LNCrawler

บทที่ 337 ยอมจำนน (อ่านฟรี 6 ก.พ. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 337 ยอมจำนน (อ่านฟรี 6 ก.พ. 69)

บทที่ 337 ยอมจำนน

 

เหตุการณ์ที่หุ่นรบอินทรีย์ถูกแทรกแซงจนเกือบจะทำร้ายฝั่งเดียวกันนั้นทำให้เหล่าผู้นำทหารตื่นตัวอย่างมาก ปรากฏว่าในตอนที่พวกเขากำลังสร้างอาวุธชนิดใหม่ที่คิดว่าทรงพลังที่สุด แท้จริงแล้วกลับถูกใช้งานเพื่อเป็นเครื่องมือของผู้อื่นเช่นกัน ดังนั้นจึงมีการให้ตรวจสอบหาตัวคนร้ายที่แอบดำเนินการให้กลุ่มอื่นและหักหลังกองทัพ

 

แน่นอนว่าคนที่หาเจอก็เป็นแค่แพะให้เรื่องนี้เท่านั้น ซูหยวนไม่ได้ตามดูว่าเป็นคนที่กลุ่มดวงตามารยอมสละ หรือแท้จริงแล้วไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มดวงตามารเลย เธอแค่เห็นว่าคนของกลุ่มดวงตามารในทีมจ่าสิบโทรุ่ยยังอยู่ ก็เบาใจแล้ว

            

อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอก็จะเข้าไปช่วยงานวิจัยของพวกเขา ทิศทางการพัฒนาด้วยการเอา DNA ของร่างทดลองมาผสมนั้น เธอจะต้องทำให้มั่นใจว่าจะเป็นไปในทิศทางที่เธอคาดเดาเอาไว้ตั้งแต่ต้น

            

โชคดีที่ก่อนหน้านี้แผนของกลุ่มดวงตามารก็คือการถล่มซูหยวนในการโจมตีเดียว ทำให้พวกเขาดึงดูดพวกร่างทดลองมาพร้อมกันที่นี่ ซึ่งถ้าเป็นไปตามที่พวกเขาวางแผนไว้ ร่างทดลองจำนวนมหาศาล รวมกับนักฆ่าระดับสูงที่รอโอกาส ไม่ว่าอย่างไรซูหยวนก็จะต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่

            

แต่...ทันทีที่เธอใช้เสียงของกริฟส์ในการเปลี่ยนพวกมันกลายเป็นหิน เช่นนั้นแผนการของพวกเขาก็ล่มไม่เป็นท่าแล้ว 

            

ซูหยวนกลับไปที่สถาบันศึกษาด้วยตำแหน่ง “จ่าสิบเอกอัน” ที่ได้รับการเลื่อนระดับ ไม่ว่าจะภารกิจในการทดสอบหุ่นรบอินทรีย์ หรือภารกิจในการจัดการร่างทดลอง เธอทำเสร็จทั้งหมดแล้ว 

 

ดังนั้นการขึ้นตำแหน่งนี้จึงไม่มีใครกล้าคัดค้านใดๆ ทำเอาหญิงสาวกลายเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เป็นจ่าสิบเอก เรื่องนี้สร้างความอิจฉาให้กับผู้คนมากมาย แต่เพราะความสำเร็จก่อนหน้านี้ของเธอ กลับเริ่มทำให้พวกเขาเคยชินเสียแล้ว

 

“กลับมาแล้วหรือ? แปลงเพาะปลูกของเธอตอนนี้....อาจารย์คอยดูให้ทุกวัน ไม่มีความผิดปกติใดๆเลย” เมื่อเห็นซูหยวนกลับมา ดวงตาของอาจารย์ประจำวิชาเกษตรก็มีประกายปรากฏให้เห็น

            

เหลือเวลาอีกไม่นานแล้วที่จะสรุปผลการเพาะปลูกของนักเรียนชั้นปีที่ 2 หากเธอยังไม่กลับมา คงจะทำให้พ่ายแพ้แน่นอน รวมทั้งซูหยวนเองก็อาจจะไม่จบชั้นปีที่ 2 ด้วย ความพยายามทั้งหมดที่มีนี้จะทำให้เธอต้องเสียใจ แน่นอนว่ารวมถึงสถาบันศึกษาด้วย

            

สมุนไพรที่ซูหยวนเลือกมาเพาะปลูกเป็นสมุนไพรที่จะเติบโตจนเก็บเกี่ยวครั้งแรกได้ในตอน 35 วัน นี่เป็นการคำนวนเพื่อให้อยู่ในเวลา หมายความว่าปัญหาของสมุนไพรนี้ไม่ใช่เรื่องของเวลา หากแต่เป็นคุณภาพของการดูแลสมุนไพรตลอดช่วง 35 วันนี้ต่างหาก

            

ผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้สมุนไพรตายได้ มันเป็นสมุนไพรที่อ่อนไหวง่ายที่สุด จึงไม่เป็นที่นิยมในการเพาะปลูกเลย ขนาดพวกเกษตรกรระดับชำนาญหรือระดับเชี่ยวชาญหลายคนที่มีประสบการณ์เพาะปลูกมากมาย พวกเขาก็ยังไม่กล้าเสี่ยงหาเมล็ดพันธุ์ราคาแพงนี้มาเลย

            

อาจารย์ประจำวิชาตื่นเต้นในทุกๆวัน เขากลัวมากว่าแค่ผ่านไปหนึ่งคืน สมุนไพรที่กำลังแตกรากออกมาจะตายไป หมายความว่าสิ่งที่พยายามทั้งหมดจะกลายเป็นศูนย์ 

            

พอเห็นว่าซูหยวนกลับมา สุดท้ายจึงเบาใจได้...

            

ขอแค่เธอกลับมา อย่างน้อยตอนที่สมุนไพรกำลังเจอปัญหาได้ ก็ยังมีคนเข้าไปดูแล แม้ว่าเขาจะเป็นอาจารย์ประจำวิชา แต่ตามกฎแล้วก็ไม่อาจเข้าไปในแปลงเพาะปลูกของนักเรียนเพื่อช่วยเหลือได้อยู่ดี

 

“ได้ยินว่าการเพาะปลูกสมุนไพรระดับสูงของนักเรียนจากสถาบันเกษตรกรอันดับหนึ่งเป็นไปได้ดี คาดว่าอันดับหนึ่งนี้พวกเขาคงไม่พลาดแล้วล่ะ” คนเป็นอาจารย์มองซูหยวนเล็กน้อย เห็นว่าเธอไม่ได้มีท่าทางกังวลใจอะไร เขาก็ถอนหายใจออกมา

 

“ช่วงเวลาไม่กี่วันนี้ สมุนไพรของนักเรียนเติบโตค่อนข้างดีนะ บางที...พวกเขาก็อาจจะมีหวังที่จะคว้าอันดับหนึ่งร่วมได้ แต่ต่อให้ไม่สามารถทำได้ก็ไม่เป็นไร อาจารย์รู้ว่านักเรียนพยายามเต็มที่แล้ว ปีหน้า...พวกเราจะต้องชนะได้แน่ พวกนั้นไม่ได้มีสมบัติจำนวนมากขนาดนั้น ปีนี้สามารถป้องกันอันดับหนึ่งได้ ปีหน้าก็ต้องเจอความกดดันเหมือนเดิมอยู่ดี”

 

“อ้อ แล้วอาจารย์ก็จะแจ้งกับทางสถาบัน ขอให้นักเรียนอันได้พักผ่อนช่วงเวลาปีหน้าก็แล้วกัน ความรู้ทั้งหมดนักเรียนอันก็ได้ครบแล้ว ส่วนเรื่องการประลองหอกที่ยุ่งยาก อาจารย์จะลองไปคุยให้”

 

“ที่จริงเรื่องนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะอาจารย์เองที่กดดันนักเรียนมากเกินไปทำให้นักเรียนต้องเสี่ยงเพาะปลูกสมุนไพรพวกนี้ นักเรียนไม่ต้องกังวลนะ อาจารย์จะรับผิดชอบอย่างสุดความสามารถ!”

            

ช่วงเวลาที่อันซูหยวนไม่อยู่ อาจารย์ประจำวิชาเกษตรก็เก็บเรื่องนี้กลับไปคิด คิดไปคิดมากลายเป็นว่าโทษตัวเองแทนเสียอย่างนั้น ถ้าตอนที่ซูหยวนกำลังจะขึ้นชั้นปีที่ 2 เขาไม่ขอให้เธอคว้าอันดับหนึ่งมาให้ได้ เปลี่ยนเป็นขอให้เธอพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด บางที...การที่เธอทำได้ที่สองนี้ก็คงจะเพียงพอแล้ว แต่เพราะเขา...เพราะเขาต้องการให้เธอคว้าอันดับหนึ่งมา ดังนั้นนักเรียนจึงไม่คิดยอมแพ้

            

ซูหยวนมองอาจารย์ที่กำลังคิดมากด้วยสายตาว่างเปล่า ตัวเธอเองยังไม่เดือดร้อน แต่อาจารย์กลับคิดนั่นคิดนี่ไปไกลเสียแล้ว ช่างเป็นอาจารย์ที่ใส่ใจลูกศิษย์จริงๆ

 

“ขอบคุณสำหรับแผนสำรองนะคะอาจารย์ แต่ฉันคิดว่าการเพาะปลูกสมุนไพรนี้น่าจะสำเร็จนะคะ ไม่ใช่อาจารย์บอกว่าการเติบโตของมันดีอยู่หรอ”

 

“เฮ้อ นักเรียนอัน สมุนไพรนี้น่ะ...ถ้ามีปัญหาแม้เพียงนิดเดียวก็พร้อมที่จะเฉาตายแล้ว มันเป็นสมุนไพรที่เอาใจยากมากๆ ต่อให้พวกเราพยายามอย่างดีที่สุดก็อาจจะพังได้ อาจารย์อยากให้เธอพยายาม แต่ไม่อยากให้กดดันมากเกินไป”

            

ไม่ใช่อาจารย์หรอคะที่กำลังกดดันมากเกินไปในตอนนี้....ประโยคนี้ซูหยวนคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา เธอไม่อยากตอกย้ำอาจารย์ที่กำลังแบกรับความกดดันนี้ เพียงปล่อยให้เขาเข้าใจต่อไป อย่างไรเสียก็แค่เดือนเดียวเท่านั้นก็จะรู้ผลแล้ว

            

ซูหยวนส่งภารกิจของตัวเองเสร็จก็ไม่ได้เข้าไปที่กองทัพอีก มีเพียงอาจารย์เติ้งที่มาสอบถามสถานการณ์ก่อนหน้านี้ เขาเองได้ยินว่าซูหยวนเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งเพราะมีคนแอบเล่นตลกกับหุ่นรบอินทรีย์ แต่โชคดีที่เธอมีตระกูลจางสนับสนุนอยู่ข้างหลังดังนั้นจึงมีอุปกรณ์ป้องกันตัวมากมาย

            

อาจารย์เติ้งไม่ได้คิดว่าซูหยวนวางแผนไว้อยู่แล้วว่าจะเอาคืนพวกกลุ่มดวงตามารอย่างไร กระทั่งขอให้ประธานจางนำเสียงกริฟส์มาให้ เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไป ในความคิดของเขา...หากซูหยวนรู้ตัวก่อน ทำไมจะต้องปล่อยให้กลายเป็นเรื่องด้วย เธอยังสามารถหยุดสถานการณ์ไม่ให้เกิดขึ้นรุนแรงเช่นนี้ได้ด้วย

            

อย่างไรในความคิดของเขา เด็กสาวก็ไม่ใช่คนทำอะไรโดยไร้ประโยชน์ แต่เขาไม่ได้รู้เลยว่าซูหยวนไม่ได้มีแผนการแค่จะเอาตัวรอดไปวันๆเท่านั้น เธอยังวางแผนที่จะจัดการกับกลุ่มดวงตามาร จับพวกมันไม่ให้หลุดมือโดยใช้หุ่นรบอินทรีย์เป็นสื่อกลางด้วย!

            

หลังจากดูแปลงเพาะปลูกเสร็จ ในที่สุดซูหยวนก็มีเวลาเข้าไปในฟาร์มของตนเองเสียที ได้ยินว่าพวกหนูขาวได้ตัวเชลยศึกมาสองคน พวกมันตัดสินใจที่จะเก็บเชลยพวกนี้ไว้ แปลว่าต้องเห็นว่าพวกนั้นทำประโยชน์ได้ ในฐานะเจ้านายใหญ่แล้ว เธอจะไม่เข้าไปดูได้อย่างไร

            

เมื่อเข้ามาในฟาร์ม กลิ่นหอมของอาหารก็ทำให้จมูกเธอเหมือนได้รับพรจากสวรรค์ ก่อนหน้านี้เข้าไปในพื้นที่เชื่อมมิติเขต J ซึ่งมีแต่กลิ่นของออร์คเต็มไปหมด ทำเอาหายใจไม่โล่งคอเสียเลย ดังนั้นเธอจึงไม่ได้กินแม้แต่อาหารใดๆ มีเพียงดื่มน้ำเพื่อบำรุงร่างกายเท่านั้น

 

“ขอน้ำผลไม้กับอาหารร้อนๆสักหน่อย” ซูหยวนบอกกับราชาหนูขาวที่วิ่งมาต้อนรับเธอ ในขณะที่สุนัขทมิฬเพียงยกหัวของมันขึ้นมาแล้วก็หลับต่อไปเท่านั้น

            

ใช้เวลาไม่นาน หนูขาวก็เอาของดีมาให้จริงๆ ซูหยวนนั่งกินจนพอใจจึงได้หันไปถามเกี่ยวกับเรื่องแรงงานใหม่

 

“จี๊ด เจ้าสองคนนั้นทำงานได้ดี แม้ตอนแรกจะสร้างปัญหาไปบ้าง แต่สุดท้ายก็มีแต่ต้องทำตามเท่านั้น จี๊ด จี๊ด!” เจ้าราชาหนูขาวพูดด้วยเสียงสนุกสนาน 

            

ซูหยวนถึงกับคิดภาพตาม เธอไม่รู้หรอกว่าพวกมันใช้วิธีอะไรในการจัดการทั้งสองคนนั้น แต่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นเรื่องดีอะไร

            

เห็นว่าเจ้านายสนใจเกี่ยวกับเจ้าพวกนั้น ราชาหนูขาวก็ส่งสัญญาณให้สมาชิกพาผู้มาใหม่สองคนนั้นมา ครั้งแรกที่ซูหยวนเห็นก็คือภาพที่พวกเขากำลังเต็มไปด้วยดินสกปรกมากมาย สีหน้าหวาดกลัวและดูตื่นตระหนก

 

“จี๊ดๆ นี่ก็คือเจ้านายของพวกข้า รีบทำความเคารพเร็วเข้า!” หนูขาวที่อยู่บนหลังฟาดแส้ในมือจนเกิดเสียงเปรี๊ยะ นักฆ่าที่มีความเก่งกาจและได้รับการยกย่องมาตลอดหลายสิบปีสะดุ้งโหยง พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะถูกทรมานเช่นนี้โดยฝูงหนูขาวที่โรคจิต

            

ไม่เหมือนกับโลกก่อนหน้านี้ของซูหยวน ที่นี่ไม่มีการใช้แส้แช่กรดในการทรมานคน ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาถูกโจมตีโดยแส้ที่ชุ่มไปด้วยน้ำมะนาวแล้วจะได้รับความรู้สึกแปลกใหม่ อ่า...เป็นความแปลกใหม่ในแง่ที่ไม่ดีล่ะนะ

 

“อ๊า!!” คนกรีดร้องออกมาแล้วรีบคลานเข่าทันที 

            

ตอนที่ได้ยินว่าเจ้านายของพวกหนูขาวเหล่านี้กำลังมา พวกเขาก็หวาดกลัวอย่างมากแล้ว ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์สามารถอยู่อาศัยได้ มันไม่เหมือนกับพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสารพิษ แต่ที่นี่มีทรัพยากรมากมาย ไม่มีทางเลือกที่มนุษย์คนธรรมดาจะเป็นเจ้าของพื้นที่นี้ได้

            

หนูขาวพวกนี้ไม่ใช่หนูขาวปกติเช่นกัน เขาได้เห็นแล้วว่ามันสามารถปล่อยแสงสีทองออกมาโจมตีได้ด้วย หนูขาวกลายพันธุ์ที่พวกเขาเคยเห็นทำได้หรือ? นี่...มันเหมือนกับโลกคู่ขนานเสียมากกว่า

            

ดังนั้นในความคิดของเขา เจ้านายของที่นี่จะต้องเป็นสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์แสนยิ่งใหญ่ พวกเขาอาจจะถูกกินหรือถูกทารุณในวันนี้จนตายก็เป็นได้หากทำตัวไม่ดี

            

เพียงแต่...เมื่อพวกเขาก้มหน้าคลานเข่าเข้าไปหา กลับเห็นขาเล็กๆคู่หนึ่งยืนอยู่ข้างหน้าเสียอย่างนั้น นี่...ไม่ใช่ขาของเด็กมนุษย์คนหนึ่งหรือ?

            

ทำไมดูบอบบางอ่อนแอกว่าที่พวกเขาคิดเสียอีก หรือว่า...นี่ก็ไม่ใช่เจ้านาย แต่เป็นผู้ที่ถูกจับมาเหมือนกันหรือ?

            

ไม่สิ! ดูเจ้าพวกหนูขาวที่กำลังประจบประแจงพวกนี้สิ อย่างไรก็ต้องเป็นเจ้านายใหญ่ที่พวกมันพูดถึงแน่นอน 

            

นักฆ่าคนหนึ่งอดใจไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมอง เดิมทีจินตนาการของพวกเขาก็คือสิ่งมีชีวิตอันทรงพลัง แค่มองชั่วขณะก็คงจะหยุดหายใจได้ ทว่า...

 

“นะ นี่ นี่คือ!!” เมื่อได้ยินเพื่อนที่อยู่ข้างๆผงะล้มจนถอยหลัง นักฆ่าอีกคนก็เงยหน้ามองตาม แล้วลักษณะท่าทางของพวกเขาก็เหมือนกันไม่มีผิด

 

“นะ นี่! อันซูหยวนไม่ใช่หรือ?!!”

            

ทันทีที่พวกเขาเห็นว่าเป็นใคร กลับกลายเป็นไม่อยากจะเชื่อมากกว่าเดิม ใครจะไปคิดว่าเหยื่อที่พวกเขาต้องฆ่า แท้จริงแล้วก็คือเจ้านายของหนูขาวที่แสนจะแข็งแกร่งเหล่านี้

            

ไม่สิ! นี่ไม่ได้แปลว่าพวกเขากำลังหาเรื่องตายหรอกหรือ? หากเจ้านายของอีกฝ่ายเป็นคนอื่น พวกเขาอาจจะขอความเมตตาให้ปล่อยชีวิตน้อยๆของพวกเขาไปได้ แต่ทำไมถึงเป็นอันซูหยวน? ถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าพวกเขาเป็นนักฆ่าที่รับเงินมาเพื่อสังหารเธอ แบบนี้...พวกเขายังจะสามารถมีชีวิตต่อไปได้อีกหรือ?

            

ไม่ใช่แค่มือเท่านั้นที่กำลังสั่นเทา แต่ปากของพวกเขาก็สั่นจนพูดไม่เป็นศัพท์เช่นกัน

 

“พวกนี้หรือที่จับมา” ซูหยวนไม่ได้สนใจท่าทางของนักฆ่าทั้งสองคน เธอหันไปถามราชาหนู ซึ่งอีกฝ่ายก็รีบตอบ

 

“จี๊ดๆ พวกมันซ่อนตัวอยู่ไม่ไกล ดูแล้วมีความสามารถในการซ่อนตัวไม่น้อย อีกอย่าง...ความเร็วของพวกมันทั้งสองก็ดีมาก ไม่กี่วันที่ผ่านมาให้พวกมันช่วยจัดการเรื่องรดน้ำก็ทำได้ดี ดังนั้นจึงอยากจะเลี้ยงไว้เป็นทาสแรงงาน”

 

“โอ้....” ซูหยวนมองคนทั้งสองอีกครั้งก่อนจะพูดกับพวกเขาโดยตรง

 

“แนะนำตัวมา พวกแกเป็นสมาชิกของกลุ่มดวงตามารหรือเปล่า”

 

“ไม่ ไม่ใช่ครับ พวกเราเป็นคนขององค์กรนักฆ่า ทะ ที่จริง...พวกเราไม่ได้มีความบาดหมางอะไร แต่เพราะกลุ่มดวงตามารว่าจ้างด้วยเงิน 200 ล้านเครดิตเพื่อฆ่าคุณ พวกเราก็เลยรับงานมา” นักล่าคนหนึ่งยอมเปิดปากพูดทั้งหมดเมื่ออยู่ต่อหน้าซูหยวน

            

หญิงสาวหรี่ตาลงเล็กน้อย กลายเป็นว่ากลุ่มดวงตามารพวกนี้ใจกว้างเสียจริง เพื่อฆ่าเธอให้ได้ ถึงกับยอมจ่าย 200 ล้านเครดิตเลย

 

“จะ เจ้านาย...พวกเราขอยอมรับท่านเป็นเจ้านายแล้ว ใช้งานพวกเราเป็นทาสเหมือนที่พวกหนูขาวพูดได้เลย พวกเราจะไม่ทรยศเจ้านายแน่นอน อีกอย่างเรื่องก่อนหน้านี้เป็นพวกเราที่รับงานมาไม่ดูให้ดี พวกกลุ่มดวงตามารบอกว่าความยากในการจัดการท่านก็คือการเป็นพลทหารพิเศษที่สามารถตรวจสอบตำแหน่งของพื้นที่ได้ ถ้าพวกเรารู้ว่าท่านมีความสามารถขนาดนี้ ก็คงไม่มีทางยอมรับภารกิจแน่นอน”

 

“ชะ ใช่แล้ว พวกเราก็เหมือนถูกกลุ่มดวงตามารหลอกมาเช่นกัน ถ้าพวกเรารู้ข้อมูลจริงก่อนหน้านี้ พวกเราก็ไม่เอาชีวิตตัวเองมาทิ้งกันหรอก ถ้าจะต้องโทษ ก็ต้องโทษพวกกลุ่มดวงตามารนั่นแหละ”

            

เพื่อเอาชีวิตรอด นักฆ่าทั้งสองรีบสวามิภักดิ์ต่ออันซูหยวนทันที ตอนนี้พวกเขาได้รู้แล้วว่าเหยื่อที่พวกเขาต้องการเล่นงานนั้น แท้จริงล้วนเป็นเรื่องตลกทั้งสิ้น!

 

………………………………..