บทที่ 343 จุดจบของตระกูลเซิ่น (อ่านฟรี 12 ก.พ. 69)
บทที่ 343 จุดจบของตระกูลเซิ่น (อ่านฟรี 12 ก.พ. 69)
บทที่ 343 จุดจบของตระกูลเซิ่น
อันดับการแข่งขันของนักเรียนชั้นปีที่ 2 ที่วัดโดยวิชาเกษตรถูกประกาศออกมา อันซูหยวนคว้าอันดับหนึ่งคู่กับนักเรียนจากสถาบันเกษตร ทำเอาผู้คนพูดถึงเรื่องนี้กันมากมาย
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาพูดมากไปกว่าการที่นักเรียนจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งมีความสามารถในการเพาะปลูก ก็คือเรื่องที่เธอสามารถเพาะปลูกโดยใช้ปุ๋ยวิเศษได้
แผนการตลาดที่โปรโมทสินค้าโดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณานี้ดีจริงๆ ภายในเวลาไม่นาน...องค์กรเกษตรกรก็มีคนเข้ามาสอบถามเรื่องปุ๋ยวิเศษนี้มากมายแล้ว
องค์กรนักล่าสกุลจางก็รออยู่ก่อนแล้วเช่นกัน หลังซูหยวนทำให้เรื่องนี้โด่งดังขึ้น พวกเขาก็นำปุ๋ยออกเข้าสู่ตลาดแล้ว โดยปุ๋ยที่ซูหยวนขายนั้นมีหลายรูปแบบ ราคาและคุณภาพก็ต่างกันด้วย
ปุ๋ยระดับทั่วไป ปุ๋ยชนิดนี้จะขายที่ราคา 10,000 – 20,000 เครดิต ขึ้นอยู่กับเกรดของปุ๋ยระดับทั่วไป เริ่มจากเกรด 1 ดาว จนถึง 5 ดาว ซึ่งสามารถเอาไปช่วยเพิ่มระดับของความอุดมสมบูรณ์ของแปลงเพาะปลูกได้
ปุ๋ยระดับสูง ปุ๋ยชนิดนี้จะมีราคาตั้งแต่ 50,000 เครดิตขึ้นไป จนถึงหลายแสนเครดิต แยกตามเกรดและปริมาณของพื้นที่ โดยจะแบ่งออกเป็นปุ๋ยที่จะใช้สำหรับสมุนไพรธาตุหยินหรือธาตุหยางด้วย เพื่อให้ผู้คนตัดสินใจได้ถูกต้องในการเลือกซื้อ อีกอย่าง...ปุ๋ยระดับสูงนี้มีช่วงเวลาให้เลือกอีก เช่น ถ้าต้องการเร่งรากก็จะเป็นปุ๋ยตัวหนึ่ง ถ้าต้องการให้สมุนไพรออกผลก็จะต้องใช้ปุ๋ยอีกชนิด ดังนั้นผู้ซื้อต้องมั่นใจว่าพวกเขาต้องการอะไรกันแน่
ในขณะที่ปุ๋ยราคาแพงที่สุดก็คือ ปุ๋ยวิเศษ ที่สามารถใช้เพียงชนิดเดียวก็ทำให้แก้สถานการณ์ของแปลงเพาะปลูกที่ถูกแมลงกัดกินทำลายได้แล้ว รวมถึงยังใช้ในการเพาะปลูกสมุนไพรอะไรก็ได้ด้วย ค่าความบริสุทธิ์และเป็นกลางของมันมาจากน้ำบริสุทธิ์และมูลของหนูขาวจำนวนมาก ทำให้ซูหยวนตั้งราคามันคือ 1 ล้านเครดิต!
แม้ว่าในสายตาของซูหยวน ราคาที่ตั้งนี้จะค่อนข้างแพง แต่หากเทียบกับความคุ้มค่าที่พวกเขาจะได้รับหลังจากนี้ มันย่อมต้องคุ้มค่าแน่นอน อีกอย่าง...เมื่อเทียบกับราคาของสารบำรุงดินอื่นๆ ราคาที่เธอขายก็ไม่ได้แพงไปกว่ากัน แต่เมื่อเทียบคุณภาพแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกเขาจะซื้อของใคร!
เพราะก่อนหน้านี้ ผู้ผลิตสารบำรุงดินโก่งราคาขึ้นไปสูงมาก ทำให้เกษตรกรมากมายต้องเดือดร้อน พวกเขาเก็บความโกรธเอาไว้ในใจได้เท่านั้นเพราะไม่มีทางเลือกอื่น แต่เมื่อมีปุ๋ยที่องค์กรนักล่าสกุลจางขาย แถมยังทำให้การเพาะปลูกพืชผักมีคุณภาพดีกว่าเดิม พวกเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะเปลี่ยนใจ
ผลกระทบของปัญหานี้ทำให้ตระกูลใหญ่มากมายเดือดร้อน ก่อนหน้านี้มีหลายคนคิดในแง่ดีว่าปุ๋ยของตระกูลจางจะต้องมีราคาสูง มีปริมาณน้อยจนสุดท้ายแล้วก็จะไม่ส่งผลกระทบอะไรมาก ทว่า...เมื่อความจริงเป็นเช่นนี้ พวกเขาก็ทำได้แค่ประท้วงไปที่องค์กรเท่านั้น
น่าเสียดายที่องค์กรไม่รับเรื่องที่พวกเขากำลังเดือดร้อนกัน ก็นะ...ถ้าพวกเขาต้องสนใจเรื่องเล็กน้อยๆของผู้แพ้จากตลาด เช่นนั้นก่อนนี้ก็ควรจะต้องสนใจเหล่าผู้ผลิตที่ถูกตระกูลใหญ่ข่มขวัญทำลายไปด้วยแล้วสิ
“เพราะแผนที่ต้องให้พวกเราขึ้นราคา ลูกค้าที่เคยภักดีก็เลยเปลี่ยนใจไปง่ายๆ ตอนนี้พวกเราอยากจะลดราคา จะให้ข้ออ้างว่าอะไร? สถานการณ์คลี่คลายแล้ว สามารถลดราคาได้แล้ว จะมีคนโง่ที่ไหนบ้างไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ถูกพวกเราเอาเปรียบน่ะ!”
“ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว อย่าเพิ่งมาหาเลยว่าใครเป็นคนผิด ควรจะต้องเร่งมือหาทางออกไม่ดีกว่าหรือ?”
“หาทางออก? นั่นมันถูกต้องแล้ว แต่จะหาทางออกยังไงได้อีก? เรื่องที่พวกเรากดดันเกษตรกรอัน ผลลัพธ์ก็เลยทำให้เป็นแบบนี้ ถ้าตั้งแต่แรก...เข้าร่วมกับเธอ ตอนนี้คงจะกลายเป็นผู้ร่วมลงทุนของเธอไปแล้ว”
“เรื่องนี้เป็นเพราะเซิ่นหนิงที่มีปัญหากับเธอ และเซิ่นเจ๋อก็ยื่นมือเข้าไปยุ่งนั่นแหละ”
“ก็เพิ่งบอกว่าอย่ามัวแต่หาคนผิด ทำไมยังไม่พูดถึงเรื่องอื่นกันอีก” ความวุ่นวายที่ตระกูลเซิ่นค่อนข้างใหญ่โต เพราะพวกเขาคือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งเป็นคนริเริ่มให้พันธมิตรเพิ่มราคา ไหนจะเป็นศัตรูโดยตรงของอันซูหยวนอีก
“ถ้าพวกเรามีผลกระทบในเรื่องการผลิตสารบำรุงดินมากนัก บางที...อาจจะลดบทบาทในการผลิตลง แล้วหันไปสนใจปลูกสมุนไพรโอลแทน”
“อืม ก็มีแค่ทางนี้แล้ว ครั้งที่ผ่านๆมา เพราะเทคนิคลับของตระกูลจึงทำให้พวกเราสามารถคว้าตลาดสมุนไพรโอลมาได้ ขอแค่ยังมีเทคนิคลับนี้ พวกเราก็จะต้องยืนอย่างมั่นใจได้แน่”
แม้ว่าจะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมา แต่ตระกูลเซิ่นก็ยังมีแผนสำรองอยู่เสมอ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ยังกู้คืนได้ด้วยการใช้เทคนิคเพิ่มคุณภาพของสมุนไพรโอล เนื่องจากมีแค่ตระกูลเซิ่นเท่านั้นที่มีเทคนิคลับนี้ ดังนั้น...ตลาดสมุนไพรโอลก็อยู่ในมือของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม เรื่องน่ายินดีเช่นนั้นไม่ได้อยู่นานนัก ตอนที่พวกเขากำลังปวดหัวเพราะเรื่องการผลิตสารบำรุงดินและพยายามหาทางออกจนมาพูดเรื่องการปลูกสมุนไพรโอล เวลานั้นชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
“คุณจาง...” ผู้นำตระกูลเซิ่นไม่คาดคิดว่าคนที่มาเยือนในสถานการณ์เช่นนี้จะเป็นพันธมิตรที่ใหญ่ที่สุดของตนเอง
คนๆนี้ก็คือว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปของตระกูลจาง อำนาจของเขาล้นมือไม่น้อย ทว่า...สีหน้าของคนที่มาในเวลานี้กลับบอกบุญไม่รับ ทำให้สมาชิกตระกูลเซิ่นได้แต่นั่งตัวเกร็ง กลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นอีก!
กลัวว่าจะเกิดเรื่อง ไม่เท่ากับการที่เรื่องจะเกิดก็ต้องเกิด!
“ตระกูลเซิ่นเตรียมจบสิ้นแล้วหรือ?” น้ำเสียงของว่าที่ผู้นำตระกูลจางเย็นชามาก เขาไม่คิดเลยว่าคนตระกูลเซิ่นจะไร้สมองเช่นนี้ แม้ว่าสถานการณ์ของพวกเขาจะไม่ดีนัก แต่ข้อดีเพียงอย่างเดียวก็ปล่อยให้คนเอาไปได้แล้วงั้นหรือ? ต่อไป...พวกเขาจะร่วมมือกับตระกูลเซิ่นไปเพื่ออะไรอีกล่ะ
“คุณจาง ทำไมจึงได้พูดเช่นนี้...” คนเป็นผู้นำขมวดคิ้ว อีกฝ่ายมาถึงก็สาปแช่งตระกูลของเขาให้จบสิ้น ต่อให้เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน ก็ใช่ว่าควรพูดเสียหน่อย
“ทำไมงั้นหรอ? อย่างนั้นก็ดูเอาเองสิ!” คนพูดแล้วก็โยนเอกสารหนึ่งออกมาตรงกลางวงของพวกตระกูลเซิ่น
เดิมทีแค่เห็นหน้าปกก็ยังไม่เข้าใจ กระทั่งมีคนอ่านออกเสียงขึ้นมา
“เทคนิคลับการเพาะปลูกสมุนไพรโอลของตระกูลเซิ่น” เพราะแบบนั้น...ดวงตาของทุกคนก็ลุกวาว!
“นี่มันอะไร! ทำไมจึงเขียนแบบนี้!”
“ของปลอมหรือไม่? นี่จะต้องเป็นของปลอมแน่! มีคนคิดจะหลอกลวงผู้อื่นโดยใช้ข้อมูลปลอมเหล่านี้!” พวกตระกูลเซิ่นรู้ดีว่าสิ่งที่ช่วยรักษาชีวิตของพวกเขาไว้ได้เสมอมาคืออะไร ต่อให้โง่กว่านี้ก็ไม่คิดจะเสียเทคนิคลับพวกนี้ไป ดังนั้นไม่ว่าอย่างไร...สิ่งนี้ก็ควรจะเป็นของปลอมแน่!
“ของปลอมหรือ? ทำไมของปลอมถึงทำให้การเพาะปลูกสมุนไพรโอลสำเร็จเหมือนของจริงเลยล่ะ ถ้าอย่างนั้น...จะของปลอมหรือของจริง จำเป็นต้องสนใจด้วยหรือ?” ว่าที่ผู้นำตระกูลจางพูดอีกครั้ง ครานี้ทำให้ฝั่งของตระกูลเซิ่นนั่งไม่ติดแล้ว
“เร็ว! ไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่!” ผู้นำตระกูลเซิ่นชี้นิ้วสั่งคนของตนเอง ว่าที่ผู้นำตระกูลจางพยักหน้าให้คนของตนเองด้วย ไปช่วยให้พวกเขาตาสว่างโดยเร็วก่อนที่มันจะเลวร้ายไปมากกว่านี้เถอะ
“เทคนิคลับพวกนี้ถูกประมูลขายออกไปจากตลาดมืด เดิมทีหลายคนไม่เชื่ออยู่แล้ว แต่ก็มีคนประมูลไปในราคาไม่กี่สิบล้านเครดิตเท่านั้น” เมื่อได้ยินราคาสิบล้านเครดิต หลายคนในตระกูลเซิ่นเกือบกระอักเลือดออกมา
ถึงจะสมเหตุสมผลเพราะว่าหลายคนไม่เชื่อว่าเป็นของจริงจึงไม่เข้าร่วมประมูลด้วย แต่...ต่อให้เป็นของปลอม ก็ควรจะราคาร้อยล้านเครดิตไม่ใช่หรือ? นี่มัน...ช่างดูถูกกันเกินไปจริงๆ
“แม้ว่าหลายคนจะคิดว่าเป็นของปลอมเพราะไม่เชื่อว่าตระกูลเซิ่นจะยอมปล่อยเทคนิคลับนี้ออกมา แต่ก็มีเกษตรกรคนหนึ่งหาซื้อวิธีการเพาะปลูกต่อจากผู้ประมูลไปจนได้ และเขาก็ทำมันสำเร็จ หรือก็คือ...สมุนไพรโอลถูกยกระดับขึ้น เหมือนกับที่ตระกูลเซิ่นทำได้ ดังนั้น...ข่าวนี้จึงแพร่กระจายไปทั่ว และเกษตรกรผู้นั้นก็ได้เขียนตำรานี้ขายไป เขาเอาเข้างานประมูลเกือบ 10 เล่ม ขายเพียงเล่มละ 20 ล้านเครดิตเท่านั้น ทำเงินได้คุ้มยิ่งกว่าที่จ่ายออกไปอีก!”
“ฉันอยากประมูลเก็บมาทั้งหมดเพื่อทำลาย แต่ก็ได้แค่ 1 เล่มต่อคนเท่านั้น เวลานี้เทคนิคที่ตระกูลเซิ่นมั่นใจหนักหนา ถูกเปิดเผยออกไปหมดแล้ว”
ในระหว่างรอการตรวจสอบ คนก็เล่าใจความสำคัญทั้งหมดให้ฟัง ทุกคำของเขา..เหมือนกับเท้าหนักที่เหยียบไปกลางอกของทุกคนตระกูลเซิ่น
ถ้าตอนนี้ สมุนไพรโอลที่พวกเขาเพาะปลูกไม่ได้มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมกว่าใครๆแล้ว มันกำลังหมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าการแข่งขันในตลาดกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ทำให้พวกเขาไม่อาจกำหนดราคาขายของตนเองได้
พอผ่านไปสักพัก สมุนไพรโอลที่พวกเขาคิดว่าดีที่สุด จะเป็นแค่สมุนไพรโอลพื้นฐาน ขณะที่ของคนที่ทำไม่ได้ก็จะเป็นสมุนไพรโอลตกเกรด ราคาถูกลงก็เท่านั้น
น้ำตาของสมาชิกตระกูลเซิ่นเกือบจะไหลออกมาเป็นสายเลือด พวกเขาจะคิดได้อย่างไรว่าวันนี้จะมาถึงตระกูลเซิ่นแล้ว
“จบสิ้นแล้ว พวกเราจบสิ้นแล้ว!”
“มันเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร ทำไมเทคนิคลับของพวกเราจึงอยู่ในมือของคนอื่นได้”
“ถ้าไม่ใช่พวกเรากันเองที่เขียน ก็ไม่มีเทคนิคลับนั่นออกมาแล้ว เพราะเทคนิคลับนี้ถูกสอนโดยปากเปล่า ตำราที่ซ่อนอยู่เป็นแค่กระดาษว่างๆเท่านั้น แปลว่ามีคนจงใจเผยแพร่ออกไปจริงๆ”
“ตามหาตัวคนร้าย! หากเรื่องอื่นๆไม่หาคนผิดก็ไม่เป็นไร แต่เรื่องนี้...จะต้องฆ่าไอ้สารเลวที่ทำลายตระกูลเซิ่นของพวกเราให้ได้!!” พวกตระกูลเซิ่นเวลานี้เหมือนกับคนบ้า พวกเขาร้องโวยวายเหมือนว่าโลกนี้จบสิ้นแล้ว ทำให้คนตระกูลจางที่อยากมาฟังวิธีรับมือของตระกูลเซิ่นได้แต่มองหน้ากันเอง
หลังจากนี้พวกเขาก็รู้แล้ว ตระกูลเซิ่นไม่มีอนาคตดีๆอีกต่อไป ไม่มีความจำเป็นต้องร่วมมือกันอีก....คิดได้ดังนั้น ทุกคนก็พากันจากไป ทิ้งตระกูลเซิ่นที่เคยเย่อหยิ่งไว้เบื้องหลังเช่นนั้น
เซิ่นเจ๋อเป็นคนที่ได้รับแรงกระแทกมากที่สุดแล้ว สถานการณ์ที่ทุกคนไม่รู้นี้ กลับมีหัวใจของเขาที่รู้ดียิ่งกว่าใคร! หากทุกคนบอกว่าตัวเองไม่ได้เอาความลับนี้ไปเปิดเผย เช่นนั้นก็คงมีแค่เขาเท่านั้นแล้ว
เพราะเชื่อในพวกกลุ่มดวงตามารมากเกินไป ทั้งไม่คิดว่าพวกมันจะเปิดเผยเทคนิคลับที่ได้มาแบบนี้ การเอาไปขายในตลาดมืดเพื่อแลกเงินน้อยนิด ช่างเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี! เช่นนี้ไม่ใช่เพราะมีเจตนาจะทำลายตระกูลเซิ่นของเขาตั้งแต่แรกหรือ?
ต่อให้รู้อยู่เต็มอก เขาก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะถ้าทุกคนรู้ว่าเขาคือตัวการที่ทำให้เทคนิคลับเสียไป มีแต่ความตายเท่านั้นที่จะรออยู่
เซิ่นเจ๋อกลับมาห้องด้วยความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังอย่างแรง มือของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธขณะกำลังพิมพ์ข้อความไปหาตัวแทนของสมาชิกกลุ่มดวงตามารคนนั้น
“ไอ้พวกสารเลว ทำไมแกถึงเอาเทคนิคลับตระกูลเซิ่นไปขายให้คนอื่น!” ปลายทางไม่ได้ใช้เวลานาน อ่านข้อความอย่างรวดเร็วก่อนจะเริ่มติดต่อกันผ่านการพูดคุย
“เทคนิคลับตระกูลเซิ่นเป็นของพวกแก ถ้าจะหลุดออกไปก็เป็นพวกแกนั่นแหละ กลุ่มดวงตามารรับข้อมูลมาไม่เคยเอาไปใช้ทำอะไรอยู่แล้ว พวกแกคิดว่าเราจะเสี่ยงเอาตัวเองไปเปิดเผยข้อมูลโง่ๆเช่นนั้นหรือ?”
“จะบอกว่าไม่ใช่พวกแกที่ปล่อยข้อมูลออกไปใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นจะเป็นใคร ใครจะเอาข้อมูลพวกนี้ไปได้ เห็นได้ชัดว่ารายละเอียดต่างๆเป็นคำพูดที่ฉันเขียนให้พวกกลุ่มดวงตามาร”
“นั่นต้องถามตัวเองแล้ว ถ้าเกิดปัญหาอะไรก็รับผิดชอบเอง อย่ามาโยนให้พวกเรา” ตัวแทนกล่าวเพียงเท่านั้นก็ตัดจบบทสนทนาระหว่างพวกเขาทันที ทำให้เซิ่นเจ๋อได้แต่อาละวาดอยู่ในห้องของตัวเองเงียบๆ
ถ้าเขาแสดงท่าทางมากเกินไป ตระกูลเซิ่นก็จะรู้ถึงความผิดปกติของเขาอีก เซิ่นเจ๋อเวลานี้อึดอัดเป็นอย่างยิ่ง ปัญหากำลังรุมเร้าตนเองทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ชีวิตที่สงบสุขและรุ่งโรจน์ของเขา มันถูกทำลายไปตั้งแต่เมื่อไรกัน ทำไมจากชีวิตที่ดีและน่าอิจฉา เวลานี้กลับเหมือนกำลังร่วงลงนรก!
…………………………..