหญ่ไม่ใช่เรื่องดี ไม่ว่าจะโลกนี้หรือโลกที่เธอจากมาก็เหมือนกันหมด คนครอบครัวร่ำรวยก็มีปัญหาในแบบของตนเอง ขึ้นสูงแล้วไม่มีใครอยากบินต่ำ หลายคนเลือกที่จะตายดีกว่าต้องลงมาอยู่ระดับล่างให้อับอายเหมือนกับคนที่ตัวเองเคยดูแคลน ดังนั้น...ความกดดันของพวกเขาไม่น้อย

            

ซิ่วอิงเป็นพวกที่รู้ใจตัวเอง เพราะแบบนั้นจึงทำให้ตัวเองเจ็บปวดมานาน มาเจอกับหลิ่วโปเช่นนี้กลับกลายเป็นว่าเปิดมุมมองใหม่ๆให้

            

จากที่ยึดติดกับภาพลักษณ์ของคนชั้นสูง ได้เห็นความยากลำบากที่แท้จริงก็ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองตั้งค่าความคิดในระดับสูงเกินไป หากยอมรับสภาพได้ก็ไม่มีปัญหาที่จะใช้ชีวิตอยู่ต่อแล้ว...

 

“เอาล่ะ วันนี้เป็นวันแรกที่เข้าทำงาน ดังนั้นสามารถกลับไปพักผ่อนก่อนได้ พรุ่งนี้เช้า...ฉันจะให้เธอจัดการเรื่องปรุงยาให้ ขอแค่ทำงานได้ตามกำหนดก็เพียงพอแล้ว อ้อ...แล้วก็นี่เป็นเครดิตสำหรับซื้อวัตถุดิบ เริ่มจากการปรุงยาที่ตัวเองถนัดมาให้ก่อน ฉันจะได้รู้ว่าเธอจะทำประโยชน์ได้มากแค่ไหน”

            

ซูหยวนโอนเงินให้ซิ่วอิง 10,000 เครดิตอย่างง่ายดาย ไม่กลัวว่าเธอจะโกงเงินเพียงเท่านี้ อีกอย่าง...ถ้าจะลงทุนทำการปรุงยาก็ต้องเป็นเงินเท่านี้แหละ ทรัพยากรในการปรุงยาไม่ใช่ราคาถูก เงินเท่านี้อาจจะทำได้แค่ยาไม่กี่เม็ดเท่านั้น

 

“เข้าใจแล้ว ฉันจะทำให้ดีที่สุดค่ะ” เหลียนซิ่วอิงยอมรับอย่างตื่นเต้น

            

ชีวิตของเธอจับเงินหลักล้านหรือหลายร้อยล้านเครดิตมาแล้ว เนื่องจากเป็นลูกสาวของผู้นำตระกูลเหลียน ดังนั้นย่อมได้ทรัพยากรที่ยอดเยี่ยมที่สุด ทว่า...เงิน 10,000 เครดิตนี้กลับมีค่าสำหรับเธอมาก เพราะมันหมายถึง “ความเชื่อใจ” ที่อันซูหยวนมีต่อเธอ

 

“อืม ให้หลิ่วโปพาไปที่พักเถอะ” ซูหยวนโบกมือ เตรียมจะหันหลังกลับไปแล้ว แต่เสียงหนึ่งกลับแทรกขึ้นมาเสียก่อน

 

“เอ่อ เดี๋ยวก่อนค่ะ” หันไปมองก็เป็นผู้คุ้มกันสาวของเหลียนซิ่วอิงที่เรียกไว้ ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย

 

“มีอะไร?”

 

“คือ....ฉัน....”

 

“?”

 

“แล้วฉันทำอะไรได้คะ ฉัน...ฉันก็จะอยู่กับคุณเหมือนกัน” นักสู้วิชาหอกฝีมือดี เวลานี้กลับต้องมาของานจากเกษตรกรผู้หนึ่ง ทำเอารู้สึกเขินอายอยู่บ้าง หากไม่ใช่เพราะต้องอยู่ปกป้องคุณหนู เธอคงหนีกลับตระกูลเหลียนไปแล้ว

 

“อ้อ” ซูหยวนเข้าใจได้ ถ้าหากไม่ทำงานกับเธอก็ไม่สามารถเข้าไปพักในที่เดียวกับคุณหนูของตนเอง ซูหยวนไม่ต้องคิดอะไรมาก หญิงสาวคนนี้มีฝีมือในการต่อสู้ เช่นนั้นก็แค่ทำหน้าที่คุ้มกันแปลงเพาะปลูกไปก็ได้แล้ว

            

เพื่อให้สามารถทำงานกับคุณหนูของตัวเองได้ เช่นนั้นก็ให้เธอช่วยคุ้มกันตอนกลางวันไปก็แล้วกัน อีกอย่าง..ต่อให้โลกนี้ไม่แบ่งแยกชายหญิง การที่ให้หญิงสาวมาเฝ้าแปลงเพาะปลูกค่ำๆมืดๆคนเดียวก็ไม่ดีสำหรับความรู้สึกเธอ ยิ่งไปกว่านั้น...คนที่มีความสามารถมากขนาดนี้ มีแต่จะทำให้แมลงกัดกินและหนูขาวของเธอทำงานได้ยากขึ้นก็เท่านั้น

 

“หลังจากนี้ก็ติดตามเฝ้าดูความปลอดภัยของคุณหนูรองเหลียนตอนออกไปข้างนอก แล้วก็กลับมาเฝ้ารักษาความปลอดภัยที่แปลงเพาะปลูกนี่ก็แล้วกัน”

 

“ขอบคุณมากค่ะ” เห็นว่าซูหยวนใจกว้างให้เธอได้ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปก็รู้สึกพอใจมาก เกษตรกรอันผู้นี้ไม่ใช่คนเลวร้ายจริงๆ แค่นี้ก็เบาใจไปมากแล้ว

            

กว่าจะจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จก็มืดค่ำไปมากแล้ว ซูหยวนกลับไปนอนที่บ้านของตนเอง พบว่าพ่อกับแม่เข้าไปในห้องแล้ว บางที...เธออาจจะใกล้มีน้องของตนเองก็เป็นได้

            

แน่นอนว่าในขณะที่ซูหยวนจัดการเรื่องนี้ ย้อนกลับไปในเวลาเดียวกัน หลังจากที่เหลียนซิ่วอิงออกมาจากตระกูลเหลียน เหลียนเหมยเม่ยผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดก็กำลังนั่งปาดน้ำตาของตนเอง แสร้งเป็นสตรีที่กำลังอ่อนไหวกับการจากไปของพี่สาว แต่ทุกคำพูดล้วนแต่ทำให้ผู้อาวุโสและผู้นำตระกูลเหลียนโกรธจัด!!

 

………………………………….

ถึงรี้ดที่น่ารักทุกท่าน ตอนนี้ไรท์ให้รี้ดอ่านเพื่อเพิ่มความสุขนะคะ (ไม่รู้ว่าเพิ่มความสุขหรือเพิ่มความโมโห…มุเเง้ TT)

เเต่เพื่อให้กำลังใจทุกคน เเละให้ทุกคนที่มีความสุขเเล้วอยากเก็บเงินไปช่วยเหลือทหารหรือน้ำท่วมจังหวัดน่าน ขอให้ไรท์ได้เป็นส่วนหนึ่งร่วมด้วยนะคะ 

ขอให้ทุกท่านปลอดภัย เเละขอให้ประเทศไทยปลอดภัยค่ะ 

รักทุกคนนะคะ <3

ปล. ส่วนตัวไรท์ก็ทำไปหลายเเล้ว 555 เดือนนี้ไม่มีเงินค่าขนมเหลือเลย ถถถถ