บทที่ 339 จิตใต้สำนึก (อ่านฟรี 8 ก.พ. 69)
บทที่ 339 จิตใต้สำนึก (อ่านฟรี 8 ก.พ. 69)
บทที่ 339 จิตใต้สำนึก
ปกติแล้วไม่มีใครอยากสร้างความขัดแย้งกับนักฆ่าระดับสูงพวกนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขาทำงานในวงการนักฆ่ามานานและมีข้อมูลเยอะเท่านั้น แต่วิธีการฆ่าของพวกเขาการันตีได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายในการรับมือ เพราะการจะเป็นนักฆ่าระดับสูงได้ อย่างน้อยจะต้องเคยฆ่าคนระดับสูงมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 คน
หรือก็คือ ถ้าพวกเขาทำงานมานาน ฆ่าคนไปมากกว่าพันคน หากแต่คนพวกนั้นเป็นแค่คนทั่วไป ตำแหน่งนักฆ่าของพวกเขาก็จะไม่เพิ่มขึ้น มีแค่ทำงานเพื่อรับเงินมากกว่าเดิมก็เท่านั้น
ในทางกลับกัน ถ้าสามารถฆ่าคนระดับสูงมาแล้ว 10 คนได้ ต่อให้ทั้งชีวิตเพิ่งฆ่าไปแค่ 10 คน ระดับของพวกเขาก็จะเปลี่ยนเป็นนักฆ่าระดับสูงทันที เพราะถือว่าความสามารถในการเข้าถึงคนสำคัญระดับสูงนั้นยอดเยี่ยม
ดังนั้น เมื่อนักฆ่าระดับสูงพูดออกมาแบบนี้ หมายความว่ากลุ่มดวงตามารก็กำลังเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหญ่อยู่ พวกเขาจำเป็นต้องพิจารณาให้ดีว่าต้องการเงิน 200 ล้านเครดิตคืน หรือต้องการรักษากลุ่มของพวกเขาเอาไว้กันแน่
ถึงจะบอกว่านักฆ่าไม่ทำงานโดยเสียแรงเปล่า หากไม่มีใครว่าจ้าง พวกเขาก็จะไม่ลงมือฆ่าส่งเดช แต่...กลุ่มดวงตามารมีใครบ้างไม่มีค่าหัว? ก็แค่ภารกิจหลายอย่างไม่คุ้มราคาเท่านั้น นักฆ่ามากมายจึงไม่รับภารกิจเหล่านี้ ทว่า...หากพวกเขาประกาศว่าจะรับภารกิจจัดการพวกสมาชิกกลุ่มดวงตามารทั้งหมด นี่ก็เท่ากับว่าพวกเขาเจอใครก็พร้อมลงมือหรอกหรือ?
เดิมทีสมาชิกกลุ่มดวงตามารคนนั้นกำลังอยากอาละวาด ทว่า...เมื่อเขาได้ยินคำขู่นั้นก็ต้องเงียบเสียงตัวเองลง ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวที่จะถูกฆ่า แต่การที่นักฆ่าพวกนี้ต้องการจะจัดการกลุ่มดวงตามารของเขา หลังกลับไปรายงานสถานการณ์ให้ผู้นำฟัง เชื่อเถอะว่าความตายที่ได้รับจากเหล่านักฆ่ายังถูกมองว่าเป็นสวรรค์ชั้นยอดได้
เพราะสมาชิกกลุ่มดวงตามารไม่เคยปล่อยให้ผู้ทรยศรอดไปปรโลกได้ พวกเขาจะถูกจับกุมเอาไว้ในนรกที่โหดร้ายที่สุด แม้อยากจะตายก็ไม่มีทาง!
คิดดูดีๆแล้ว เขาควรจะเก็บความโกรธแค้นนี้แล้วหาทางลงกับมนุษย์คนอื่นย่อมดีกว่า แม้จะไม่สามารถฆ่าพวกนักฆ่าปากมากเหล่านี้ได้ก็ตาม แต่ใช่ว่าวันหนึ่งจะไม่มีโอกาสนั้นเสียหน่อย
ขอแค่ท่านผู้นำสามารถดำเนินการตามแผนการทั้งหมดที่วางเอาไว้แล้ว วันที่ประกาศสงครามใหญ่ เมื่อนั้นก็คือช่วงเวลาในการทำลายล้างของพระเจ้า และเขาจะขอรับผิดชอบบริเวณที่องค์กรนักฆ่าตั้งอยู่เอง!
ดวงตาของทั้งสามประสานกัน แต่สุดท้ายก็เป็นสมาชิกกลุ่มดวงตามารที่ต้องข่มอารมณ์เพื่อทำงานใหญ่ให้สำเร็จลุล่วง
“เงิน 200 ล้านเครดิตพวกเราไม่ต้องการก็ได้ แต่...พวกคุณจะต้องเอาข้อมูลที่ได้จากเป้าหมายมาให้พวกเรา”
“หึ ถ้าพูดคุยแบบนี้ตั้งแต่แรกก็คงจะจบไปนานแล้ว” นักฆ่าคนนั้นแค่นหัวเราะออกมา แต่เขาไม่ได้ตามเอาเรื่องต่อ เพียงโยนเอกสารรายงานภารกิจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเท่านั้น หลังจากนี้เป็นเรื่องของเขาที่จะต้องจัดการแล้ว คิดจะต่อรองเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของพวกเขา
คนไปที่ห้องทำงานของตนเอง ตอนนั้นหนูขาวก็พุ่งออกมาจากหลังเสื้อ 4 ตัว ทำเอานักฆ่าชะงักไป เดิมทีเขาจำได้ว่ามีหนูขาวเพียงตัวเดียวอยู่ด้านหลังเขาไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมตอนนี้จึงได้โผล่ออกมาถึง 4 ตัวกัน นี่....
แม้จะประหลาดใจ แต่เมื่อนึกถึงดินแดนอันอุดมสมบูรณ์และยิ่งใหญ่ก่อนหน้านี้ เขาก็รู้สึกว่ามันไม่มีอะไรให้ต้องตกใจอีกต่อไปแล้ว เพียงมองดูหนูขาวที่แสนฉลาดพวกนี้กำลังทำงานหนัก
“จี๊ด! ตอนที่เดินผ่านมา เจอห้องเก็บเอกสารด้วย ดังนั้นแยกกันไปสำรวจและพยายามเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด เข้าใจไหม จี๊ด จี๊ด” หนูขาวตัวหนึ่งที่เป็นเหมือนเจ้านายออกคำสั่ง ซึ่งหนูขาวตัวอื่นๆก็รับคำแล้วรีบจากไป
การทำงานที่เป็นกระบวนการนี้ทำให้นักฆ่าสองคนได้แต่มองหน้ากันเอง ดูท่าว่ากลุ่มดวงตามารหาเรื่องผิดคนแล้ว...ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยคิดว่ากลุ่มดวงตามารอาจจะประสบความสำเร็จในการทำลายล้างมนุษย์ชาติก็ได้ แม้โอกาสจะมีประมาณ 50-50 เพราะกำลังมนุษย์ก็ไม่ได้อ่อนแอ
นอกจากจะมีกองทัพที่แข็งแกร่ง มีนักล่าที่บุกทะลวงไปถึงเขต M ได้ ที่สำคัญที่สุด....พวกเขายังมีอัจฉริยะอย่างประธานจางคนนั้นที่ไม่เคยถูกนำภารกิจขึ้นมาติดป้าย เนื่องจากรู้ดีว่าไม่มีใครกล้ารับภารกิจจัดการเขา เพียงแค่นี้ก็ทำให้โอกาสสำเร็จลดลงไปแล้ว
ตอนนี้ยิ่งหนักกว่าเดิม...อัจฉริยะที่ถือกำเนิดขึ้นดูท่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่แน่ๆตอนนี้ก็มีอันซูหยวนอีกคนที่จะเข้ามาเป็นหมากเปลี่ยนเกมของพวกเขา ทำเอาโอกาสที่จะชนะได้ 50 ลดลงเหลือ 30 เสียแล้ว...
“ฉันตัดสินใจแล้ว” จู่ๆนักฆ่าที่นั่งเงียบอยู่ก็พูดขึ้นมาลอยๆ เพื่อนของเขาที่กำลังเลือกภารกิจใหม่ก็ชะงักไป
“ตัดสินใจอะไร?”
“ฉัน...คิดว่าจะเป็นคนของอันซูหยวนคนนั้น”
“หือ?”
“ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ แต่ฉันคิดว่าจะติดตามเธอ” คำพูดนี้แสดงออกมาอย่างจริงใจที่สุด ทำเอาเพื่อนอีกคนที่ไม่ได้คิดเรื่องนี้มาก่อนชะงักไป
เขารู้ว่าตัวเองต้องทำงานให้เธอเนื่องจากมีหนูขาวคอยข่มขู่อยู่ ในใจก็คิดเช่นนั้นมาตลอด ทว่า...เมื่อหนูขาวทั้งหมดจากไปแล้ว ความรู้สึกที่ต้องการรับใช้เธอก็ไม่ได้หายไป นี่...หรือว่าตัวเขาก็ยอมรับใช้อีกฝ่ายไปแล้วเช่นกันหรือ?
แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้เป็นผลมาจากระบบฟาร์มของซูหยวน ตราบเท่าที่ปราบผู้บุกรุกจนทำให้พวกเขาเชื่อฟังในครั้งแรกได้ ทันทีที่ยอมจำนนก็เท่ากับว่าพวกเขากลายเป็นคนของเธอแล้ว
ต่อให้ความรู้สึกที่มีนี้จะยังไม่ชัดเจนมากนัก ทว่า...พวกเขาจะรู้ในภายหลังว่าตัวเองเคารพอันซูหยวนมากขนาดไหน
ก็เหมือนตอนที่พวกหนูขาวยอมจำนนให้เธอ ครั้งเดียวที่ยอมจำนน เท่ากับกลายเป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ของเจ้าของฟาร์มแล้ว
นักฆ่าสองคนมองหน้ากันเอง ก่อนที่จะเลือกภารกิจใหม่มาทำ เดิมทีพวกเขาร่วมมือกันดีเสมอมา เพราะนิสัยใกล้เคียงกัน แถมยังรู้จักครอบครัวและตัวตนจริงๆของกันด้วย ทว่า...จู่ๆตอนนี้กลับรู้สึกได้ถึงความอยากจะแข่งขันกันขึ้นมาเสียแล้ว
ภารกิจที่พวกเขาต้องการรับทำก็คือภารกิจที่จะมีประโยชน์ต่ออันซูหยวนหรือเจ้านายคนใหม่ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบพวกกลุ่มดวงตามารหรอกหรือ? เช่นนั้นก็ควรจะต้องรับภารกิจเก็บกวาดกลุ่มดวงตามารดีไหม อ๋า ไม่สิ! คนของกลุ่มดวงตามารนั้นยังมีประโยชน์ อันซูหยวนไม่รีบร้อนจัดการ ดังนั้น...ใครบ้างนะที่ควรจะถูกจัดการก่อนเป็นคนแรกเพื่อสังเวยให้เจ้านาย ทำคะแนนความดีความชอบให้ตัวเอง
ซูหยวนไม่ได้รู้และไม่ได้สนใจด้วยว่าการเก็บนักฆ่าสองคนที่พวกหนูขาวมองว่ามีประโยชน์นั้น สุดท้ายได้ลงมือจัดการคนน่ารำคาญมากมายให้ไม่น้อยเลย หลังจากนี้ถ้าจู่ๆใครบางคนที่มีเรื่องกับเธอหายตัวไปก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอีกแล้ว...
กลับมายังสถานการณ์ของอันซูหยวน หลังส่งพวกนักฆ่าทั้งสองออกไป เธอก็ใช้เวลาอยู่กับการกินและดื่มจนพอใจ ดีที่กระเพาะน้อยๆไม่สามารถรับสารอาหารได้มากเกินไป ไม่อย่างนั้นเธออาจจะกินทุกอย่างในฟาร์มไปแล้วก็ได้
ความอยากอาหารที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากช่วงเวลาสุดท้ายของการจะเลื่อนระดับไปอีกขั้นแล้ว ซูหยวนมองดูค่าประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาเพียงไม่นานก็จะเลื่อนระดับอีกครั้งแล้ว ซึ่งเธอเองก็กำลังรอดูว่าทิศทางการพัฒนาของฟาร์มจะเป็นอย่างไร...
ถ้ามีเครื่องมือในการผลิตสิ่งต่างๆให้เพิ่มก็คงจะดี เพราะมันจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของเธออีกมาก
“จี๊ดๆ เจ้านาย เจ้านาย มีตัวน้อยๆเกิดอีกแล้ว จี๊ดๆ” หนูขาวตัวหนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามา หัวของมันมีรอยแผลเป็นเล็กน้อย น่าจะเป็นหนูขาวพันธุ์โหดที่เชี่ยวชาญในการต่อสู้
ตอนนี้เธอสามารถเห็นการพัฒนาของพวกหนูขาวเพิ่มขึ้นมาก พวกมันมีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถจัดระเบียบของเผ่าพันธุ์ได้มากขึ้นด้วย พวกมันแบ่งสมาชิกออกเป็นผู้จัดการฟาร์ม พวกนักสืบ นักสู้ และอื่นๆ คล้ายจำลองอาณาจักรหนึ่งของมนุษย์เลย
เจ้าหนูขาวตรงหน้ามีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง ร่างกายมีบาดแผลให้เห็น แสดงว่าฝึกฝนมาหนักมาก ... เห็นซูหยวนกำลังพิจารณาตนเอง มันก็เขินอายเล็กน้อย แต่ที่สำคัญกว่าก็คือข่าวที่มันเอามารายงานนี่แหละ
“จี๊ดๆ เจ้านายอย่าพลาดการกำเนิดที่สำคัญ หัวหน้าลาดตระเวนให้รีบมาแจ้ง เร็วเข้าเถอะเจ้านาย จี๊ดๆ” เจ้าหนูขาวรายงานเช่นนั้นก็ตั้งท่าเตรียมจะวิ่งนำออกไป ซูหยวนสุดท้ายทำได้แค่พยักหน้าเท่านั้น รายละเอียดอื่นๆเธอคงต้องไปดูด้วยตัวเอง
สถานที่ที่เจ้าหนูขาวกล้ามใหญ่พามา มันเป็นรังในการให้กำเนิดพวกหนูขาว ซูหยวนเห็นบ่อยจนไม่ตื่นเต้นอีกแล้ว แน่นอนว่าหนูขาวพวกนี้ก็คงจะคิดแบบเดียวกัน อย่างไรก็ตาม...วันนี้ที่อีกฝ่ายมาพบตนเองถึงที่ จะต้องมีสิ่งที่ต่างออกไป
“จี๊ดๆ เจ้านายมาแล้ว หลีกทางให้เจ้านายเร็วเข้า”
“จี๊ดๆ เจ้านาย มีเจ้าตัวน้อยกำเนิดขึ้นอีกแล้ว จี๊ดๆ”
“เจ้านาย เจ้าพวกนี้จะกินน้อยแล้วก็ช่วยงานได้ดีหรือเปล่า จี๊ดๆ” พวกหนูขาวแหวกทางให้เธอ แต่พร้อมกันนั้นก็ส่งเสียงเจียวจาวจนซูหยวนก็ยังฟังไม่ทันทั้งหมดเลย
เธอไม่ได้ตอบพวกมัน เพียงมองไปยังตำแหน่งที่ถูกรุมล้อมในตอนแรก ด้านหน้ามีไข่สีขาวขนาดใหญ่กำลังปริแตกออกทีละเล็กทีละน้อย
ซูหยวนได้เห็นขนสีแดงของพวกมันก็จำได้ทันที ปรากฏว่าไข่ของพวกไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่เก็บมาครั้งก่อน ตอนนี้กำลังฟักตัวออกมาแล้ว
ใช้เวลานานทีเดียว นานจนเธอเกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ไม่คิดเลยว่าในที่สุดพวกมันก็กำลังจะฟักตัวออกมา
ก่อนหน้านี้ หลังจากเอาไข่ของพวกมันมา ซูหยวนก็ตั้งใจจะฟักพวกมันเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงของตน เพราะพวกมันมีทั้งความเร็วและโจมตีได้ดี และเนื่องจากพวกมันเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ เธอตั้งใจจะเปลี่ยนพวกมันเป็นพาหนะในการเดินทาง
แม้ว่าเธอจะไม่ได้เกียจคร้านขนาดนั้น ทว่า...ถ้าประหยัดได้ก็ดีกว่า แถมตอนนั้นก็ยังวางแผนที่จะรวบรวมทรัพยากรด้วยตัวเอง หากโยนทุกอย่างเข้ามิติฟาร์มก็จะน่าสงสัยเกินไป ซึ่งถ้าเปลี่ยนเป็นพวกไก่หงอนแดงในการขนย้ายซากกลายพันธุ์ก็คงจะน่าเชื่อถือมากกว่า
แต่ช่วงเวลากระหายในการทำเงินลดลงไปไม่น้อยแล้ว เวลานี้เธอประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกจนทำให้มีรายได้เข้ามาต่อเนื่องและเป็นก้อนใหญ่ ทั้งไม่เป็นที่น่าสงสัยเหมือนการเป็นนักล่าด้วย ดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับมันมาก ทว่า...ไก่หงอนแดงพวกนี้ไม่ใช่ของไร้ประโยชน์ เธอจึงคอยเฝ้าดูการออกมาครั้งแรกของพวกมันด้วย
ไม่ใช่ว่าเธอกำลังรบกวนประธานในการขนย้ายทรัพยากรอยู่หรือ? หากเปลี่ยนเป็นไก่หงอนแดงกลายพันธุ์พวกนี้ ก็คงจะลดภาระของพวกเขามาก ไม่นานเธออาจจะสร้างโรงผลิตปุ๋ยวิเศษขึ้นมาด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรบกวนประธานจางก็ได้
แคร๊ก
เสียงแตกของเปลือกไข่ดึงความสนใจของทุกคนไปที่นั่น เจ้าของดวงตาขนาดเล็กเมื่อเทียบกับขนาดของร่างกายมองไปรอบๆด้วยความไร้เดียงสา จากนั้นก็หยุดที่ซูหยวนราวกับมีพลังงานบางอย่างดึงดูดมันไว้
ความอบอุ่นถูกแพร่ออกไป เจ้าไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ส่งเสียง “กิ้ว!” ครั้งหนึ่งแล้วก้มหัวให้ ไม่เหมือนกับการมองมารดาของตนเอง แต่เป็นสายตาของการมองพระเจ้ามากกว่า
เหมือนกับหนูขาวที่ถือกำเนิดใหม่ในฟาร์มนี้ พวกมันจะเคารพเธออย่างลึกซึ้ง เป็นความเคารพที่อยู่เหนือตนเองไปอีก ซูหยวนรู้ดีว่านี่เป็นเพราะระบบของเกม
“ช่วยดูแลเจ้าพวกนี้ด้วยก็แล้วกัน ไข่ของพวกมันเก็บมาพร้อมๆกัน น่าจะใกล้ฟักทั้งหมดแล้ว” เพราะพวกมันยังเล็กเกินไปที่จะทำให้ออกไปทำภารกิจล่า อีกอย่าง...ร่างกายของพวกมันใหญ่โตเกินกว่าจะซ่อนตัวด้วย ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับการออกไปข้างนอกเวลานี้
ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์มีพื้นฐานมาจากไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ข้างนอกนั่น ทว่ามันดูดซับพลังงานบริสุทธิ์ไปมากมายจนทให้แทบจะเปลี่ยนเป็นสายพันธุ์ใหม่อยู่แล้ว ไม่อาจเรียกมันว่าไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ได้อีกต่อไป
ราวกับได้ยินความคิดของเธอ เสียงของระบบแจ้งเตือนขึ้นมาเมื่อเหมือนกับครั้งที่หนูขาวกลายพันธุ์ยอมรับเธอ
- ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นที่ได้รับสัตว์เลี้ยงชนิดใหม่ “ไก่ลาวาพิเศษ” –
เดิมที ซูหยวนยังคิดว่าระบบจะเรียกพวกมันว่า “ไก่หงอนแดงพิเศษ” เสียอีก แต่จู่ๆกลับเปลี่ยนชื่อเป็น “ไก่ลาวา” เสียอย่างนั้น ทำเอาท้องของเธอเกือบจะหิวอีกรอบ....
……………………