บทที่ 340 นำหน้า (อ่านฟรี 9 ก.พ. 69)
บทที่ 340 นำหน้า (อ่านฟรี 9 ก.พ. 69)
บทที่ 340 นำหน้า
“กิ้ว!”
เจ้าไก่ลาวาไม่เข้าใจว่าเจ้านายมองมันด้วยสายตาแบบนั้นทำไม แต่เนื่องจากมันยังเด็ก อดีตไก่หงอนแดงจึงคิดว่าควรจะทำบางอย่างให้เจ้านายได้เห็น และความสามารถที่มันมีในตอนนี้ก็คือ...
“กะ กิ้ว!!”
ฟุบ!!
เจ้าไก่ลาวาโก่งคอของตนเองแล้วพ่นไฟออกมาในขณะที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัว ดีที่หนูขาวเหล่านี้มีความเร็วมาก ทำให้สามารถหลบการโจมตีที่ไม่คาดคิดได้ทัน ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงจะได้เห็นหนูย่างลาวาไปแล้ว
“จี๊ด!! ไอ้เด็กดื้อตัวนี้ คิดจะฆ่าพวกเราหรือ!! จี๊ด จี๊ด!!” เสียงด่าลั่นของหนูขาวที่อยู่ใกล้ลาวาที่สุดดังขึ้น ทำเอาเจ้าไก่ลาวาตกใจเกือบหงายหลัง
“กิ้ว กิ้ว!” มันพยายามแก้ตัวว่าไม่ได้ต้องการจะฆ่าใคร นี่เป็นแค่การแสดงความสามารถให้เจ้านายดูเท่านั้น แต่ตอนนี้มันเองยังควบคุมไฟในคอไม่ได้ ทำให้พ่นออกไปไกลเกินกว่าที่ตั้งใจเอาไว้ก็เท่านั้นเอง
นี่เป็นความผิดแรกของมัน จำเป็นต้องดุกันรุนแรงขนาดนี้ด้วยหรือ?
สายตาของไก่ลาวาที่จ้องมองพี่เลี้ยงหนูขาวทำให้พวกมันชะงักไป กลับกลายเป็นว่าตัวเองผิดหรือ? ดุเจ้าไก่ลาวารุนแรงเกินไปจนพวกมันเสียใจ ทว่า...ที่ตัวเองเกือบถูกเผาเป็นเพราะไม่ทันระวังเองหรือ?
ความสับสนที่เกิดขึ้นทำให้ซูหยวนอดจะหัวเราะออกมาไม่ได้ เจ้าพวกนี้ช่างใสซื่อเสียจริง ทำให้เธออยู่ด้วยแล้วรู้สึกผ่อนคลายไม่น้อย
ปัญหาข้างนอกวุ่นวายเกินไปจนเริ่มเหนื่อย ไม่เหมือนกับโลกก่อนที่เธอเข้าไปเล่นเกมเพื่อหนีความจริงได้ เวลานี้....วิธีการหนีจากโลกความจริงของเธอก็คือการเข้ามาเล่นกับเจ้าพวกนี้ในฟาร์ม
ใช้เวลาอยู่กับพวกมันอีกเล็กน้อย ก็มอบหมายการฝึกฝนให้กับกองกำลังหนูขาวที่รับอาสาจะสั่งสอนเจ้าตัวเล็กให้เป็นผู้เป็นคน อย่างน้อยๆการพ่นไฟมั่วๆแบบนี้ก็ไม่เป็นผลดีต่อฟาร์มของเธอ ทำเอาเจ้าไก่ลาวาน้ำตาตกใน เดินตามเจ้าพวกนั้นไปฝึกฝนหนักหน่วงต่อ
การที่มีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา ทำให้ซูหยวนปรับแผนของตนเองใหม่บางส่วนเพื่อให้ทำงานได้ง่ายขึ้น โชคดีที่ฐานะการเป็นผู้เลี้ยงสัตว์ของเธอ กองกำลังพิเศษรู้กันทั้งหมดแล้ว และไม่ได้สนใจเกี่ยวกับที่มาของสัตว์เหล่านั้นด้วย ทำให้ซูหยวนสามารถทำงานได้สบายใจมากขึ้น
ในขณะเดียวกันนั้นเอง แปลงเพาะปลูกของเธอก็ได้รับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทันทีที่หลายคนรู้ว่าสมุนไพรชั้นยอดนี้กำลังเติบโตอย่างมีสเถียรภาพ ทำเอาอาจารย์ประจำวิชาเกษตรต้องเสริมกำลัง จ้างนักล่ามาประจำการที่แปลงเพาะปลูกของสถาบัน ป้องกันไม่ให้คนเข้ามาวุ่นวายแปลงเพาะปลูกที่กำลังถูกยกระดับนี้
ไม่ใช่แค่ผู้ไม่ประสงค์จะให้ซูหยวนคว้าอันดับหนึ่งในการแข่งขันเท่านั้น แต่องค์กรต่างๆที่ไม่ต้องการให้สมุนไพรระดับสูงพวกนี้เติบโตขึ้นมา หรือพวกที่ต้องการขโมยสมุนไพรล้ำค่าไปก็เข้ามาก่อกวนเช่นกัน ผ่านมาเพียง 2 สัปดาห์...อาจารย์ประจำวิชาเกษตรก็เริ่มหัวหงอกเพิ่มอีกแล้ว
“เมื่อคืนมีผู้บุกรุกอีกแล้วหรือ?” เสียงของผู้อำนวยการที่ช่วงนี้เข้ามาเยี่ยมแปลงเพาะปลูกบ่อยขึ้นเอ่ยถามหลังจากเห็นเจ้าหน้าที่ของทางการมาตรวจสอบอีกแล้ว
“ใช่ครับท่าน” อาจารย์ประจำวิชามองหน้าผู้อำนวยการ พูดตอบกลับเสียงยานยืดเหมือนคนไม่ได้หลับไม่ได้นอน
“ครั้งนี้เป็นพวกไหนอีกล่ะ พวกที่อยากทำลายหรือพวกที่อยากจะขโมย...”
“เป็นพวกอยากขโมยครับ”
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็เรื่องปกติ สมุนไพรระดับที่สามารถชุบชีวิตคนขึ้นมาได้ คงเป็นที่สนใจของผู้คนไม่น้อยเลย”
“.....................” อาจารย์ประจำวิชาเกษตรได้แค่คลี่ยิ้มจางๆ
เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาก็ดีใจที่ผลลัพธ์การเพาะปลูกออกมาดี อันซูหยวนได้ทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คิดว่าจะทำสำเร็จอีกครั้ง ตอนนี้สถาบันมีความหวังจะคว้าอันดับหนึ่ง ถึงจะเป็นอันดับหนึ่งคู่กับสถาบันอื่น แต่กลับจะเป็นเกียรติมากกว่า
ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาก็คว้าอันดับหนึ่งมาด้วยความสามารถหรอกหรือ? ตอนนี้ถูกสถาบันเกษตรกรอันดับหนึ่งพยายามโกงการทดสอบก็ยังต่อสู้อย่างสูสีได้ อีกฝ่ายเสียสมบัติของสถาบันไป เป็นสมบัติของมนุษย์ชาติด้วยซ้ำ แต่สถาบันของพวกเขาไม่ต้องเสียอะไรไปเลย แบบนี้จะเรียกว่าเสมอได้อย่างไร
ทว่า...ก่อนที่จะหัวเราะได้เต็มที่ สมุนไพรอายุ 15-16 วันนี้ยังทำให้พวกเขาชะล่าใจไม่ได้ คุณสมบัติของสมุนไพร 15 วันเมื่อเทียบกับ 35 วันยังต่างกันมาก แม้จะเก็บเกี่ยวเอาไปใช้ได้ตั้งแต่ตอนนี้ แต่จะเป็นแค่ความเสียหายเปล่าๆเท่านั้น
ถ้าทนจนเก็บเกี่ยว 35 วันได้ เวลานั้นพวกเขาก็จะมีเมล็ดพันธุ์ระดับสุดยอดเพิ่มขึ้นมาอีก ถือเป็นการทำเพื่อมนุษย์ชาติด้วยซ้ำ
แต่ของล้ำค่าเช่นนี้จะดึงดูดพวกโลภมากเข้ามาก็ไม่แปลก ผู้คนมากมายที่เกี่ยวข้องต่างพยายามปกป้องแปลงเพาะปลูกที่มีสมุนไพรต้นเดียวเอาไว้อย่างสุดความสามารถ เว้นไว้ก็แค่หนึ่งคนเท่านั้น...
“แล้วนักเรียนอันอยู่ที่ไหน?” ผู้อำนวยการขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเขายังไม่เห็นเด็กสาว
อาจารย์ประจำวิชาเกษตรค่อยเหลือบตามอง เห็นเบ้าตาที่ลึกโบ๋ลงไปเช่นนั้นก็ทำให้ผู้อำนวยการตกใจอยู่บ้าง
“ตั้งแต่วันที่กลับมาจากภารกิจ เธอก็ยังไม่ได้มาที่นี่อีกเลย”
“หืม? แล้วแปลงเพาะปลูกนี้ทำไมถึงได้...”
“เธอบอกว่าใส่ที่ควรจะใส่ไปแล้วครับ”
“ใส่ที่ควรจะใส่ไปแล้ว?” ผู้อำนวยการรู้สึกว่าเรื่องนี้มีความประหลาด ก่อนหน้านี้แม้จะเป็นผักธรรมดา นักเรียนอันซูหยวนก็ยังมาดูแปลงเพาะปลูกของตนเองมากกว่านี้เลย แล้วทำไมครั้งนี้ถึงได้ทิ้งหน้าที่แบบนี้ได้...
เรื่องน่าประหลาดที่พวกเขาสนทนากันในวันนี้ ท้ายที่สุดจะถูกเฉลยให้เข้าใจได้ ซูหยวนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้หาเงินเข้าบริษัทได้มากที่สุดย่อมไม่มีทางทำให้ต้องเสียชื่อ หากต้องการ “โปรโมท” สินค้าของตนเอง เธอไม่จำเป็นต้องใช้วิธีจ้างผู้อื่นมาเป็นพรีเซนเตอร์เสมอไป เพราะเสียงที่ดังที่สุดก็คือ “เสียงเล่าลือ” ที่มีทั้งข้อเท็จจริงและไม่จริงพวกนี้นี่แหละ!
อันซูหยวนที่ไม่ต้องใส่ใจดูแลสมุนไพรระดับสุดยอดด้วยซ้ำ เพียงแค่ใส่ปุ๋ยวิเศษลงไปก็สามารถทำให้พวกมันเติบโตได้อย่างดีแล้ว เธอสร้างหลักฐานให้ทุกคนได้เห็นกับตาว่าไม่ได้มีเวลามาสนใจแปลงเพาะปลูกพวกนี้เลย แต่ผลลัพธ์คืออะไร? นี่แหละคือประเด็น
ซึ่งเรื่องนี้ถ้าต้องการเริ่ม ก็ต้องเริ่มตั้งแต่กระพือข่าวใหญ่เกี่ยวกับการยอมแพ้ของเธอ ก่อนหน้านี้ทุกคนเห็นความบ้าคลั่งของซูหยวนไปแล้ว เกษตรกรผู้ชำนาญต้องการท้าทายด้วยการเพาะปลูกสมุนไพรที่มีระดับสูงกว่าตนเองถึง 2 ระดับ เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวก็ทำให้ชื่อของอันซูหยวนถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย
หลังจากนั้นเธอก็ออกไปทำภารกิจให้กองทัพ ไม่ได้มีเวลาสนใจแปลงเพาะปลูกของตนเอง กระทั่งกลับมาก็ลืมไปแล้วว่าจะต้องดูแลแปลงเพาะปลูกอย่างไรจึงจะทำให้เรียนจบชั้นปีที่ 2 ได้ เรื่องนี้สร้างเสียงหัวเราะให้สถาบันต่างๆมากมายตอนที่ยังไม่รู้ว่าสมุนไพรของเธอ แท้จริงเติบโตมาอย่างดี
ล่าสุด ข่าวลือนี้ถูกแพร่กระจายไปอีกครั้งหลังมีคนพบว่าสมุนไพรระดับสุดยอดของเธอกำลังเติบโตอย่างดีและพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวมาใช้ประโยชน์แล้ว หมายความว่าถ้าเธอเก็บเกี่ยวตอนนี้ก็ยังทำให้เอาอันดับหนึ่งมาได้ ทว่า...เธอกลับไม่ทำ
หลายคนบอกว่าเธอมั่นใจในตัวเองเกินไป การปล่อยเวลาไว้อีก 20 วันมีแต่ความเสี่ยงทั้งนั้น ถึงจะคิดดีอยากได้เมล็ดพันธุ์เพื่อให้มนุษย์ชาติมีโอกาสเพาะปลูกสมุนไพรนี้ต่อไปก็เถอะ แต่ความมั่นใจนี้สามารถทำลายตัวเองได้เช่นกัน
แทนที่จะโลภมาก ไม่สู้เก็บเกี่ยวแล้วเอาผลผลิตนั้นมาส่งก่อนไม่ดีกว่าหรือ? ครั้งหน้าหากต้องการจะสร้างชื่อเสียงดีงามให้ตนเองก็ค่อยจัดการเถอะ หากมีความสามารถจริง...ก็ต้องเพาะปลูกสำเร็จอยู่แล้ว
ยิ่งมีการพูดเป็นวงกว้าง ก็ยิ่งมีคนสนใจขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งมีคนมาสืบดูด้วยว่าเธอเพาะปลูกสมุนไพรนี้ได้อย่างไร ถึงตอนนี้ชื่อเสียง “ปุ๋ยวิเศษ” จะยังไม่ถูกปล่อยออกไป ทว่า...ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ เชื่อได้เลยว่าปุ๋ยวิเศษพวกนั้น ต่อให้ขายราคาเป็นล้านเครดิตก็คงมีคนมาหาซื้อแน่!
เรื่องพวกนั้นเป็นเรื่องของอนาคตแล้ว เวลานี้แค่จะผ่านไปแต่ละวันยังนับว่ายาก สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งเป็นกังวลก็ไม่แปลก แต่หลังจากที่ผ่านไปได้ 20 วัน กลับมีคนกังวลใจเพิ่มมาอีกหลายคน
ประธานองค์กรเกษตรกรได้ยินข่าวแล้วว่ามีความสำเร็จในเพาะปลูกสมุนไพรระดับสุดยอด เขาทิ้งงานในมือของตนอีกครั้งแล้วมาที่สถาบันโดยตรง
ถึงสถานการณ์ในฐานะประธานของเขาจะไม่ดีนัก แต่คนก็ไม่ได้สนใจเลย ใครอยากได้ตำแหน่งประธานไปจากเขา เขาย่อมไม่หวงแหนอยู่แล้ว ขอแค่เป็นคนมีความสามารถและทำเพื่อองค์กรเกษตรกรจริงๆก็พอ ทว่า...ตอนนี้คนที่เหมาะสม พวกเขาเห็นแล้วว่ายังเด็กเกินไปที่จะขึ้นตำแหน่งประธานได้ จะต้องให้เตรียมพร้อมรับมือความกดดันอีกมาก ไม่อย่างนั้นก็อาจจะกลายเป็นหุ่นเชิดของพวกผู้อาวุโสในองค์กรได้
ตำแหน่งประธานเวลานี้จึงยังสละทิ้งไม่ได้ ยังคงต้องทำงานที่น่าเบื่อนี้ต่อไป...ดีที่งานน่าเบื่อนี้ ยังมีช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นให้เขาเสมอ
หากวงการเกษตรกรไม่มีอันซูหยวนอยู่ ชีวิตของเขาคงจะเหี่ยวเฉาน่าดู
“ประธานฯ ไหนบ่นว่างานที่องค์กรเยอะไม่ใช่หรือ? ทำไมจู่ๆถึงอยากจะมากับพวกเราด้วยล่ะ” รองประธานฯอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อ เห็นสหายของตนเองกำลังมีสีหน้าเหมือนปลาที่เพิ่งได้น้ำ เขาก็รู้สึกว่ามันน่าตลกจริงๆ
“ความสำเร็จในการเพาะปลูกสมุนไพรระดับนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ในฐานะประธานแล้วจะต้องมาดูด้วยตัวเอง” คนพูดอย่างเคร่งขรึม
“เช่นนั้นหรือ? ความสำเร็จครั้งนี้...ทำให้คิดถึงตัวเองเมื่อก่อนหรือเปล่า”
เหมือนกับที่ประธานเคยทำ ตอนที่เขายังเป็นเกษตรกรระดับเริ่มต้น ก็สามารถเพาะปลูกสมุนไพรระดับสูงได้แล้ว ชื่อเสียงในเวลานั้นของเขาสูงมาก ตอนนี้ได้เห็นซูหยวนก็ทำให้มองเห็นตัวเองได้อีกครั้ง ซึ่งรองประธานที่อยู่ทุกช่วงเวลาของเขาเพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ยังเด็กก็อดที่จะเปรียบเทียบซูหยวนกับประธานไม่ได้จริงๆ
น่าเสียดายที่เธอยังเด็กเกินไป หากอายุมากกว่านี้ จะผลักดันให้เป็นประธานองค์กรก็ยังได้...
เอาเถอะ เรื่องนี้ยังอีกยาวไกล หลังจากรุ่นของพวกเขาแล้วมีคนอื่นมาต่อ จากนั้นอาจจะเป็นรุ่นของอันซูหยวนที่มารับตำแหน่งก็ได้ เขาได้แค่หวังว่าประธานคนต่อไปจะมีวิสัยทัศน์ที่ดีพอที่จะเลือกคนมาทำตำแหน่งต่อจากตน
“คิดถึงตัวเองหรือ? จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง” ประธานตอบกลับน้ำเสียงราบเรียบ
“เกษตรกรอันนำหน้าฉันไปไกลแล้ว ฉันเทียบกับเธอไม่ได้หรอก” เดิมทีผู้ที่ฟังก็ไม่ได้คิดอะไรมาก การไม่เปรียบเทียบใครกับใครเป็นพื้นฐานที่ทุกคนคิดอยู่แล้ว ทว่า...เมื่อได้ยินว่าประธานออกตัวแบบนั้น กลับทำให้ทุกคนตกตะลึงมากกว่า
หากบอกว่าเทียบกันไม่ได้ก็ถูกต้อง ทั้งสองคนอยู่ในยุคสมัยคนละยุคกัน อันซูหยวนเติบโตมาในยุคที่เทคโนโลยีเปิดกว้างกว่า ถ้าจะสำเร็จกว่าคนรุ่นก่อนก็ถูกต้องแล้ว ถือว่าเป็นการถ่ายทอดของคนรุ่นก่อนได้อย่างถูกต้อง ทว่า...ประธานกลับบอกว่าตัวเองเทียบอันซูหยวนไม่ได้งั้นหรือ? นี่...นับเป็นการให้เกียรติเธอเกินไป
“ประธานจะคิดในแง่ดีเกินไปแล้ว...”
“เกินไปหรือ? เปล่าเลย....เด็กคนนั้น ต่อให้เกิดมาในรุ่นของฉันก็จะนำหน้าฉันไปสองก้าวเสมอ”
“ทำไมประธานถึงคิดแบบนั้นล่ะ เธอก็แค่ปลูกสมุนไพรระดับสูงกว่าตนเองถึงสองระดับได้เท่านั้น เท่ากับที่ประธานเคยทำได้ในอดีต ดังนั้นในความคิดของฉัน ถ้าเทียบกับประธานแล้วยังดูระดับต่ำกว่าด้วยซ้ำ” ผู้อาวุโสคนหนึ่งส่ายหน้าไม่เห็นด้วย แต่ประธานกลับหัวเราะออกมา
“ถ้าแค่เรื่องการเพาะปลูกก็คงเป็นแบบนั้น อาจจะเท่ากันที่สามารถปลูกพืชระดับสูงกว่าตนเองสองระดับได้ แต่...เธอไม่ได้มีแค่การเพาะปลูกเท่านั้น”
คนเป็นประธานองค์กรหัวเราะออกมาอย่างหาได้ยาก เด็กสาวคนนั้นน่ะ...ต่อให้องค์กรอยากดึงตัวไว้ก็คงจะทำไม่ได้ เธอไม่ใช่แค่มีความสามารถในการเพาะปลูกเท่านั้น แต่ความสามารถในการวางแผนก็สูงด้วยเช่นกัน หากจะใช้เธอให้เป็นประโยชน์มากที่สุด องค์กรเกษตรกรจำต้องปล่อยมือแล้วให้เธอเข้าไปทำงานกับรัฐบาลกลางจึงจะถูกต้องที่สุด
วางแผนเพื่อมนุษย์ชาติ นั่นแหละคือภารกิจที่เธอจะใช้ความสามารถได้เต็มที่ที่สุด!
“ประธานหมายถึง....”
“ที่จริงแล้ว....เธอกำลังแสดงวิธีการใช้ปุ๋ยวิเศษให้พวกเราดูต่างหาก แค่ลำพังความใจกล้าของเธอครั้งนี้อย่างเดียวก็นำหน้าฉันไปไกลแล้ว”
เมื่อได้ยินประธานพูดเช่นนั้น ทุกคนก็อ้าปากค้าง เวลานี้พวกเขาเพิ่งเข้าใจ ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าซูหยวนมั่นใจมากว่าจะเพาะปลูกสมุนไพรพวกนี้ได้ แต่ระหว่างการเพาะปลูกกลับรับภารกิจทางทหาร ทั้งยังไม่สนใจดูแลแปลงเพาะปลูกของตนเองอีก
ตอนนั้นพวกเขายังคิดว่าเธอใจฝ่อ ต้องการยอมแพ้แล้ว แต่ไม่คิดว่าสมุนไพรกลับยังเติบโตขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงเก็บงำความสงสัยนี้อยู่ตลอด ตั้งใจว่าถ้าเจอเธอแล้วจะถามให้รู้ ทว่า...พอประธานชี้ให้เห็นจุดสำคัญนี้ พวกเขาก็เข้าใจกระจ่างแล้ว
……………………………