LNCrawler

บทที่ 342 เก็บเกี่ยว (อ่านฟรี 11 ก.พ. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 342 เก็บเกี่ยว (อ่านฟรี 11 ก.พ. 69)

บทที่ 342

 

“ระวังคำพูดด้วย” ข้อความที่ตอบกลับมามีเพียงคำนี้สั้นๆ ยิ่งทำให้เซิ่นเจ๋อโกรธมากกว่าเดิมเสียอีก

 

“ระวังอะไร ทำไมฉันจะต้องเป็นคนระวังด้วย พวกแกไม่ใช่ทำภารกิจล้มเหลวหรอ? แล้วฉันได้อะไร? เทคนิคลับของตระกูลเซิ่นเป็นพวกแกที่ได้ไปแล้ว แต่ฉันไม่ได้อะไรเลย อยู่กลุ่มดวงตามารมีแต่จะเสียเปรียบเท่านั้น พูดตามตรง...พวกที่ควรจะต้องหายไปจากโลกนี้มากที่สุดไม่ใช่มนุษย์ทั่วไปหรอก แต่เป็นพวกโกหกเก่งอย่างพวกแกนี่แหละ!!”

 

“คุณชายเซิ่น ระวังคำพูดด้วย”

 

“แกยังจะพูดเหมือนเดิมอีกหรอ ไอ้องค์กรระดับล่าง! ถ้ารู้ว่าพวกแกอ่อนแอขนาดนี้ ฉันคงจะไปเข้ากับกลุ่ม...” ไม่ปล่อยให้เซิ่นเจ๋อพูดจบ ปลายทางกลับเตือนขึ้นมาอีกครั้ง

 

“คุณชายเซิ่น หากไม่อยากให้ความลับของคุณถูกปล่อยออกมาวันนี้เวลานี้ ก็ควรระวังคำพูดด้วย” คำขู่! นี่ก็คือคำขู่โดยสิ้นเชิง! ถึงเซิ่นเจ๋อจะตามไม่ทันว่านี่เป็นการข่มขู่เรื่องอะไร แต่น้ำเสียงที่เย็นชาของอีกฝ่ายก็ทำให้เซิ่นเจ๋อไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก

            

พวกกลุ่มดวงตามารมีอิทธิพลสำหรับเหล่ามนุษย์ชาติเป็นเวลานานแล้ว รากฐานของพวกเขาไม่ได้อ่อนแอ อีกทั้ง...สาเหตุที่กลุ่มดวงตามารยังคงอยู่ได้แม้จะเป็นศัตรูกับมนุษย์ทั้งโลกนี้ ก็เป็นการยืนยันแล้วว่าพวกเขามีความสามารถอยู่จริง

 

“คะ ความลับ ความลับเรื่องอะไร...”

 

“ในเมื่อคุณชายเซิ่นต้องผิดหวังกับภารกิจแรกของพวกเรา ดังนั้น...เพื่อชดเชยให้ พวกเราจึงขอมอบข้อเสนอดีๆให้คุณชายเซิ่นหนึ่งข้อ และแน่นอนว่าจะต้องมอบข้อแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าด้วย”

 

“แลกเปลี่ยน? ไหนบอกว่านี่เป็นการชดเชย ถ้าเป็นการชดเชยจริง ทำไมจะต้องมอบข้อแลกเปลี่ยนอีก พวกแกก็ได้เทคนิคลับไปแล้ว ถือว่ายุติธรรมแล้วไม่ใช่หรอ?”

 

“ความยุติธรรมใดๆเป็นการพิจารณาของพวกเราเอง ถ้าพวกเรามองว่าไม่ยุติธรรม เช่นนั้นก็ไม่ยุติธรรม แต่ถ้ามองว่ายุติธรรมแล้ว จึงจะแปลว่ายุติธรรมแล้ว คุณชายเซิ่นควรพิจารณาให้ได้ก่อนตัดสินใจ...” ชายหนุ่มผู้ไม่โดดเด่นใดๆกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบอีกครั้ง แต่นั่นก็ทำให้เซิ่นเจ๋อโมโหได้ง่ายๆแล้ว

            

ถ้าพูดเช่นนี้ ก็เหมือนกับการที่เขากำลังร้องขอให้กลุ่มดวงตามารช่วยทำภารกิจครั้งใหม่เลยไม่ใช่หรือ? ทั้งๆที่มันควรจะทำภารกิจใหม่แทนภารกิจที่ล้มเหลวไปก่อนหน้า อีกอย่าง...ภารกิจนั้นที่เสนอมา เขายังไม่รู้ด้วยว่าเป็นภารกิจอะไร คุ้มค่ากับที่จะต้องทำงานให้พวกมันอีกหรือเปล่า ช่างเป็นการยื่นข้อเสนอที่เอาเปรียบกันเห็นๆ!

 

“ถ้าต้องการแลก พวกแกอยากได้อะไรจากฉัน” เซิ่นเจ๋อไม่กล้าตัดสินใจในทันที ครั้งก่อนเขาเสียเทคนิคในการเพาะปลูกต้นโอลไปแล้ว เรื่องนี้ตระกูลยังไม่มีคนรู้เลย ถ้าหลังจากนี้จะต้องเสียอะไรไปอีก ไม่ใช่ว่าจะเอาชีวิตไปเสี่ยงตายแล้วจริงๆหรือ?

 

“ไม่ใช่เรื่องยากอะไร”

 

“เหอะ! ความโลภของกลุ่มดวงตามารมีมากขนาดนั้น คิดว่าฉันจะเชื่อจริงๆรึไง” เซิ่นเจ๋อกัดฟันกรอด รู้สึกเหมือนกำลังถูกหยอกล้ออยู่อย่างไรอย่างนั้น

 

“อืม นั่นไม่เรียกว่าความโลภ แต่เรียกว่าการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม เรื่องที่คุณชายเซิ่นต้องการให้พวกเราทำไม่ง่ายเลย พวกเราใช้เงิน 200 ล้านเครดิตเพื่อจัดการเรื่องให้ แถมยังต้องใช้เส้นสายอีกมาก น่าเสียดายที่เป้าหมายภารกิจมีผู้ช่วยจากกองกำลังพิเศษและตระกูลจาง ทำให้พวกเราพลาดท่า นี่...จะบอกว่าเป็นความผิดของพวกเราฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ต้องบอกว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นไม่ครบถ้วนต่างหาก”

            

ได้ยินแบบนั้น เซิ่นเจ๋อก็ชะงักไป เรื่องที่เกี่ยวกับทหารพิเศษนี้ ก่อนหน้านี้เขาได้รู้ซึ้งแล้วว่าพวกมันมีนิสัยเช่นไร ไม่เพียงแค่ตรวจสอบไม่ละเอียดเท่านั้น ไม่ใช่แค่ไม่คิดจะคืนความยุติธรรมให้เขา พวกมันยังปล้นเงินของเขาไปอีก 6 ล้าน ช่าง...เป็นพวกที่น่ารังเกียจจริงๆ!

 

ซึ่งสำหรับเซิ่นเจ๋อแล้ว รองจากอันซูหยวนก็กองกำลังทหารพิเศษเหล่านี้นี่แหละที่เขาเกลียดที่สุด!!

 

“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเก่า ฉันอยากรู้ว่าถ้าฉันอยากให้ช่วยจัดการความลับที่พวกแกพูดถึง ฉันจะต้องแลกกับอะไร แล้วความลับที่พวกที่ว่านั่นคือเรื่องอะไรกันแน่” ได้ยินคำถามนั้น ปลายสายก็เงียบเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับ

 

“กลุ่มของพวกเราต้องการผู้เข้าร่วมการทดลอง จำนวน 10 คน จากตระกูลเซิ่น”

 

“ผู้ทดลองจากตระกูลเซิ่น? นั่นไม่ใช่ปัญหาอะไร ถ้าอย่างนั้นฉันก็ให้ได้” เดิมทีเซิ่นเจ๋อไม่ได้คิดอะไรมาก ได้ยินอีกฝ่ายขอคนเพียงสิบคนเท่านั้น ก็ไม่ได้คิดว่าเป็นปัญหาอะไร 

            

ในเมื่อเขามีเงินอยู่ในมือ มีอำนาจในฐานะคุณชายตระกูลเซิ่น ชี้นิ้วสั่งคนใช้ที่ไหนไปก็ได้ทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม...เมื่อปลายสายได้ยิน เขากลับหัวเราะขึ้นมา

 

“คุณชายเซิ่นควรฟังรายละเอียดก่อนตกลงนะ”

 

“หืม?” เซิ่นเจ๋อไม่คิดว่าทางนั้นจะเตือนเขาเช่นนี้ นี่หมายความว่าอะไร? คนที่อยากให้เข้าร่วมการทดลอง จะต้องมีเงื่อนไขอื่นด้วยหรือ?

 

“พวกเราต้องการคนของตระกูลเซิ่นก็จริง แต่มีเงื่อนไขอื่นประกอบด้วย อย่างแรก...นอกจากจะมาจากตระกูลเซิ่นแล้ว ยังต้องเป็นเกษตรกรระดับเริ่มต้นขึ้นไป และทั้ง 10 คนที่เข้าร่วมนั้นจะต้องเป็นผู้หญิงที่อายุ 20 - 30 ปี”

 

“อะไร? เงื่อนไขนี้พวกแกคิดจะฆ่าฉันหรือไง! จู่ๆก็จะให้ฉันพาคนในตระกูลที่เป็นเกษตรกรระดับเริ่มต้นเข้าร่วมการทดลองของพวกแกที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นการทดลองอะไร แบบนี้แล้วฉันจะไม่ถูกหมายหัวโดยตระกูลเซิ่นหรือ?”

            

ครั้งก่อนก็ใช้เทคนิคลับของตระกูลไปแลกแล้ว หากความจริงถูกเปิดเผย ตัวเขาก็คงอยู่ตระกูลเซิ่นไม่ได้อีก ทว่าครั้งนี้...ยังไม่ทันที่กลิ่นของความอันตรายจากครั้งก่อนจะหายไป กลับยังต้องการให้เขาก่อเรื่องขึ้นมาอีก

            

ถ้าต้องการผู้หญิงสักคนสองคนคงไม่เท่าไร แต่นี่...ต้องการคน 10 คน ทั้งยังเป็นสาววัยรุ่นทั้งนั้น ไม่ใช่ว่ากำลังวางแผนทำเรื่องแปลกๆอยู่หรอกหรือ?

 

“คุณชายเซิ่นต้องพิจารณาเอาเอง เวลานี้ความลับของคุณใกล้จะถูกปล่อยออกมาแล้ว แน่นอนว่าความลับนั้นมีค่าเท่ากับชีวิตของคุณ ถ้าคุณชายเห็นว่าชีวิตของคนอื่นสำคัญกว่าชีวิตคุณ อย่างนั้นก็แค่ทำใจยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็พอแล้ว”

 

“ความลับที่มีค่าเท่ากับชีวิตของฉันงั้นหรอ?” เซิ่นเจ๋อขมวดคิ้ว เขาทบทวนดูว่าตนเองมีความลับอะไรที่ซ่อนอยู่ไหม เวลานี้นอกจากความลับเรื่องที่เขาเป็นสมาชิกของกลุ่มดวงตามารแล้ว ก็มีแค่เรื่องนั้น...

 

“หรือว่าจะเป็น...เรื่องที่ฉันขโมยความสำเร็จของคนอื่นมา...”

 

“คุณชายเซิ่น มีเวลาไม่มากแล้วจริงๆ คิดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ เรื่องทั้งหมดของคุณจะถูกเปิดเผยแล้ว ทำไมไม่ลองรีบตัดสินใจหน่อยล่ะ” อีกฝ่ายพูดเช่นนี้ เซิ่นเจ๋อก็กำหมัดแน่น

            

เขาพลาดท่าที่ให้น้องสาวตัวดีรู้ความลับนี้เข้า และก่อนหน้านี้ก็มั่นใจเหลือเกินว่าเธอไม่มีทางหาหลักฐานทั้งหมดพบ แต่ว่า...เขาลืมไป เธอไม่ได้เป็นคุณหนูตระกูลเซิ่นอีกแล้ว หากแต่เป็นภรรยาของคุณชายเวินต่างหาก!

            

ถ้าตระกูลเวินยื่นมือเข้าช่วย ก็ไม่แน่ว่าเธออาจจะหาตัวคนพบแล้วจริงๆ

            

คิดได้ดังนี้ เหงื่อก็ไหลซึมตามกรอบหน้าของเซิ่นเจ๋อ ถ้าความลับนั้นถูกเปิดเผยออกมา ชื่อเสียงที่เขาเคยทำจะต้องพังทลายทั้งหมด ไม่ใช่แค่นั้น...แต่ถ้ามีหลักฐานเพียงพอ พวกมันยังสามารถส่งเขาเข้าคุก ถูกประหารชีวิตหรือทำให้เป็นคนพิการได้เลย อนาคตของเขาในวงการเกษตรกรก็คงไม่เหลืออีก ถ้าอย่างนั้น...เขาก็คงมีค่าน้อยกว่าเซิ่นหนิงที่ถูกลงโทษเพียง 10 เสียอีก!

            

ถ้าต้องทนอยู่อย่างนั้น เซิ่นเจ๋อเลือกที่จะตายเสียยังจะดีกว่า

 

“ตกลง!”

 

“คุณชายเซิ่นหมายความว่า...”

 

“ฉันจะหาคนให้แน่นอน เรื่องนี้...กลุ่มดวงตามารจะต้องช่วยฉัน”

 

“ตกลงคุณชายเซิ่น ความลับที่คุณพยายามซ่อนเอาไว้ พวกเราจะช่วยเก็บกวาดให้ดีแน่นอน อย่าลืมคำพูดของคุณในวันนี้ อีก 7 วัน โปรดส่งหญิงสาวที่มีความสามารถในการทำการเกษตรมาให้พวกเรา” ทางนั้นไม่โต้ตอบอะไรกลับมาอีกหลังยืนยันการแลกเปลี่ยนนี้

            

เซิ่นเจ๋อทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง ไม่คิดเลยว่าหัวของตนกำลังถูกมีดขนาดใหญ่ตั้งท่าเตรียมฟันอยู่ หากไม่ใช่เพราะเขาเข้าร่วมกับกลุ่มดวงตามาร วันนี้ก็คงไม่รู้ว่ากำลังจะเป็นวันตายของตน!

 

“เซิ่นหนิง! ทั้งๆที่ฉันให้โอกาสแกมีชีวิตรอดเนื่องจากเห็นว่ามีสายเลือดเดียวกัน แต่แกกลับไม่พอใจในสิ่งที่ฉันมอบให้ ถ้าอย่างนั้น...ฉันก็จะไม่ปล่อยแกไว้อีก!”

            

สองคนพี่น้องตั้งเป้าฟาดฟันกันครั้งใหญ่ กลายเป็นว่าความขัดแย้งที่มีต่อซูหยวนดูเล็กไปเลย ทั้งๆที่...ด้านหลังของพวกเขา คนที่กำลังถือมีดเตรียมฆ่าพวกเขาช้าๆนั้น ก็คือคนที่พวกเขาควรจะต้องเกลียดชังตั้งแต่แรก!

            

ที่แปลงเพาะปลูกของอันซูหยวนยังคงเป็นเป้าหมายในการขโมยสมุนไพร แม้ว่าจะมีข่าวเรื่องการป้องกันระดับสูงขององค์กรและกองทัพประกาศออกมา แต่ก็มีผู้ลองของไม่น้อย น่าเสียดายที่สุดท้ายแล้ว...การป้องกันอยู่ในระดับสูงเกินไป สมุนไพรต้นนั้นก็เติบโตท่ามกลางสายตาของประชาชน และครบกำหนดเก็บเกี่ยววันที่ 35 ได้จริงๆ

 

“นักเรียนอัน ในที่สุด....ความพยายามของเธอก็ประสบความสำเร็จแล้ว” อาจารย์ประจำวิชาเกษตรตื่นเต้นยิ่งกว่าใคร สมุนไพรระดับสุดยอดที่เปล่งประกายนั้นทำให้ดวงตาของเขาพร่ามัวจริงๆ

            

น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลซึมออกมา ครั้งนี้...เขาทำให้สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งคว้าอันดับหนึ่งมาได้จริงๆแล้ว กลายเป็นอันดับหนึ่งเหนือกว่าสถาบันที่ศึกษาวิธีการเพาะปลูกโดยตรงเสียอีก! ความอัปยศในรอบหลายปีมานี้ ถูกนักเรียนอันแก้แค้นให้ทั้งหมด

            

อีกอย่าง นี่ไม่นับเป็นความพยายามของเธอเพียงคนเดียวด้วย ต้องบอกว่าเป็นเพราะเขา การป้องกันจึงทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ปล่อยให้คนร้ายหลุดเข้าไปในพื้นที่ จนทำให้หนูขาวที่กำลังรอจับคนชั่วหมดสนุกไปเลย

 

“ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณอาจารย์ค่ะ” ซูหยวนเห็นความพยายามของอีกฝ่ายในช่วงที่ผ่านมาจริงๆ นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ซูหยวนตั้งใจทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาให้เสร็จด้วย

            

ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นเขาตั้งใจมากขนาดนี้ เธอคงไม่เสียทรัพยากรมาใช้กับแปลงเพาะปลูกของสถาบันหรอก มีวิธีการมากมายที่จะนำเสนอปุ๋ยวิเศษของตนเอง แต่แค่วิธีการนำเสนอนี้เป็นวิธีที่จะทำให้งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จไปพร้อมๆกันนั่นเอง

            

แล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่ปุ๋ยวิเศษของเธอจะถูกนำออกมาเสนอให้เหล่าเกษตรกรได้เห็น

            

ซูหยวนจัดการเก็บเกี่ยวสมุนไพรระดับสุดยอดด้วยตัวเอง รอบๆนั้นมีเกษตรกรระดับสูงมากมายขององค์กรมาดูด้วย แม้แต่ผู้อำนวยการของสถาบันเกษตรกรอันดับหนึ่งก็ยังมาชมด้วย ถึงจะรู้สึกไม่พอใจที่เห็นเธอประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสถาบันของพวกเขาจะเสียชื่อเสียงเสียหน่อย

            

อันดับหนึ่งนี้เป็นอันดับหนึ่งคู่ อีกฝ่ายได้อันดับหนึ่ง สถาบันของเขาก็ได้เช่นกัน

            

แม้จะเสียเกียรติไปบ้าง เพราะพวกเขาถึงกับต้องเอาสมบัติของมนุษย์ชาติมาใช้ ถึงอย่างนั้น...ทางอันซูหยวนก็ไม่ได้ใช้ทรัพยากรล้ำค่าหรอกหรือ? ได้ยินว่าดินของแปลงเพาะปลูกนี้ มีส่วนผสมที่บริสุทธิ์และหายากอยู่ด้วย นั่นก็คงจะเป็นการใช้สมบัติสักชิ้นออกมาเหมือนกันนั่นแหละ

 

“สมุนไพรระดับสุดยอดนี้ไม่เหมือนสมุนไพรทั่วไป แม้แต่ตอนเก็บเกี่ยวก็ต้องระวังให้ดี พยายามอย่าโดนรากของมันเข้าใจไหม ถ้าตัดโดนรากของมันเวลานี้ จะทำให้สารอาหารและประโยชน์ทางยาทั้งหมดถูกดูดกลับไปทันที” เกษตรกรที่มีความชำนาญในการเพาะปลูกสมุนไพรคนหนึ่งกล่าวขึ้น

            

เขาไม่ต้องการเห็นสมุนไพรระดับสุดยอดที่อุตส่าห์เติบโตมาอย่างดีนี้มีจุดด่างพร้อยในช่วงเวลาสุดท้ายของมัน เมล็ดพันธุ์ที่กำลังซ่อนอยู่ในฝักเปลี่ยนเป็นเมล็ดพันธุ์ได้มากกว่า 20 เมล็ด เพียงพอที่จะทำให้องค์กรเกษตรกรมีโอกาสในการท้าทายการเพาะปลูกพวกมันอีกหลายครั้ง แต่ถ้าการเก็บเกี่ยวนี้ไม่สำเร็จ จากเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ กลับจะกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีโอกาสเติบโตได้น้อยแทน

            

ซูหยวนไม่ได้ตอบอะไร เพียงเอามีดเล็กในระบบออกมา จัดการตัด “ฉับ” เพียงครั้งเดียว ในตอนที่ยังไม่มีใครกล้ากระพริบตา การเก็บเกี่ยวนี้ก็สำเร็จแล้ว...

            

พวกเขาอ้าปากค้าง เธอไม่เพียงแค่ไม่ระมัดระวังให้ดีในการเก็บเกี่ยวเท่านั้น แต่ยังทำมันอย่างส่งๆด้วย แบบนี้...แบบนี้แล้วสมุนไพรที่ได้จะเป็นอย่างไร

 

“อ๊า! สมุนไพร สมุนไพรของฉัน!” ผู้อาวุโสที่เพิ่งแนะนำจบทนไม่ได้อีกต่อไป รีบวิ่งเข้ามาในพื้นที่แปลงเพาะปลูกของเด็กสาว คว้าแขนของเธอเพื่อไม่ให้อันซูหยวนทำอะไรกับสมุนไพรที่เพิ่งตัดออกมาอีก

            

มืออันสั่นเทาของเขาค่อยๆช้อนรับสมุนไพรนั้นมาราวกับเห็นเป็นทารกแรกเกิด เขาสำรวจดูสมุนไพรระดับสุดยอดในมือ เกือบจะน้ำตาไหลออกมาอยู่แล้ว แต่เมื่อดูจนเสร็จ กลับต้องปรากฏสีหน้าฉงนสนเท่ขึ้นมาแทน

 

“เป็นอย่างไรบ้าง สมุนไพรนี้ได้รับผลกระทบเยอะหรือไม่ เสียหายเยอะไหม” เสียงของผู้อาวุโสอีกคนที่รออยู่เอ่ยถามขึ้นหลังเห็นท่าทางของเพื่อนร่วมวงการเดียวกัน

            

คนที่กำลังถือสมุนไพรค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง แม้แต่ตอนนี้สีหน้าของเขาก็ยังดูประหลาดชอบกลอยู่

 

“มัน....สมบูรณ์แบบ”

 

“หืม?”

 

“สมุนไพรนี้ แท้จริงแล้ว....ถูกเก็บเกี่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ....”

 

“!!” คนพูดจบ เกษตรกรคนอื่นๆก็ยิ่งประหลาดใจมากขึ้นกว่าเดิม

            

อะไรคือการเก็บเกี่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ? เมื่อครู่พวกเขาก็เห็นกันแล้วว่าสมุนไพรนี้ถูกจัดการอย่างไร อันซูหยวนไม่แม้แต่จะมองให้ดี ยกมือขึ้นครั้งหนึ่งก็ตัด “ฉับ” แล้วทำให้สมุนไพรหลุดออกมา แบบนี้เรียกว่าเป็นการเก็บเกี่ยวที่ดีได้ด้วยหรือ? มันโชคดีแค่ไหนแล้วที่ยังไม่เสียหายเกินไปน่ะ

            

แต่ว่า....เกษตรกรอาวุโสคนนั้นเป็นใคร? เขาก็คือคนที่คลั่งการปลูกสมุนไพรมากที่สุดคนหนึ่งแล้ว ถ้าเขาบอกว่าการเก็บเกี่ยวนี้ไม่มีปัญหา แทนการที่จะด่าทอออกมา นี่ก็แปลว่า...การเก็บเกี่ยวนี้ไม่มีปัญหาจริงๆ

            

ถ้ากลัวว่าชายชราคนนี้จะพูดเอาใจอันซูหยวนล่ะก็...นี่ยิ่งไม่มีทาง!

            

ก่อนหน้านี้เขาเคยตำหนิกระทั่งรองประธานขององค์กรที่เข้าไปในแปลงเพาะปลูกสมุนไพรโดยประมาทด้วย แค่ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ในรัศมีของสมุนไพรเกินกว่ากำหนดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กลับถูกตำหนิเสียยกใหญ่

            

อีกทั้ง ก่อนหน้านี้เขาก็เตรียมจะตำหนิอันซูหยวนแล้ว คนโผงผางที่พุ่งตัวเข้าไปในแปลงเพาะปลูกของนักเรียนทันทีที่เก็บเกี่ยวสำเร็จยังจะมีความรู้สึกเกรงใจอะไรใครได้อีก ดังนั้น...เมื่อเขาสรุปว่าการเก็บเกี่ยวนี้ไม่มีปัญหา ก็ต้องแปลว่าไม่มีปัญหาจริงๆ

 

“นำกล่องมาใส่ได้แล้ว อย่าปล่อยให้มันโดนอากาศสกปรกพวกนี้นานเกินไป” หลังตั้งสติได้ คนก็โบกมือ เรียกให้เอากล่องใสมาใส่ไว้

            

ไม่เหมือนกับการเก็บเกี่ยวพืชผักทั่วไป การเก็บเกี่ยวสมุนไพรระดับสูงนี้ไม่จำเป็นต้องชั่งน้ำหนัก พวกเขามีวิธีการตรวจสอบในแบบของสมุนไพรเอง แต่นั่นเป็นกระบวนการหลังจากการผ่านกรรมวิธีต่างๆแล้ว

            

เมล็ดพันธุ์ทั้ง 27 เมล็ดที่ได้มา อันซูหยวนถือเป็นเจ้าของโดยชอบธรรมอยู่แล้ว แต่เพราะเมล็ดพันธุ์พวกนี้เบิกมาจากการใช้คะแนนที่ทำได้ ยังติดค้างอยู่อีกหลายแต้มด้วย จึงทำให้เธอต้องคืนเมล็ดพันธุ์พวกเขากลับไป 1 เมล็ด และอีก 20 เมล็ดเป็นการซื้อขายโดยองค์กรเอง

            

เงินหลายสิบล้านเครดิตเข้าบัญชีของอันซูหยวนอีกครั้ง นับว่าเรื่องการเพาะปลูกของชั้นปีที่ 2 ก็ได้สิ้นสุดลงแล้วเช่นกัน

 

………………………………………..