บทที่ 330 การท้าทายซึ่งหน้า (อ่านฟรี 30 ม.ค.69)
บทที่ 330 การท้าทายซึ่งหน้า (อ่านฟรี 30 ม.ค.69)
บทที่ 330 การท้าทายซึ่งหน้า
สิ่งนั้นของสถาบันซึ่งทำให้ทุกคนอึ้งไปตามกัน แท้จริงแล้วก็คือสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นสมบัติของมนุษย์ชาติ!
นั่นก็คือ “น้ำตาของต้นไม้โลก” ที่เชื่อว่าครั้งหนึ่งพวกมันเคยเติบโตอยู่บนโลกนี้ก่อนจะถูกทำลายในวันสิ้นโลก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้พืชผักและต้นไม้ดีๆเติบโตได้ยาก
คุณสมบัติของมันก็คือ ช่วยเร่งการเติบโตของพืชผัก และการันตีว่าพืชใดๆจะไม่ตาย สิ่งนี้มีไว้ไม่ใช่เพื่อเพาะปลูกพืชผักธรรมดา แต่ผู้อำนวยการกำลังจะใช้มาตรการพิเศษ ที่มีไว้สำหรับนักเรียนที่พิเศษ ซึ่งรัฐบาลกลางได้ตั้งกฎเอาไว้
นั่นก็คือ...การแข่งขันของนักเรียนชั้นปีที่ 2 นี้ ตราบเท่าที่มีนักเรียนคนไหนก็ตาม สามารถเพาะปลูกสมุนไพรระดับสูงกว่าระดับของตนเอง 2 ขั้นได้ จะถือว่าได้อันดับหนึ่งไปในทันที
แม้จะมีนักเรียนคนที่สองที่ทำสำเร็จเหมือนกัน ก็จะถูกยกให้เป็นอันดับหนึ่งคู่กันไปเลย!
กรณีนี้ หากพวกเขานำน้ำตาของต้นไม้โลกมาใช้ จะต้องการันตีผลลัพธ์อันดับหนึ่งแน่ เพราะพวกเขามั่นใจว่าอันซูหยวนที่ตอนนี้เป็นเกษตรกรรผู้ชำนาญ ไม่มีทางที่จะเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์สมุนไพรที่มีระดับสูงกว่าตนเอง 2 ขั้นได้อีก
หากเธอเป็นแค่เกษตรกรระดับเริ่มต้น แล้วเพาะปลูกสมุนไพรระดับสูงก็ยังเป็นไปได้ แต่เกษตรกรระดับผู้ชำนาญ...หากต้องการเพาะปลูกสมุนไพรที่ระดับสูงกว่า 2 ขั้น อย่างนั้นก็ต้องเป็นปลูกต้นไม้โลกขึ้นมาใหม่แล้ว
ความตั้งมั่นที่จะรักษาอันดับหนึ่งของพวกเขาช่างสูงส่งเสียจริง ข่าวเรื่องการนำเอาของวิเศษนี้มาใช้เพื่อการแข่งขันเริ่มแพร่กระจายออกไปรอบๆ ซึ่งทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาไม่น้อย
หลายคนที่รู้ว่าของวิเศษนี้มีค่าแค่ไหนทำได้เพียงเสียดายเท่านั้น หากให้เกษตรกรระดับสูงใช้งาน สมุนไพรที่จะได้ย่อมเป็นสมุนไพรล้ำค่าที่คนทั่วไปเพาะปลูกไม่ได้ แต่พอให้นักเรียนเพาะปลูก มันก็ทำได้แค่เพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกสมุนไพรระดับสูงที่เกษตรกรมากมายหลายคนทำได้เท่านั้น
เหมือนกับการเอาสมบัติมาโยนทิ้ง!
ก่อนหน้านี้พวกเขาเห็นด้วยที่ไม่อยากให้อันซูหยวนเอาชนะอันดับหนึ่ง แต่เมื่อเห็นวิธีการของสถาบันเกษตรกร กลับไม่เห็นด้วยกับพวกเขาแทน
กลายเป็นว่าองค์กรเกษตรกรยังต้องส่งจดหมายมาให้สถาบันเพื่อให้พวกเขาหยุดวิธีการของตนเอง การมองเห็นภาพรวมของมนุษย์ชาติจะต้องสำคัญกว่าแค่ศักดิ์ศรีของตนเอง แต่...สถาบันจะยอมรับฟังหรือ?
ในเมื่อพวกเขาตัดสินใจแล้ว สมบัตินั้นก็เอาออกมาใช้แล้ว
อันซูหยวนได้ยินเรื่องนั้นหลังจากที่อาจารย์ประจำวิชาเกษตรกรเรียกเธอไปพบ เขาเองก็หัวเสียเช่นกันที่ได้ยินว่าสถาบันเกษตรกรต้องการใช้วิธีสกปรกเช่นนั้นเพื่อคว้าชัยชนะ แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการรังแกคนอื่นเลย พวกเขาต้องการอันดับหนึ่งตลอดกาลโดยไม่สนใจว่าจะทำลายโอกาสของมนุษย์ชาติไปมากเท่าไรด้วยซ้ำ
“แม้ว่าฉันจะอยากให้นักเรียนอันคว้าอันดับหนึ่งในการแข่งขันมา แต่หลังจากเรื่องนี้...เธอก็ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีก แค่ได้อันดับสองก็ถือว่าสถาบันของพวกเราเก่งมากแล้ว”
“พวกเขาใช้สมบัติของสถาบันออกมาหนึ่งอย่าง สมบัตินั้นก็หายไปหนึ่งอย่าง ในเมื่อพวกเขาไม่เสียดาย พวกเราก็ปล่อยอันดับหนึ่งไปก็แล้วกัน ครั้งนี้ไม่ถือว่าพ่ายแพ้นักเรียน แต่แพ้ให้สมบัติวิเศษ”
คนพูดด้วยความปลงตก ทำเอาอันซูหยวนต้องขมวดคิ้วไปด้วย เธอไม่ได้เสียดาย “อันดับหนึ่ง” จากการแข่งขันระหว่างนักเรียนที่ยังไม่ได้เป็นแม้แต่เกษตรกรด้วยซ้ำ ทว่าที่ทำให้เธอสนใจมาก กลับเป็นเรื่องของ “สมบัติวิเศษ” ที่สถาบันพูดถึงต่างหาก
ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เธอได้พูดถึง “ปุ๋ยวิเศษ” ไปบ้างแล้วหรอกหรือ? ดังนั้น...ทำไมไม่ลองใช้โอกาสนี้ในการโปรโมทสินค้าไปเลยล่ะ
รอยยิ้มของอันซูหยวนที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นทำให้อาจารย์ประจำวิชาเกษตรรู้สึกประหลาดใจไปด้วย ในเมื่อเด็กสาวไม่ตอบอะไร แถมไม่ได้มีท่าทางเศร้าใจ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
ก่อนหน้านี้ที่ตัดสินใจเรียกเธอมา ก็เพราะกลัวว่าคนที่ตั้งใจทำงานอย่างหนักจะเศร้าใจ กลัวว่าตัวเขาที่ขอให้เธอคว้าอันดับหนึ่งมาให้ได้จะทำให้อันซูหยวนรู้สึกกดดัน ดังนั้นจึงรับผิดชอบในส่วนของตนเอง
“เอาล่ะ ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว เธอก็....”
“อาจารย์คะ ฉันมีเรื่องอยากจะรบกวนค่ะ”
“หืม? รบกวนฉันหรอ เรื่องอะไรล่ะ”
“อาจารย์สามารถเบิกเมล็ดพันธุ์ของพืชระดับสูงกว่าเกษตรกรผู้ชำนาญ 2 ขั้นได้ไหมคะ”
“อะไรนะ!!” เดิมที เขาคิดว่าอันซูหยวนเข้าใจและยอมรับความพ่ายแพ้ที่ไม่ยุติธรรมนี้ได้แล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าจู่ๆเธอก็ร้องขอเรื่องแบบนี้ขึ้นมา
นี่...ไม่ใช่แค่เรียกว่าไม่ยอมรับ แต่เรียกว่าต้องการ “ท้าทาย” กับสถาบันเกษตรกรอันดับหนึ่งเสียมากกว่า!
“ไม่ใช่อาจารย์บอกว่า ถ้าสามารถเพาะปลูกสมุนไพรที่มีระดับมากกว่าตนเอง 2 ระดับจะสามารถคว้าอันดับหนึ่งมาได้หรอคะ ถ้าอย่างนั้น...ฉันก็ขอลองแข่งขันเรื่องนี้ดูบ้างค่ะ”
“นักเรียนอัน แม้ว่าเธอจะมีความสามารถ แต่เรื่องนี้จะต้องพิจารณาให้ดี ไม่เหมือนกับนักเรียนของสถาบันเกษตรกร กรณีนั้นอีกฝ่ายยังไม่ได้เป็นแม้แต่เกษตรกรระดับเริ่มต้นด้วยซ้ำ สมุนไพรที่เธอใช้เพาะปลูกจึงเป็นแค่สมุนไพรระดับสูงธรรมดาๆ ต่อให้ใช้คะแนนทั้งหมดแลกไปก็ไม่น่าเสียดายอะไร โอกาสที่จะเพาะปลูกสำเร็จยังมีสูงมาก”
“แต่ถ้าเป็นสมุนไพรที่สูงกว่าระดับของเธอ...ต่อให้เป็นเทพเซียนลงมาเพาะปลูกเองก็ใช่ว่าจะทำได้ อย่าลืมว่าเงื่อนไขที่จะเข้าแข่งขันแบบนั้นก็คือการเอาคะแนนทั้งหมดของตัวเองไปแลกมานะ ถ้าล้มเหลว...คะแนนเธออาจจะเป็นติดลบได้เลย”
อาจารย์ไม่เห็นด้วยกับเธอ แม้ว่าตอนนี้จะเสียอันดับหนึ่งไป แต่ก็ยังคว้าอันดับสองมาได้ เพียงเท่านี้ก็สร้างหน้าตาให้สถาบันมากแล้ว อีกอย่าง...ในฐานะอาจารย์ของสถาบันนักล่า เขาไม่ได้คาดหวังสูงนัก ผลลัพธ์ของการผลักดันให้อันซูหยวนกลายเป็นเกษตรกรระดับผู้ชำนาญถือเป็นหน้าเป็นตาให้เขามากที่สุด เขาไม่ต้องการสร้างปัญหาไปมากกว่านี้แล้ว
อย่างไรก็ตาม อันซูหยวนไม่ได้คิดเหมือนกับอีกฝ่าย แทนที่เธอจะยอมรับผลครั้งนี้ เด็กสาวกลับส่ายหน้า
“อาจารย์คะ ฉันมีความมั่นใจค่ะ”
“มั่นใจ มั่นใจอะไร ที่ฉันพูดไปเธอไม่เข้าใจเลยหรือ?”
“อาจารย์ ฉันรู้ว่าคุณเป็นกังวล แต่อย่าลืมว่าฉันเพิ่งฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกที่ถูกแมลงกัดกินทำลายไปได้โดยที่เกษตรกรระดับสูงคนไหนก็ทำไม่ได้ แม้แต่ประธานองค์กรเกษตรกรก็เช่นกัน ดังนั้น....คุณอยากจะลองเชื่อใจฉันดูไหมคะ”
ได้ยินอันซูหยวนพูดเช่นนั้น อาจารย์ประจำวิชาก็ชะงักไป เขาได้ยินเรื่องนี้มาแล้ว เรื่องราวที่ทำให้เธอกลายเป็นเกษตรกรผู้ชำนาญได้ ไม่มีใครเลยที่ไม่รู้ ดังนั้น...ทันทีที่ซูหยวนพูดออกมาเช่นนี้ อาจารย์ก็ไม่มีเหตุผลที่จะห้ามเธออีก
“ในเมื่อเธอมั่นใจ อย่างนั้นอาจารย์ก็จะลองร้องขอดู แต่ถ้าทางหน่วยงานกลางไม่อนุมัติ อาจารย์ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว”
ถึงคนเป็นอาจารย์จะพูดเช่นนั้น แต่เขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเรื่องนี้ไม่มีทางที่ไม่ได้รับอนุมัติ!
ในเมื่อมีนักเรียนคนหนึ่งต้องการใช้วิธีการลัดเพื่อเอาอันดับหนึ่งมาครอง เช่นนั้นพวกเขาจะปิดกั้นนักเรียนอีกคนไม่ยอมให้ทำเช่นเดียวกันหรือ? อย่างนั้นไม่ได้แปลว่าพวกเขาลำเอียงหรืออย่างไร?
ความพยายามสุดท้ายของอันซูหยวนถูกเผยแพร่ออกไปทันทีหลังจากที่เมล็ดพันธุ์ถูกอนุมัติให้นำมาใช้ ก่อนหน้านี้ที่ทุกคนกำลังไม่พอใจกับอันดับหนึ่งของเธอ หลังจากที่เอาคะแนนทั้งหมดไปแลกมา กลับเปลี่ยนเป็น 0 คะแนนทันที
จากที่จะจบการศึกษาแน่นอน กลับกลายเป็นแบกรับความเสี่ยงครั้งใหญ่ไว้ เพื่อนๆของซูหยวนทั้ง 7 ได้ยินข่าวนี้เช่นกัน และพวกเขาก็ไม่สบายใจเอาเสียเลย
เส้นตายเหลืออีกไม่กี่วันแล้ว แต่ซูหยวนก็ยังต้องการทำเรื่องเกินตัวแบบนี้อีก หลายคนมองว่าเธอก็ไม่ต่างอะไรกับคนโง่เลยสักนิด ทว่า...คงจะมีอยู่หนึ่งคนที่เฝ้ารอดูความสำเร็จของเธออยู่
“ประธาน พวกเราควรจะหยุดไม่ให้คุณอันทำแบบนี้ดีไหมครับ ถ้าหากว่าเธอพลาดท่าขึ้นมา จะกลายเป็นปมที่สำคัญ อาจทำให้ก้าวข้ามเรื่องนี้ไปไม่ได้ทั้งชีวิตเลยนะครับ”
คนของจางอู่หยางเป็นกังวลใจมาก เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าประธานของตนเองจะนั่งฟังอย่างสบายใจอยู่ได้
“หยุด? ใครอนุญาตให้หยุด!”
“แต่ประธาน...”
“ไม่ต้องวุ่นวายไปมากกว่านี้ เพียงแค่เตรียมช่องทางสื่อสารไว้ก็พอ อ้อ แล้วก็เตรียมของแสดงความยินดีให้ด้วยนะ เอาเป็น...เมล็ดพันธุ์ระดับสูงสัก 1 กระสอบก็ได้” ไม่เพียงแค่ไม่กระวนกระวายใจเท่านั้น คนยังคิดจะเตรียมของแสดงความยินดีให้อีก แบบนี้...แปลว่าเชื่อมั่นเต็มร้อยว่าซูหยวนจะชนะ แต่ถ้าไม่ใช่เช่นนั้นล่ะ...
ฟังคำสั่งไป ผู้ช่วยก็อยากจะร้องไห้ไป เขาไม่อยากคิดภาพวันที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามเป้าหมายเลย ก่อนหน้านี้คุณอันทำอะไรล้วนแต่ระมัดระวังรอบคอบ ไม่ทำให้ต้องเป็นกังวลมากนัก แต่ทำไมจู่ๆครั้งนี้ก็ก่อเรื่องได้ล่ะ...
ในขณะที่ทุกคนกำลังรอฟังข่าวใหญ่ อันซูหยวนกลับไม่ได้คิดมากกับสถานการณ์นี้เลย สิ่งที่เธอต้องทำเวลานี้ไม่ใช่การมานั่งกังวลว่าสมุนไพรของเธอจะเติบโตหรือเปล่า เพราะนี่เป็นสิ่งที่เธอมั่นใจแน่นอน
ทว่า...ที่เธอต้องลงมือจริงๆ กลับเป็นเรื่องอื่นต่างหาก
“จี๊ดๆ เจ้าคนตระกูลเซิ่นปล่อยข่าวใหญ่ออกมาแล้ว บอกว่าเพื่อช่วยให้เพื่อนของเจ้านายผ่านเกณฑ์ เจ้านายได้ใช้วิธีโกง”
“วิธีโกง?”
“จี๊ดๆ ใช่แล้ว ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกเมล็ด เจ้านายได้ให้เพื่อนๆเลือกเมล็ดพันธุ์ที่เจ้านายรู้วิธีการเพาะปลูก และข่มขู่นักเรียนคนอื่นๆให้ยอมแพ้”
“อ่า...เข้าใจแล้ว”
แม้ว่าเรื่องแบบนี้ดูจะเป็นเรื่องเล็ก เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ทำให้ผู้คนสนใจ แต่จนกว่าเรื่องจะไปถึงพวกผู้ใหญ่ พวกเขาจะรู้ทันทีว่าการกระทำนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎการแข่งขันของนักเรียนชั้นปีที่ 2 และเธอก็อาจจะถูกทำทัณฑ์บนก็เป็นได้
การช่วยเพื่อนๆไม่ใช่เรื่องผิด แต่การข่มขู่นั้นไม่ถูกต้องเช่นกัน ยิ่งเธอที่มีตำแหน่งเป็นถึง “จ่าสิบโทอัน” การใช้ยศและตำแหน่งของตนเองมาข่มขู่ผู้อื่นจะเป็นการกระทำความผิดร้ายแรง
ไม่ใช่แค่โทษในเรื่องการแข่งขันเท่านั้น เธอจะถูกโทษทางกฎหมายอื่นๆด้วย
ซูหยวนเข้าใจสถานการณ์ วิธีการที่ค่อนข้างดีนี้อาจจะทำให้ผลการแข่งขันถูกหยุดเอาไว้ก่อนเพื่อสอบสวน อย่างไรก็ตาม...ยังมีปัญหาอื่นนอกจากนั้นอยู่
“จี๊ดๆ เจ้าเซิ่นคนนั้นไม่ได้หยุดแค่เรื่องการใส่ร้าย แต่มันกำลังจะสังหารเกษตรกรผู้อาวุโสคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนตำแหน่งให้เจ้านายด้วย โดยจะทำให้เจ้านายต้องกลายเป็นอาชญากร จี๊ดๆ ตอนนั้นมันกำลังลวงให้เกษตรกรอาวุโสคนนั้นมาที่แปลงเพาะปลูกของเจ้านายอยู่”
หนูขาวตัวจิ๋วรายงานสถานการณ์ทั้งหมดจบก็รอรับคำสั่งของคนเป็นนายต่อไป ถึงแม้มันจะโกรธไอ้สารเลวที่คิดร้ายต่อเจ้านายของมันมากขนาดไหน ทว่า...ถ้าไม่มีคำสั่ง มันเองก็ทำอะไรโดยพละการไม่ได้อยู่ดี
อีกอย่าง มันเชื่อว่าเจ้านายจะจัดการเรื่องนี้ได้ดียิ่งกว่าใคร นี่เป็นสิ่งที่ราชาหนูได้ส่งต่อมาให้พวกมันรู้ตั้งแต่อยู่ในพื้นที่แปลงเพาะปลูกแล้ว
ซูหยวนคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ นิ้วเรียวของเธอเคาะเป็นจังหวะอยู่เกือบ 5 นาที ก่อนจะมอบคำสั่งให้เจ้าหนูขาวไปจัดการ
คนหนึ่งสมควรตาย อีกคนก็ยื่นมือเข้ามาจัดการให้ ไม่มีเหตุผลที่เธอจะห้ามพวกเขา ต่อให้เรื่องนี้เธอไม่รู้มาก่อน ก็ไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากฐานะพลทหารพิเศษของเธอ ต่อให้ฆ่าใครทิ้งก็ไม่สามารถเอาผิดได้ แต่...ทำไมเธอต้องยอมเป็นแพะรับบาปให้คนอื่นด้วยล่ะ
ซูหยวนวางแผนจะมอบของขวัญดีๆให้เซิ่นเจ๋อเสียหน่อย ไม่ใช่ก่อนหน้านี้ก็มีคนคิดจะทำลายเซิ่นเจ๋ออยู่หรอกหรอ? ในเมื่อเป็นแบบนี้...สู้ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้แก้แค้นไปเสียเลยล่ะ
เดิมที หากเป็นแค่เรื่องการใส่ร้ายโง่ๆ ซูหยวนคงไม่คิดทำอะไรคนอย่างเซิ่นเจ๋อผู้โง่เขลาทิ้งหรอก ตั้งใจจะเปิดโอกาสให้มันทำสำเร็จแล้วอาศัยจากตัวของมันเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มดวงตามารให้ได้
เพราะครั้งก่อนพวกมันเคยทำให้เธอต้องล่าทรัพยากรอย่างยากลำบาก แค่ฐานที่ 3 ของมันถูกทำลายจะถือว่าเป็นการเอาคืนได้อย่างไร
ซูหยวนจดจำพวกมันไว้ในใจ กลุ่มดวงตามารนี้จะต้องหายไปจากโลกที่วุ่นวายนี้!
น่าเสียดายที่เซิ่นเจ๋อล้ำเส้นเกินไป แทนที่จะอาศัยเซิ่นเจ๋อตามหาเป้าหมาย ซูหยวนเปลี่ยนใจมองหาเหยื่อรายอื่นดีกว่า ในขณะที่ทำลายเซิ่นเจ๋อที่น่ารำคาญนี้ทิ้งไปให้สิ้นซาก
ความลับชิ้นใหญ่อยู่ในมือของเซิ่นหนิง หญิงสาวที่มีสายเลือดแท้ๆกลับถูกพี่ชายขายออกมา เธออยากจะทำลายคนเสียจนใจจะขาด แน่นอนว่าผลกรรมของอีกฝ่ายที่ทำต่อเธอนั้นก็มีผลแล้ว แม้จะยังไม่ทั้งหมด แต่ถ้าหลังจากนี้เธอสามารถอยู่อย่างสงบได้ ซูหยวนก็คร้านจะเสียเวลาไปเล่นด้วย
การตามหาคนไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ ในเมื่อจุดเปลี่ยนของเรื่องนี้ก็คือคนที่กำลังหลบหนีอยู่ อาศัยบุญคุณที่เคยช่วยพลทหารพิเศษรุ่ยไว้ก็น่าจะได้ผลลัพธ์ในเวลาไม่นานหลังจากนี้ แล้วเธอจะส่งข้อมูลให้เซิ่นหนิงเอง
ถ้าอีกฝ่ายยังดำเนินการไม่ได้ เช่นนั้นก็ถือว่าโอกาสนี้ได้ไปเสียเปล่าแล้ว...
…………………………………