บทที่ 329 สามวิธี (อ่านฟรี 29 ม.ค. 69)
บทที่ 329 สามวิธี (อ่านฟรี 29 ม.ค. 69)
บทที่ 329 สามวิธี
เหมือนกับที่ผู้อำนวยการพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่สถาบันต่างๆก็มองเห็นอันดับหนึ่งในการแข่งขันของนักเรียนชั้นปีที่ 2 เช่นกัน กรณีที่นักเรียนจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งคว้าอันดับหนึ่งในการเพาะปลูกซึ่งเป็นคู่อริกันเสมอมาทำให้สถาบันจากวงการอื่นๆได้แต่แอบหัวเราะ
การที่สถาบันอันดับหนึ่งก้าวขึ้นมาได้เช่นนี้ ไม่เหมือนกับการเหยียบหัวของพวกเขาหรือ? ช่างเป็นภาพที่ทำให้ทุกคนสนุกสนานได้จริงๆ
ผู้อำนวยการรวมทั้งอาจารย์ของสถาบันค่ายกล สถาบันทำยา หรือสถาบันอื่นๆพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าครานี้เป็นการตบหน้าครั้งใหญ่ของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งแล้ว ความสำเร็จของพวกเขาในปีนี้ยิ่งทำให้อันดับหนึ่งมั่นคงมากกว่าเดิม ทว่า...เหล่าผู้ใหญ่ของสถาบันในวงการเกษตรกรกลับไม่คิดเช่นนั้น
สีหน้าของแต่ละคนดูไม่ได้เลยเมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ หลายคนรู้จักชื่อเสียงของเกษตรกรอันจากการที่ประธานองค์กรเรียกพวกเขาไปฟังประกาศแต่งตั้งคนเป็นเกษตรกรอาวุโส ตอนนั้นก็ไม่พอใจอยู่แล้ว ถึงจะรู้ว่าเธอสามารถจัดการแปลงเพาะปลูกที่ถูกทำลายโดยแมลงกัดกินได้ก็เถอะ ทว่า...ผลลัพธ์ก็ออกมาแล้วว่าพวกระดับสูงขององค์กรเพียงแค่ถูกหลอกลวงเท่านั้น
เธอไม่ได้คิดวิธีการใดๆออกมาด้วยตัวเองเลย อาศัยแค่พลังของประธานจางคนนั้นเพื่อประสบความสำเร็จ เป็นแบบนี้แล้วยังควรได้รับความเคารพอีกหรือ?
แล้วดูตอนนี้ เป็นถึงผู้อาวุโสขององค์กร กลับยังมาแข่งการเพาะปลูกกับเด็กนักเรียนชั้นปีที่ 2 ที่ยังไม่ผ่านการเป็นเกษตรกรเลยด้วยซ้ำ แบบนี้เรียกว่ายุติธรรมหรือ? มันก็เหมือนกับสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งกำลังโกงอยู่นั่นแหละ!
“ฉันจะทำเรื่องร้องเรียน ใครอยากลงชื่อกับฉันบ้าง”
“เหอะ! ไม่ต้องถามหรอก ในสถาบันของพวกเราทุกคนย่อมต้องร่วมด้วยอยู่แล้ว แต่แทนที่จะถามคนในสถาบันของพวกเราเท่านั้น สู้ไปรวบรวมรายชื่อจากสถาบันอื่นๆ และสมาชิกขององค์กรเกษตรกรดีกว่า”
“อืม ฉันก็จะไปลองอ่านกฎระเบียบขององค์กรเพิ่มเติมนะ ก่อนหน้านี้เหมือนเคยได้ยินเกี่ยวกับกฎการแข่งขันของพวกเกษตรกรมาก่อน ถ้ามีตำแหน่งต่างกันมากก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าแข่งขัน ดังนั้น...ชื่ออันซูหยวนนี้ อาจจะถูกตัดออกตั้งแต่แรกแล้วก็ได้”
“ดีเลย หากเป็นเช่นนั้นก็ตัดเธอออกไป ไม่อย่างนั้นพวกเราจะประท้วงแน่”
“ประท้วงๆ” เสียงของอาจารย์และผู้เกี่ยวข้องในสถาบันตะโกนออกมา ท่าทางของพวกเขามีแต่ไม่ยอมรับทั้งสิ้น โดยไม่ได้คิดย้อนกลับไปเลยว่าการแข่งขันครั้งนี้ถูกมองว่าไม่ยุติธรรม แล้วการแข่งขันที่ผ่านมานับเป็นความยุติธรรมหรือ?
สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งเพิ่งจะมีนักเรียนประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกก็กำลังถูกเด็ดปีกแล้ว พวกสถาบันเกษตรกรที่ผ่านมาคว้าอันดับหนึ่งตลอดมาก็เลยไม่สามารถยอมรับได้หรือ? ไม่ใช่ว่าพวกเขาก็เคยคว้าอันดับหนึ่งมาจากนักเรียนที่เข้าไปฝึกงานกับเกษตรกรมาแล้วหรือ?
นั่นก็เรียกว่าโกงเหมือนกันนั่นแหละ แค่เด็กพวกนั้นไม่มีใครเก่งสู้อันซูหยวนไม่ได้สักคนก็เท่านั้นเอง!
การดำเนินการด้านหน้ายังไม่ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงอะไร ทว่า...สิ่งที่น่ากลัวที่สุดกลับเป็นการดำเนินการในมุมมืดที่ผู้คนไม่ทันระวังต่างหาก
ที่ตระกูลเซิ่น เซิ่นเจ๋อได้ติดต่อกับกลุ่มดวงตามารก่อนหน้านี้ เขาได้มอบข้อมูลสำคัญของตระกูลให้กับกลุ่มดวงตามารไปแล้ว แลกกับเงิน 3 ล้านเครดิตมาอย่างง่ายดาย ทำให้ชีวิตที่เกือบจะกลายเป็นคนยากไร้ฟื้นคืนกลับมาได้ ดังนั้นเซิ่นเจ๋อยิ่งรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกต้องแล้วที่ร่วมมือกับพวกมัน
อย่างไรก็ตาม ชีวิตที่กำลังฟื้นตัวของเขากลับได้เห็นผลลัพธ์ของการเลื่อนตำแหน่งให้เกษตรกรอัน หญิงสาวสารเลวที่ทำร้ายน้องสาวเซิ่นหนิง และยังเป็นเหตุผลที่ทำให้ชีวิตของเขาเหมือนคนล้มละลายเช่นนี้
ในตอนที่เขายากลำบาก ชีวิตอีกฝ่ายกลับดีขึ้นเรื่อยๆ ก้าวข้ามเขากลายเป็นเกษตรกรผู้ชำนาญโดยตรง ด้วยเรื่องนี้ทำให้เขาต้องเงยหน้ามองดูเธอแล้ว เพราะเขายังเป็นแค่เกษตรกรระดับสูงเท่านั้น
อีกอย่าง ดูผลลัพธ์ที่กำลังจะสรุป...ชื่อที่ควรจะเป็นเซิ่นหนิงน้องของเขา ตอนนี้กลับเป็นอันซูหยวนที่ทำคะแนนทิ้งห่างจากทุกคนไปมาก เห็นแบบนี้แล้วเขาจะยอมรับได้อย่างไร!
เพื่อที่จะทำลายเด็กสาวคนหนึ่ง เซิ่นเจ๋อเลือกที่จะติดต่อกลุ่มดวงตามารไปก่อน ซึ่งเหมือนกับที่พวกเขาตั้งเป้าหมายเอาไว้ “เหยื่อ” คนก่อนๆของพวกเขาก็เป็นเช่นนี้ เริ่มต้นจากการคิดว่าตัวเองจะสามารถเอาเปรียบกลุ่มดวงตามารได้ พวกเขาเองก็ยินยอมให้หยิบยืมพลังไปใช้จนคนเหล่านั้นได้ใจ สุดท้าย...ไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองได้เปลี่ยนเป็น “หมาก” ตัวหนึ่งของกลุ่มไปเสียแล้ว
ความจงรักภักดีต่อกลุ่มดวงตามารนั้นไม่จำเป็นต้องมีตั้งแต่เริ่มต้น ทว่าพวกเขามีวิธีการที่จะทำให้คนไม่สามารถหักหลังกลุ่มของดวงตามารได้
ก็เหมือนกับที่เซิ่นเจ๋อกำลังลงไปในหลุมกับดักนี้ด้วยตัวเอง...
คนเขียนจดหมายลับเพื่อติดต่อกับกลุ่มดวงตามาร เนื่องจากตัวเขาเป็นแค่คนที่เพิ่งเข้าร่วม ยังไม่มีตำแหน่งใดๆในกลุ่มดวงตามาร ทำให้ทุกครั้งที่ขอความช่วยเหลือจากกลุ่ม จะต้องยอมรับภารกิจของกลุ่มด้วย เรียกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกันอย่างยุติธรรมนั่นเอง
ดังนั้น เมื่อเขาเขียนร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่มดวงตามาร ก็ต้องทำภารกิจให้กลุ่มดวงตามารหนึ่งภารกิจเช่นกัน แม้จะรู้เช่นนั้นตั้งแต่แรก....เซิ่นเจ๋อก็ยังต้องการผลลัพธ์นี้
ถึงจะถูกใช้งาน แต่เพื่อทำลายเด็กสาวคนหนึ่ง เขายินยอม!
ใช้เวลาไม่นานก็ได้รับการตอบกลับ หลังจากที่เซิ่นเจ๋อยอมร่วมมือกับกลุ่มดวงตามารแล้ว เขาก็มีช่องทางติดต่อกับตัวแทนของกลุ่มดวงตามาร ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกครั้ง...กลุ่มดวงตามารจะไหวตัวทันตลอด หนอนที่พวกเขาทิ้งไว้กับกลุ่มต่างๆมากมายเกินไป และตอนนี้ก็เพิ่มเซิ่นเจ๋อที่เป็นคนขององค์กรเกษตรกรอีกคนหนึ่ง
“วิธีจัดการกับตำแหน่งอันดับหนึ่งของอันซูหยวน มี 3 วิธี วิธีแรกคือการทำให้เธอกลายเป็นคนโกงในการทดสอบ อาศัยว่าเธอเป็นเกษตรกรที่มีความสามารถแต่ไม่ยอมเปิดเผยตั้งแต่แรก ปลอมตัวเองเป็นคนที่ไม่รู้จักการเพาะปลูกเข้าสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง เรื่องนี้แค่สร้างหลักฐานเท็จ ทำให้ดูเหมือนสถาบันเกษตรกรชุบเลี้ยงเด็กคนนี้มาตั้งแต่ต้นก็จะทำให้เกิดการสอบสวนครั้งใหญ่แล้ว”
“วิธีที่สอง คือการทำให้นักเรียนอันซูหยวนทำผิดกฎ ใช้วิธีการลอบทำร้ายนักเรียนอันดับ 2 – 10 แล้วทิ้งหลักฐานเชื่อมโยงมาที่อันซูหยวน พยายามผลักดันให้นักเรียนที่เป็นเพื่อนของนักเรียนอันซูหยวนทั้ง 7 คนมีระดับเพิ่มมากขึ้นจนได้รับรางวัล”
“วิธีการที่สาม วิธีนี้ง่ายดายที่สุด นั่นก็คือการฆ่านักเรียนอันซูหยวนเสียเลย เพียงเท่านี้ก็จะทำให้อันดับหนึ่งต้องหายไปแล้ว”
หลังจากที่อ่านรายละเอียดที่ได้รับ แม้เขาจะเข้าใจวิธีการที่สามดีที่สุด ทว่ามันเป็นวิธีการที่เสี่ยงเกินไป เวลานี้อันซูหยวนถูกจับตามองโดยสมาชิกกลุ่มนักล่า กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มทหาร ถ้าเขาลงมือเวลานี้...มีแต่จะนำปัญหามาให้ตนเองเท่านั้น
แน่นอนว่าเรื่องการฆ่าเด็กสารเลวนั่นยังอยู่ในใจของเขามาตลอด แค่รอเวลาที่เหมาะสมให้ลงมือเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม วิธีที่ 1 และ 2 ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เหมือนกับที่น้องสาวของเขาโดนลงโทษก่อนหน้านี้ หากพิสูจน์ได้ว่าอันซูหยวนทำผิด เธอจะถูกลงโทษอย่างรุนแรงทันที
“วิธีพิเศษ?” ในตอนที่เซิ่นเจ๋อกำลังจะตอบกลับ ตอนนั้นเองก็มีข้อความมาที่เขาอีกครั้ง
คำสั้นๆอย่างวิธีพิเศษที่ปรากฏขึ้นทำให้ชายหนุ่มสนใจไม่น้อย เพียงแต่...เนื้อหาของวิธีนี้ไม่มีปรากฏให้เห็นเหมือนวิธีทั้งสามก่อนหน้า ทว่าข้อความที่ต่อท้ายมากลับเป็น..
“วิธีพิเศษ ที่การันตีว่าสำเร็จแน่นอน ทั้งเซิ่นเจ๋อไม่ต้องลงมือด้วยตัวเอง แต่ถ้าต้องการวิธีการนี้ จะต้องทำงานใหญ่ให้กลุ่มดวงตามารก่อน” เซิ่นเจ๋อกำหมัดแน่น กลุ่มดวงตามารนี้ช่าง....
คนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เขาอยากรู้เสียแล้วว่าเบื้องหลังของกลุ่มดวงตามารคือผู้ใดกันแน่ ทำไมถึงได้เจ้าเล่ห์แสนกลขนาดนี้
ชายหนุ่มคิดเล็กน้อยก่อนจะสอบถามภารกิจที่กลุ่มดวงตามารต้องการให้เขาทำ ซึ่งภารกิจนี้กลับเป็นภารกิจที่ทำให้เซิ่นเจ๋อต้องขมวดคิ้ว
ดูเหมือนกลุ่มดวงตามารจะยกย่องอันซูหยวนเสียจริง ถ้าต้องการจัดการกับเธอ เขาจะต้องแลกพลังงานไปมากมายเพื่อจัดการเรื่องนี้ให้เลยหรือ?
“นำเทคนิคลับในการเพาะปลูก “สมุนไพรโอล” ของตระกูลเซิ่นมาแลก” วิธีการปลูกสมุนไพรโอลนั้นไม่ใช่ความลับ แต่เทคนิคลับที่จะยกระดับสมุนไพรโอลของตระกูลเซิ่นนี้ แท้จริงแล้วเป็นช่องทางทำมาหากินของตระกูลเซิ่น เรียกว่าเป็นหัวใจของตระกูลเลยก็ว่าได้
หากไม่ใช่เพราะพวกเขามีเทคนิคลับเช่นนี้ คงจะไม่สามารถก้าวมาอยู่ในฐานะตระกูลใหญ่ได้ ก่อนหน้านี้...บรรพบุรุษของเขาก็เป็นเพียงคนจากเขตชั้นกลางที่บังเอิญมีความสามารถในการเพาะปลูกเท่านั้น แต่ด้วยความพยายามทั้งหมดของบรรพบุรุษที่จะศึกษาวิธีการจัดการสมุนไพรโอล ทำให้ตระกูลเซิ่นได้รับมรดกตกทอดที่ยอดเยี่ยมที่สุดนี้มา
การที่อีกฝ่ายมาขอความลับของตระกูลไปเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการยกตระกูลเซิ่นให้พวกมันเลย ถ้าเขามอบวิธีการนี้ให้พวกมัน ก็แปลว่าเขาไม่อาจจะพึ่งพาตระกูลเซิ่นได้ในอนาคตอีก
ขอแค่ความลับเรื่องนี้ถูกเปิดเผย เซิ่นเจ๋อจะถูกตระกูลเซิ่นล่าหัวทันที!
“วิธีลับนี้ฉันไม่ต้องการ” เขาคิดเล็กน้อย สุดท้ายก็ไม่ยอมเป็นเครื่องมือของกลุ่มดวงตามารง่ายๆ แน่นอนว่าอีกฝั่งไม่ได้คิดอะไรมาก ตอบกลับมาแค่ “ตกลง” จากนั้นก็มอบภารกิจเล็กๆอย่างการรวบรวมข่าวสารในองค์กรให้เขาทำเพื่อแลกกับการขอความคิดเห็น 3 อย่างด้านบน
เซิ่นเจ๋อเชื่อว่าด้วยวิธีการทั้งสองวิธีแรก ก็คงมากพอที่จะทำลายเด็กคนหนึ่งแล้ว
ไม่ใช่แค่เซิ่นเจ๋อเท่านั้นที่คิดลงมือกับอันซูหยวน สถาบันเพาะปลูกอันดับหนึ่งก็ไม่พอใจผลลัพธ์เช่นนี้เหมือนกัน การประท้วงของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นแล้ว รายชื่อที่รวบรวมมาทั้งหมดก็ถูกส่งไปที่องค์กรเกษตรกรแล้วเช่นกัน เพียงแต่...ด้วยคำพูดเดียวของประธานองค์กร ก็สามารถอธิบายทั้งหมดได้
อันซูหยวนไม่ได้ทำผิดกฎ เธอไม่ได้เป็นเกษตรกรตั้งแต่แรก มีเพียงการขึ้นชั้นปีที่ 2 ที่ทำให้เธอเริ่มแตะต้องวงการเพาะปลูกจนมาสอบเป็นเกษตรกร อีกอย่าง...ไม่มีกฎของนักเรียนชั้นปีที่ 2 สำหรับการแข่งขัน
การแข่งขันของนักเรียนชั้นปีที่ 2 และการแข่งขันของเกษตรกรในองค์กรต่างกัน หากอ้างอิงกฎขององค์กร ก็จะต้องมาขึ้นทะเบียนการแข่งขันที่องค์กรก่อน นอกจากนี้....การแข่งขันของนักเรียนชั้นปีที่ 2 นั้นถูกกำหนดโดยรัฐบาลกลาง หรือก็คือ...ไม่ว่าจะมีพลังงานหรือไม่ ตราบเท่าที่เป็นนักเรียนของสถาบันใดๆ ที่ขึ้นเรียนในชั้นปีที่ 2 หรือภาคเรียนที่ 3 จะต้องเข้าร่วมการทดสอบนี้ หากไม่สามารถเพาะปลูกได้ตามกำหนดก็จะไม่ผ่านชั้นปีที่ 2 ส่วนการเรียงลำดับนั้นก็เพื่อมอบของรางวัลให้ผู้ที่พยายามทำผลงานของตัวเองให้ดีที่สุด
ทั้งหมดทั้งมวลนี้แปลว่า...อันซูหยวนมีสิทธิในการเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเต็มที่ ต่อให้เป็นเกษตรกรระดับสูงตั้งแต่แรกหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากเวทีการแข่งขันมันเป็นคนละเวทีกัน
เห็นคำตอบเช่นนี้ สถาบันทั้งหลายก็รู้แล้วว่าพวกเขาพึ่งพาองค์กรเกษตรกรไม่ได้อีก มีแต่จะต้องใช้วิธีการอื่นๆเพื่อจัดการเรื่องนี้เท่านั้น
“มีแต่จะต้องใช้สิ่งนั้นแล้ว” ผู้อำนวยการของสถาบันเกษตรกรอันดับหนึ่งกล่าวขึ้นในที่ประชุม ทำเอาสมาชิกทุกคนได้แต่ชะงักไป
“สิ่งนั้น...หรือว่าจะเป็นสิ่งนั้น?” รองผู้อำนวยการถามอย่างไม่มั่นใจ ในน้ำเสียงของเขามีความตกตะลึงอยู่ด้วย
“ใช่ ไม่ว่าจะยังไงก็เสียอันดับหนึ่งไปไม่ได้!!”
“ตะ แต่ว่า...สิ่งนั้นเป็นสมบัติของมนุษย์ชาติ ถ้าหากว่า...”
“สมบัติของมนุษย์ชาติงั้นหรือ? นั่นไม่ใช่สมบัติของมนุษย์ชาติ แต่เป็นสมบัติของสถาบันต่างหาก และเวลานี้...เพื่อรักษาเกียรติของสถาบัน ฉันอนุมัติให้นำออกมาใช้ได้!”
สิ้นคำของคนเป็นผู้อำนวยการสถาบัน อาจารย์ทั้งหมดก็เงียบกันไป พวกเขารู้แล้วว่าผู้อำนวยการกำลังเดิมพันหมดหน้าตักแล้ว ก่อนหน้านี้สถาบันอื่นๆไม่เคยแย่งอันดับหนึ่งของพวกเขาไปได้ เช่นนั้น....ครั้งนี้ก็จะปล่อยให้ใครแย่งไปไม่ได้เช่นกัน!!
……………………………………