บทที่ 345 พัฒนาสุดยอดหน้าไม้ (อ่านฟรี 14 ก.พ. 69
บทที่ 345 พัฒนาสุดยอดหน้าไม้ (อ่านฟรี 14 ก.พ. 69
บทที่ 345 พัฒนาสุดยอดหน้าไม้
เหมือนกับที่หัวหน้าห้องสร้างแบบจำลองพูด เมื่อซูหยวนมายังห้องวิจัยของตนเอง เธอก็พบว่าเหล่านักวิจัยในทีมกำลังกระตือรือร้นกันอย่างมาก พวกเขาพยายามตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวกับการใช้หน้าไม้ ต้องการพัฒนาอาวุธที่สามารถเอาไปขายได้ในวงกว้าง โดยอ้างอิงจากความสำเร็จในการยึดพื้นที่ล่าเขต A ในครั้งก่อน ซึ่งจากความสำเร็จครั้งนั้น พวกเขาก็คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ผู้คนมากขึ้นต้องเข้าไปมีส่วนร่วมปกป้องพื้นที่
ต้นแบบทหารอาสาที่เปิดรับให้พวกที่มีพลังงานหรือไม่มีพลังงานมาเป็นผู้ปกป้องเขต ถูกใช้เป็นสมมติฐาน ถ้าในเมื่อพวกเขาไม่มีพลังงานก็ยังต่อสู้ได้ เช่นนั้นก็ควรจะสนับสนุนให้ผู้ไม่มีพลังงานกลายเป็นนักสู้ต่อไป โดยเริ่มจากอาวุธอย่างหน้าไม้ก่อน
แม้ว่าความคิดของพวกเขาจะดี แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเลยจริงๆ...ซูหยวนเข้าใจทั้งพวกเขา และก็เข้าใจเหล่าผู้ที่ทำงานในห้องทดลองด้วย ถ้าพวกเขาต้องมาเสียเวลาอยู่กับงานวิจัยที่ไม่แม้แต่พวกผู้นำจะให้งบประมาณด้วยซ้ำ นี่....ไม่ใช่เป็นการเสียเวลาเปล่าหรือ?
เดิมทีทุกคนยังง่วนอยู่กับงานหน้าไม้ แต่เมื่อมีคนสังเกตเห็นแล้วว่าอันซูหยวนกลับมา พวกเขาก็กระตือรือร้นกันอย่างมาก
“หัวหน้ามาแล้ว!”
“หัวหน้า ในที่สุดก็มาแล้ว” พวกเขาส่งเสียงร้องกันออกมา สีหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความยินดี
นี่เป็นเพราะพวกเขาไม่มีประสบการณ์ในการทำงานวิจัยกันมาก่อนเลย ไม่น่าแปลกที่เมื่อไร้ผู้นำ ก็กลายเป็นเหมือนเด็กน้อยที่ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรต่อไป
แม้แต่โปรเจคใหม่ของพวกเขา ก็ถูกคิดออกมาเอง แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ ใช่แล้ว! ทุกคนไม่ใช่ไม่รู้ว่าความคิดของพวกเขาไม่ได้รับการยอมรับใดๆ ถึงจะได้เงินสนับสนุนมา 50,000 เครดิต ก็ไม่ใช่เพราะพวกเขาสนใจ หากแต่เป็นเพราะบารมีความสำเร็จครั้งก่อนของหัวหน้าต่างหาก
“กำลังทำอะไรกันหรือ?”
“เอ่อ พวกเรา....พวกเราพยายามจะหาเรื่องมาศึกษาระหว่างที่หัวหน้าไม่อยู่ มันก็คือ...เป็นการศึกษาหน้าไม้ครับ”
“ที่จริง หน้าไม้ของพวกเราถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนใช้งานได้ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นที่น่าสนใจเท่าไร ดังนั้นก็เลยพยายามจะลองศึกษาหน้าไม้ที่สามารถรองรับพลังงานจากพวกกลายพันธุ์ได้ เปลี่ยนพวกมันกลายเป็นแรงโจมตีกลับ เอ่อ แม้ว่าเรื่องนี้จะอยู่ในกระบวนการคิดอยู่ก็เถอะ”
ซูหยวนมองดูพวกเขาที่กำลังหาเรื่องศึกษาไปเรื่อย ทั้งยังไม่มั่นใจในหลักการของตนเองก็อดที่จะคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้ นักวิจัยเหล่านี้ไม่ใช่คนโง่เขลาหรือไม่มีความคิด แค่กรอบความคิดของพวกเขายังคับแคบเกินไป
ต้องโทษที่ก่อนหน้านี้ พวกเขามีโอกาสทำงานในส่วนของการรวบรวมข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนในการระดมความเห็นตั้งแต่ต้น กระทั่งซูหยวนที่ใช้พวกเขามาทำงานให้ ก็แค่มอบหมายงานให้ทำคนละส่วนๆไป ดังนั้นตั้งแต่แรก...พวกเขาจึงไม่ได้เสนอความคิดตัวเองเลย
เดิมทีซูหยวนก็สนใจเรื่องหน้าไม้อยู่แล้ว พอเห็นว่าคนในทีมกำลังขาดอะไรบางอย่าง เธอก็ตัดสินใจได้ทันที
“ฉันชอบแนวคิดเรื่องหน้าไม้ที่ไม่ต้องใช้พลังงานนะ”
“ฮะ ฮะ หัวหน้าก็คิดแบบนั้นใช่ไหม”
“หัวหน้าเองก็เห็นประโยชน์ของมันสินะ แต่นอกจากหัวหน้าแล้ว ก็ไม่ค่อยมีคนสนใจหน้าไม้ของพวกเราเลย พวกผู้นำบอกว่าหน้าไม้ที่คนธรรมดาใช้ได้ ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก สุดท้ายแล้วพวกกลายพันธุ์ก็ต้องการพลังงานเพื่อเจาะทะลุพวกมันอยู่ดี อย่างมาก...หน้าไม้ที่ให้คนธรรมดาใช้ได้นี้ก็แค่สร้างความรำคาญให้พวกมันได้เท่านั้น”
เมื่อได้ยินว่าซูหยวนเห็นด้วย พวกเขาก็มีแรงที่จะแสดงความคิดเห็นกันขึ้นมา ซูหยวนเข้าใจที่พวกผู้นำต้องการสื่อ หากไม่มีพลังงานช่วยโจมตี คนที่จะเข้าต่อสู้จะต้องเป็นพวกที่ฝึกร่างกายมาอย่างดีแล้ว หากไม่เป็นอย่างนั้น...ก็ยากที่จะทำร้ายพวกมันได้
“อืม หากต้องใช้คนในการสู้จริงๆ มองหาคนไร้พลังงานที่อยากจะเป็นนักล่ายากกว่าการหาคนใช้พลังงานอีกนะ ดังนั้น...หน้าไม้พวกนี้อาจจะขายไม่ได้จริง นี่อาจจะเป็นประเด็นสำคัญมากกว่า” ได้ยินซูหยวนพูดเช่นนั้น สมาชิกในทีมก็ชะงักไป
เรื่องนี้...พวกเขาก็ไม่ได้คิดจริงๆ ตอนนี้ก็ไม่น่าแปลกใจแล้วถ้าพวกผู้นำไม่เห็นค่าหน้าไม้ของพวกเขา สุดท้ายถ้าทำไปแล้วขายไม่ได้ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะทำโครงการนี้ต่อ
“เฮ้อ ถ้าอย่างนั้นที่พวกเราทำมาก็เสียเปล่าแล้ว”
“อุตส่าห์คิดหัวลูกศรแบบใหม่ขึ้นมาได้ ตั้งใจจะเอาชนะขีดจำกัดของมนุษย์ธรรมดาเลย น่าเสียดายที่สุดท้ายก็ไม่เป็นประโยชน์”
“อืม คนที่ไม่มีพลังงานก็คงไม่อยากเป็นนักล่าหรอก อีกอย่าง...พวกเขาจะมีเครดิตมากพอสำหรับการซื้อหน้าไม้พวกนี้หรือ? เป็นพวกเราเองที่คิดน้อยกันเกินไป” ในฐานะนักวิจัย จะเอาแค่ความสนใจของตนเองมาเป็นที่ตั้งก็คงไม่ได้ สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ต้องการเงิน หรือผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่จากการทำงานวิจัยนี้อยู่ดี
อย่างไรก็ตาม เมื่อซูหยวนได้ยินพวกเขากำลังท้อแท้เช่นนั้น เธอกลับยิ้มออกมาแทนที่จะกล่าวปลอบใจอย่างที่ควรเป็น
“แนวคิดที่ได้ศึกษามา ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เป็นประโยชน์เสียทีเดียวนะ”
“หืม? หัวหน้า....คุณหมายความว่ายังไง”
“นั่นสิ ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่หัวหน้าก็พูดเองหรือว่าหน้าไม้ที่ผลิตออกมา อย่างไรก็ไม่มีคนซื้อน่ะ ถ้าพวกเรายังเสียเวลาทำมันอีก ก็กลายเป็นแต่จะสร้างงานขยะออกมาเท่านั้น”
“ฉันรู้...” ซูหยวนโบกมือให้พวกเขาเงียบเสียงกันก่อน ซึ่งอำนาจของเธอต่อห้องวิจัยนี้สูงมาก เพียงแค่พูดหรือยกมือ ทุกคนก็พร้อมจะฟังเธอแล้ว
“วิธีการคิดว่าจะใช้หน้าไม้โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ใช้พลังงานเป็นวิธีที่ดีจริงๆ แต่แค่นำเสนอผิดทางเท่านั้น...อย่าลืมว่าพวกเรากำลังทำหุ่นรบอินทรีย์กันอยู่ ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้หุ่นรบอินทรีย์แสดงผลการต่อสู้ให้เห็นแล้วหรือว่าอ่อนแอแค่ไหน ดังนั้น...หากเปลี่ยนเป้าหมายผู้ใช้งานเป็นหุ่นรบอินทรีย์แทน ไม่ใช่ว่าจะขายให้กับกองทัพได้หรือ?”
“ตอนนี้พวกผู้นำเครียดกันมากเกี่ยวกับโปรเจคหุ่นรบอินทรีย์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทว่า...พวกคุณกลับได้ศึกษาอาวุธของหุ่นรบอินทรีย์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้น...นี่ยังถือว่าเป็นความสำเร็จของพวกคุณอยู่นะ งานนี้...ฉันคิดว่ายังศึกษาต่อไปได้”
เมื่อซูหยวนพูดอย่างนี้ ดวงตาของสมาชิกก็มีประกายยินดีปรากฏให้เห็น แม้พวกเขาจะสามารถยกเลิกการศึกษาของตนเองได้ แต่ลึกๆแล้วย่อมรู้สึกเสียใจที่งานศึกษาไม่ได้ไปต่ออยู่ดี ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะยินดีเช่นนี้หลังจากรู้ว่างานของพวกเขา แท้จริงแล้วก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียว
ทางซูหยวนที่แนะนำแนวทางการศึกษา เธอไม่ได้คาดหวังว่าหน้าไม้ที่พวกเขาอยากพัฒนานี้จะเป็นประโยชน์แค่กับหุ่นซ้อมอินทรีย์เท่านั้น แนวคิดเรื่องการใช้หน้าไม้ยังเอาไปปรับกับการสร้างกับดักขึ้นมาได้ด้วย หากในอนาคตมีเวลามากขึ้น...เธอยังสามารถให้โครงการพวกเขาคิดเกี่ยวกับกับดักที่ฝังอยู่รอบๆกำแพง ป้องกันสัตว์กลายพันธุ์บุกโจมตีต่อไปได้
“ถ้าพวกคุณยังต้องการไปต่อ ฉันจะเอาแนวคิดนี้ไปแจ้งกับทางผู้นำ แต่ว่า...ระหว่างนั้น พวกคุณก็ต้องปรับแผนของตัวเองให้เหมาะสมกับหุ่นรบอินทรีย์ด้วย พวกนั้นไม่ได้มีร่างกายเหมือนมนุษย์ทุกประการ ดังนั้นแนวคิดที่ศึกษาไว้แล้วพวกนี้อาจจะต้องปรับอีกมาก”
“ขอแค่โครงการได้ไปต่อ พวกเราก็ดีใจมากๆแล้ว”
“ใช่ๆ พวกเราศึกษาเอาไว้หลากหลายมาก หน้าไม้พวกนี้จะออกแบบมาเพื่อให้ไม่ต้องใช้พลังงาน ก็ยังโจมตีพวกกลายพันธุ์ได้ ตอนนี้พวกเราปรับจนคิดว่าน่าจะจัดการสัตว์กลายพันธุ์ที่เขต B ได้ง่ายๆแล้วด้วย ถ้าพวกผู้นำสนับสนุนเพิ่ม ให้ทรัพยากรเพิ่มอีกหน่อย ก็น่าจะทำให้จัดการสัตว์กลายพันธุ์เขต C ได้ไม่ยากเลย” พวกนักวิจัยตื่นเต้นไม่น้อย แต่อันซูหยวนที่ได้ยินอดลอบถอนหายใจออกมาไม่ได้
ปรากฏว่าพวกเขาใช้เงินไปมากมาย หากไม่รวมเงินสนับสนุนงานวิจัยของกองทัพ 50,000 เครดิตนั้น ได้ยินว่าพวกเขารวบรวมเงินกันคนละหลายหมื่นเครดิต รวมแล้วหลายแสนเครดิตเพื่อศึกษาโครงการนี้ขึ้นมาเอง แต่กลับทำตัวอย่างทดลองที่ไม่สมบูรณ์แบบออกมาเท่านั้น แถมลูกดอกที่ใช้หนึ่งครั้ง ก็จัดการได้แค่สัตว์กลายพันธุ์ตัวเดียว เช่นนี้....ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเอาเสียเลย ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้นำจะไม่ซื้อไอเดียนี้
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ แต่นอกจากการศึกษาเรื่องหน้าไม้แล้ว งานที่ห้องวิจัยของพวกเราจะทำต่อไปก็คือการสนับสนุนการวิจัยของฉันเกี่ยวกับหุ่นรบอินทรีย์ อย่าลืมความสำคัญของเรื่องนี้ล่ะ”
“พวกเราเข้าใจแล้ว ที่ผ่านมาก็เพราะรอหัวหน้ากลับมานี่แหละ”
“ใช่แล้ว พวกเราแค่หาโครงการดีๆทำระหว่างที่รอหัวหน้ากลับมา เผื่อว่าจะได้แต้มทหารสักสองสามแต้ม น่าเสียดายที่โครงการของพวกเรายังไม่เข้าตา”
เห็นท่าทางเศร้าใจของพวกเขา ซูหยวนก็ให้กำลังใจไปสองสามคำ แต้มทหารสำหรับพวกเขาถือเป็นโอกาสในการไต่เต้าขึ้นไปเป็นนักวิจัยเต็มตัว คนเหล่านี้ไม่ต้องการกลับไปเป็นแค่คนเดินเอกสารอีกแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะพยายามกันขนาดนี้
ซูหยวนไปแจ้งความต้องการของตนเองเกี่ยวกับเรื่องการสร้างหน้าไม้ที่ใช้สำหรับหุ่นรบอินทรีย์ เพื่อให้พวกมันมีวิธีการต่อสู้ที่หลากหลายขึ้น โดยเธอยังเสนอรูปแบบการตั้งค่าหุ่นรบอินทรีย์ โดยการให้แยกระหว่างหุ่นรบระยะประชิด เพื่อที่จะได้พัฒนาเกราะป้องกันให้แข็งแกร่งมากกว่าความยืดหยุ่น ในขณะที่หุ่นรบอินทรีย์โจมตีระยะไกล ก็ให้เน้นความยืดหยุ่นมากกว่าความแข็งแกร่ง
และหุ่นรบอินทรีย์โจมตีระยะไกลนี้เอง ที่ซูหยวนเสนอเอาหน้าไม้ออกไปใช้
หุ่นรบอินทรีย์ไม่เหมือนกับมนุษย์เสียทีเดียว ทำให้มีข้อจำกัดและโอกาสต่างกัน ในขณะที่มนุษย์สามารถฝึกกลยุทธ์ในการโจมตีได้หลากหลาย หุ่นรบอินทรีย์รุ่นแรกนี้ยังทำได้แต่ต่อสู้ไปอย่างทื่อๆ ดังนั้นจะให้เรียนรู้การยิงธนู ย่อมเป็นการเสียเปล่าเกินไป
การใช้ธนูจะต้องใช้สองมือ ในขณะที่การใช้หน้าไม้นั้นใช้แค่มือเดียวในการต่อสู้ ก็เหมือนกับการใช้ “ปืน” ในโลกของเธอยังมีผู้ใช้ปืนสองมืออยู่ด้วย แต่เงื่อนไขในการสร้างปืนสูงเกินไป หากจะเริ่มก็ต้องเริ่มตั้งแต่หน้าไม้นี่แหละดีที่สุด
เหล่าผู้นำได้ยินแผนการของซูหยวนก็เห็นด้วยทันที ทว่า...พร้อมกันนั้นเอง ซูหยวนก็ได้รับงานหนักในเรื่องนี้มา เธอกลายเป็นหัวหน้าการวิจัยย่อยในการปรับแต่งหุ่นรบอินทรีย์ไปเสียอย่างนั้น โดยพวกเขาบอกว่าการปรับแต่งหน้าไม้ก็คือส่วนหนึ่งของการเพิ่มความแข็งแกร่งให้หุ่นรบอินทรีย์ด้วย
งานใหญ่เช่นนี้เดิมทีเธอไม่ต้องการรับมา แต่พอพวกนักวิจัยในทีมได้ยินแบบนั้น พวกเขากลับโห่ร้องยินดีขึ้นมาแทน ทำเอาเธอบ่นออกมาไม่ได้เลย
ซึ่งเรื่องการรับงานใหญ่เช่นนี้มาทำ ทำให้ห้องวิจัยของซูหยวนได้รับเงินสนับสนุนแบ่งมาเพิ่มอีก 30 ล้านเครดิต เป็นจำนวนเงินที่สมาชิกในห้องวิจัยไม่อยากคิดมาก่อนว่าพวกเขาจะได้รับทุนสนับสนุนมากขนาดนี้ แน่นอนว่าในห้องดีใจ ข้างนอกห้องกลับมีแต่ความริษยาไม่รู้จบ
ซูหยวนได้รับงานมาแล้วก็ไม่รีรอ เธอแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกให้พัฒนาหน้าไม้ต่อไปโดยอิงจากรูปแบบการโจมตีสองมือเป็นหลัก ให้การใช้หน้าไม้ง่ายที่สุด และการใส่ลูกดอกก็ต้องไม่ติดขัด ในขณะที่อีกกลุ่มช่วยเธอปรับแต่งหุ่นรบอินทรีย์รอบนอก ออกแบบการป้องกันแต่ยังเคลื่อนไหวได้เร็ว และการให้ข้อมูลอื่นๆ
สิ่งนี้ไม่รวมการผสาน DNA ที่มีอีกทีมใหญ่ศึกษาอยู่ ดังนั้นงานของเธอกับสมาชิก 15 คนนี้จึงไม่ถือว่ามากหรือน้อยเกินไป
หญิงสาวมีเวลาศึกษาเรื่องหุ่นรบอินทรีย์ตลอดช่วงปิดภาคการศึกษา 2 เดือนนี้ พร้อมกันนั้นก็เข้าไปจัดการฟาร์มของตนเองในเวลาว่างอยู่เสมอ จนกระทั่ง...ความพยายามของเธอประสบความสำเร็จในที่สุด
- ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นอันซูหยวนเลื่อนระดับไปสู่ระดับที่ 85 -
- รางวัลการเลื่อนระดับมีดังนี้
ผู้เล่นสามารถซื้อโรงงานผลิตยา (พิเศษ) * ได้
ผู้เล่นปลดล็อกพื้นที่เพาะปลูกสมุนไพรพิเศษ 5 แปลง
ผู้เล่นปลดล็อกพื้นที่เลี้ยงสัตว์พิเศษ 5 แปลง
ผู้เล่นปลดล็อกด่านลับ เชื่อมมิติประตูพิศวง **
หมายเหตุ
* ใช้ผลิตยาจากสมุนไพรพิเศษเท่านั้น
**หลังจากเอาชนะบอสของพื้นที่ ผู้เล่นสามารถกำหนดค่าประตูเชื่อมมิติของท่านได้ โดย 1) ตำแหน่งที่ตั้ง 2) การอนุญาตใช้พื้นที่ 3) ความเร็วในการรีเซ็ต –
………………………………