บทที่ 323 ทำงานให้ (อ่านฟรี 23 ม.ค. 69)
บทที่ 323 ทำงานให้ (อ่านฟรี 23 ม.ค. 69)
บทที่ 323 ทำงานให้
“เร็วเข้า รีบร้องขอความเมตตาได้แล้ว!!”
การกระทำของชายหนุ่มทำให้สมาชิกตระกูลเหลียนงงไปหมด พวกเขาไม่เข้าใจว่าคนใช้ความรุนแรงเช่นนี้ด้วยสาเหตุใด แถมยังบอกว่าตอนแรกไม่ต้องขอความเมตตา ทว่าเวลานี้ต้องขอความเมตตา...มันมีความหมายใดซ่อนอยู่กันแน่
“เอ่อ นี่...นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือเปล่า ทำไมถึงได้ลงมือกับเหลียนเหมยเม่ย ที่จริงคนผิดเรื่องนี้ก็คือเหลียนซิ่วอิงต่างหาก...” แม่ของเหลียนเหมยเม่ยกล้าๆกลัวๆ เธออยากช่วยลูกสาว แต่ก็กลัวคนของประธานจางเกินไป
“คนผิดคือคุณหนูรองหรือ? ดี! ทุกคนก็คิดเช่นนี้หรือ?” คนหรี่ตาลง มองไปยังสมาชิกของตระกูลเหลียนด้วยท่าทางเหยียดหยาม แม้ทุกคนจะรู้ดีแก่ใจว่าคนผิดคือใคร แต่เวลานี้กลับไม่กล้าพูดออกมาเสียอย่างนั้น
ถือว่าสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดของพวกเขายังดีอยู่ หากยังพูดออกไป ก็เป็นแค่กระสอบสำหรับระบายอารมณ์ให้คนเขาก็เท่านั้น
“ทำไมไม่พูดออกมาล่ะ! คิดว่าการที่คุณหนูรองเหลียนไปทำงานให้ประธานจางของพวกเราเป็นการทำผิดใช่ไหม!!” ในที่สุด ชายหนุ่มก็พูดใจความสำคัญออกมาเสียที
ใช่แล้ว! สาเหตุที่เขามาที่นี่ก็เพื่อแจ้งตระกูลเหลียนว่าตอนนี้เหลียนซิ่วอิงกำลังทำงานให้ประธานของเขาอยู่ แม้ว่า “งาน” ในที่นี้ก็คืองานที่ทำภายใต้คุณอันซูหยวน แต่มันก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ
ใครก็ตามที่ทำงานให้กับประธานจางย่อมต้องรู้ว่าความสำคัญของคุณอันซูหยวนเป็นอย่างไร ตอนนี้เธอยังเด็กอยู่และยังไม่ใช่ แต่คำว่า “ว่าที่” ภรรยาในอนาคตของประธานย่อมไม่หนีไปไหนแล้ว
ดังนั้นในสายตาของพวกเขา คุณอันซูหยวนก็คือเจ้านายของพวกเขาอีกคนนั่นแหละ! พอได้ยินว่าคุณอันมาขอประธานเพื่อช่วยเรื่องรับคนตระกูลเหลียนมาทำงานด้วย ประธานของเขาก็รีบสั่งให้มาแจ้งตระกูลเหลียนทันทีเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่อง ใครจะไปคิดว่าระหว่างทางยังได้ยินเรื่องไร้สาระเช่นนั้นอีก
บอกว่าประธานของเขาถูกสวมหมวกเขียวบ้างล่ะ บอกว่าตอนนี้เขากำลังงอกออกมาครบ 2 เขาแล้ว ไหนจะบอกว่าประธานของเขาเป็นพวกน่าสงสารในเรื่องความรัก อ่า...แม้ว่าประโยคสุดท้ายจะดูเหมือนเรื่องจริงก็เถอะ แต่...แต่มันเป็นเรื่องที่คนอื่นๆสามารถพูดได้หรือ?
นอกจากนี้ อะไรคือประธานถูกสวมหมวกเขียว? ไร้สาระเกินไปหน่อยแล้ว ประธานของเขาน่ะหรือที่จะถูกสวมหมวกเขียว ต้องบอกว่าต่อให้อยากสวม คนก็ไม่ยอมให้สวมหรอก นั่นเพราะคนที่ยังไม่รู้ว่าตนเองมีใจ จะเอาเรื่องที่ไหนไปแอบนอกใจกันล่ะ
เหอะ! ไอ้คนพวกนี้ช่างโง่งมเสียจริง ถ้าจะพูดถึงประธานของเขา...บอกว่าเป็นพวกคลั่งรัก รักเขาข้างเดียว หรือเป็นพวกแอบมองเด็กสาวอย่างน่ารังเกียจยังจะถูกต้องเสียกว่า! ถึงแม้คุณอันจะดูมีความคิดเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง แต่ตอนนี้อายุจริงก็ยังไม่ถือเป็นผู้ใหญ่ ไม่เช่นนั้นประธานของพวกเขาจะต้องรออยู่เช่นนี้หรือ?
จนกว่าคุณอันจะพร้อมสำหรับการมีความรัก ไม่รู้ว่าโคเฒ่าอย่างประธานของพวกเขาจะยังมีเรี่ยวแรงมาไล่ขายขนมจีบใส่เด็กสาวหรือเปล่า
สุดท้าย แทนที่เขาจะมาที่นี่เพื่อแจ้งข่าวให้ตระกูลเหลียนรู้ กลับเพิ่มจุดประสงค์เข้ามาเอง แม้จะเป็นการทำเกินกว่าคำสั่งไปบ้าง แต่เขาก็รู้ว่าประธานจะต้องพอใจแน่นอน!
“นะ นี่ เมื่อครู่คุณพูดว่าอะไรนะ”
“อะไร? อายุดูไม่มากมายนักแต่ทำไมหูพังแล้ว? อยากให้พวกเราช่วยเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำตระกูลให้ไหมล่ะ จะได้หาคนที่เหมาะสมจริงๆมาทำ อย่างน้อยๆ...ก็ต้องเอาคนที่ไม่คิดดูถูกประธานของพวกเรา!!”
“มะ ไม่แน่นอน ได้ยินแล้ว ได้ยินชัดเจนเลยล่ะ”
“ดี! ถ้าอย่างนั้นท่าทีของพวกคุณคืออะไร?” ชายหนุ่มยังปล่อยออร่ากดดันออกมา ในฐานะที่เขาเป็นนักล่าคนหนึ่ง ออร่านี้จึงทำให้ตระกูลที่เชี่ยวชาญในการปรุงยาต้องเหงื่อตก
ขนาดเขาไม่ได้ปล่อยรังสีฆ่าฟัน แต่เป็นแค่รังสีกดดันเท่านั้น หากปล่อยรังสีฆ่าฟันออกมาโดยตรง มากกว่าครึ่งที่นี่คงยืนไม่ไหวอีกแล้ว
“ทะ ท่าที ท่าทีของพวกเราก็คือ...แน่นอน แน่นอนว่าการให้เหลียนซิ่วอิงของพวกเราไปทำงานให้ประธานจางนั้นคือเรื่องที่ดีที่สุด พวกเราย่อมถือว่าเป็นเกียรติของตระกูล เป็นเกียรติของเหลียนซิ่วอิงอยู่แล้ว”
ผู้นำตระกูลหัวไว ไม่สิ! ต้องบอกว่าเมื่อเทียบกับกิ้งก่าเปลี่ยนสีแล้ว เขายังถือว่าเป็นรองแค่เล็กน้อยเท่านั้น ทักษะระดับนี้ในหมู่มนุษย์ยังถือว่าเป็นอันดับต้นๆ ไม่น่าแปลกใจที่ยังสามารถครองตำแหน่งผู้นำตระกูลเหลียนมาได้นานขนาดนี้
“แล้ว?” คนพยักหน้าพอใจ แต่สายตายังมองไปทางเหลียนเหมยเม่ยที่ได้รับบาดเจ็บก่อนหน้า
เดิมทีที่เธอคุกเข่าอย่างแรงก็เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเธอเจ็บปวดขนาดไหนกับการกระทำของพี่สาว อีกทั้งยังต้องการแบกรับความเสียสละเหล่านี้ไว้เอง ขอให้เป็นเธอที่คุกเข่าขอโทษแทนผู้หญิงที่ไม่ได้เรื่องนั่น แต่ว่า...เหมยเม่ยจะไปคิดได้อย่างไรว่าประธานจางกลับส่งคนมาเพื่อแจ้งข่าวใหญ่โตนี้
นังนั่นไม่ได้ติดตามคนจากเขตชั้นนอกไปหรือ? อ่า...ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะเข้าใจแล้ว
แปลงเพาะปลูกที่ซิ่วอิงสารเลวนั้นไปพบก็คือ “เกษตรกรอัน” หญิงสาวจากเขตชั้นนอกที่ได้รับการสนับสนุนโดยประธานจางจนมีความสำเร็จถึงปัจจุบันนี้ เดิมทีเธอไม่ได้คิดอะไร ยังเข้าใจว่าซิ่วอิงเป็นพวกโง่เขลา แต่ที่ไหนได้...หญิงสารเลวนั่นก็ไม่ต่างจากแม่ของมัน
แทนที่จะอธิบายให้ชัดเจนตั้งแต่หน้าประตู กลับปิดบังและรอจนกว่าเธอจะตกหลุมพราง เวลานี้...หมากกระดานนี้ถือว่าเธอพลาดเสียแล้ว!
เป็นนังนั่นที่ต้องการทำให้เธอต้องเจอกับความอับอายเช่นนี้ ความแค้นนี้เหลียนเหมยเม่ยจดจำเอาไว้ทั้งหมดแล้ว!
ผู้นำตระกูลเหลียนซึ่งแต่เดิมก็ไม่ได้รักลูกสาวคนนี้อยู่แล้ว พอเห็นสายตาของชายหนุ่มคนของประธานจางก็ปรี่เข้ามาหาเหลียนเหมยเม่ยทันที เขาเงื้อมือขึ้นก่อนจะตบหน้าของเธอไปฉาดใหญ่ ทำเอาทุกคนยังต้องหลับตาปี๋ด้วยความสมเพช
“เรื่องของคนที่กล้าใส่ร้ายซิ่วอิงและทำให้ประธานจางถูกเข้าใจผิด ฉันจะรับผิดชอบในการสั่งสอนเอง จะต้องทำให้มั่นใจว่าเธอจะไม่กล้าสร้างปัญหาอีกในอนาคต!”
“ดี หากทำให้ประธานไม่พอใจขึ้นมา คงรู้นะว่าตระกูลเหลียนจะต้องเจอกับอะไร...”
“เข้าใจแล้ว” คนตระกูลเหลียนส่งให้ชายหนุ่มจากไปอย่างนอบน้อม
เมื่อคนจากไปโดยสมบูรณ์แล้วนั่นแหละ พวกเขาจึงสามารถหายใจหายคอได้อย่างโล่งอก อย่างไรก็ตาม...ปัญหาที่พวกเขาต้องแก้ไขยังคงมีอยู่ ทุกสายตาตอนนี้มองไปยังเหลียนเหมยเม่ยที่ยังคงนอนฟุบอยู่กับพื้น น้ำตาของหญิงสาวนองหน้า ไม่ใช่เพราะเจ็บปวด หากแต่เป็นน้ำตาของความเจ็บใจต่างหาก
“เหลียนเหมยเม่ย เธอรู้หรือยังว่าทำอะไรผิด”
“พ่อ...ฉัน ฉันรู้ค่ะ ฉันเป็นคนที่เข้าใจทุกอย่างผิดเอง ถ้าฉันถามพี่สาวมากกว่านี้ หากตามพี่สาวไปที่เขตชั้นนอกเพื่อเค้นความจริง ฉันก็คงได้รู้ว่าพี่สาวแท้จริงแล้วทำงานให้ประธานจางอยู่..”
คำพูดของหญิงสาวทำให้ทุกคนที่กำลังโทษว่าเป็นความผิดของเธอชะงักไป แม้ว่าเรื่องนี้เหลียนเหมยเม่ยจะมีความผิด แต่...เหลียนซิ่วอิงไร้ความผิดจริงๆน่ะหรือ?
ทำไมเธอถึงเลือกจะหันหลังให้ประตูตระกูลเหลียนแทนที่จะเข้ามาอธิบายให้คนในตระกูลเข้าใจ หากเธอพูดมาคำเดียวว่าประธานจางให้เธอช่วยงาน คิดว่าตระกูลเหลียนจะสั่งลงโทษเธอหรือ? พวกเขาไม่ยกเธอแห่ขึ้นรอบๆเพื่อเปิดเผยความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเช่นนี้ก็ดีแค่ไหน ปรากฏว่าเธอกลับไม่ทำอย่างนั้น และปล่อยให้พวกเขาเข้าใจผิดกันทั้งหมด
ถามว่าถ้าตัวเองเป็นเหลียนเหมยเม่ย พวกเขาจะคิดไปถึงว่าประธานจางเป็นคนขอแรงเธอไปหรือ? แค่เด็กสาวคนหนึ่งในตระกูลเหลียน ถ้าประธานจางต้องการ...พวกผู้อาวุโสหรือแม้แต่ผู้นำตระกูลเหลียนก็ยังอยากจะไปทำงานด้วย
“ถึงจะเป็นความเข้าใจผิด แต่ในฐานะพี่น้องกัน เธอควรจะต้องใส่ใจและเชื่อใจกันให้มากกว่านี้ ดังนั้น...ฉันจะใช้กฎของตระกูลเพื่อลงโทษเธอ ตลอดเวลา 3 เดือนหลังจากนี้ ให้เธอทำงานข้างนอกทุกวัน และเงินที่ได้จากการทำงานต้องส่งไปให้ทีมศึกษาของตระกูลเหลียน”
“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”
ถึงแม้ว่าการลงโทษเช่นนี้ คนภายนอกจะเห็นว่าไม่ได้เป็นการลงโทษที่รุนแรงอะไร แต่การสั่งให้ออกไปทำงาน “ข้างนอก” ในฐานะสมาชิกของตระกูลเหลียนเข้าใจกันเป็นอย่างดี
เพราะข้างนอกที่ว่านี้ก็คือ “ข้างนอกเขตปลอดภัย” หรือก็คือ...การส่งให้หญิงสาวออกไปอยู่เขตพื้นที่ล่าเพื่อปรุงยาสนับสนุนให้กับกองกำลังต่างๆที่จ้างวานมา หากโชคดี 3 เดือนแล้วคงกลับมาได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าโชคร้าย...ชีวิตนี้ก็คงเอากลับมาไม่ได้แล้ว
เหลียนซิ่วอิงไม่ใช่ไม่กลัว แต่เธอรู้ว่าครั้งนี้ตัวเองเป็นคนพลาดท่า ดังนั้นเธอจะต้องรับผลของเรื่องที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม..เหมยเม่ยไม่ได้ยอมแพ้ เมื่อครบ 3 เดือน เธอจะต้องกลับมาเพื่อเอาคืนให้ได้!
เห็นคนยอมรับการลงโทษง่ายๆเช่นนี้ ทุกคนก็เปลี่ยนจากความรู้สึกเกลียดชังมาเป็นสงสาร เด็กที่รู้ความมักจะได้ความเมตตาจากคนอายุมากเสมอ เหลียนเหมยเม่ยไม่ได้อยู่ฟังพวกเขาอีก เพียงหันหลังเดินกลับไปเตรียมของเพื่อเดินทางก็เท่านั้น
สมาชิกตระกูลเหลียนยังมีเรื่องให้ทำอีก ก่อนหน้านี้พวกเขาหารือกันเพื่อลงโทษเหลียนซิ่วอิงอย่างไร เวลานี้กลับต้องประชุมหารือกันเพื่อจะเข้าหาหญิงสาวอย่างไรอีกครั้ง
“คุณหนูรองดูเหมือนต้องการปิดบังเรื่องที่เธอทำงานให้ประธานจางกับพวกเรา นี่ก็แปลว่าเธอไม่ต้องการให้ตระกูลเหลียนมีส่วนรับความดีความชอบครั้งนี้...”
“จะอยากหรือไม่อยาก เธอก็เป็นคนของตระกูลเหลียนเรา ดังนั้นประธานจางจะต้องได้รู้ว่าเด็กสาวมีพวกเราหนุนหลังอยู่”
“ถูกต้อง แต่ปัญหาก็คือ...เธอไปที่นั่นเพื่อทำงานอะไร? หากเป็นงานที่ประธานจางต้องการเก็บเป็นความลับ พวกเราจู่ๆก็เข้าไปวุ่นวาย ไม่ใช่จะเป็นการสร้างความเกลียดชังอีกหรือ?”
“ฉันก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน หากพวกเราต้องการเคลื่อนไหวก็ควรจะเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด แล้วก็...อย่าพยายามสืบเรื่องงานที่เหลียนซิ่วอิงทำมากเกินไป รอจนกว่าเธอจะเปิดปากบอกมันเอง ระหว่างนี้...พวกเราเพียงสนับสนุนเหลียนซิ่วอิงให้มากที่สุด ให้ประธานจางเห็นความจริงใจของพวกเราก็พอ”
“ก่อนหน้านี้คุณหนูรองเหลียนได้รับเงินค่าขนมเท่าไรหรือ? ครานี้จะต้องให้เพิ่มเป็นสองเท่า ไม่สิ! สามเท่าขึ้นไป เพื่อที่จะได้เอาเงินส่วนที่เหลือไปช่วยประธานจาง”
“ไม่จำเป็น” ผู้นำตระกูลเหลียนโบกมือ เนื่องจากเขาเป็นคนควบคุมค่าใช้จ่ายของสมาชิกในครอบครัว ย่อมต้องรู้ว่าซิ่วอิงมีการเคลื่อนไหวทางบัญชีอย่างไรบ้าง
“ทำไมหรือ?”
“ตั้งแต่เกิดเรื่อง เหลียนซิ่วอิงก็ยังไม่ใช้เงินในบัญชีเลย เงินจำนวน 500,000 เครดิตที่เหลืออยู่ ก็ไม่ถูกแตะต้อง หากเธอไร้ที่พึ่งหรือไม่มีเงินจริงๆ เงินส่วนนี้จะต้องขยับบ้างแล้ว”
“เรื่องนี้...”
“ไม่ใช่เรื่องปกติหรือ? ประธานจางเป็นคนให้งานทำ เธอจะไม่ได้รับเงินจากประธานจางได้อย่างไร ตอนนี้คงจะไม่ต้องการเงินสนับสนุนจากตระกูลแล้วด้วยซ้ำ”
“ถ้าไม่ให้เงิน พวกเราจะสนับสนุนเธออย่างไรได้อีก”
“อืม เรื่องนี้....”
“ทำไมเราไม่เปิดคลังสมบัติของตระกูลล่ะ” ผู้อาวุโสคนหนึ่งเสนอขึ้นมา ทำเอาสมาชิกของตระกูลเหลียนทุกคนชะงักไป
ปกติแล้วคนที่จะได้รับโอกาสให้เลือกอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งออกไปจากคลังสมบัติของตระกูลจะต้องมีระดับเป็นนักทำยาระดับสูงขึ้นไป แต่เหลียนซิ่วอิงยังไม่มีคุณสมบัตินั้น หากปล่อยให้เธอได้รับสมบัติเหล่านี้ ไม่ใช่ว่าจะเป็นการทำลายกฎของตระกูลหรอกหรือ?
หลายคนพยายามคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่สุดท้าย...พวกเขาก็มองหน้ากันเอง ดูเหมือนจะมีคำตอบที่เหมือนกันแล้ว
“เปิดคลังตระกูลครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อให้รางวัล แต่เป็นการให้ยืมสมบัติของตระกูลไปทำภารกิจ แบบนี้ก็น่าจะได้ใช่ไหม?”
“อืม ถูกต้อง ฉันก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน”
“ดี ถ้าอย่างนั้นก็เปิดคลังสมบัติตระกูลกันเถอะ!”
คนของตระกูลเหลียนตัดสินใจกันเสร็จสรรพ เรื่องนี้คลี่คลายลงเพียงเพราะคนของประธานจางเดินมาพูดไม่กี่คำ แสดงให้เป็นว่าอิทธิพลของเขาสูงส่งขนาดไหน อย่างไรก็ตาม...เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยที่เหลียนซิ่วอิงก็ไม่คาดคิดด้วยซ้ำ
อะไรคือจงใจซ่อนจากตระกูลเหลียน? อะไรคือการที่เธอกำลังช่วยงานประธานจาง? เหอ เหอ เหอ ถ้าเธอได้ทำงานสำคัญเช่นนั้นจริง จะยอมหันหลังเดินออกมาจากตระกูลหรือ?
………………………………………..