LNCrawler

บทที่ 350 ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น (อ่านฟรี 19 ก.พ. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 350 ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น (อ่านฟรี 19 ก.พ. 69)

บทที่ 350 ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น

 

เนื่องจากความสำเร็จในการยึดเกาะเยือกแข็ง ซูหยวนจึงปล่อยให้แมลงกัดกินและพวกหนูทองคอยล่าอยู่ในพื้นที่นั้นก่อน แม้ว่าก่อนหน้านี้ราชาหนูทองจะพ่ายแพ้ทันทีเมื่อพบเจอกับพวกหมีขาวสุดแกร่ง ทว่าทันทีที่เปลี่ยนเป็นราชาหนูทอง มันกลับไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นอีกแล้ว

            

ความเร็วของหนูทองทั้งหมดถูกเพิ่มขึ้นเนื่องจากเผ่าพันธุ์ของมันถูกเปลี่ยนไปแล้ว สิ่งนี้เป็นเพราะความช่วยเหลือของระบบเกมอีกนั่นแหละ หากเป็นสัตว์กลายพันธุ์ข้างนอก ต่อให้ราชามันเลื่อนระดับ ตัวพวกมันก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทว่า...เวลานี้หนูขาวทั้งหมดในพื้นที่ เปลี่ยนเป็นหนูทองกันแล้ว ทำให้พวกมันมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นด้วย

            

ไม่ใช่แค่ความเร็วเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น แต่หนูทองเหล่านั้นกลับสามารถใช้พลังคมมีดสีทองออกมาได้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ดังนั้นพวกมันจึงเปลี่ยนจากหนูขาวที่มีแค่ความเร็วและพลังของความคมจากกรงเล็บ เป็นสัตว์ที่เชี่ยวชาญในการโจมตีระยะประชิด เปลี่ยนเป็นสัตว์ที่โจมตีในระยะไกลได้แล้ว

            

ทางราชาหนูไม่ได้มีแค่พลังของคมมีดสีทองอีกต่อไป เนื่องจากการเลื่อนระดับครั้งนี้ มันยังสามารถสร้างแท่งทองคำออกมาโจมตีหรือป้องกันได้ด้วย เรียกได้ว่ามีการเพิ่มพลังเพื่อป้องกันจุดอ่อนของตนเองได้อีกอย่าง 

            

ดังนั้นตอนนี้ ราชาหนูทองจึงมีทั้งความเร็ว ต่อสู้ระยะประชิดได้ ต่อสู้ระยะไกลได้ ทั้งยังสามารถป้องกันการโจมตีได้ด้วย

            

ซูหยวนพอใจกับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของพวกมัน เพราะไม่ใช่แค่พวกมันที่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่นี่แปลว่ากองทัพของเธอ พลังโจมตีของเธอก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

            

ในขณะที่ซูหยวนกำลังให้ราชาหนูทองรวบรวมทรัพยากรอย่างผลึกเพิ่มพลังป้องกันอยู่นั้น ทางด้านเขต C ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นกัน

            

เนื่องจากราชาหนูทองเปลี่ยนทั้งเผ่าพันธุ์ให้กลายเป็นหนูทองแล้ว ดังนั้นราชาหนูทองตัวน้อยและองครักษ์หนูทองที่มาจากระบบก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

            

หนูขาวกลายพันธุ์ที่ประจำอยู่ในเขต C เวลานี้ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองราชาหนูของพวกมันด้วยซ้ำ เนื่องจากชนชั้นที่สูงกันแล้ว ตอนนี้ราชาหนูขาวได้เปลี่ยนเป็นเทพเจ้าหนูทองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อให้ราชาหนูทองบอกว่าต้องการเอาชีวิตของพวกมัน พวกมันก็ไม่ได้สงสัยอีกต่อไป!

            

น่าเสียดายที่หนูขาวกลายพันธุ์ไม่ได้เปลี่ยนเป็นหนูทองกลายพันธุ์ด้วย แต่นี่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร หากมีการเปลี่ยนแปลงถึงขนาดนั้น ไม่แน่ว่าน่าจะเกิดปัญหาทำให้ผู้คนตกตะลึงมากกว่า!

            

เรื่องนี้ซูหยวนยังไม่ได้มาตรวจสอบด้วยตนเอง ทว่า...กลับมีคนบางกลุ่มเดินทางมาที่นี่เพื่อทดสอบแทนเธอแล้ว

 

“ที่นี่ก็คือเขตของพวกหนูขาวเหล่านั้นจริงหรือ?” เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นไม่ไกล ราชาหนูทองที่กำลังออกคำสั่งตรวจตราอยู่ย่อมได้ยินอย่างชัดเจน มันส่งสัญญาณให้องครักษ์หนูทองไปตรวจสอบ เจ้าองครักษ์ทั้งสี่วิ่งออกไปทันที หายไปราวกับสายลม

 

“ใช่ เป็นที่นี่แหละ ได้ยินว่าหนูขาวพวกนี้เชื่องมาก กระทั่งติดตามเด็กสาวคนหนึ่งด้วย ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเด็กนั่นจะมีอะไรพิเศษไปมากกว่าพวกเรา”

 

“อืม เด็กคนนั้นได้เลื่อนเป็นทหารพิเศษเพราะมีสัตว์เลี้ยงเป็นหนูขาวพวกนี้ บางที...พวกเราอาจจะส่งคนเข้าไปในหน่วยกองทัพพิเศษได้เสียที”

 

“ใช่ ท่านผู้นำบอกให้พวกเราพยายามให้มาก ที่ผ่านมาไม่มีโอกาสเพราะเจ้าพวกนั้นฉลาดเกินไป แต่ตราบเท่าที่พวกเรามีความสามารถพิเศษเหมือนกัน เจ้าพวกนั้นก็ไม่น่าจะปฏิเสธได้แล้ว”

 

“ฮ่าๆ ก็แค่จัดการพวกหนูขาวพวกนี้ไม่ใช่หรือ?”

            

ได้ยินบทสนทนาเหล่านั้น ราชาหนูทองน้อยก็จดจำเอาไว้ มันรู้ดีว่าสิ่งที่เจ้าพวกนั้นพูดถึงก็คือเจ้านายที่มันบูชาที่สุด หมายความว่า...พวกมันต้องการเลียนแบบเจ้านาย ควบคุมหนูขาวอย่างพวกมันแล้วก็เข้าไปลอบหาโอกาสจัดการเจ้านาย แต่...มันจะง่ายดายขนาดนั้นเลยหรือ? แน่นอนว่ามันไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้นแน่!

            

ใครจะควบคุมใครก็ยังไม่แน่ด้วยซ้ำ

 

“หนูขาวพวกนี้ดูอ่อนแอจริงๆ เจ้าพวกนี้ก็คือพวกที่ช่วยทำภารกิจสำคัญๆได้จริงหรือ?”

 

“ก็ผู้นำบอกว่ามีหลายภารกิจที่พลทหารพิเศษอันทำสำเร็จโดยใช้หนูขาวพวกนี้ลอบเข้าไป อย่างนั้นก็คงจะมีประโยชน์จริงๆนั่นแหละ”

 

“ถุย! ก็แค่หนูตัวเล็กอ่อนแอแบบนี้ ต่อให้มีประโยชน์ก็อาจจะแค่สอดแนมนั่นแหละ สู้พวกกลุ่มราชาเสือก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย”

 

“ฮ่าๆ แต่กลุ่มราชาเสือตอนนี้ถูกทำลายย่อยยับไปหมดแล้วนะ ใช้พวกที่แข็งแกร่งเกินไปก็เป็นภัยต่อตัวเองได้”

 

“อืม นั่นก็จริง อย่างนั้นเด็กนั่นก็คงฉลาดไม่น้อย เลือกเอาพวกระดับต่ำอย่างหนูกระจอกๆแบบนี้เป็นสัตว์เลี้ยงน่ะ”

            

ไม่ใช่แค่ดูถูกอันซูหยวนเท่านั้น คนเหล่านี้ยังดูถูกหนูขาวทั้งหลายอีก แม้ว่าหนูขาวกลายพันธุ์พวกนี้จะพูดไม่ได้ แต่พวกมันก็เข้าใจสิ่งที่คนชั่วพวกนี้พูดทั้งหมด ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกมันจะโกรธจัด ส่งเสียง “จี๊ดๆ” กันระงม

            

คนร้ายไม่ได้รู้ว่าตัวเองสร้างความเกลียดชังขนาดไหนแล้ว มันไล่ล่าหนูขาวกลายพันธุ์กันอย่างสนุกสนาน บางตัวที่จับได้แล้วไม่ยอมแพ้แต่โดยดีก็ฆ่าทิ้ง ในสายตาของพวกมัน...หนูขาวพวกนี้มีจำนวนมาก ต่อให้ฆ่าทิ้งไปสักครึ่งหนึ่งก็ยังได้ ในบรรดาหนูขาวนี้ เดี๋ยวก็ต้องเจอสักตัวที่ยอมจำนน

            

อย่างไรก็ตาม ตอนที่พวกมันกำลังไล่ล่าอย่างสนุกสนาน ไม่ได้รู้เลยว่าด้านหลังของตนเองมีหนูสีทองปรากฏตัวขึ้นแล้ว

 

“จี๊ด! เป็นพวกเราที่อ่อนแอ หรือพวกแกกันแน่!” องครักษ์หนูขาวส่งเสียงเย็นชาออกมา ทำให้คนที่รับภารกิจมา 3 คนชะงักไป พวกมันไม่คุ้นกับเสียงแหลมเล็กนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ก่อนที่พวกมันจะได้ทำอะไร ตอนนั้นเองเสียง “ฟวับ!” ก็ดังขึ้น พร้อมกับขาทั้งสองข้างของหนึ่งในสมาชิกขาดออกโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

 

“อ๊ะ อะ อะไร!” มันตะโกนออกมาสุดเสียง มองดูร่างทั้งร่างที่กำลังล้มลงและขาที่แยกออกจากกัน อ้าปากค้างด้วยความตกใจ

 

“จี๊ด! ร่างกายอ่อนนุ่มเหมือนเต้าหู้ไม่มีผิด กลับทำตัวว่ายิ่งใหญ่” 

            

แม้ว่าพวกคนชั่วจะไม่รู้ว่าเต้าหู้คือสิ่งใด ทว่า...พวกมันก็รู้แล้วว่าสัตว์ประหลาดตรงหน้าไม่ใช่พวกอ่อนแอที่ตัวเองจะเล่นด้วยได้ อีกอย่าง...พวกมันพูดภาษามนุษย์ได้ด้วย?

            

เพราะเป็นคนของท่านผู้นำ และเป็นคนของกลุ่มดวงตามาร ทำให้มีความลับหลายอย่างที่พวกมันรู้ รวมทั้ง “ดินแดนนั้น” ก็เป็นสิ่งที่พวกมันรับรู้ด้วยเช่นกัน

            

ที่นั่นได้ยินว่าเป็นเหมือนกับสรวงสวรรค์ มีอาหารให้กินให้ดื่มมากมาย สารพิษก็เข้าไปไม่ถึง และที่สำคัญที่สุด...สัตว์ทั้งหลายก็มีชีวิตชีวา บางชนิดยังมีระดับสูงยิ่งกว่ามนุษย์เสียอีก ดังนั้น...ไม่ใช่ว่าหนูสีทองพวกนี้มาจากสถานที่แห่งนั้นงั้นหรือ?

 

“จี๊ด! พวกแกอยากจะให้ข้อมูล หรืออยากจะให้ชีวิต” หนูสีทองไม่ให้โอกาสพวกมันได้คิดมากนัก ยื่นมือออกไปเตรียมจะส่งมีดสีทองอีกครั้ง

            

หากพวกมันยอมบอกข้อมูล เช่นนั้นก็ยังอยู่เป็นทาสของพวกมันได้ แต่ถ้าไม่...นั่นก็คงจะเหลือแค่ความตายเท่านั้นแล้วที่จะมอบให้

 

“ขะ ข้อมูล ข้อมูลอะไร” เนื่องจากความหวาดกลัวที่มีต่อสิ่งที่ไม่เคยรู้จัก คนที่ถูกส่งมาจึงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

 

“จี๊ด!” องครักษ์หนูทองน้อยไม่สนใจจะอธิบาย ขยับมือครั้งเดียวก็สามารถปล่อยคมมีดสีทองออกมาได้แล้ว ตัดแขนของชายผู้นั้นไปหนึ่งข้าง และมันก็จับจ้องไปยังแขนอีกข้างด้วยสายตาข่มขู่

 

“พะ พูดแล้ว พูดทุกอย่างแล้ว! ยะ อย่า อย่าเพิ่งทำ อย่าเพิ่ง!” คนที่เพิ่งถูกตัดแขนไปส่งเสียงร้องโอดโอย แม้ว่าการเข้าร่วมกลุ่มดวงตามารของมันจะเป็นการต้องการทำลายล้างมนุษย์ชาติทั้งหมด แต่ความจริงแล้ว...นี่เป็นเพราะความโกรธแค้นของตัวมันเองก่อนที่จะเข้าร่วมกลุ่ม ไม่ได้หมายความว่ามันต้องการจะตายไปด้วย

            

แน่นอนว่าคนหนึ่งคิดเช่นนี้ ไม่ได้แปลว่าอีกสองคนคิดเหมือนกัน ชายที่ถูกตัดขาไปแล้วกัดฟันกรอด อย่างไรในสายตาของมัน...หนูตัวจ้อยพวกนี้ก็ยังคงเป็นหนูตัวจ้อยอยู่วันยันค่ำ ต่อให้จะเปลี่ยนเป็นสีทอง มีพลังแปลกๆออกมา ก็ไม่ได้มากมายไปกว่าพลังงานที่มันมีเลย

            

ใช่แล้ว! จะต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ อย่างมากการวิวัฒนาการก็ไม่ควรจะทำให้มันเปลี่ยนไปมากนัก!  คิดได้ดังนั้น คนก็แอบรวบรวมพลังงานของตนเองเอาไว้ ตั้งใจจะระเบิดตัวเองไปพร้อมๆกับหนูขาวที่แปลกประหลาดพวกนี้!

 

“จี๊ด!” องครักษ์หนูทองไม่ได้โง่เช่นกัน แม้ว่าพวกพ้องของมันจะกำลังข่มขู่ให้ศัตรูเปิดเผยข้อมูล องครักษ์ตัวอื่นๆก็ไม่ได้ประมาท มันคอยตรวจสอบการเคลื่อนไหวของอีก 2 คนอยู่แล้ว

            

ต้องรู้ว่าพวกที่คิดจะมาจับหนูขาวไปเป็นสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ แท้จริงแล้วได้รับคำสั่งมาจาก “ผู้นำ” ซึ่งอาจจะหมายถึงผู้นำของกองทัพ หรือผู้นำของกลุ่มดวงตามารก็ช่าง แต่ไม่ว่าจะเป็นทางไหน...พวกมันจะต้องไม่ใช่พวกระดับต่ำเกินไป

            

จริงอยู่ที่คนเหล่านี้ดูแคลนหนูขาวมาก เนื่องจากเป็นสัตว์กลายพันธุ์ระดับต่ำ กระนั้น...ก็ไม่ได้ส่งพวกที่ระดับต่ำเกินกว่าจะควบคุมหนูขาวให้หมดจรดได้

            

ทันทีที่อีกฝ่ายขยับเพียงเล็กน้อย องครักษ์หนูทองก็ส่งใบมีดเข้าไปที่ลำคอของมันทันที ส่งผลให้พลังงานที่รวบรวมมาเตรียมการระเบิดครั้งใหญ่เกิดรูรั่ว ถึงอย่างนั้น...ความตั้งใจของมันก็ยังสำเร็จอยู่ดี

            

ตู้ม!!

            

พลังงานที่สะสมมาได้เล็กน้อยระเบิดออกมา หากหนูทองเหล่านั้นไม่ได้เตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว คนอีกสองคนน่าจะต้องถูกระเบิดไปด้วยแน่ ดีที่พวกมันเคลื่อนไหวเร็ว เพียงใช้แขนเดียวก็ขว้างคนทั้งสองออกไป พ้นรัศมีการระเบิดนั้นได้ หากแต่เสียงระเบิดก่อนหน้านี้ไม่ได้เบาเลย ทั้งพื้นที่นี้ก็เป็นพื้นที่เกือบชายขอบ สุดท้ายแล้วนักล่าที่มารวบรวมทรัพยากรหลายคนก็ได้ยินเสียงนี้เข้า ถึงจะไม่มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีใครไม่ได้รับความเดือดร้อนที่นี่

 

“จี๊ด” ทั้งสองพยักหน้าให้กันก่อนจะโยนร่างมนุษย์ที่เหลือรอดเข้าไปในมิติฟาร์ม อย่างไรก็ยังต้องการข้อมูลให้เจ้านายอยู่ อีกอย่าง...มนุษย์สองคนนี้จะตายเมื่อไรก็ได้ทั้งนั้น พวกมันไม่หลงเหลือความน่ากลัวอีกแล้ว

            

ถึงอย่างนั้น เพื่อไม่ให้เจ้านายที่แท้จริงของพวกมันรู้ตัวว่าถูกจับตัวไปทั้งเป็น พวกมันจึงเลือกที่จะทิ้งอวัยวะเล็กๆน้อยๆไว้ด้านหลัง ทำให้ดูว่าเพิ่งผ่านการต่อสู้อย่างหนักมา และแน่นอนว่าพวกมันไม่มีทางแสดงให้เห็นว่าเป็นพวกมันเองที่ลงมือ

            

เจ้านายได้บอกไว้แล้ว ถ้าแสดงตัวว่าแข็งแกร่งเกินไป ในพื้นที่หนูขาวกลายพันธุ์เช่นนี้ สุดท้ายเมื่อสมดุลถูกทำลาย พวกระดับสูงจะต้องส่งคนมาจัดการแน่ ราชาหนูทองอพยพสมาชิกมาอยู่ชายขอบอาณาเขตก็เพื่อไม่ให้เกิดปัญหามากนัก หากพวกมันทิ้งร่องรอยว่าหนูขาวสามารถจำกัดพวกทหารของผู้นำได้ไว้ข้างหลัง เชื่อได้เลยว่าหลังจากนี้...พวกที่ถูกส่งมาจะเป็นพวกที่อันตรายมากไปกว่าเดิมอีก

            

ในตอนที่ซูหยวนยังไม่รู้เรื่องราวใดๆ ตอนนี้พวกหนูทองก็จัดการปัญหาใหญ่ให้เธอแล้ว

            

พวกมันสอบสวนทั้งสองที่ถูกย้ายไปไว้ในมิติจนได้ใจความสำคัญมา ปรากฏว่าผู้นำที่พวกมันพูดถึงก็คือผู้นำที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพ ทั้งยังเป็นผู้นำคนสำคัญของกลุ่มดวงตามารด้วย แน่นอนว่าระดับของพวกมันย่อมไม่รู้ว่าผู้นำที่พูดถึงนั้นเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้พวกมันให้ข้อมูลสำคัญมาว่า...ร้านขายยาแห่งหนึ่ง แท้จริงแล้วเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สำคัญของกลุ่มดวงตามาร และนั่นกลายเป็นข้อความที่ทำให้ซูหยวนต้องไปตรวจสอบด้วยตัวเอง

            

เธอกับกลุ่มดวงตามารอยู่ร่วมกันไม่ได้อยู่แล้ว ทว่าปัญหาก็คือ...ก่อนที่กลุ่มดวงตามารจะถูกทำลายทั้งหมด เธอต้องการวิธีการสร้างแท่นพลังงานของพวกมัน รวมทั้งทรัพยากรทั้งหมดที่พวกมันครอบครองอยู่ด้วย

            

แทนที่จะปล่อยให้เสียเปล่าไปกับการทำลายล้าง เช่นนั้น...สู้ค่อยๆริบรอม เก็บผลประโยชน์ไปก่อนไม่ดีกว่าหรือ?

            

ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นแผนการในอนาคต เวลานี้คงมีแค่กลุ่มดวงตามารเท่านั้นที่เริ่มรับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ!

            

ไม่ว่าพวกมันจะส่งใครไปลงมือ กระทั่งจ้างวานพวกนักฆ่าระดับสูงให้จัดการกับอันซูหยวนคนนั้น ทุกคนล้วนแล้วแต่ทำภารกิจล้มเหลวทั้งหมด นี่...เป็นไปได้ด้วยหรือ? 

            

ความแข็งแกร่งของเด็กคนนั้นเป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมทุกครั้งล้วนแต่เกิดเรื่องผิดพลาด

 

“ท่านผู้นำ หรือว่า....พวกเราควรจะต้องลงมือขั้นเด็ดขาด ส่งคนระดับสูงไปจัดการให้สิ้นซากเลยดีกว่าไหม เด็กคนนั้นยิ่งปล่อยเอาไว้ก็ยิ่งเติบโต บางที...มันอาจจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้แผนการของพวกเราล้มเหลวไม่เป็นท่า!”

            

ชายคนหนึ่งไว้หนวดเครายาวรุงรังกล่าวขึ้นมา ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์หลังจากรู้ว่าภารกิจง่ายๆอย่างการให้ไปจับหนูขาวเพื่อมาเลี้ยงก็ยังไม่สำเร็จ อีกอย่าง...ภารกิจนี้เป็นตัวเขาที่รับอาสาเองตั้งแต่แรก พอภารกิจไม่สำเร็จแล้วคนอื่นๆในกลุ่มดวงตามารรู้เข้า กลับกลายเป็นสร้างความอับอายให้ตัวเองแทน แบบนี้เขาจะยอมรับได้อย่างไร

            

คนเป็นผู้นำที่นั่งตรวจสอบเอกสารเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายเล็กน้อย ในสายตาของเขา...เด็กอันซูหยวนนั่นไม่ได้มีอะไรให้ต้องสนใจนัก เรื่องการจับหนูขาวเพื่อมาทดสอบก็เป็นความคิดชั่วคราว ไม่ได้ตั้งใจจริงว่าจะต้องทำให้สำเร็จเหมือนเธอ ก็แค่อยากตรวจสอบอะไรบางอย่างเท่านั้น

            

แล้วตอนนี้...เขาก็ได้รับการยืนยันแล้ว

 

“ไม่จำเป็น” เห็นคนเป็นผู้นำโบกมือ ชายผู้ไว้หนวดเคราก็ไม่อยากยอมรับ ตัวเขาอุตส่าห์มาที่นี่ก่อนเพื่อขอร้องให้ผู้นำอนุญาตให้กลุ่มของเขาลงมืออย่างเต็มตัว แต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่ทันให้เห็นผล

 

“ท่านผู้นำ เรื่องนี้ฉัน....”

 

“ออกไปได้แล้ว อย่าทำอะไรโดยพลการ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” คนพูดโดยไม่มองหน้า ไม่ใส่ใจชายที่กำลังโกรธอยู่ด้วยซ้ำ เมื่อเขาพูดจบ คนของผู้นำก็ออกมาเพื่อเชิญเจ้าตัวออกไป ถึงขนาดนี้...ต่อให้ไม่อยากไปก็มีแต่ต้องไปเท่านั้น

 

…………………………………….