LNCrawler

บทที่ 338 แตกหัก (อ่านฟรี 7 ก.พ. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 338 แตกหัก (อ่านฟรี 7 ก.พ. 69)

บทที่ 338 แตกหัก

 

จะเล่นงานกับคนที่มีพื้นที่ที่สุดยอดเช่นนี้หรือ? เกิดใหม่อีกกี่ครั้งจึงจะทำอย่างเธอได้ แล้วเธอเอาเถอะ...เท่าที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ก็มีหนูขาวเกือบพันตัว ยังไม่นับรวมแมลงกัดกินที่บินเข้าบินออกพื้นที่อย่างเชื่อฟังอีก 

 

อ้อ เรื่องสุนัขทมิฬพวกนั้นไม่ต้องพูดถึงให้มากความ เขายังมองเห็นว่ามีไข่ของไก่หงอนแดงกลายพันธุ์รอการฟักอีกมาก สัตว์กลายพันธุ์ทั้งหมดที่นี่นั้นไม่เหมือนสัตว์กลายพันธุ์ข้างนอก จำนวนที่มากมายของพวกมันก็แปลว่า...อันซูหยวนมีกองทัพมากเท่าไรอยู่ในมือด้วย!

 

ดูเอาเถอะ มีหนูขาวตัวไหนที่พูดภาษามนุษย์ได้? ทั้งยังมีความฉลาดเหลือล้นขนาดนี้ ต่อให้เอาองค์กรนักล่าทั้งหมดมาไล่จัดการคน ก็คงไม่แน่ว่าจะถูกฝูงหนูขาวพวกนี้หยุดเอาไว้ ไม่ทันได้เห็นฝ่าเท้าของอันซูหยวนคนนี้เลย!

 

“นี่เป็นการตัดสินใจของพวกหนูขาว ถ้าพวกเขาคิดว่าทั้งสองคนมีประโยชน์ก็แปลว่าอยู่ทำงานต่อไปได้ แต่ถ้าไม่....ก็แล้วแต่พวกเขา” อันซูหยวนไม่ก้าวก่ายการตัดสินใจของพนักงานตัวเอง ในเมื่อให้สิทธิไปแล้ว ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของพวกเขาด้วย

            

อีกอย่าง ในพื้นที่นี้มีมนุษย์เพิ่มมาอีกคนสองคนไม่นับเป็นปัญหาอะไร ทว่าที่เธอต้องการมาเจอพวกเขาก็เพราะอยากได้ข้อมูลมากกว่า

 

“ใครเป็นคนติดต่อองค์กรนักฆ่าของพวกคุณ” ได้ยินซูหยวนถามเช่นนี้ ทั้งสองคนก็มองหน้ากันเอง รู้แล้วว่าหญิงสาวต้องการอะไรกันแน่

 

“เจ้านาย พวกเราไม่มีข้อมูลผู้ติดต่อหรอก นี่เป็นกฎขององค์กร อย่างไรก็ตาม...ถ้าเจ้านายต้องการ พวกเราก็จะสามารถจัดการให้ได้” ได้ยินแบบนั้น ซูหยวนก็ถอนหายใจออกมา

            

เธอคาดเดาเอาไว้แล้วว่าคงจะไม่ได้ข้อมูลอะไร แต่เมื่อได้ยินข้อเสนอของพวกเขา หญิงสาวก็คิดเล็กน้อย

 

“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ออกไปหาข้อมูลมา”

 

“เอ๋ หมายถึง...เจ้านายจะให้พวกเราออกจากพื้นที่นี้?” 

 

“ใช่” ซูหยวนตอบกลับนิ่งๆ ทำให้นักล่าสองคนถึงกับประหลาดใจ

            

ทำไมเจ้านายน้อยคนนี้ถึงยอมให้พวกเขาออกไปข้างนอกได้ง่ายๆ ไม่กลัวว่าพวกเขาจะหนีไป หรือเอาข้อมูลของเธอไปบอกกับคนอื่นหรือ?

            

ท้ายที่สุดแล้ว เด็กคนนี้ก็ยังเป็นคนที่ขาดประสบการณ์หรือไม่? ต่อให้มีความสามารถแค่ไหน ก็ยังไม่อาจไล่ตามคนฉลาดได้ ถ้าอย่างนั้น...

 

“ครั้งนี้ฉันอนุญาตให้ฆ่าคนได้ หากมีท่าทางแปลกๆก็ลงมือทันที” ในตอนที่พวกเขากำลังวางแผนอยู่ในใจนั้นเอง เสียงอันเย็นเยียบของเด็กสาวก็ดังขึ้นอีกครั้ง และมันก็ทำให้หลังคอของพวกเขาเสียววาบ

 

“จี๊ดๆ เจ้าสองคนนี้ได้รับเกียรติพิเศษจริงๆ ปกติเจ้านายไม่ชอบให้ฆ่าใคร แต่สองคนนี้อนุญาตให้ฆ่าทิ้งได้ แบบนี้ก็สนุกน่ะสิ จี๊ดๆ” หนูขาวส่งเสียงหัวเราะกันอย่างมีความสุข ทำเหมือนคำอนุญาตก่อนหน้านี้เป็นของรางวัลของพวกมัน

            

หนูขาวตัวเล็กสองตัวกระโดดเข้าไปในปกเสื้อด้านหลังของนักล่า จากนั้นก็หายไปโดยที่พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหายไปที่ไหน ทว่า...พวกเขารู้ได้ทันทีว่าหากเล่นอะไรตุกติก เจ้าหนูขาวพวกนี้คงพร้อมที่จะแทงเข้ามาจากด้านหลังทะลุถึงหัวใจพวกเขาแน่

            

ความตายอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก ความจริงเรื่องนี้เป็นพวกเขาที่สัมผัสมันด้วยตัวเองแล้ว...

 

“ฉันต้องการข้อมูลทั้งหมด เรื่องขององค์กรนักฆ่า เรื่องของกลุ่มดวงตามาร และทั้งสองคน...จะเป็นคนงานให้ฉัน แน่นอนว่ายังเลือกที่จะตายได้ หากไม่ต้องการทำงานให้กับฉัน”

            

ซูหยวนมีทางเลือกให้พวกเขาทั้งสองก็เหมือนไม่มี ที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ตอนนี้ก็เป็นเรื่องที่แน่นอนแล้วว่าไม่เลือกเส้นทางตาย แม้ว่าพวกเขาจะเป็นนักฆ่า แต่ก็ไม่ได้โรคจิตเหมือนกลุ่มดวงตามารที่ต้องการทำลายล้างมนุษย์ชาติทั้งหมดเสียหน่อย สาเหตุที่พวกเขามาเป็นนักฆ่านั้นง่ายมาก ด้วยความสามารถที่พวกเขามี รวมทั้งค่าตอบแทนที่จะได้รับ มันก็ไม่มีอะไรที่จะตัดสินใจยากเลย

            

อีกอย่าง นักฆ่าอย่างพวกเขาไม่ต้องทำงานแบบเปิดเผยตัวตน หลังจากทำงานเสร็จแล้วก็กลับไปใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ มีกินมีใช้มีเงินดูแลครอบครัว

            

ไม่เหมือนกับตระกูลใหญ่ที่มีชีวิตที่ดีได้ พวกเขาหลายคนมาจากตระกูลชั้นกลางหรือแม้แต่ต่ำไปมากกว่านั้น พวกที่ไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่แต่มีความสามารถมากเกินไป หลายครั้งจะกลายเป็นเหยื่อให้ถูกรังแกแทน

            

ซึ่งเรื่องนี้ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น แทนที่จะแสดงฝีมือในที่สว่าง สู้ใช้ความสามารถแลกเงินในที่ลับตาปลอดภัยกว่า พูดให้ถูกก็คือ...เป็นสังคมที่บีบบังคับให้พวกเขาต้องทำงานเช่นนี้

            

ทั้งสองคนถูกปล่อยตัวออกมาเพราะสาเหตุนั้นเอง แม้ว่าพวกหนูขาวจะเสียดายที่แรงงานชั้นยอดต้องออกไป แต่ก็เหมือนกับว่าพวกเขาไม่ต้องเปลืองอาหารมากกว่าเดิม นับว่าเป็นเรื่องดีอยู่บ้าง

            

ที่องค์กรนักฆ่า ข่าวเรื่องการหายตัวไปของนักล่าทั้งสองทำให้สมาชิกขององค์กรจับกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมาก เรื่องที่ซูหยวนใช้ “ผลึกบันทึกเสียงกริฟส์” เพื่อจัดการร่างทดลองจำนวนมากโด่งดังไปทั่วแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงคาดการณ์ได้ว่าทั้งสองคนอาจจะถูกผลกระทบจากเสียงกริฟส์ไปด้วย และตอนนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะยังมีชีวิตหรือไม่

            

สุดท้าย ไม่ว่าคนจะอยู่หรือตาย ภารกิจนี้ก็ได้ผลลัพธ์แล้วว่าไม่ประสบความสำเร็จ!

            

คำสั่งให้สังหารอันซูหยวนถูกดึงออกจากกระดานภารกิจทันทีที่มีผู้รับงานไป พวกเขาจะไม่รับงานซ้ำเดิมเพราะถือเป็นการให้เกียรตินักฆ่าที่รับภารกิจไปก่อนหน้านี้ อีกอย่าง...เมื่อมีนักฆ่ารับภารกิจไปแล้ว ผู้มอบภารกิจจะต้องจ่ายเงินทันที หมายความว่า...ถ้ามีนักฆ่าคนอื่นต้องการรับภารกิจ เช่นนั้นก็จะต้องไปเอาเงินคืนมาจากนักฆ่าคนก่อนเอง แบบนี้แล้วพวกเขาจะสร้างปัญหาให้กันเองทำไม สู้ไปรับภารกิจอื่นเลยไม่ดีกว่าหรือ?

            

นอกจากนี้ ถ้าภารกิจที่แม้แต่นักฆ่าระดับสูงก็ยังล้มเหลว ต่อให้ผู้ว่าจ้างยินดีจ่ายเงินอีกครั้ง ก็ไม่มีใครกล้าจะรับแล้ว เงินมากเท่าไรก็คงไม่มากไปกว่าชีวิตน้อยๆของพวกเขาหรอก...

            

อย่างไรก็ตาม ฝั่งนักฆ่าก็คือฝั่งของนักฆ่า ฝั่งผู้ว่าจ้างกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น

            

ทันทีที่พวกเขารู้ว่าภารกิจนี้ไม่สำเร็จก็มาที่องค์กรนักฆ่าทันทีเพื่อกดดันให้พวกเขาลงมืออีกครั้ง กลุ่มดวงตามารรับเทคนิคลับของตระกูลเซิ่นมาเป็นของตอบแทนแล้ว หากภารกิจนี้ไม่สำเร็จอาจจะทำให้ความน่าเชื่อถือของพวกเขาถูกลดทอนไป เนื่องจากเซิ่นเจ๋อเป็นคนใหม่ ทั้งยังมีประโยชน์อยู่บ้าง จึงไม่อยากจะเสียคนไป

            

อีกอย่าง เด็กสาวเป้าหมายก็มีความโกรธแค้นกับกลุ่มดวงตามารอยู่แล้ว เด็กที่มีความสามารถเป็นดั่งอัจฉริยะของมนุษย์ชาติก็คืออุปสรรคใหญ่ต่อแผนการในอนาคตของพวกเขา ดังนั้นการกำจัดเธอจึงเป็นแผนของพวกเขาอยู่แล้ว เพียงแต่ราคาของเธอเพิ่มสูงจากเดิมมาก

            

ก่อนหน้านี้เคยติดต่อมา มีราคาอยู่แค่ 20 ล้านเครดิตเท่านั้น เพราะอย่างไรก็เป็นคนของตระกูลจาง ทว่าเวลานี้กลับจ่ายไปถึง 200 ล้านเครดิต เพิ่มเป็น 10 เท่าในเวลาแค่ 2 ปี ความเร็วนี้...ถ้าพวกเขายังช้าไปอีก คงไม่ใช่ราคา 1,000 ล้านเครดิตเลยใช่ไหม?

            

ทว่าเงินก็จ่ายไปแล้ว คนกลับยังไม่ตาย แถมกลับมาพร้อมกับความสำเร็จอีก นี่ไม่นับรวมว่าอันซูหยวนกระตุ้นความโกรธของพวกผู้นำกลุ่มดวงตามาร เกือบเปลี่ยนให้พวกเขากลายเป็นขันทีไม่สามารถมีลูกได้ ความโกรธแค้นนี้จะทำให้พวกเขายังอยู่ร่วมโลกกันได้อย่างไร!!

 

“องค์กรนักฆ่าทำได้เท่านี้หรือ? เงิน 200 ล้านเครดิตก็รับไปแล้ว คนกลับฆ่าไม่ได้ แบบนี้พวกเราจะเสียเงินไปทำไม ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้องค์กรก็ต้องรับผิดชอบ!”

            

เสียงของตัวแทนที่ถูกส่งมา ดังลั่นออกมาจากห้องรับงานซึ่งเป็นห้องส่วนตัว โดยปกติแล้วเพื่อปิดบังตัวตนของผู้ว่าจ้างและเรื่องที่พวกเขาจ้าง มักจะส่งไปคุยกันในห้องส่วนตัว ทว่า...ครั้งนี้ถึงจะบอกว่าต้องการเก็บเป็นความลับ แต่ตัวคนจ้างกลับอาละวาดเสียเสียงดัง ทำให้คนข้างนอกได้ยินกันหมด

 

“กลุ่มดวงตามารกล้าดีจริงๆ กล้ากระทั่งมาเอาเรื่องกับองค์กรของพวกเราเลยงั้นหรือ?”

 

“เหอะ! พวกเขาจ่ายเงิน 200 ล้านเครดิตเพื่อฆ่าคน แต่พวกเราเสียนักฆ่าระดับสูงไปสองคนเพราะข้อมูลไม่ครบ แบบนี้ใครกันแน่ที่จะต้องชดเชย เป็นองค์กรของพวกเราหรือพวกมันกันแน่”

 

“ชีวิตนักฆ่าระดับสูง ทำงานง่ายๆทั่วไปไม่กี่งานก็ได้เงิน 200 ล้านเครดิตแล้ว ดีไม่ดี...ในหนึ่งปีอาจจะทำเงินได้หลายพันล้านเครดิตเลยก็ได้ คนที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้พวกเราก็คือกลุ่มดวงตามารต่างหาก”

 

“ใช่แล้ว จะต้องให้พวกมันชดใช้ให้องค์กรของพวกเรา!!” ได้ยินเสียงโวยวายของสมาชิกกลุ่มดวงตามารผู้ว่าจ้าง นักฆ่าคนอื่นๆที่ได้ยินก็แสดงความไม่พอใจขึ้นมาทันที

            

นี่ไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นห่วงความเสียหายที่องค์กรได้รับจริงๆหรอก แต่เป็นเพราะว่าตอนนี้พวกเขากำลังถูกนายจ้างเหล่านี้กดข่มอยู่ ถ้าหากปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ได้หนึ่งครั้ง ต่อไปก็จะต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก ยิ่งตอนนี้มีผู้ว่าจ้างหลายคนกำลังมาติดต่อ หากให้พวกเขาเห็นว่าสมาชิกในองค์กรอ่อนแอเพียงใด เช่นนั้นพวกเขาก็จะเอาเปรียบตนเองได้ด้วยเช่นกัน

            

ได้ยินเสียงโวยวายจากข้างนอก ตัวแทนของกลุ่มดวงตามารก็ขมวดคิ้วไม่พอใจทันที พวกเขาไม่เหมือนองค์กรนักฆ่าที่ทำตามคำสั่ง แต่เป็นคนที่สนุกไปกับการฆ่าจริงๆ ดังนั้น...เห็นสิ่งมีชีวิตพวกนี้กำลังต่อสู้กับตนเอง ยิ่งทำให้อยากทำลายมากไปกว่าเดิมอีก

 

“องค์กรนักฆ่ารับเงินไปแล้วแต่สุดท้ายฆ่าไม่ได้ ก็ยังคิดจะริบเงินของพวกเราไปงั้นหรือ? เหอะ! ช่างเป็นอาชีพที่ดีเหลือเกิน ไม่ต่างอะไรกับองค์กรหลอกลวงเลยสักนิด ต่อไป...ใครมาว่าจ้างก็รับภารกิจให้หมดนั่นแหละ ทำได้หรือไม่ก็ค่อยโวยวายออกมาก็พอแล้ว ส่วนเงินค่าจ้างก็ริบไปทั้งหมด นี่แหละวิถีของพวกโจร”

 

“ระวังคำพูดด้วย”

 

“เหอ เหอ เหอ ระวังคำพูดหรือ? ถ้าไม่ระวังล่ะ? จะถูกนักฆ่าจัดการปิดปากเลยหรือไม่?”

 

“เรื่องนี้พวกคุณเป็นฝ่ายผิดก่อน ตั้งแต่ตอนทำสัญญาที่พวกเราเห็นด้วยกันแล้ว ถ้าคุณบอกข้อมูลให้ไม่ครบถ้วนก็ต้องจ่ายเงินชดเชยให้พวกเรา ค่าจ้าง 200 ล้านเครดิตนั้นไม่ถือว่าเพียงพอต่อชีวิตนักฆ่าระดับสูง 2 คนด้วยซ้ำ ดังนั้น...การไม่เอาเงินพวกคุณเพิ่มก็ถือว่าพวกเราให้เกียรติในฐานะคู่ค้าที่ร่วมมือกันเป็นเวลานานแล้ว แต่ถ้าคิดจะเอาเงินกลับไป...อย่าหวังเลย”

 

“ทำไมถึงโทษว่าพวกเราเป็นฝ่ายผิด ให้ข้อมูลไม่ครบหมายถึงข้อมูลอะไร? สิ่งที่พวกเรารู้ย่อมต้องบอกทั้งหมดแล้ว เป็นองค์กรนักฆ่ามากกว่าที่ไม่เตรียมพร้อมให้ดี จะโทษฝ่ายเราได้อย่างไร”

            

การโต้แย้งนี้ดูเหมือนจะไม่จบลงง่ายๆ ฝ่ายหนึ่งก็ไม่ยอมรับ อีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับ เหตุการณ์เริ่มวุ่นวายมากขึ้นเมื่อมีนักฆ่าอีกหลายคนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น แม้จะอยู่นอกห้อง แต่ก็ยังสร้างความกดดันให้พวกเขาได้อยู่ดี

            

ดวงตาของสมาชิกกลุ่มดวงตามารไหววูบชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว...แต่เป็นเพราะรู้สึกอยากทำลายล้างพวกมันเสียให้สิ้น!

            

เขาแตะไปที่หน้าอกของตนเอง หากกดระเบิดทิ้งตอนนี้ นักฆ่าชั้นต่ำแต่อวดดีพวกนี้ก็จะต้องหายไปกลายเป็นเถ้าถ่านแน่ ไม่อยากจะคิดเลยว่าภาพที่ปรากฏนั้นจะน่าดูน่าชมขนาดไหน

            

ออร่าสังหารถูกปล่อยออกมา ผู้ที่รับหน้าที่ต้อนรับสัมผัสได้อย่างรวดเร็ว เขาเตรียมส่งสัญญาณฉุกเฉินเพื่อให้มารับมือกับสมาชิกกลุ่มดวงตามารนี้ บรรยากาศกดดันเริ่มทำให้ข้างนอกเงียบเสียงลงไปบ้าง ทว่าก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้น เสียงหนึ่งก็ดังมาจากทางเข้าเสียก่อน

 

“คืนเงินพวกมันไป ในฐานะผู้ที่รับเงินมา 200 ล้านเครดิต ฉันจะคืนเงินก้อนนี้ให้พวกมัน และแน่นอนว่าถ้าใครต้องการจ้างพวกเราฆ่าสมาชิกของกลุ่มดวงตามาร ฉันจะลดราคาให้เป็นพิเศษครึ่งหนึ่ง”

            

เสียงเย็นชาของผู้มาใหม่ทำให้ทุกคนหันกลับไปมอง ปรากฏเป็นบุรุษสองคนในชุดคลุมสีดำแต่มีเข็มขัดคาดเอวเพราะเก็บอาวุธลับของเขาไว้ ลักษณะท่าทางที่โดดเด่นนี้ทำให้ทุกคนจำได้ทันที

 

“ยังไม่ตาย?”

 

“เป็นพวกเขา เป็นพวกเขาจริงๆ นักล่าระดับสูงทั้งสองคนยังไม่ตาย!”

            

ทุกคนกำลังอ้าปากค้างเพราะตกตะลึง หลังจากที่เหยื่อรอดชีวิตกลับมาได้ แถมยังประสบความสำเร็จในการทำภารกิจ ไม่สิ! แค่ได้ยินว่าเหยื่อใช้ “เสียงกริฟส์” ในการแก้ปัญหาใหญ่นี้ ทุกคนก็คาดเดากันไปแล้วว่านักฆ่าของพวกเขาอาจจะไม่รอดกลับมา ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายกลับปรากฏตัวขึ้นที่นี่แล้ว

 

“เรียกคนของกลุ่มดวงตามารออกมา เรื่องนี้ฉันรับผิดชอบเอง” คนยืนกอดอก ท่าทางไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง

            

คนของกลุ่มดวงตามารที่กำลังโต้เถียงอยู่ข้างในก็เดินออกมาด้วย เห็นสองคนที่ปล่อยออร่าระดับสูงเช่นนี้ เขาก็เข้าใจทันทีว่าคนพวกนี้เป็นคนที่มีฝีมือจริงๆ ไม่ใช่พวกกระจอกที่เอาแต่พูดกันมั่วๆข้างนอกนั่น

 

“เอาเงินของพวกแกคืนไป แล้วก็...ทันทีที่มีภารกิจฆ่าคนจากกลุ่มดวงตามาร ให้จำเอาไว้ว่าฉันสองคนจะรับภารกิจนั้นในราคาที่ถูกลงแน่นอน!”

            

เขาพูดย้ำอีกครั้ง และคำพูดนี้ก็ทำให้สมาชิกของกลุ่มดวงตามารต้องชะงักไป 

            

นี่...เป็นคำขู่ที่น่ากลัวจริงๆ

 

……………………………………