LNCrawler

บทที่ 333 ทดสอบหุ่นรบอินทรีย์ (อ่านฟรี 2 ก.พ. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 333 ทดสอบหุ่นรบอินทรีย์ (อ่านฟรี 2 ก.พ. 69)

บทที่ 333 ทดสอบหุ่นรบอินทรีย์

 

น่าเสียดายที่ซูหยวนยังไม่สามารถเข้าใกล้พวกผู้นำที่แท้จริงของมนุษย์ชาติได้ เธอจึงไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เล็งเป้าหมายมาที่เธอ ทว่า...ภารกิจที่มาถึงตัวอย่างกะทันหันหลังจากกลุ่มดวงตามารรับปากว่าจะเคลื่อนไหวนี้ มันทำให้ซูหยวนจะต้องเริ่มการเฝ้าระวังตั้งแต่ตอนนี้

 

“เอาล่ะ ในเมื่อไม่มีใครคัดค้าน ถ้าอย่างนั้น...ข้อมูลและรายละเอียดภารกิจนี้ขอมอบให้พลทหารพิเศษอันเลยก็แล้วกัน ส่วนรายชื่อผู้ที่จะเรียกตัวมาช่วยทำภารกิจนี้ ขอให้เลือกแล้วส่งมาที่หน่วยกลางได้เลย ฉันจะดำเนินการออกประกาศให้”

 

“เข้าใจแล้วค่ะ” ซูหยวนรับคำสั่ง เธอลงชื่อของตนเองแล้วมอบกลับให้กองทัพนำหลักฐานการเป็นผู้นำภารกิจไปเก็บไว้

            

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอก็คือหัวหน้าภารกิจใหญ่นี้แล้ว....

            

กำหนดมอบหมายหุ่นรบอินทรีย์คือในอีก 3 วันข้างหน้า หมายความว่าเธอจะต้องเอาหุ่นรบอินทรีย์จากฝ่ายศึกษาวิจัยเพื่ออนาคตของมนุษย์ชาติไปถึงเขต J ภายใน 5 วัน แล้วเริ่มภารกิจเลย ไม่อย่างนั้นคงไม่เสร็จภารกิจการตรวจสอบภายใน 30 วันได้

            

อย่าลืมว่าภารกิจนี้ไม่ใช่การกำจัดร่างทดลองเหมือนที่เริ่มเกริ่นมา หากแต่เป็นการ “ประมวลผล” จากทั้งร่างทดลองและหุ่นรบอินทรีย์ต่างหาก

            

ซูหยวนไล่รายชื่อโดยเริ่มจากคนที่เธอเคยทำงานด้วยก่อนเป็นอันดับแรก คนจากห้องวิจัยหุ่นรบอินทรีย์เกือบทั้งหมดได้ทำงานนี้ พวกเขาทำภารกิจในฐานะผู้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ซี่งทุกคนยินดีมาก เพราะสุดท้ายเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่พวกเขาศึกษาด้วยตัวเอง แทนที่จะรอข้อมูลจากคนอื่น สู้ให้พวกเขาได้ข้อมูลดิบมาแล้วมาจัดเรียงเป็นรายงานเองเลยยังจะดีกว่า ที่สำคัญที่สุดก็คือ...ภารกิจแบบนี้ ได้แต้มทหารด้วย เช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการได้แต้มมาเปล่าๆเลย

            

นอกจากฝ่ายศึกษาวิจัยแล้ว ก็ยังมีหน่วยพิเศษที่แย่งกันเสนอชื่อตัวเองเพื่อเข้าร่วมด้วย ทว่า...เงื่อนไขที่ผู้นำให้มา ไม่ให้ใช้ทหารพิเศษเกิน 3 คน รวมตัวของซูหยวนเองแล้วด้วย จากนั้นก็ให้ใช้ทหารจากกองสนับสนุนอื่นๆด้วย ไม่อย่างนั้นแต้มทหารจะกระจุกตัวเกินไป

            

ซูหยวนรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการที่แต้มภารกิจจะกระจุกตัวอยู่ที่ใครเกินไปหรอก มันเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า...หากทหารพิเศษช่วยเหลือเธอเป็นจำนวนมาก เช่นนั้น “ความตาย” ของเธอก็อาจจะถูกเปลี่ยนแปลงไปก็ได้

            

เป้าหมายของคนที่ทำเรื่องนี้คงไม่พ้นต้องการให้เธอตาย ขอแค่เธอจากไป เรื่องผลลัพธ์การแข่งขันก็คงจะกลายเป็นโมฆะ แม้ว่าตอนนี้เธอจะมีอันดับรั้งท้ายเพราะใช้คะแนนทั้งหมดไปแล้ว แต่จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้กลับไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการอีกต่อไป ความโกรธแค้นที่สะสมมา กลับกลายเป็นความต้องการฆ่าแทน

            

เดิมที ซูหยวนคิดว่าตัวเองคงหมดโอกาสติดตามกลุ่มดวงตามารผ่านเซิ่นเจ๋อแล้ว เพราะเธอได้เริ่มใช้เซิ่นหนิงในการทำลายเขา และยังเปิดเผยไพ่เด็ดให้ด้วย ทว่า...ช่วงเวลาเดียวกันนี้ เซิ่นเจ๋อกลับร้อนรนทนไม่ไหว ติดต่อกลุ่มดวงตามารอีกครั้งเพื่อให้ลงมือสังหารเธอ

            

ทำกระทั่งยอมเปิดเผยเทคนิคลับของตระกูลเซิ่น พอสถานการณ์เป็นแบบนี้แล้ว...ก็ไม่ต่างอะไรกับเข้าทางเธอ กลายเป็นว่าเซิ่นเจ๋อได้มอบโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มดวงตามารกลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้เธอจะไล่ดมกลิ่นไม่ให้หลุดมือ! 

            

เนื่องจากมีเวลาเตรียมตัวเพียง 3 วันเท่านั้น ซูหยวนจึงต้องจัดการงานอย่างรีบเร่ง ซึ่งในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ตอนที่ไม่มีใครคาดคิด เซิ่นหนิงก็ได้รับการติดต่อโดยบุคคลปริศนาแล้ว

            

เมื่อเธอเดินเข้ามาในห้องนอนของตนเองหลังจากส่งสามีไปทำงาน เพราะสามีของเธอมีงานทั้งด้านสว่างและด้านมืด ตอนเช้าเขาเป็นนักปรุงยาระดับต่ำ ถูกผู้คนมากมายดูแคลน ยิ่งร่างกายอวบอ้วนดูสกปรกของเขาด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้ ทว่าตอนกลางคืน...เขากลับเป็นนักปรุงยาพิษที่เก่งกาจ ด้วยร่างกายที่โดดเด่นของเขา ทันทีที่เข้าไปในสถานที่ทำงานก็ถูกจำได้ในทันที

            

เซิ่นหนิงที่เคยผิดหวังกับสามีที่ไม่อยากได้คนนี้มาก่อน เวลานี้กลับรู้สึกว่าการเป็นภรรยาของเขาไม่ได้แย่นัก อย่างน้อยๆ...ก็ไม่เหมือนตระกูลเซิ่นที่ตอนนี้ตกระกำลำบาก ตัวเธอกลับมีเงินมากมายให้ใช้ไม่ขาดมือ อยากได้อะไรก็ยังซื้อได้ กระทั่งอาหารที่กินทุกวันยังเป็นข้าวต้มที่มีผักโรยหน้าเล็กน้อยเลย

            

คิดว่าถ้ายังอยู่ตระกูลเซิ่น ต่อให้เป็นผู้เพาะปลูกพืชผักเองก็เถอะ ของเหล่านั้นมีไว้สำหรับกินหรือ? แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้เลย! หากมีใครแอบขโมยกินพืชที่ปลูกเอาไว้ จะถูกลงโทษอย่างหนัก เพราะถ้าขายออกไปจะทำราคาได้ดีนั่นเอง

            

ผักหนึ่งใบผลิตเป็นสารอาหารสังเคราะห์ได้มากกว่า 10 เม็ดแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงให้ผู้เพาะปลูกกินอาหารสังเคราะห์แทนที่จะยอมให้กินผักที่ตัวเองปลูกขึ้นมาได้

            

อาหารในสายตาของพวกเขาไม่สำคัญเท่ากับ “เครดิต” 

            

แต่สามีของเธอต่างกัน สาเหตุที่ร่างกายของเขาอวบอ้วนก็มีอยู่ เนื่องจากได้รับพลังงานเต็มที่ในทุกๆวัน ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เขาจะกลายเป็นแบบนี้ ส่วนเรื่องใบหน้าที่เน่าเฟะผุพอง นี่ก็เป็นเพราะการปรุงยาพิษของเขาทุกๆคืนอย่างไรล่ะ

            

ในเมื่อสามีทำงานหนักแลกเครดิตมาให้เธอใช้แบบนี้ เซิ่นหนิงยังอยากหย่ากับเขาอยู่ได้อย่างไร ไม่สิ! ต้องบอกว่า เธอยังหย่าร้างกับเขาในตอนนี้ไม่ได้ต่างหาก แต่หลังจากนี้ 10 ปี เมื่อเธอพ้นโทษ...เซิ่นหนิงจะใช้เงินที่แอบตอดเล็กตอดน้อยมาจากผู้ชายที่น่ารังเกียจคนนี้หนีชะตากรรมของตนเองแน่นอน

 

“ใครกันที่เข้ามาในห้องของฉันเมื่อครู่” เซิ่นหนิงร้องถาม คนรับใช้ที่ตระกูลเวินเลี้ยงไว้รีบเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงของเจ้านาย เห็นเซิ่นหนิงกำลังแสดงอารมณ์โกรธก็รีบส่ายหน้า

 

“ไม่ค่ะ เมื่อครู่พวกเราติดตามคุณนายไปส่งคุณชายทุกคน ไม่มีใครอยู่ในห้องแน่นอนค่ะ”

 

“ถ้าอย่างนั้น จดหมายเหม็นเน่าพวกนี้มาจากไหน” เธอตวาดเสียงดัง ท่าทางเอาเรื่องนี้ทำให้คนรับใช้ของบ้านเวินยิ่งหวาดกลัวมากไปกว่าเดิมอีก 

            

เนื่องจากเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนควรได้พักผ่อน พอเสียงของเซิ่นหนิงอาละวาดดังออกมาอีกครั้ง ก็ทำให้หลายคนในตระกูลเวินไม่พอใจเอามากๆ

           

 หากเป็นช่วงแรกๆที่เซิ่นหนิงร้องไห้โวยวายเอาแต่ใจ หรือแม้แต่การทำร้ายร่างกายของคนงานในตระกูล พวกเขาก็ยังพยายามมาห้ามปรามอยู่ ทว่าหลังจากนั้นไม่นานก็กลายเป็นความเคยชิน ถึงแม้จะยังรับไม่ได้กับกิริยามารยาทอันต่ำทรามนี้ แต่พวกเขาก็เลี่ยงไม่ได้อยู่ดี

            

อย่างไรเธอก็มาเป็นสะใภ้ของบ้านแล้ว ทั้งเวินฉือก็ยังรักเธอมากด้วย ไม่สิ! แทนที่จะบอกว่ารักเซิ่นหนิงมาก ต้องบอกว่าเวินฉือคนนี้กำลังสะใจมากกว่า 

            

ทั้งหมดเป็นเพราะเซิ่นหนิงก่อนหน้านี้พยายามไล่ตามแค่โอวหยางเซิน ในขณะเดียวกันก็ดูถูกเวินฉือเป็นอย่างมาก ปกติแล้วเวินฉือก็เป็นคนมีปมด้อย แอบอิจฉาโอวหยางเซินที่มีความสามารถมากมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งเห็นว่าเซิ่นหนิงรังเกียจเขามากขนาดไหน ความอยากเอาชนะก็ยิ่งสูงขึ้น
        

เขาถึงกับยอมใช้เงินเก็บของตนเองเพื่อขอซื้อภรรยาคนนี้เข้าบ้าน เงิน 50 ล้านเครดิตยังเป็นเงินที่เขาได้จากการขายยาพิษและสะสมมาเป็นเวลานาน 

            

ทุกวันได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงคนที่เคยดูแคลนตัวเอง เขาก็ยิ่งพอใจ เหมือนกับว่านี่เป็นความสำเร็จเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตของเขา 

            

เพราะเป็นแบบนั้น ทุกคนจึงไม่คิดทำลายความสุขเล็กๆน้อยๆของอีกฝ่าย อดทนฟังเสียงโวยวายแล้วข่มตานอน ทุกวันนี้สถานการณ์ดีขึ้นมาก อย่างน้อยๆก็ไม่ร้องไห้ฟูมฟายยามถูกเวินฉือตบตีอีก ทว่าการที่เธอเอาความร้ายกาจของตนเองมาใช้กับคนงานของตระกูลเวิน มันก็สร้างปัญหาให้ไม่น้อย

            

ใน 1 เดือนจะต้องหาคนงานใหม่ๆตลอด ขนาดเอาคนที่มีประสบการณ์รับใช้ในตระกูลเวินมานานก็ยังทนไม่ได้ กลายเป็นว่าจะต้องจัดเวรผลัดเปลี่ยนกันไป หนึ่งคนอยู่หนึ่งเดือน จากนั้นก็เอาคนอื่นไปสลับ ทำให้พวกเขายังมีกำลังใจที่จะอดทนกันต่อไป

            

พอตีคนรับใช้จนพอใจ และพวกเขาก็ยืนยันเหมือนเดิม เซิ่นหนิงจึงได้ใจเย็นลงแล้วเปิดจดหมายที่เหม็นเน่านี้ออกมาอ่าน ปรากฏว่าเนื้อหาในจดหมายกลับทำให้ร่างทั้งร่างแข็งเกร็งไป

            

ความโกรธในตอนแรกค่อยๆเปลี่ยนเป็นความยินดี สุดท้ายคนที่เพิ่งอาละวาดใหญ่โตก่อนหน้านี้ กลับส่งเสียงหัวเราะร่าเหมือนกับถูกปีศาจเข้าสิงอย่างไรอย่างนั้น

 

“ไอ้สารเลวเซิ่นเจ๋อ แกกำลังจะถูกเหยียบย่ำให้จมดินแล้ว คอยดูว่าแกหรือฉันที่จะทนทุกข์ทรมานมากกว่ากัน!!”

            

เนื้อหาในจดหมายไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการระบุตำแหน่งที่ซ่อนตัวของชายคนหนึ่ง ซึ่งชายคนนั้นก็คือผู้กุมความลับอันชั่วร้ายของเซิ่นเจ๋อนั่นเอง!

            

ก่อนวันที่ซูหยวนจะออกทำภารกิจ เธอได้ไปที่แปลงเพาะปลูกของตนเองเพื่อจัดการลงสมุนไพรระดับสูงสุดที่ว่ากันว่าเป็นเมล็ดพันธุ์หายากมากๆ แม้แต่ในคลังขององค์กรก็ยังมีเมล็ดพันธุ์นี้อยู่ไม่กี่เมล็ดเท่านั้น ดังนั้นเป้าหมายของการเพาะปลูกครั้งนี้ก็คือ ตราบเท่าที่เธอทำให้มันเติบโตได้ 1 ต้นจนเก็บเกี่ยวได้ เช่นนั้นอันดับหนึ่งก็จะเป็นของเธอแน่นอน

            

ทว่าซูหยวนที่ควรจะต้องใช้เวลาที่แปลงเพาะปลูกอย่างดีกลับต้องออกไปทำภารกิจด่วนที่ไม่รู้ว่าจะสำเร็จตอนไหน สิ่งนี้ทำให้ดวงตาของอาจารย์ประจำวิชาเกษตรแดงก่ำ

            

เขาเสียใจจริงๆที่ตอนนั้นไม่ห้ามเธอให้หนักแน่นกว่านี้ ถ้ารู้ก่อนว่าเธอจะถูกส่งไปทำภารกิจด่วน เช่นนั้นให้ซูหยวนคว้าอันดับสองไว้ ไม่ต้องเอาคะแนนไปแลกเสียยังจะดีกว่า

            

ทว่า...ซูหยวนกลับไม่ได้กังวลเหมือนเขาเลย เธอมั่นใจใน “ปุ๋ยวิเศษ” ของตนเองมาก เพียงแค่ต้องทำระบบให้เสร็จก่อนไปทำภารกิจเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

            

ก็เหมือนกับเครื่องรดน้ำอัตโนมัติจากโลกเดิมที่เป็นที่นิยมมากสำหรับคนไม่มีเวลา ซูหยวนหยอดเมล็ดที่แช่ในน้ำบริสุทธิ์จนเห็นแววสีขาวของราก จากนั้นก็ใส่ในหลุมที่เตรียมเอาไว้ ซึ่งเป็นดินที่ผสมกับปุ๋ยวิเศษของเธอไปก่อนหน้านี้แล้ว รดด้วยน้ำบริสุทธิ์ที่อัดแน่นอีกรอบ

            

จากนั้นก็ทำถังน้ำเพื่อที่จะกำหนดให้รดน้ำได้ตลอดทั้งเดือน โดยน้ำในถังนี้ผสมน้ำบริสุทธิ์เอาไว้แล้ว หรือถ้าสถานการณ์สมุนไพรไม่ดีจริงๆ เช่นนั้นเธอก็แค่ให้หนูขาวช่วยจัดการให้

            

ปัญหาของที่นี่ไม่นับเป็นอะไรเลยถ้าเทียบกับปัญหาจากที่เธอได้ศึกษาข้อมูลภารกิจ และใช่! เธอเอาเอกสารตัวอย่างทดลองหุ่นรบอินทรีย์มาอ่าน ก็พบว่ามันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้อย่างไร

            

เหมือนกับที่เธอและประธานจางเคยกังวลมาตลอด หุ่นรบอินทรีย์นี้เป็นได้แค่หุ่นรบในอุดมคติเท่านั้น น่าเสียดายที่ความเป็นจริงแล้วยังมีช่องโหว่อีกมาก ซึ่งช่องโหว่นี้...คล้ายว่าถูกออกแบบให้สามารถเล่นงานเธอได้ง่ายๆ

            

คนที่จะทำแบบนี้ได้ จะต้องเป็นคนที่มีความสามารถมาก และยังต้องรู้เกี่ยวกับหุ่นรบอินทรีย์นี้ด้วย นี่แปลว่าในห้องทำงานของจ่าสิบโทรุ่ย มีหนอนของกลุ่มดวงตามารอยู่ด้วย!

            

ในเมื่อรู้แบบนี้แล้ว ซูหยวนทำได้แค่เตรียมการรับมือเท่านั้น เธอไม่คิดแก้ไขตัวอย่างทดลองตั้งแต่ต้น เพราะการแสดงผลลัพธ์ที่แท้จริงให้พวกเขาได้เห็นจะเป็นการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ดีที่สุด ตราบเท่าที่พวกเขารู้ว่าหุ่นรบอินทรีย์สามารถถูกนำมาต่อต้านพวกเขาได้อย่างไร โครงการนี้อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างมากก็ได้!

            

การเตรียมความพร้อม 3 วันนั้นทำอย่างเร่งรีบจริงๆ ซูหยวนขอให้ทหารพิเศษที่มีความสามารถในการจัดการออร์คติดตามมาทำภารกิจด้วยกัน เธอไม่อยากเสียเวลาไปกับการต่อสู้กับเจ้าตัวใหญ่โดยใช่เหตุ ส่วนพวกก็อบลินหรือแม้แต่ฮ็อบก็อบลิน ในสายตาของซูหยวนแล้วก็แค่เหยื่อที่ล่าได้ง่ายๆเท่านั้น

            

ในขณะที่ทหารจากกองทัพคนอื่นเป็นทหารหน่วยสนับสนุนเสียส่วนใหญ่ ซูหยวนเลือกคนที่มีความสามารถในการแบกสัมภาระ คนที่ทำอาหารจากพวกกลายพันธุ์ได้ คนที่สามารถทำการรักษาหรือรู้เรื่องยา ที่เหลือก็ขอแค่เป็นคนที่วิ่งได้เร็วเท่านั้น

           

 สำหรับเรื่องการเข้าปะทะ ไม่ใช่ว่าพวกเขาให้หุ่นรบอินทรีย์แก่เธอหรอกหรือ? ใช้ข้ออ้างนี้เพื่อให้พวกเขาไม่สงสัย กลบเกลื่อนเรื่องที่เธอไม่ต้องการเอาคนไปเป็นตัวถ่วงเท่านั้น!

 

“นักเรียนอัน” ก่อนออกเดินทาง ซูหยวนไม่คิดเลยว่าอาจารย์เติ้งจะมาพบเธอที่กองทัพด้วยตัวเอง

 

“อาจารย์ ทำไมถึงได้มาที่นี่คะ”

 

“อืม อาจารย์มีเรื่องที่ต้องเตือนเธอ” เขามองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกำลังฟังก็กระซิบบอก

 

“ภารกิจนี้ไม่ปกติ อย่าเชื่อใจหุ่นรบอินทรีย์ที่ยังไม่ได้ทดสอบพวกนี้มากนัก การที่จู่ๆก็มีภารกิจทดลองหุ่นรบอินทรีย์พร้อมๆกับภารกิจจัดการผลกระทบจากร่างทดลองที่ DNA หลุดออกไป เป็นการชี้เป้ามาที่เธอมากเกินไป เหมือนเป็นการจงใจให้เธอทำภารกิจนี้มากกว่า”

 

“พวกผู้นำหลายคนเองก็สงสัยว่าอาจจะเป็นการลวงเธอไปจัดการได้ แต่เพราะเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้ภารกิจนี้กับเธอ แถมยังมีข้อเสนอดีๆที่ทำให้เลื่อนขั้นได้ง่ายๆ ดังนั้น...คนที่อยู่ข้างเธอจึงได้แต่ปล่อยให้เป็นไป”

 

“ทุกคนเชื่อใจในตัวเธอ และหวังว่าเธอจะกลับมาได้อย่างปลอดภัย หากจวนตัวจริงๆให้เข้าไปหาพลทหารพิเศษ 2 คนที่ติดตามไปด้วย จากนั้นก็หนีออกมาพร้อมพวกเขาโดยไม่ต้องสนใจภารกิจอีก คนของผู้นำที่พยายามจับตามองเรื่องนี้จะตามสืบต่อให้เอง”

 

“แน่นอนว่าถ้าไม่มีเรื่องคงจะดีกว่า แต่ถ้ามีเรื่อง...ทุกคนจะทวงคืนความยุติธรรมให้เธอ!!” อาจารย์เติ้งแสดงสีหน้าเป็นกังวลออกมาโดยไม่ปิดบัง ความห่วงใยของเขานี้ทำให้ซูหยวนคลี่ยิ้มออกมา

            

เธอรู้ว่าผู้นำของกองทัพส่วนใหญ่ไม่ใช่คนโง่ แต่พวกเขาแค่ไม่รู้ว่าใครมีแผนการอะไรอยู่ในใจหรือไม่ก็เท่านั้น ใช้โอกาสนี้...ให้เธอเป็นเหยื่อล่อ พวกเขาคงจะได้รู้ใบหน้าที่แท้จริงของผู้นำหลายคนในคราวเดียว!

 

 

…………………………………………….