บทที่ 322 ทางเลือกของตระกูลเหลียน (อ่านฟรี 22 ม.ค. 69)
บทที่ 322 ทางเลือกของตระกูลเหลียน (อ่านฟรี 22 ม.ค. 69)
บทที่ 322 ทางเลือกของตระกูลเหลียน
“ฮึกๆ เหมยเม่ยไม่คิดเลยว่าพี่สาวจะทำแบบนี้ ต่อให้พยายามหยุดแล้วก็ยังไม่ยอมฟังอีก สุดท้าย...สุดท้ายก็ยังไปกับพวกเขตชั้นนอกที่น่ารังเกียจนั่น ถ้าหากตระกูลจางรู้เข้าล่ะก็....”
ต่อให้เหมยเม่ยจะไม่ได้รับโอกาสให้แต่งเข้าตระกูลจางแล้ว เธอก็ไม่ยินยอมให้ผู้อื่นได้ดีไปกว่าตัวเอง ไม่ว่าอย่างไร...พี่สาวซิ่วอิงคนนั้นก็ต้องมีชะตากรรมที่ต่ำกว่าเธอ!
นี่ต่างหากจึงจะเป็นการชดเชยให้พี่สาวที่ล่วงลับไปได้! ใช่แล้ว! เหลียนเหมยเม่ยเป็นบุตรสาวคนที่สองของภรรยาเอกของผู้นำตระกูล ในขณะที่พี่สาวคนโตหรือ “คุณหนูใหญ่” จากไปตั้งแต่อยู่ในครรภ์เพราะตอนนั้นพ่อพาคนรักของตนเองมาเข้าบ้าน แม่ของเธอเจ็บปวดมากจนทำให้แท้งครรภ์นี้ไป ถึงอย่างนั้น...ทุกคนก็ยังให้เกียรติพี่สาวที่จากไปด้วยการยกให้เป็นคุณหนูใหญ่ที่แท้จริง
ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน เหลียนซิ่วอิงก็เกิด เธอจึงถูกเรียกว่าคุณหนูรองตั้งแต่ตอนนั้น ส่วนเหลียนเหมยเม่ยเป็นคุณหนูสายตรงที่ยังมีชีวิตรอดเพียงคนเดียว สุดท้ายเป็นเธอที่จะต้องรับสัญญาหมั้นหมายของตระกูลโอวหยางต่อ
หากว่าคุณชายโอวหยางที่จะแต่งให้เป็นคุณชายโอวหยางที่โด่งดังในขณะนี้ก็คงไม่เท่าไร แต่กลับเป็นคุณชายตระกูลโอวหยางที่มีใบหน้าน่าเกลียด ซ้ำยังไม่ได้แข็งแกร่งขนาดที่จะคู่ควรกับเธอด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมีสัญญาหมั้นหมายกับเขา ตระกูลเหลียนก็คงไม่สนับสนุนให้คุณชายโอวหยางผู้นั้นกลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้หรอก
ดังนั้น....พ่อที่ลำเอียงเช่นนี้ เหลียนเหมยเม่ยสาบานไว้แล้วว่าจะต้องแก้แค้นเอาคืนให้ได้ รวมทั้งพวกแม่ลูกสารเลวคู่นั้นด้วย ในเมื่อการมาถึงของพวกมันทำให้แม่เธอต้องลำบาก ทั้งยังต้องเสียพี่สาวไปก่อนหน้านี้ เช่นนั้น...เธอก็จะทำให้พวกมันทั้งสองคนต้องสูญเสียเฉกเช่นเดียวกัน
วันนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นของความอับอาย ก่อนหน้านี้เหลียนซิ่วอิงเหมือนกับคนสติไม่สมประกอบ เดิมทีหากอีกฝ่ายเป็นเช่นนั้นตลอดไป เธอก็จะไม่สนใจอีก แล้วหันมาเล่นงานคนเป็นแม่แทน แต่คิดไม่ถึงว่าจู่ๆเหลียนซิ่วอิงก็กลับมีประกายชีวิตขึ้นอีกครั้ง ถึงจะไม่รู้ว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร แต่เหมยเม่ยผู้นี้ไม่อนุญาต!
“พ่อคะ พี่สาวทำแบบนี้ไม่ห่วงใยตระกูลเหลียนของพวกเราเลย ถ้าตระกูลจางโกรธขึ้นมาพวกเราก็อาจถูกทำลายได้ ไม่สิ! ไม่ต้องถึงมือตระกูลจางก็ได้ ตระกูลอื่นๆที่เคยร่วมมือกับพวกเรา แค่ได้ยินว่าพี่สาวไปเกลือกกลั้วกับพวกชนชั้นต่ำเหล่านั้น บางทีอาจจะมองพวกเราไปอยู่คนละระดับแล้ว ต่อไปนี้จุดยืนในการทำธุรกิจของพวกเราก็คงจะต่ำลงไปอีก เช่นนี้ความเสียหายจะมากขนาดไหนกันคะ”
“ลูก....ลูกไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไรดีแล้ว พี่สาวทำแบบนี้เพราะอะไรกันแน่ ตระกูลเหลียนไม่ได้ผิดต่อเธอเลย ทำไมเธอต้องทำลายพวกเราตระกูลเหลียนซ้ำไปซ้ำมาด้วย!!”
“แม้แต่คู่หมั้นของลูก คุณชายโอวหยางก็ยังเคยพูดว่าในเมื่อพี่สาวของลูกเป็นแบบนั้น แล้วลูกจะเป็นคนมีความคิดต่ำต้อยเหมือนกันหรือเปล่า ถ้าพวกเราตระกูลเหลียนยังเป็นแบบนี้ ... ลูกในตระกูลโอวหยางหลังแต่งเข้าไปก็คงจะไม่ได้มีชีวิตที่ดีนัก รวมถึงน้องๆคนอื่นของพวกเราด้วย ถ้าขนาดลูกผู้นำตระกูลก็ยังเจอเช่นนี้ แล้วลูกสาวของคนอื่นๆ...”
เหลียนเหมยเม่ยกระตุ้นความรู้สึกของผู้คนให้ร่วมด้วยกัน แทนที่จะบอกว่าตัวเองเดือดร้อนแค่คนเดียว กลับบอกว่านอกจากเธอแล้ว ลูกสาวของทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็ต้องเจอชะตากรรมเดียวกันนั่นแหละ!
ด้วยสิ่งนี้ ทำเอาคนที่ไม่พอใจอยู่แล้วยิ่งไม่พอใจเพิ่มขึ้นไปกว่าเดิมอีก ก่อนหน้านี้ผู้นำตระกูลรักภรรยารองของตนเองมาก พลอยไปรักคุณหนูรองด้วยอีกคน กระทั่งยกตำแหน่งคู่หมั้นของประธานจางให้กับหญิงสาวด้วยซ้ำ
แต่แทนที่จะดีใจและใช้ความพยายามทั้งหมดคว้าโอกาสอันยอดเยี่ยมนี้มา เธอกลับไม่สนใจเลย ทั้งยังทำลายสถานการณ์ดีๆเหล่านั้นจนสิ้น! เวลานี้ไม่เพียงแค่ทำให้ตระกูลเหลียนขายหน้าเท่านั้น ยังจะสร้างศัตรูกับตระกูลจางอีก!
ถ้าพวกเขารู้ว่าคู่หมั้นที่ตระกูลเหลียนเตรียมตัวเอาไว้ให้พยายามหนีการหมั้นหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งตอนนี้ก็ไปคว้าคนจากเขตชั้นนอกมาเป็นคนรัก แบบนี้ไม่ถูกเข้าใจว่ากำลังดูถูกประธานจางสิจึงจะแปลก! หากพวกเขาเข้าใจเช่นนั้นแล้วต้องการทวงคืนเกียรติขึ้นมา แค่ประธานจางชี้นิ้ว...คิดว่าตระกูลเหลียนยังอยู่รอดได้หรือ?
“นี่มันจะเลวร้ายเกินไปแล้ว คุณหนูรองทำแบบนี้ไม่สมควรไว้หน้าอีกต่อไปแล้ว!!”
“ใช่ คุณหนูรองอวดดีเกินไป ก่อนหน้านี้คิดว่าสำนึกได้แล้ว ที่ไหนได้...ตอนนี้กลับมาแย่ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก”
“ต่อให้เป็นลูกของท่านผู้นำตระกูลก็จะต้องลงโทษให้เหมาะสมเช่นกัน พวกเรายังต้องใส่ใจชื่อเสียงของตระกูลเหลียนก่อนเป็นอันดับแรกนะท่าน”
“ในเมื่อคุณหนูรองเหลียนไม่ต้องการ อย่างนั้นก็ยกตำแหน่งคู่หมั้นให้คุณหนูคนอื่นเถอะ”
“ใช่ๆ ทำไมจะต้องมอบให้คุณหนูรองที่ไม่เห็นค่าด้วย พวกเราต้องแสดงความรับผิดชอบออกมาก่อนที่ตระกูลจางจะมาเอาเรื่องนะ! คุณหนูรองเหลียนผู้นั้น หากยังต้องการให้มีชื่ออยู่ในชื่อตระกูลเหลียน เช่นนั้นก็ต้องกลับมาพร้อมกับร่างไร้วิญญาณแล้ว! หรือถ้าไม่เลือกทางนั้น ก็ต้องเลือกจะตัดเธอออกจากการเป็นคุณหนูของตระกูลเหลียนไปเลย!!”
“ข้าก็เห็นด้วย ถ้าคุณหนูรองเห็นแก่ตัวและไม่คิดถึงตระกูลเหลียนของพวกเราเป็นหลัก ดังนั้นก็แยกตัวออกไปใช้ชีวิตเถอะ ใช้สกุลอื่น มีครอบครัวของตัวเองอย่างที่ต้องการ พวกเราไม่จำเป็นต้องไปฝืนบังคับเธออีกต่อไปแล้ว”
เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลแสดงความคิดเห็นของตนเองกันครบถ้วน ล้วนแต่ต้องการให้จัดการขั้นเด็ดขาดกับเหลียนซิ่วอิง แม้ว่าคนเป็นมารดาจะเสียใจและเจ็บปวดกับคำพูดเหล่านี้ของคนอื่น ทางเลือกดูเหมือนจะมีสองทาง แต่ความจริงแล้วกลับมีแค่การผลักให้ซิ่วอิงไปตายเท่านั้น
จากที่เธอเป็นคุณหนูตระกูลเหลียน หากถูกตัดออกจากตระกูล เช่นนั้นมีค่าเทียบเท่ากับการสั่งให้ฆ่าเธอเสียให้จบๆไม่ใช่หรือ? ก่อนหน้านี้ลูกสาวของตนเองร้องขอความตายมาตลอด แต่เป็นตัวเองที่ใช้ทุกวิถีทางเพื่อยื้อเวลาเอาไว้ คิดไม่ถึงว่าตอนที่ซิ่วอิงมีใจอยากจะใช้ชีวิตต่อ กลับถูกคนผลักให้ไปตายอีกรอบ!
ในฐานะมารดา เธอจะไม่เจ็บปวดใจได้อย่างไร ทว่า...ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าต่อให้พูดไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี ซิ่วอิง...มารดาต้องขอโทษที่ปล่อยลูกไป สุดท้ายแล้วที่นี่ยังมีน้องชายลูกอีกคน หากมารดายังดันทุรังต่อไป ไม่ใช่แค่ซิ่วอิงเท่านั้นที่ต้องเดือดร้อน แต่น้องชาย รวมทั้งมารดาบิดาก็อาจจะรับผลกรรมไปด้วย ดังนั้นการตัดเนื้อร้ายออกไปชิ้นหนึ่งจะเป็นการรักษาคนที่เหลือเอาไว้
จริงอยู่ที่การทำเช่นนี้ย่อมเจ็บปวด แต่การปล่อยให้มันลุกลามจะยิ่งเจ็บปวดมากกว่า
“ท่านผู้นำตระกูลตัดสินใจด้วยเถอะ” สุดท้าย ผู้อาวุโสหนึ่งซึ่งมีสิทธิในการตัดสินใจรองจากผู้นำตระกูลก็กล่าวขึ้น เขาไม่จำเป็นต้องพูดเหตุผลให้ยืดยาวอะไรอีก เพียงแค่เอ่ยคำเดียว ผู้นำตระกูลเหลียนจำเป็นต้องแสดงเจตนาของตนเองออกมาแล้ว
“เอาเถอะ ในเมื่อเลี้ยงดูให้ดีแล้วยังไม่เชื่อฟัง ถ้าอย่างนั้นก็ตัดสินให้จัดการอย่างเด็ดขาดก็แล้วกัน ฉันจะส่งคนไปเอาร่างของเหลียนซิ่วอิงกลับมา จากนั้นจะหาคู่หมั้นให้ตระกูลจางใหม่ แน่นอนว่าจะชดเชยเรื่องนี้ให้พวกเขาด้วย”
ได้ยินการตัดสินใจเช่นนี้ ทุกคนก็พยักหน้าพอใจมาก แม้แต่ภรรยารองที่เป็นมารดาแท้ๆก็ยังหลับตาลง อย่างน้อยก็ดีกว่าที่จะปล่อยให้ลูกสาวของตนเองต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างน่าอดสูต่อไป
เป็นคนของพวกเขตชั้นนอกยังจะมีเกียรติอะไรเหลืออยู่อีก นอกจากจะน่าเศร้าใจแล้วก็ไม่มีอะไรดีเลย เวลานี้ซิ่วอิงอาจจะตื่นเต้น และคนจากเขตชั้นนอกยังคงดูแลเธอดี ทั้งหมดนี้ก็แค่เพราะเธอมีเงินใช้จากตระกูลเหลียนเท่านั้น หากตัดขาดตระกูลเหลียนแล้วไปแต่ตัวจริงๆ เช่นนั้นความฝันทั้งหมดนี้ก็แค่เรื่องเหลวไหล
เธอไม่ต้องการให้ลูกสาวได้เจอกับชะตากรรมเช่นนั้นเลย...
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ทุกอย่างจะเป็นอันตกลงกันจบ จู่ๆผู้รักษาประตูตระกูลเหยียนก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา สีหน้าของเขาดูไม่ดีเท่าไรนัก ทำเอาพวกคนสำคัญของตระกูลตกใจไปด้วย
“เกิดอะไรขึ้น”
“ท่านผู้นำตระกูล ตระกูลจาง...เป็นตระกูลจางส่งคนมาแล้วครับ แล้วไม่ใช่แค่ตระกูลจางธรรมดาๆ แต่เป็นคนของประธานจางครับ!!”
“อะ อะไรนะ! คนของประธานจางมาหรือ?”
“ใช่ครับ เขาบอกว่าอยากมาคุยเรื่องคุณหนูรองเหลียนครับ”
“บัดซบ!! นี่...นี่หรือว่าประธานจางจะโกรธเข้าแล้วจริงๆ”
ผู้คนตกใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น ไม่มีใครคิดเรื่องนี้ในแง่ดีสักคน เรื่องเพิ่งเกิดขึ้นแต่ประธานจางที่ปกติไม่ใส่ใจเรื่องนี้กลับส่งคนมาพูดคุยด้วยตัวเอง เห็นได้ชัดว่าเขากำลังอยากสั่งสอนตระกูลเหลียนอยู่!!
น่าเสียดายที่ต่อให้พวกเขาอยากหนีก็ทำไม่ได้ ผู้นำตระกูลเหลียนกำมือที่สั่นเทาของตนเองแน่น พยายามรักษาความสงบเอาไว้แล้วออกไปข้างนอกเพื่อเชิญคนของประธานจางเข้ามาด้วยตัวเอง
“ผู้นำตระกูลเหลียนมาแล้วหรือ?”
“เชิญเข้าด้านในก่อนเถอะ พวกเรามีเรื่องที่ต้องพูดคุยกันอีกมาก...”
“ไม่เป็นไร” คนไม่สนใจท่าทางให้เกียรติของผู้นำตระกูลเหลียนเลย เขาโบกมือแล้วต้องการพูดสิ่งที่ตนเองรับสารมา เห็นท่าทางของอีกฝ่ายเป็นแบบนั้น แทนที่จะโกรธที่ถูกดูหมิ่น ผู้นำตระกูลเหลียนกลับยิ่งนอบน้อมมากกว่าเดิมเสียอีก
“เรื่องคุณหนูรองตระกูลเหลียนนั้น ประธานของพวกเราได้รู้แล้ว และ...”
ปัก!!
ยังไม่ทันที่คนจะได้พูดจบ จู่ๆร่างเล็กที่อยู่ไม่ไกลก็รีบนั่งลงคุกเข่าอย่างแรงจนมีบาดแผลเล็กน้อยให้เห็น สีหน้าท่าทางจริงจังของเธอทำเอาคนทั้งหมดยังตะลึงไม่ได้
“ในฐานะคุณหนูของตระกูลเหลียนผู้หนึ่ง ฉันขอเป็นตัวแทนในการขอโทษประธานจางแทนพี่สาวที่ไม่รู้ความผู้นั้นด้วยค่ะ แต่ตระกูลเหลียนของพวกเราไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรต่อตระกูลจางโดยเฉพาะประธานจางเลย แท้จริงแล้วเป็นเกียรติของพวกเราด้วยซ้ำที่ได้รับโอกาสดีนี้ ดังนั้น...พวกเราอยากจะขอให้ประธานจางให้อภัยพวกเราด้วย”
“แน่นอนว่าคุณหนูรองเหลียนผู้นั้น พวกเราตระกูลเหลียนย่อมไม่ปล่อยไปเช่นกัน จะต้องมีคำอธิบายดีๆมอบให้ประธานจางแน่ ไม่ปล่อยให้เธอทำให้ท่านต้องเสียเกียรติใดๆ”
ยิ่งพูด คุณหนูเหลียนเหมยเม่ยผู้นี้ก็ยิ่งดูเป็นผู้ชอบธรรมมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก ผู้คนผ่านไปผ่านมาที่แอบมองสถานการณ์นี้ เพียงฟังคร่าวๆก็ได้ยินทั้งหมด
ก่อนหน้านี้คนรับใช้ตระกูลเหลียน รวมทั้งคุณหนูเหมยเม่ยผู้นี้ก็ออกมาจัดการคุณหนูรองตั้งแต่ทางเข้าประตู ผู้คนไม่น้อยได้เห็นเหตุการณ์และเอาไปลือกันหมดแล้ว เมื่อรวมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ ข่าวลือก็เริ่มกลายเป็นข่าวที่น่าเชื่อถือขึ้นมา
“ปรากฏว่าคุณหนูรองทำเรื่องเช่นนั้นจริงๆหรือ?”
“ตระกูลจางมาถึงที่นี่แล้ว คงจะเป็นเรื่องจริงนั่นแหละ คุณหนูรองพาตระกูลเหลียนเดือดร้อนแล้วจริงๆ”
“ถูกต้องแล้ว คุณหนูรองผู้นั้นเคยทำเช่นนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ยังคิดว่าทำไมตอนนั้นตระกูลเหลียนจึงปล่อยเธอไป ถ้าเป็นตระกูลของพวกเรา เด็กสาวไม่รักดีผู้นั้นจะต้องตายไปนานแล้ว”
“ถูกต้อง ให้แต่งกับประธานจางที่สูงส่งกลับไม่ต้องการ ใฝ่ต่ำถึงเพียงนี้จะเลี้ยงดูต่อไปให้เปลืองเครดิตทำไม”
“จริงด้วย แล้วครั้งนี้ตระกูลเหลียนจะผ่านมันไปได้อย่างไร ลำพังคุณหนูเหลียนเหมยเม่ยจะรับมือได้หรือ?”
“เห้อ ประธานจางได้ชื่อว่าเป็นพวกอำมหิตและเด็ดขาดมาก ไม่น่าจะยอมรับการคุกเข่าง่ายๆ ถ้าตระกูลเหลียนต้องการทำให้คนหายโกรธ จะต้องชดเชยอย่างเหมาะสมแล้ว”
ผู้คนต่างพูดก็ต่างคิดกันไปไกลมากขึ้น กระทั่งมีข่าวลือแพร่ออกไปว่าคุณหนูรองเหลียนถูกจับได้คาหนังคาเขาว่ากำลังมีความสัมพันธ์ทางกายทั้งๆที่มีคู่หมั้นอยู่แล้ว และประธานจางเห็นเข้าก็เอาดาบใหญ่ของเขาฟันจนทั้งคู่คอขาดกระเด็นไปเลย ช่างเป็นการจินตนาการที่เสริมเติมแต่งเสียจนไม่เหลือเค้าโครงแห่งความจริงแล้ว...
“นี่กำลังพูดไร้สาระอะไรกันอยู่” ชายหนุ่มที่รับหน้าที่มาฟังหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังแสดงละครก็แค่นยิ้ม
เขาไม่ใช่คนโง่ ทั้งยังเป็นคนที่ประธานจางเลือกใช้ ดังนั้นหากต้องการมาเสแสร้งต่อหน้าของเขาก็ต้องฝึกฝนให้มากกว่านี้หน่อย ไม่เช่นนั้นเขาก็คงจะดูออกโดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ
“พวกเราก็แค่อยากขอความเมตตา...”
“เหอะ! เดิมทีไม่ต้องมาขอความเมตตาอะไรที่ว่านี่หรอก แต่ตอนนี้...สมควรต้องขอความเมตตาแล้วจริงๆ” คนว่าอย่างนั้นก่อนจะก้าวเข้าไปหาเหลียนเหมยเม่ยด้วยท่าทางดุดัน
หญิงสาวผงะออกไป ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทว่าท่าทางของอีกฝ่ายไม่ได้แสดงความเป็นมิตรต่อเธอเลย แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง...
ปัง!!
มือหนาของชายหนุ่มกดไปที่หัวของเหลียนเหมยเม่ย บังคับให้เธอโขกหัวลงไปที่พื้นด้วย
“เร็วเข้า รีบร้องขอความเมตตาได้แล้ว!!”
………………………………….