บทที่ 336 ผลกระทบ (อ่านฟรี 5 ก.พ. 69)
บทที่ 336 ผลกระทบ (อ่านฟรี 5 ก.พ. 69)
บทที่ 336 ผลกระทบ
ไม่เสียเปล่าที่มีคำชื่นชมมากมายตลอดเวลาเกี่ยวกับความสามารถของทหารพิเศษ เพียงแค่การเคลื่อนไหวไม่กี่ครั้ง ร่างทดลองที่ทำลายหุ่นรบอินทรีย์ไปง่ายๆก็ถูกจัดการในเวลาไม่กี่วินาที ทำเอาทหารทั่วไปถึงกับอ้าปากค้าง
การทดลองในวันนี้ก็ไม่มีอะไรต้องยุ่งยากอีก คนที่ทำงานหนักกว่าเพื่อนก็คือกลุ่มห้องวิจัยที่พยายามเรียบเรียงข้อมูลให้ดี พวกเขาต้องดูว่ายังขาดข้อมูลอะไรอีกบ้างเพื่อที่จะได้รวบรวมให้เสร็จในครั้งเดียว ในขณะที่ทหารคนอื่นๆก็สามารถพักผ่อนได้
วันนี้เพิ่งเข้าวันที่ 2 ภารกิจก็ดูเหมือนใกล้จะสำเร็จแล้ว รอก็แค่ข้อมูลตำแหน่งของพวกร่างทดลองเท่านั้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่ซูหยวนเริ่มนับวันถอยหลังแล้ว...
เป็นเช่นที่เธอคิดเอาไว้ เพื่อที่จะทำลายเธอ พวกเขาต้องลงมือในคืนนี้ ตอนที่ทุกคนกำลังพักผ่อนและวางแผนสำหรับการทดลองครั้งหน้า จู่ๆพื้นที่นี้ก็เกิดความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติแล้ว
ออร์คจำนวนมากถูกกระตุ้นให้เกิดความโกรธ ราวกับมีใครไปก่อกวนพวกมันแล้วดึงมายังตำแหน่งที่พักของกลุ่มอันซูหยวน ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่น่าขันจริงๆ แทนที่พวกมันจะหยุดอยู่ที่กลุ่มนักล่าระหว่างทางก่อน กลับเลือกจะพุ่งมาโจมตีที่กลุ่มของซูหยวนโดยเฉพาะ นี่จะไม่ใช่แผนการร้ายได้อย่างไร
“มาแล้วสินะ” รุ่นพี่พลทหารพิเศษเห็นเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้า กลับไม่ร้อนใจเลยสักนิด แทนที่จะประกาศฉุกเฉินแล้วให้ทุกคนหนี เขากลับเอาอุปกรณ์ป้องกันหูขึ้นมาแทนเสียอย่างนั้น ทำเอาทหารหลายคนประหลาดใจไปด้วย
พลทหารพิเศษทั้งสามรวมถึงหัวหน้าภารกิจของพวกเขาสวมที่อุดหูพร้อมกัน ปกติแล้วที่อุดหูเหล่านี้ไม่ได้ถูกพกพาไปไหนมาไหนด้วย ทว่า...ก่อนออกเดินทางทำภารกิจนี้ หัวหน้าได้เตือนเกี่ยวกับเสียงที่ดังเกินไปของพวกออร์ค รวมถึงกลิ่นเหม็นเน่าของพวกมัน ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทหารหลายคนจะเตรียมอุปกรณ์ป้องกันมาด้วย
ถึงจะไม่ใช่ทุกคน แต่ส่วนใหญ่ในที่นี้ก็รีบสวมอุปกรณ์ป้องกันอย่างที่ทหารพิเศษทั้งสามทำ โดยที่พวกเขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตอนนี้...นอกจากกลุ่มของพวกเขาแล้ว นักล่าจากองค์กรนักล่าสกุลจางเองก็กำลังทำในแบบเดียวกัน ราวกับรู้อะไรบางอย่าง แน่นอนว่าขนาดทหารทั้งหลายยังสังเกตไม่เห็น คนอื่นๆก็ยังไม่รู้เช่นกันว่าคนพวกนี้กำลังวางแผนทำอะไรอยู่
“โฮก!!” เมื่อมาถึงตำแหน่งที่อันซูหยวนและพวกอยู่ มันก็คำรามเสียงดังลั่นราวกับต้องการประกาศว่าตอนนี้ได้เจอเป้าหมายแล้ว
“รุ่นพี่คะ ถึงตอนที่รุ่นพี่จะต้องช่วยแล้วค่ะ” ซูหยวนขยับปาก ไม่ได้ส่งเสียงดังเพราะรู้ว่ารุ่นพี่คงไม่ได้ยินเสียงของตนเอง หากแต่พวกเขาสามารถอ่านปากของเธอได้
ทั้งสองคนพยักหน้ารับ รู้อยู่แล้วว่าจะต้องรีบจัดการไอ้พวกหมูสกปรกเหล่านี้ก่อนที่พวกมันจะพ่นน้ำเมือกที่น่ารังเกียจออกมา พวกเขาจึงขยับตัวรวดเร็ว มองตำแหน่งเส้นเอ็นของออร์คแล้วไล่จุดเตรียมทำลายพวกมันในทันที
เพียงแต่...ในตอนที่พวกเขากำลังต่อสู้ ด้านหลังกลับเริ่มมีการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดขึ้นแล้ว
“อ๊าก!!!” เสียงร้องของทหารที่อยู่แนวหลังดึงความสนใจของทุกคนทันที ข้างหน้าเป็นพลทหารพิเศษ 2 คนจัดการให้อยู่ แต่เสียงร้องนั้นกลับมาจากข้างหลังได้อย่างไร
เมื่อหันกลับไปดูก็พบว่าทหารจากห้องวิจัยเวลานี้กำลังกุมหัวตัวเองที่มีเลือดไหลอาบ และยังมีหุ่นรบอินทรีย์ที่กำลังยกดาบในมือเตรียมจะฟันพวกเขาให้ตกตาย
พวกหุ่นรบอินทรีย์ทั้ง 6 เหมือนกับพวกบ้าคลั่ง ทำไมพวกมันถึงลุกขึ้นมาโดยปราศจากคำสั่งได้ แถมไม่ใช่แค่นั้น แต่พวกมันกำลังไล่ทำลายสิ่งป้องกันค่ายของพวกเขาด้วย นี่ไม่ใช่เป็นการตั้งใจจะเปิดโอกาสให้พวกสัตว์ร้ายทั้งหลายเข้ามาจัดการพวกเขาได้หรือ?
เหมือนกับที่คิดเอาไว้ เมื่อหุ่นรบอินทรีย์ทำลายอุปกรณ์ในการป้องกันค่ายได้สำเร็จ ปัญหาที่ตามมาก็คือพวกร่างทดลองจำนวนมากที่แต่เดิมพวกเขากำลังตามหาตำแหน่งอยู่ ครานี้กลับมาปรากฏตัวพร้อมกันเสียอย่างนั้น
“ตืดดดดดดดดดด!”
เสียงสัญญาณประหลาดที่ดังจนแสบแก้วหูปล่อยออกมาจากหุ่นรบอินทรีย์ทั้ง 10 รวมทั้งพวกที่กลายเป็นซากด้วย สิ่งนี้กระตุ้นร่างทดลองที่อยู่รอบๆทันที จากแต่เดิมที่พวกมันก็ล้อมพวกเขาอยู่แล้ว กลายเป็นเข้าสู่สถานะบ้าคลั่งอย่างกะทันหัน ทำเอาทหารมากมายที่หนีไม่ทันถูกฆ่าตายในทันที
ฟิ้ว!!
ปัง!!
ซูหยวนไม่ได้มีเวลาปกป้องทุกคนอยู่แล้ว เธอปล่อยลูกศรในมือออกมาแล้วจัดการหุ่นรบอินทรีย์ที่อยู่ใกล้ทหารจากห้องทดลองก่อนเป็นอันดับแรก คนเหล่านี้ไม่ได้มีทักษะในการต่อสู้มากนัก ทั้งยังเป็นคนที่ควรค่าแก่การออกแรงปกป้อง พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมทีมของจ่าสิบโทรุ่ยที่ดี ไม่ควรให้พวกเขาหายไปทั้งอย่างนี้ เพราะมันจะเป็นการเปิดโอกาสให้มีคนร้ายแทรกซึมเข้ามาได้มากขึ้น
หญิงสาวทันได้เห็นหนึ่งในสมาชิกของห้องวิจัยแอบส่งสัญญาณบางอย่าง ซึ่งสิ่งนั้นคงจะเป็นการบอกว่าแผนแรกของพวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แน่นอนว่าซูหยวนไม่ได้คิดจะจัดการอีกฝ่ายตั้งแต่ตอนนี้ เธอยังต้องใช้งานเขาเพื่อแผนใหญ่ในอนาคตอีก
“อุปกรณ์สื่อสารของหุ่นรบอินทรีย์น่าจะมีปัญหา ทุกคนอุดหูไว้ก่อน ฉันจะจัดการทำลายพวกที่แทรกซึมเข้ามา” ซูหยวนทำเป็นไม่รู้ว่าในตอนนี้มีคนของกลุ่มดวงตามารแฝงตัว
แต่ก็ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้แจ้งเตือน ทันทีที่ปล่อยสัญญาณว่าแผนการสำเร็จ เธอก็พร้อมตลบหลังพวกมันทันที
“ดะ เดี๋ยว....”
ไม่ทันได้ฟังคำพูดของเขา ซูหยวนก็รีบใช้ผลึกในมือเปิดเสียงของกริฟส์ออกมาทันที
“กรี๊ด!!!!!!!!”
เสียงที่ดังทะลุแก้วหูแม้ว่าจะมีอุปกรณ์ป้องกันแล้วก็ตาม สิ่งนี้ทำให้ซูหยวนต้องควบคุมพลังงานของตนเองในการป้องกันหูให้มากขึ้น ไม่อย่างนั้นเธออาจจะได้รับผลกระทบเข้าบ้างก็ได้
รุ่นพี่พลทหารพิเศษสองคนแสดงสีหน้าเหยเก เพราะพวกเขาติดพันการต่อสู้กับออร์คที่สกปรกก็ไม่ชอบใจอยู่แล้ว ตอนนี้นอกจากจมูกก็ยังมีหูอีกที่กำลังถูกทำลาย เป็นแบบนี้แล้วจะยังมีความสุขได้หรือ?
ดีที่ออร์คพวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ ไม่สิ! ต้องบอกว่าการโจมตีด้วยเสียงของกริฟส์นี้มาได้ถูกจังหวะจริงๆ เป็นตอนที่ร่างทดลอง สัตว์ร้าย รวมถึงพวกหุ่นรบอินทรีย์กำลังพุ่งเข้ามา เตรียมจะทำลายกลุ่มมนุษย์ให้สิ้นซาก แน่นอนว่านอกจากเจ้าพวกนี้แล้ว ในพื้นที่ลับยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มที่ตั้งใจจะฉวยโอกาสวุ่นวายนี้เพื่อลอบสังหารอันซูหยวนที่เป็นเป้าหมายให้สิ้นซาก
พวกเขาเป็นนักฆ่ามืออาชีพ ถูกจ้างวานมาโดยไม่สนใจหรอกว่าผู้จ้างเป็นใคร แล้วเป้าหมายเป็นใคร ขอแค่มีเครดิตที่เหมาะสมให้พวกเขาก็เพียงพอแล้ว
อันซูหยวนเป็นพลทหารพิเศษ ทั้งยังเป็นคนของตระกูลจาง ดังนั้นค่าจ้างจึงสูงลิบ คนที่รับภารกิจมาย่อมเป็นคนที่เคยต่อสู้ในเขต M มาก่อน ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะคุ้นเคยกับเสียงของกริฟส์เหล่านี้
แต่...น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้รู้ตัวก่อนเลยว่าในการต่อสู้ครั้งนี้ ศัตรูมีกระทั่งเสียงกริฟส์ที่เป็นดั่งระเบิดทำลายล้างอยู่ในมือ หากพวกเขาไปต่อสู้ที่เขต M ก็คงจะเตรียมยาป้องกันเอาไว้แล้ว ทว่าครั้งนี้ล่ะ? ใครจะไปคิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้
“ตายแน่!”
พวกเขามีโอกาสพูดได้แค่นั้นก่อนจะค่อยๆกลายเป็นหินไป เหมือนกับสิ่งมีชีวิตรอบๆพื้นที่ พวกมันล้วนแต่กลายเป็นหินหนาจากเสียงของพวกกริฟส์ ช่วงนี้ถ้าสามารถกินยารักษาได้ทันก็จะทำให้ไม่มีผลกระทบหลังจากนี้ แต่ถ้าใน 5 นาทียังไม่ได้รับยา พวกเขาก็จะสูญเสียสถานะของการสืบพันธุ์ไปทันที
แน่นอนว่าร่างกายที่เปลี่ยนเป็นหินนี้ยังคงอยู่อีกเกือบชั่วโมง ถ้าพวกเขาไม่ถูกพบเจอตัวก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าถูกเจอตัว...เช่นนั้นก็มีแต่จะต้องตายเท่านั้นแล้ว
ทั้งสองคนแม้จะกลายเป็นหินก็ยังสามารถควบคุมความคิดของตนเองได้ น้ำตาของพวกเขาไม่สามารถไหลออกมาแม้จะเสียใจขนาดไหนก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มทำใจได้ ต่อให้พวกเขาสืบพันธุ์ไม่ได้ แค่รักษาชีวิตเอาไว้ได้ก็พอ
ตำแหน่งที่พวกเขาอยู่นั้นเป็นตำแหน่งที่ดี ดีที่พวกเขายังไม่ได้ออกจากที่ซ่อนเพื่อไปฆ่าเป้าหมาย ต่อให้ตอนนี้จะกลายเป็นหิน เชื่อได้เลยว่าจะต้องไม่มีใครพบเจอตัวพวกเขาแน่
แต่หลังจากที่คิดเช่นนี้ จู่ๆร่างเล็กๆก็ปรากฏขึ้นมา สีขาวที่คุ้นเคยทำให้ดวงตาของพวกเขาขยับไปมา เจ้าพวกนี้....เจ้าพวกนี้ไม่ใช่หนูขาวที่เขตพื้นที่ล่าระดับต่ำหรือ? ทำไมจึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้
“จี๊ดๆ เจอพวกโง่อีกสองตัวแล้ว ลากเข้าไปในฟาร์มเลยก็แล้วกัน ให้เจ้านายใช้งานพวกมันเป็นทาสดีกว่า จี๊ดๆ”
เสียงของหนูขาวที่พูดภาษามนุษย์ทำให้นักฆ่าทั้งสองได้แต่ตกใจ พวกเขากำลังสับสนว่าตอนนี้ตัวเองยังมีชีวิตอยู่บนโลกปกติจริงๆ หรือแท้จริงแล้วเพิ่งจะตายไปแล้วมาโผล่โลกอื่นกันแน่
ที่ทำให้เชื่อเช่นนั้นก็คือการที่พวกเขาถูกส่งเข้ามาในพื้นที่แปลกประหลาดนี้ กลิ่นเหม็นของสารพิษไม่มีลอยในอากาศเลย ทั้งยังมีพืชหลากสีปรากฏให้เห็นมากมาย ที่นี่...เหมือนจะเป็นอาณาจักรของหนูขาว..
“ฮืม พวกแกพามนุษย์ตัวเหม็นเข้ามาทำไม” เสียงคำรามของสุนัขปีศาจทำให้ทั้งสองที่ยังมีร่างกายเป็นหินเกือบจะหงายหลัง ดีที่พวกหนูขาวจับเอาไว้ ไม่อย่างนั้นถ้าหงายหลังไปจริงๆ พวกเขาคงจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว
“จี๊ดๆ เจ้านายบอกว่าถ้าเจอคนที่ใช้ประโยชน์ได้ก็จับมาเป็นเชลยให้ช่วยงานได้เลย”
“แล้วพวกนี้ดูใช้ประโยชน์ได้?”
“จี๊ดๆ พวกมันดูมีประโยชน์เพราะสามารถซ่อนตัวได้ดี แล้วก็มีพลังงานในตัวเยอะกว่าทุกคน อ้อ แล้วพวกมันก็ยังมีความเร็วด้วย ถ้าใช้ให้รดน้ำก็น่าจะทำได้เร็ว ประหยัดแรงของพวกเรา จี๊ดๆ”
ได้ยินการโต้เถียงของหนูขาวและสุนัขปีศาจ ทั้งสองคนที่ถูกจับมาก็รู้สึกว่าหัวเราะก็ไม่ได้ ร้องไห้ก็ไม่ออก สถานการณ์นี้มันคืออะไร? พวกเขาที่เป็นนักฆ่าระดับสูงขององค์กรนักฆ่าถูกจับตัวมาโดยหนูขาวไม่พอ พวกมันยังมาโต้เถียงต่อหน้าว่าพวกเขามีประโยชน์พอที่จะให้เก็บไว้หรือไม่อีกหรือ? นี่...ตอนนี้สถานะของพวกเขาคืออะไร? ก็แค่ของที่พวกสัตว์เหล่านี้ตัดสินใจว่าจะเก็บหรือทิ้งหรือ?
ไม่ใช่ว่าอยู่องค์กรนักล่า พวกเขาเป็นบุคคลระดับสูงที่พวกสมาชิกในองค์กรก็ยังต้องให้เกียรติหรือ? ไม่ใช่แค่นั้น...แต่ชื่อเสียงในด้านความสำเร็จของพวกเขาก็ทำให้มนุษย์ทั้งหมดต้องหวาดกลัว กระทั่งนายพลทั้งหลายเอง เมื่อรู้ว่าพวกเขารับทำภารกิจ แทนที่จะต่อต้านกลับมาเจรจาแทนเสียอย่างนั้น ดูเอาเถอะว่าเกียรติยศของพวกเขาสูงเสียดฟ้าแค่ไหน
แต่ตอนนี้....นอกจากจะโต้แย้งไม่ได้ ยังต้องมาฟังพวกกลายพันธุ์เหล่านี้ดูแคลนตนเองอีก
ใครกัน! ใครที่เป็นเจ้านายของพวกสัตว์กลายพันธุ์เหล่านี้ ช่าง...ทำให้พวกเขาปวดใจเสียเหลือเกิน!
กว่าทั้งสองจะโต้แย้งกันเสร็จว่าควรเก็บพวกเขาเอาไว้หรือไม่ ข้างนอกก็ถูกจัดการจนเกือบจะหมดแล้ว เนื่องจากสิ่งมีชีวิตทั้งหมดถูกทำให้เป็นหิน พวกเขาจึงสามารถจัดการได้ง่ายๆ ส่วนทหารทั่วไปมีหลายคนที่รอดจากการเป็นหินได้ ทุกคนรับเอายาที่ซูหยวนเตรียมมาเพื่อมอบให้คนอื่นๆ รวมทั้งพวกนักวิจัยด้วยเช่นกัน
ใช้เวลาไม่นานสถานการณ์ก็สงบ ซูหยวนได้ผลึกพลังงานมาเพิ่มอีกมากจากพวกร่างทดลอง ในขณะที่ผลึกเพิ่มพลังชีวิตที่ได้จากพวกออร์คก็กลายเป็นของเธอด้วยเช่นกัน
รุ่นพี่พลทหารพิเศษไม่ต้องการผลึกเพิ่มพลังชีวิตเหล่านั้น ครั้งก่อนพวกเขาได้มาเยอะแล้ว และก็คิดว่าของพวกนั้นยังไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับตนเอง ตอนนี้รุ่นน้องคงจะมีแผนการในใจ อาจจำเป็นต้องใช้มากกว่า ดังนั้นทรัพยากรที่ได้จากครั้งนี้จึงมอบให้เธอทั้งหมด
ภารกิจที่ดูอันตรายและเป็นหลุมพรางใหญ่นี้ถูกเก็บกวาดอย่างง่ายดาย แน่นอนว่ามันดูง่ายดายเกินไปมาก
ในขณะเดียวกัน ที่อีกฝากหนึ่งของอุปกรณ์สื่อสารที่ติดตั้งไว้ในร่างหุ่นรบอินทรีย์ ทุกคนต่างก็กลายเป็นหินกันทั้งหมดแล้ว ห้องปฏิบัติการนี้มีสมาชิกอยู่เกือบ 30 คน และทั้งหมดก็รอดูเรื่องสนุกอยู่ ทำให้ไม่มีใครรอดพ้นจากการโจมตีโดยเสียงของกริฟส์เลย
นี่คือผลตอบแทนของการตั้งตัวเป็นศัตรูกับอันซูหยวน พวกเขาแลกมากับร่างกายที่ไม่ปกติของตนเองอีก
ทว่า....หากมองจากอุดมการณ์ของพวกเขาแล้ว ไม่ใช่ว่าซูหยวนกำลังช่วยพวกเขาอยู่หรอกหรือ? ดูสิ...น้ำตาของพวกเขาที่กำลังไหล บางทีอาจจะเป็นเพราะซาบซึ้งเกินไปก็ได้
ตอนนี้พวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งในการลดจำนวนมนุษย์ลง ปล่อยให้สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าได้เติบโตไม่ใช่หรือ? ในเมื่อตนเองอ่อนแอขนาดตกหลุมพรางคนอื่นได้ อย่างนั้นก็ไม่ควรต้องสืบพันธุ์อีกต่อไปแล้ว
“นังเด็กสารเลวนั่นกับฉัน จะไม่มีวันอยู่ร่วมโลกกันได้อีกต่อไป!!”
คำประกาศหลังจาก 1 ชั่วโมงที่พวกเขาติดอยู่กับร่างหินดังขึ้นมา ช่างเป็นคำพูดที่แสนกตัญญูเสียจริง การกระทำที่ปากพูดอย่าง แต่อยากทำอีกอย่างนี้...ตอนนี้พวกเขาได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว
แน่นอนว่านอกจากคนในห้องวิจัยทั้ง 30 กว่าคนนี้แล้ว พวกระดับสูงที่รอฟังข่าวอยู่ก็เจอกับปัญหานี้เช่นกัน ดีที่พวกเขากลายเป็นหินไม่นานนัก คนข้างนอกก็เข้ามาเจอก่อนจึงรักษาได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้น...พวกเขาเองก็คงจะสูญพันธุ์ไปด้วย ช่างเป็นเรื่องที่โชคร้ายเสียเหลือเกิน
……………………………..