บทที่ 335 แผนที่สอง (อ่านฟรี 4 ก.พ. 69)
บทที่ 335 แผนที่สอง (อ่านฟรี 4 ก.พ. 69)
บทที่ 335 แผนที่สอง
เพียงแค่แผนรับมือแรก รุ่นพี่ทหารพิเศษก็เกือบร้องไห้ออกมาเพราะความสงสารแล้ว แต่ซูหยวนไม่ได้มีแผนการรับมือเพียงเท่านั้น เรื่องนี้ยังไม่สามารถตามไปถึงตัว “ผู้นำ” ที่ซ่อนอยู่ได้ เธอจึงพูดแผนการที่สำคัญที่สุดต่อไป
“อย่างที่สอง เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ ฉันจะต้องเอาหุ่นรบอินทรีย์พวกนี้ออกไปสู้กับร่างทดลองให้ได้ค่ะ เพื่อที่จะได้ทำแนวทางศึกษาการใช้ DNA จากร่างทดลอง มาพัฒนาในหุ่นรบอินทรีย์รุ่นต่อไป”
“หมายความว่าเธอต้องการพัฒนาหุ่นรบอินทรีย์ให้ดีขึ้นงั้นหรือ? แต่ถ้ามีความเสี่ยงเรื่องการรับสัญญาณ ต่อไปถ้าพัฒนาพวกมันจนแข็งแกร่งเกินจะรับมือไหวแล้ว มันจะไม่ใช่ปัญหากว่าเดิมหรอ?” รุ่นพี่คนหนึ่งถามย้ำ แม้เขาจะเชื่อว่าซูหยวนมีแผนการของตนเอง แต่ก็อดแสดงความคิดเห็นออกมาไม่ได้จริงๆ
“ใช่ค่ะ ถ้าหากพัฒนาพวกมันไปเป็นแบบนั้น ต่อไปอาจจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายโลกแทนก็ได้ ดังนั้น... DNA ที่จะใช้ในการพัฒนา ฉันกับประธานจางได้เลือกเอาไว้แล้วค่ะ”
“หมายความว่ายังไง?”
“หมายความว่า DNA ที่จะใช้ พวกเราเลือกตัวที่สามารถ “หยุด” ได้ง่ายๆไว้แล้วค่ะ และสารเคมีที่จะหยุด DNA พวกนั้นก็เตรียมผลิตออกมาแล้วด้วย”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ดวงตาของพลทหารพิเศษก็วาวโรจน์ขึ้นมา นี่...นี่เป็นแผนการที่ประธานจางคนนั้นคิดไว้จริงๆ เดิมทีเรื่องที่เขาสนับสนุนโครงการหุ่นรบอินทรีย์ก็เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาก หลายคนโยนว่าเป็นเพราะเขาต้องการให้หน้านักเรียนทุนของตนเองก็เลยโยนเงินเข้ามาในระบบ ทว่า...แท้จริงแล้ว พวกเขามีแผนทำเงินครั้งใหญ่!!
“ในขณะที่พวกกลุ่มดวงตามารกำลังได้ใจ คิดว่าตัวเองวางแผนอยู่ลับหลังกองทัพ ท้ายที่สุดแล้วมันไม่ได้รู้ตัวว่ามีตั๊กแตนที่กำลังรอเก็บพวกมันอยู่”
“เหอ เหอ เหอ พวกมันจะต้องใช้ทรัพยากรมากเท่าไรเพื่อทำเรื่องนี้ สุดท้ายนี่เป็นแค่การเสียทรัพยากรไปอย่างเปล่าประโยชน์จริงๆ อีกอย่าง...ถ้าพวกมันเชื่อมั่นมากจนตั้งใจเปิดสงครามสุดท้ายกับมนุษย์ชาติ โดยไม่รู้เลยว่าหุ่นรบอินทรีย์ที่จริงไม่มีประโยชน์อะไรไปมากกว่ากระสอบทราย ตอนนั้นพวกมันจะไม่ร้องไห้โฮเลยหรือ?”
เห็นพวกเขาแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ ซูหยวนก็หัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แผนการนี้วางไว้นานแล้ว ไม่ใช่แค่กอบโกยเครดิตเท่านั้น แต่เพื่อทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามด้วย
เหมือนกับที่พวกเขาคิด จะต้องทำให้กลุ่มดวงตามารตายใจ คิดว่าหุ่นรบอินทรีย์อยู่ในมือพวกเขาแล้ว ปล่อยให้ได้ใจสักหลายปีหน่อย จากนั้นก็ค่อยทำลายให้ราบคาบในครั้งเดียว แบบนี้แค่คิดก็สนุกแล้ว...
“ในเมื่อมีแผนการรับมือขนาดนี้แล้ว พวกเราก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรแล้วสินะ” รุ่นพี่สองคนถอนหายใจออกมา แผนการรับมือนี้ เมื่อมีคำว่า “ตระกูลจาง” เข้ามาเกี่ยว ก็คงไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้ว
เห็นสถานการณ์ไม่น่าเป็นกังวล รุ่นพี่พลทหารพิเศษทั้งสองก็ผ่อนคลายมาก เดิมทีเขาคิดว่าจะช่วยเหลือรุ่นน้องอันอย่างไรหากเกิดปัญหาไม่คาดคิดเกิดขึ้น ถึงจะวางใจเนื่องจากพวกรุ่นพี่พลทหารพิเศษที่เคยทำภารกิจกับเธอมาก่อนยกย่องเอาไว้มาก กระนั้นก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เกิดปัญหาอะไร ดีที่ตอนนี้รู้แผนรับมือทั้งหมดแล้ว พวกเขาสองคนก็คงจะมีหน้าที่แค่ไหลไปตามน้ำเท่านั้น
อ้อ หน้าที่ที่สำคัญที่สุดคงไม่พ้นช่วยจัดการออร์คให้เธอนั่นแหละ
จากนั้นเหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่ซูหยวนวางแผนเอาไว้ เพื่อจะทำภารกิจให้สำเร็จ พวกเขาจึงพาหุ่นรบอินทรีย์ไปยังพื้นที่เป้าหมายอันเป็นตำแหน่งของร่างทดลองที่กำลังไล่โจมตีไปทั่ว
ระหว่างทางพวกเขายังได้เจอนักล่าจากองค์กรนักล่าสกุลจางด้วย ทั้งหมดพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณว่าภารกิจนี้ทุกคนเข้าใจแล้ว แท้จริงนักล่าสกุลจางเหล่านี้ได้ตรึงกำลังเอาไว้รอบๆพื้นที่ เห็นว่าซูหยวนต้องการใช้ร่างจิ้งจกทดลองนี้เป็นเป้าหมายจึงได้ขวางไม่ให้คนอื่นเข้ามาใกล้
เพียงแค่มีพวกเขาอยู่ องค์กรหรือนักล่าอื่นๆก็ไม่กล้าเข้ามาแล้ว แม้แต่พวกทหารที่กำลังรวบรวมทรัพยากรอยู่ก็เช่นกัน ใครอยากจะมีปัญหากับพวกมีฝีมือระดับพระกาฬเช่นนี้กันล่ะ!
ทันทีที่กลุ่มของอันซูหยวนเดินทางมา กลุ่มนักล่าสกุลจางก็แยกย้ายออกจากพื้นที่ ไม่มีใครอยากอยู่พื้นที่ที่เสี่ยงจะได้ยิน “เสียงกริฟส์” เหล่านั้นอยู่แล้ว คงจะมีแค่คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่เข้าใจสาเหตุของการเคลื่อนไหวของกลุ่มตระกูลจาง แล้วพยายามแอบเข้าไปหวังว่าจะได้ทรัพยากรบางอย่างที่กองทัพจัดการไม่ได้
พวกผู้ฉวยโอกาสเช่นนี้มีอยู่ทุกที่ไป ถ้าซูหยวนสงสารพวกเขาแล้วพยายามขับไล่ให้ออกไป จะกลายเป็นการกระทำที่สงสัยแทน ดังนั้น...ไม่ใช่ว่าพวกเขาเต็มใจที่จะเข้ามาเสี่ยงเองหรอกหรือ? เช่นนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาได้เจอกับบทเรียนครั้งใหญ่ไปบ้างก็แล้วกัน
“เตรียมให้พร้อม ฉันจะส่งพวกหุ่นรบอินทรีย์เข้าไปก่อน คนจากห้องวิจัยพยายามบันทึกรายละเอียดเอาไว้ด้วย แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกจดรายละเอียดเกี่ยวกับหุ่นรบอินทรีย์ อีกกลุ่มให้จดเกี่ยวกับร่างทดลอง อย่าให้พลาดการเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม เพราะพวกเราอาจจะไม่ได้มีโอกาสดีๆแบบนี้อีก” ซูหยวนออกคำสั่งรวดเร็ว บอกให้พวกเขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้อาจจะจบลงในครั้งเดียว
หรือก็คือ...เธอประเมินเอาไว้ว่าหุ่นรบอินทรีย์พวกนี้ไม่มีทางจัดการกับร่างทดลองได้ พวกมันน่าจะถูกร่างทดลองทำลายในครั้งเดียวนี้แหละ
แม้ว่าคนจากห้องทดลองจะไม่ชอบคำกล่าวเช่นนี้นัก ทว่าพวกเขาก็ไม่สามารถพูดอะไรได้หลังจากเห็นการต่อสู้ของหุ่นรบอินทรีย์เมื่อวันก่อน กลายเป็นว่าหุ่นรบอินทรีย์ของพวกเขายังมีจุดอ่อนมากมายจริงๆ แต่ก็เข้าใจได้...เพราะที่จริงแล้วหุ่นรบอินทรีย์เหล่านี้ยังไม่พร้อมที่จะใช้งานจริงตั้งแต่แรก
ตอนที่ได้รับคำสั่งมา บอกว่ามันเป็นโอกาสดีที่จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด หัวหน้านักวิจัยรุ่ยก็ไม่พอใจนัก สุดท้ายเพราะผู้นำออกคำสั่ง พวกเขายังทำอย่างอื่นได้ด้วยหรือ?
ตัวอย่างทดลองที่ถูกสร้างมาในเวลากระชั้นชิดเป็นสิ่งที่มีข้อผิดพลาดมากที่สุดแล้ว แต่จะมองในแง่ลบอย่างเดียวก็คงไม่ได้ สุดท้ายมันก็สามารถใช้โอกาสดีนี้ได้จริงอยู่
หลายคนหัวเราะแห้งๆให้อันซูหยวน หญิงสาวเป็นหนึ่งในสมาชิกของห้องวิจัยของพวกเขาย่อมต้องรู้ดีถึงความไม่พร้อมนี้ คำพูดของเธอถูกต้องจริงๆ ดังนั้นทุกคนจึงตั้งใจมาก และซูหยวนก็ไม่คิดจะทำให้พวกเขามาเสียเที่ยวอยู่แล้ว
หุ่นรบอินทรีย์พวกนี้จะต้องถูกพัฒนาไปในทิศทางที่พวกผู้นำคาดหวังไว้จริงๆ โดยที่เธอจะสนับสนุนให้ใช้ DNA ของร่างทดลองนี้ในการพัฒนา ส่วนหนึ่งพวกมันคงจะช่วยงานได้ไม่น้อย ในขณะที่ผู้ที่จ้องเก็บผลประโยชน์เหล่านั้น...เธอก็แค่ต้องเตรียมแผนรับมือเอาไว้ให้พร้อมก็เป็นอันใช้ได้แล้ว
“ข้างหน้าก็คือตำแหน่งที่พวกร่างทดลองอยู่แล้ว พวกมันมีความสามารถพิเศษในการเคลื่อนไหวบนที่สูง มีกาวเหนียวใต้เท้าทั้งสี่ข้างของพวกมัน และยังมีกระดูกหลังที่แข็งแรงจนทำให้ดีดตัวได้ ความสามารถในการโจมตีก็คือกรงเล็บของพวกมัน หาง และปากที่อ้าได้กว้างมาก สามารถกลืนสิ่งมีชีวิตที่ขนาดเท่าตนเองได้เลย”
“ที่เขี้ยวของพวกมันมียาพิษที่ทำให้ยาอยู่ด้วย ดังนั้นจะต้องระวังให้ดี แล้วก็...เมื่อมี DNA ของร่างทดลองที่หลุดออกไป พวกมันก็กลายเป็นสัตว์กลายพันธุ์อมตะไปแล้ว ด้วยเงื่อนไขพวกนี้...มีทหารมากมายที่ตกตายเพราะพวกมัน”
ได้ยินข้อมูล ซูหยวนก็พยักหน้ารับ เธอเข้าใจความน่ากลัวของ DNA ที่สมานตัวเองนี้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าถ้ามันไม่มีประโยชน์ขนาดนั้น พวกกลุ่มดวงตามารก็คงไม่คิดจะพัฒนาให้รวดเร็วขนาดนี้หรอก
คงจะเป็นการใช้ทรัพยากรมหาศาลเพื่อความสำเร็จนี้เลยทีเดียว
“ปล่อยหุ่นรบอินทรีย์ไป 2 ตัวก่อน พยายามดูว่าหุ่นรบอินทรีย์ 2 ตัวนี้จะทนได้นานขนาดไหน อ้อ แล้วก็พยายามลากพวกมันออกมา อย่าให้อยู่รวมกลุ่มกัน เพราหุ่นรบอินทรีย์อาจจะถูกรุมทึ้งจนใช้การไม่ได้ในเวลาสั้นเกินไป”
ซูหยวนโบกมือเป็นสัญญาณให้เริ่มการทดลองนี้ หุ่นรบอินทรีย์ที่พยายามเสริมความแข็งแกร่งด้วยเกราะจากหนังงูสิงลายครามกลายพันธุ์ย่อมมีความสามารถในการป้องกันได้ในระดับหนึ่ง แต่เพราะใช้หนังงูสิงลายครามไปตรงๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่การเคลื่อนไหวของพวกมันจะดูแข็งทื่ออยู่บ้าง
ถ้ามีเวลาอีกสักหน่อย ให้พวกเขาปรับปรุงหนังงูสิงลายครามกลายพันธุ์ให้ดีกว่านี้ น่าจะทำให้ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวของหุ่นรบอินทรีย์ดีกว่านี้อีกเป็นเท่าตัว แต่ก็นั่นแหละ...ผลลัพธ์ตอนนี้ก็คือของตอนนี้ จะไป “ถ้า” อีกก็ไม่มีประโยชน์
หุ่นรบอินทรีย์สองตัวพุ่งออกไป เจ้าร่างทดลองจิ้งจกกลายพันธุ์มองเห็นได้ในเวลาอันสั้นเนื่องจากการเคลื่อนไหวของหุ่นรบอินทรีย์ไม่ได้เจตนาจะซ่อนตัวเลย หรือก็คือ...พวกมันยังไม่ได้ติดตั้งฟังก์ชั่นเหล่านี้ ทำให้การปะทะกันเหมือนกับการตีกันของนักเรียนโง่ๆเท่านั้น
ปัง!!
หุ่นรบอินทรีย์ยังไม่ทันเข้าถึงตัว ร่างทดลองก็ฟาดหางของมันเข้าที่หน้าอกของหุ่นรบอินทรีย์จนกระเด็นไปสามก้าว ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก ด้วยแรงฟาดนี้...ถ้าเป็นมนุษย์ก็คงจะช้ำข้างในไปแล้ว ดีที่หุ่นรบอินทรีย์ไม่ได้มีความรู้สึกนึกคิดเช่นนั้น ทำให้พวกมันไม่ต้องรอการตั้งหลักแล้วกระโจนออกไปหวังโจมตีต่อ
ร่างทดลองไม่คิดเช่นกันว่าพวกมันจะถูกโจมตีสวนกลับมาอย่างนี้ ทำให้ไม่ทันได้ระวังหลังโจมตีออกไปครั้งก่อน เปิดโอกาสให้หุ่นรบอินทรีย์สามารถใช้ดาบในมือฟันเข้าที่หางของพวกมันได้
หางขนาดใหญ่และมีหนามแหลมยังสะบัดไปมาแม้จะหลุดออกจากร่างทดลองแล้ว ทว่าในเวลาไม่นาน...ด้วย DNA ของร่างทดลองที่ถูกสับเปลี่ยน ประกอบกับความสามารถในการฟื้นตัวของพวกจิ้งจกกลายพันธุ์อยู่แล้ว ทำให้พวกมันยิ่งฟื้นฟูหางของตนเองได้เร็วขึ้น
ส่วนที่ถูกตัดออกไปค่อยๆฟ่อลง ในขณะที่หางใหม่กำลังงอกออกมาอย่างรวดเร็ว ซูหยวนหรี่ตาลง...มองดูกระบวนการทำงานของเซลล์ที่ต่างจากร่างทดลองครั้งก่อนก็เริ่มเข้าใจ
เพื่อปรับปรุงให้ร่างทดลองใหม่นี้สามารถรับพลังงานได้ดีกว่าเดิม พวกเขาไม่ได้ปลูกเซลล์ DNA ไปทั้งร่างของร่างทดลอง หากแต่เก็บพลังงานเอาไว้แค่ตำแหน่งหนึ่งเท่านั้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่หางที่ถูกตัดออก เมื่อไม่ได้พลังงานหล่อเลี้ยงก็ฝ่อไป ส่วนพลังงานใหม่ก็ค่อยๆปล่อยออกมาทำให้หางงอกขึ้นมาได้
ดูเหมือนว่าการวางแผนเช่นนี้จะทำให้ดูแข็งแกร่ง แต่ความจริงแล้วก็เป็นการเพิ่มจุดอ่อนให้ร่างทดลองโดยไม่จำเป็นเช่นกัน
แน่นอนว่าร่างทดลองพวกนี้ก็แค่ร่างทดลองที่ยังไม่สมบูรณ์แบบของพวกเขา ไม่อย่างนั้นคงไม่เอาออกมาใช้งานเร็วขนาดนี้ ไพ่ลับที่ใหญ่ที่สุดยังคงพัฒนาต่อไปเป็นแน่ ในขณะที่กองทัพยังไล่ตามความลับนี้ไม่ทัน
“หืม น่าสนใจจริงๆ...” พลทหารพิเศษที่อยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นออกมา
เขากำมีดผ่าตัดในมืออย่างตื่นเต้น คนที่มีความสนใจในด้านนี้ เมื่อเห็นร่างกายที่สร้างขึ้นมาใหม่ได้เรื่อยๆก็อยากที่จะผ่าตัดพิสูจน์ดู ทำเอาซูหยวนอดขำไม่ได้
“เดี๋ยวรุ่นพี่จะได้ตัวอย่างกลับไปทดลองเล่นไม่น้อยเลยล่ะค่ะ ดูจากความสามารถของพวกมันแล้ว ทหารทั่วไปคงจัดการไม่ได้”
แม้ว่าจุดอ่อนจะมีให้เห็น แต่ถ้าคิดจะเข้าไปล้วงตำแหน่งสำคัญที่กักเก็บพลังงานของพวกมัน ซูหยวนไม่คิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆขนาดนั้น
ด้วยความเร็วในการฟื้นตัว หากไม่ใช่โจมตีครั้งเดียวแล้วทะลวงเข้าจุดสำคัญ ก็ยากที่จะเอาชนะได้ ดังนั้นที่พวกทหารมากมายได้รับบาดเจ็บก็คงเป็นเพราะความสามารถของพวกเขาอ่อนแอเกินไป
ไม่ใช่ทหารทุกคนที่จะมีทักษะระดับสูง และไม่ใช่ทหารทุกคนที่จะมีทักษะในการต่อสู้ที่ดี มีค่าพลังงานที่มากมายจนเอาออกมาใช้ได้ราวกับไม่มีวันหมด
ในขณะที่ร่างทดลองถูกพัฒนามาให้เป็นแบบนั้น แต่ทหารไม่ใช่ร่างทดลองที่ไม่มีวันเหนื่อยหรือไร้การบาดเจ็บใดๆ สุดท้ายยิ่งต่อสู้ก็มีแต่จะยิ่งพ่ายแพ้เท่านั้น
ปัง ปัง ปัง!!
เมื่อพวกมันฟื้นตัวได้แล้ว หุ่นรบอินทรีย์ก็ไม่ใช่คู่มืออีกต่อไป พวกมันไม่คิดจะปล่อยให้หุ่นรบอินทรีย์ได้มีโอกาสโจมตีอีก ใช้หางของมันฟาดซ้ำไปซ้ำมาจนแขนที่ถือดาบของหุ่นรบอินทรีย์หลุดกระเด็นออกไป
ถึงพวกหุ่นรบอินทรีย์จะไม่กลัวตาย แต่เมื่อร่างกายขาดความสมดุล การต่อสู้ก็ยิ่งยากลำบากมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก ซูหยวนส่งสัญญาณให้ทหารเข้าไปช่วยดึงเวลาเพื่อให้นักวิจัยได้ข้อมูลมากขึ้น ถึงอย่างนั้นก็สามารถเพิ่มเวลาได้อีกแค่เล็กๆน้อยๆเท่านั้น
รวมกับสองตัวที่ใช้การไม่ได้ และสองตัวก่อนหน้านี้ที่ถูกทำลาย ตอนนี้เหลืออีกแค่ 6 ตัวเท่านั้น
“ส่งหน่วยลาดตระเวนไปหาข้อมูลตำแหน่งของร่างทดลองต่อก็แล้วกัน จะได้ให้หุ่นรบอินทรีย์ได้เจอกับร่างทดลองที่หลากหลายมากขึ้น” ซูหยวนบอกกับคนของห้องทดลอง ซึ่งพวกเขาก็เห็นด้วยตามนั้น
“ในเมื่อร่างทดลองพวกนี้ไม่ต้องการใช้งานแล้ว ฉันสามารถเก็บไปได้ไหม?” รุ่นพี่ที่รออยู่ก่อนแล้วแสยะยิ้มขึ้นมา ท่าทางเหมือนคนโรคจิตของเขาทำให้ซูหยวนรีบพยักหน้า
……………………………..