บทที่ 352 ภารกิจด่วนพิเศษ (อ่านฟรี 21 ก.พ. 69)
บทที่ 352 ภารกิจด่วนพิเศษ (อ่านฟรี 21 ก.พ. 69)
บทที่ 352 ภารกิจด่วนพิเศษ
ไม่มีใครรู้ว่านี่เป็นความตั้งใจของใครหรือเป็นแค่เรื่องบังเอิญ หลังจากที่การศึกษาเรื่องหุ่นรบอินทรีย์มีแนวทางไปต่อได้แล้ว หลังจากที่ซูหยวนให้ความเห็นไปแค่ 2 วันเท่านั้น เธอก็ถูกเรียกตัวอย่างกะทันหันเพื่อไปทำภารกิจพิเศษเสียแล้ว
อย่างที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ อันซูหยวนในฐานะทหารพิเศษไม่จำเป็นต้องทำภารกิจของทหารทั่วไป ดังนั้นต่อให้อาจารย์เติ้งรับภารกิจสำคัญมาก หากเขามาถามซูหยวนแล้วเธอไม่เห็นชอบก็ไม่จำเป็นต้องไปทำงานนี้กับอาจารย์ ยิ่งตอนนี้เธอเป็นถึงจ่าสิบเอกของกองทัพ ตำแหน่งนี้ไม่ได้ถือว่าอยู่ในระดับต่ำแล้ว ดังนั้นย่อมมีสิทธิเลือกในการทำภารกิจมากกว่าเดิม
ทว่า...ตราบเท่าที่เป็นภารกิจพิเศษที่ทางกองกำลังพิเศษรับมา ถึงจะไม่ระบุไว้ว่าห้ามปฏิเสธ แต่ด้วยธรรมเนียมแล้ว ปกติจะไม่ปฏิเสธกันทั้งนั้น เพราะถ้าไม่ใช่ภารกิจเร่งด่วนหรือภารกิจที่คนอื่นทำไม่ได้ จะไม่มีภารกิจพิเศษชนิดบังคับเช่นนี้ออกมา
ไม่ใช่แค่ซูหยวนเท่านั้นที่ถูกเรียกตัวไปช่วย กระทั่งพลทหารพิเศษอื่นๆก็ยังถูกเรียกมาด้วยกัน นอกจากคนที่ติดภารกิจอื่นๆ เวลานี้กองกำลังพิเศษแทบจะทั้งหมดได้รวมตัวกันอยู่ในที่แห่งนี้แล้ว
ซูหยวนไม่ใช่คนสุดท้ายแต่ก็ไม่ใช่คนแรกที่มาถึง อย่างไรก็ตาม...เมื่อหญิงสาวเดินเข้ามา รุ่นพี่ทหารพิเศษมากมายอยู่ก่อนแล้ว พวกเขาหลายคนเคยเห็นซูหยวน แต่หลายคนก็ไม่เคยเจอมาก่อน ดังนั้นย่อมต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา
“รุ่นน้องพลทหารพิเศษ?”
“โอ้ รุ่นน้องที่น่ารักของพวกเรางั้นหรือ?”
“นี่ก็คือรุ่นน้องอันซูหยวนที่ทุกคนพูดถึงใช่ไหม มิน่าล่ะ เพราะดูเป็นเด็กดีแบบนี้ ทุกคนถึงได้อยากจะรับภารกิจไปทำกับเธอตลอดน่ะ!”
“เหอ เหอ เหอ ทำภารกิจกับรุ่นน้องมีแต่เรื่องน่าสนุก ทำภารกิจกับพวกแกมีแต่เรื่องบ้าๆ”
“โอ้โห พูดเหมือนพวกเราอยากทำภารกิจกับรุ่นพี่อย่างนั้นแหละ” พูดกันไม่กี่คำ พวกเขาก็เริ่มโต้เถียงกันแล้ว ความครื้นเครงและสนิทสนมเช่นนี้หาไม่ได้จากที่ไหนอีกยกเว้นกองกำลังพิเศษนี้ อาจจะเพราะพวกเขามีความเชื่อใจกันเต็มเปี่ยม ไม่ใช่แค่เรื่องความสามารถเท่านั้น แต่เชื่อกระทั่งว่าในบรรดาของพวกเขาไม่มีทางมีสายของคนอื่นเข้ามาแน่นอน นี่ก็เพราะในบรรดาพวกเขา มีหลายคนที่ตรวจสอบความจริงใจของผู้อื่นได้ เว้นแต่ว่าผู้ตรวจสอบทั้งหมดนั้นหักหลังพวกเขาไปแล้ว...
“สวัสดีค่ะรุ่นพี่ทุกคน” ซูหยวนกล่าวทักทายด้วยประโยคเดียว ยังก้มหัวเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพด้วย
เห็นเธอรู้ความแบบนี้ รุ่นพี่หลายคนที่ไม่ได้แสดงออกมากนักก็พยักหน้าพอใจ ต้องบอกว่าพลทหารพิเศษที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดจะต้องมีบุคลิกที่แปลกประหลาด บางคนน่าคบหา บางคนก็ไม่น่าคบมากนัก หากรุ่นน้องที่เข้ามาใหม่เป็นตัวก่อปัญหา พวกเขาคงจะต้องวุ่นวายกันอีกพักใหญ่เพื่อปรับตัวหรือไม่ก็สั่งสอนให้หลาบจำ
ก่อนหน้านี้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว จำได้ว่ามีรุ่นน้องสองคนถูกชักชวนให้เข้ากองกำลังพิเศษ อย่างไรก็ตาม...สองคนนั้นแปลกประหลาดไม่น้อย คนหนึ่งเป็นพวกคลั่งไคล้พืชกลายพันธุ์ กระทั่งพาพวกมันเข้ามากินนอนอยู่ด้วย หลายครั้งแล้วที่เกือบจะตายเพราะถูกเถาวัลย์กลายพันธุ์รัดคอแล้วกินเป็นอาหาร
หากอีกฝ่ายตายตัวคนเดียวก็ช่างเถอะ แต่เจ้านั่นกลับไม่มีลิมิตเอาเสียเลย ไม่เพียงแค่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนเท่านั้น ยังนำเอาพืชกลายพันธุ์ที่เป็นพิษเข้ามาในห้องทำงาน เช้าวันต่อมามีรุ่นพี่ทหารพิเศษหลายคนถูกเถาวัลย์รัดแน่นห้อยหัวโตงเตง ทำเอาพวกเขาไม่พอใจกันเลยทีเดียว
ดังนั้นเพื่อสั่งสอนอีกฝ่าย จึงได้หาพืชกลายพันธุ์ที่ดุร้ายมา จากนั้นก็บังคับให้พืชกลายพันธุ์ไล่กัดเจ้ารุ่นน้องจนกางเกงขาดไปหลายตัว หากเป็นพืชกลายพันธุ์ตัวเมียก็ไม่เท่าไร ทว่า...ที่รุ่นพี่ทหารพิเศษพามากลับเป็นพืชกลายพันธุ์ตัวผู้ ดังนั้นรุ่นน้องคนนั้นย่อมรู้สึกอับอายเป็นที่สุด เขานอนร้องไห้ไปหลายวัน แล้วยังสาบานกับพวกรุ่นพี่ว่าจะไม่เอาพืชกลายพันธุ์มาที่ห้องทำงานอีก
ไม่รู้ว่าที่ไม่ยอมเอามาก็เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ หรือแท้จริงแล้วกลายเป็นปมฝังใจไปแล้วก็ไม่ทราบได้
ส่วนรุ่นน้องอีกคนก็เพี้ยนไม่แพ้กัน เพราะมีความสามารถในการพรางตัว ตอนที่ออกไปทำภารกิจกลับใช้ความสามารถในการพรางตัวได้ดีเกินไป ทำเอารุ่นพี่ทหารพิเศษที่ไปทำภารกิจด้วยหาตัวไม่พบ แทนที่จะทำภารกิจเสร็จใน 1 วัน กลับต้องใช้เวลาอีก 3 วันเพื่อตามหา สุดท้ายเมื่อผ่านไปสามวันยังไม่พบก็คิดว่าตกตายไปเสียแล้ว ทว่าหลังกลับมาที่ฐาน พบว่าอีกฝ่ายเดินตามหลังตนเองมาตลอด
เรื่องนี้ทำให้พวกรุ่นพี่หัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก สุดท้ายรุ่นพี่อีกกลับแก้เผ็ดด้วยการทำเป็นไม่เห็นเจ้าตัว หลังจากนั้นก็แก้ผ้าฉี่ใส่จนเจ้าตัวตกใจ หลังจากนั้นก็พยายามปรับตัว จากที่เคยซ่อนตัวเงียบๆ จะต้องทำสัญลักษณ์บางอย่างให้พวกรุ่นพี่รู้อยู่เสมอ หรือไม่...หลังทำภารกิจสำเร็จ เขาก็ต้องไม่ลืมที่จะออกจากโหมดพรางตัวด้วย
แน่นอนว่าประสบการณ์เหล่านี้ไม่ได้มีแค่ครั้งเดียวหรือรุ่นน้องสองคนที่ก่อเรื่องเท่านั้น แต่รุ่นพี่ทั้งหลายเข็ดขยาดเสียแล้วเวลาที่ได้ข่าวว่ามีรุ่นน้องใหม่เข้ามา กลัวว่าถ้านอนๆอยู่จะมีเถาวัลย์มารัดคออีก
ยิ่งได้ยินว่ารุ่นน้องใหม่นี้เป็นเด็กสาวคนหนึ่ง แถมยังมีความสามารถในการควบคุมหนูขาวเป็นอย่างมาก ภาพที่รุ่นพี่มากมายคิดก็คือภาพที่รุ่นน้องนอนกอดหนูขาว จากนั้นก็ส่งหนูขาวมานอนเป็นเพื่อนตนเองเหมือนที่เคยเจอ
หากซูหยวนมาที่ฐานในช่วงแรกๆ เธออาจจะค้นพบว่าที่ฐานแห่งนี้เต็มไปด้วยความเงียบงัน เพราะรุ่นพี่ของกองกำลังพิเศษไม่มีใครกล้ามานอนค้างที่ฐานสักคนเดียว
โชคดีที่มีรุ่นพี่ใจกล้าไม่กี่คนเคยทำภารกิจร่วมกับเธอแล้ว ดังนั้นจึงเป็นพยานให้ได้ว่ารุ่นน้องคนนี้เป็นคนปกติแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ นี่จึงเป็นเหตุผลให้พวกรุ่นพี่คนอื่นๆแย่งกันไปทำภารกิจกับเธอ หวังพิเศษว่า “ปกติ” ที่หมายถึงนี้ ปกติจริงๆ หรือปกติสำหรับทหารพิเศษเล้ว...
เอาเถอะ พูดถึงเรื่องที่ผ่านมาก็เป็นแค่เรื่องที่ผ่านมาแล้วเท่านั้น เวลานี้ทุกคนได้เห็นกับตาแล้วว่าอันซูหยวนปกติจริงๆ ดังนั้นพวกเขาก็เบาใจ
“ทุกคนมาพร้อมหรือยัง ใครยังไม่มาก็ค่อยรอฟังข้อมูลจากเพื่อนๆก็แล้วกันนะ” ผู้มาใหม่เปิดประตูกว้าง เมื่อเขาเดินเข้ามา ทหารพิเศษหลายคนที่รออยู่ก่อนแล้วก็พยักหน้ารับกันเป็นแถว ซูหยวนเองก็เช่นเดียวกัน นั่นก็เพราะชายที่ดูง่วงนอนตลอดเวลาคนนี้ แท้จริงแล้วคือหัวหน้าหน่วยพิเศษของพวกเขาเอง
สายตาของหัวหน้ามองไปรอบห้องอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเห็นว่าในบรรดาทหารพิเศษยังมีเด็กใหม่อย่างอันซูหยวนอยู่ด้วย เขาพยักหน้าให้เธอแทนการทักทาย และไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก เพราะตัวเองก็มีงานอีกมากต้องไปจัดการ
สำหรับทหารพิเศษ ดูเหมือนภารกิจของพวกเขาจะง่ายดายมาก ทว่า...สำหรับหัวหน้าที่ต้องเข้าประชุมไม่เว้นวัน แถมยังต้องแจกแจงภารกิจแล้วก็สู้ยิบตากับพวกเห็นแก่ตัวที่อยากจะเอาทุกอย่างโยนมาให้ทหารพิเศษทำ เล่นเอาคนที่ชอบนอนแทบไม่ได้นอน
เรี่ยวแรงของเขาจากที่เคยฟิตเฟิร์ม เวลานี้กลับแห้งเหือดจนเหมือนทะเลทรายไปแล้ว...
“ภารกิจครั้งนี้ก็คือการไปที่ดินแดนนั้น...” คนพูดก่อนจะฉายภาพขึ้นหน้าจอ
ทันทีที่ทหารพิเศษได้ยินคำว่า “ดินแดนนั้น” ดวงตาของพวกเขาก็มีประกายบางอย่าง หลายคนชื่นชอบ แต่หลายคนกลับไม่พอใจมากนัก
“หัวหน้า ขอถามว่าภารกิจนี้ปฏิเสธเข้าร่วมได้ไหม” ยังไม่ทันเริ่มอธิบายรายละเอียด พลทหารพิเศษคนหนึ่งกลับยกมือขึ้นถามทันที สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย
“............ก็ได้” อีกฝ่ายตอบกลับด้วยเสียงราบเรียบ ทว่าก่อนที่จะได้ดีใจ เสียงของคนเป็นหัวหน้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“แต่ถ้าไม่เข้าร่วมภารกิจครั้งนี้ ยังมีภารกิจแฝงตัวที่รออยู่”
“โห่!!” เสียงโห่ร้องของพวกทหารพิเศษดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทั้งหมด
ถ้าให้พวกเขาเลือก สู้เลือกทำภารกิจที่น่าเบื่อแต่มีระยะเวลาสั้นนี้ดีกว่า ดังนั้น...ไม่น่าแปลกใจเลยที่ภารกิจนี้จะไม่มีใครถอนตัวอีก
“ถ้าพร้อมแล้วก็ฟังเนื้อหาได้ ฉันไม่มีเวลามาเล่นด้วยมากหรอกนะ” คนเป็นหัวหน้าก็ดูจะรู้ดีว่านิสัยของพวกลูกน้องเป็นอย่างไร หลังจากโบกมือครั้งหนึ่งเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบ ก็กลับเข้าสู่โหมดจริงจังอีกครั้ง
“ภารกิจครั้งนี้เป็นภารกิจที่ดินแดนนั้น เนื่องจากได้ข้อมูลจากคนที่ประจำการเขตแดนว่ามีการต่อสู้ของเผ่าจิ้งจอกสองสามตนและทำให้เขตบาเรียถูกทำลาย หน้าที่ของพวกเราก็คือไปที่นั่นเพื่อซ่อมแซมมันให้ดี”
“อีกแล้วสินะ ซ่อมบาเรียอีกแล้ว น่าเบื่อเป็นบ้า”
“หัวหน้า ภารกิจครั้งนี้ยังต้องไปหาซื้อบาเรียจากพวกมันอีกไหม? ถ้าต้องไปหาซื้อที่นั่นอีก พวกเราขอส่งรุ่นน้องไปได้ไหม” เสียงของทหารพิเศษคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะหันขวับมามองเธอ
“ถูกต้องเลยหัวหน้า ให้รุ่นน้องไปที่ดินแดนนั้นสิ รุ่นน้องของพวกเรายังไม่เคยไปเลยนะ”
“ใช่ๆ ต้องให้รุ่นน้องได้เปิดหูเปิดตาบ้าง ฮี่ๆ” เสียงหัวเราะของพวกเขาไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด ซูหยวนที่ยังไม่มีข้อมูลมากนัก ทว่าคำว่า “ดินแดนนั้น” ไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน
ซูหยวนจำได้ว่าตนเองเคยได้ยินคำพูดนี้จากประธานจางมาก่อนแล้ว เรื่องผักผลไม้ปั่นของเธอก็เป็นเขาที่พูดถึงแหล่งที่มาขึ้นมา ทำให้ไม่เสี่ยงต่อการเปิดเผยเรื่องฟาร์มของเธอ ดังนั้น...แม้ว่าพวกรุ่นพี่เหล่านี้จะไม่ค่อยน่าวางใจนัก แต่ถ้าพวกเขายอมให้เธอทำได้ แม้แต่ทหารพิเศษรุ่ยก็ยังไม่พูดอะไร นี่ก็คงจะไม่ใช่เรื่องอันตรายเกินมือของเธอ
“ให้ฉันลองทำก็ได้ค่ะ”
“โอ้! เป็นรุ่นน้องที่ดีจริงๆ”
“เอาล่ะ รุ่นพี่คนนี้จะมอบพืชกลายพันธุ์ให้รุ่นน้องเป็นของขวัญสองต้นนะ”
“ใช่แล้ว พวกเราก็จะมอบของขวัญให้รุ่นน้องเหมือนกัน”
“ไม่ต้องพูดไร้สาระ ของพวกนั้นไม่ใช่ที่รุ่นน้องอันชอบ ใครอยากให้ของขวัญก็โยนเครดิตออกไปก็พอแล้ว”
“โอ้! เครดิตไร้ค่าพวกนี้เป็นสิ่งที่รุ่นน้องชอบหรือ? ถือว่าความชอบของรุ่นน้องอันปกติที่สุดในหมู่พวกเราเลยสินะ”
“เหอะ! พูดให้ถูกก็มีแต่แกนั่นแหละที่มีความชอบผิดปกติ คนอื่นยังมีความชอบที่รับมือได้อยู่”
“อะไรกัน ก็แค่ชอบสะสมไส้ของศัตรูมันผิดตรงไหน”
“แหวะ น่ารังเกียจ ยังจะกล้าพูดอีกนะ!” หลังจากพูดดีกันได้ไม่กี่ประโยค พวกรุ่นพี่ก็เริ่มตีกันอีกครั้ง คราวนี้ซูหยวนกระทั่งเห็นคนเปิดเสื้อของตนเอง แสดงให้เห็นไส้ตากแห้งมากมายรอบเอวที่ห้อยไปมาอยู่
ช่าง...เป็นความชอบที่แปลกประหลาดจริงๆนั่นแหละ ถ้าอย่างนั้น...สิ่งที่เธอชอบอย่างเงินตราก็คงถือเป็นเรื่องปกติแล้ว
“ดี ในเมื่อพลทหารพิเศษอันรับอาสา เช่นนั้นก็พูดถึงภารกิจสำคัญนี้ให้พลทหารพิเศษอันเข้าใจก่อนก็แล้วกัน”
“พวกเราไปเลยได้ไหม หัวหน้า?”
“นั่นน่ะสิ ภารกิจซ่อมบาเรียก็เป็นแบบนี้มาตลอด สองสามปีซ่อมที พวกมันจงใจหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“อยากจะไปไหนก็ไป แต่อีก 5 วันให้มาเจอกันที่นี่ด้วย อย่าลืมว่าสามารถสละสิทธิเข้าร่วมภารกิจนี้ได้ แต่...เตรียมตัวทำภารกิจสำรองได้เลย” เมื่อได้ยินแบบนั้น สีหน้าของแต่ละคนก็ยู่ยี่จนน่าเกลียด
หลังจากที่พวกเขาทิ้งท้ายกันคนละสองสามประโยค บางคนตรงมาที่เธอเพื่อโอนเครดิตให้ด้วย นับว่าเป็นรุ่นพี่ที่ใจกว้างกันจริงๆ เพียงไม่นานซูหยวนก็ได้เครดิตมาเกือบสามแสนเครดิตแล้ว
“เอาล่ะอันซูหยวน ก่อนอื่นต้องขอยินดีกับเธอที่ได้เข้าร่วมกับหน่วยประหลาดของพวกเราด้วย”
“.............” เดิมทีคิดว่าจะได้รับการต้อนรับดีๆ สุดท้ายแม้แต่หัวหน้าหน่วยก็ยังพูดถึงทีมตัวเองเช่นนั้น ทำเอาซูหยวนพูดไม่ออกเลย
“นี่เป็นภารกิจแรกที่เธอจะได้มีโอกาสไปที่ดินแดนนั้น อันที่จริง...จะบอกว่ามันเป็นสวรรค์ของมนุษย์ชาติก็ไม่แปลกนัก เพียงแต่...สถานที่นั้นผู้คนไม่ค่อยต้อนรับพวกเราเท่าไร เดี๋ยวเธอเข้าไปก็จะรู้เอง”
“แต่เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ เธอจะต้องเข้าไปซื้อผลึกบาเรียออกมาจากร้านค้าในดินแดนนั้น แน่นอนว่าถ้าทนได้...อยากจะเดินเที่ยวก็ตามใจของเธอเลย ขอเพียงเอาผลึกบาเรียกลับมาให้ได้ก็พอ หลังจากนั้นพวกรุ่นพี่ของเธอจะนำผลึกบาเรียไปเติมยังตำแหน่งต่างๆ ทั้งตรวจสอบว่ามีผลึกบาเรียไหนถูกทำลาย หรือผลึกไหนที่กำลังจะหมดพลังงานแล้ว”
“พูดให้ถูกก็คือ...ความยากของภารกิจนี้ก็คือการไปซื้อผลึกบาเรียกลับมานั่นแหละ” พูดถึงตรงนี้ เขาก็มองหน้าอันซูหยวนด้วยความสงสารคราหนึ่ง
ถึงเธอจะยังไม่รู้สถานการณ์ที่ดินแดนนั้น แต่เมื่อได้ยินได้เห็นท่าทางของพวกรุ่นพี่พวกนี้ เธอก็พอจะเดาได้ว่าการไม่เป็นที่ยอมรับของผู้คนที่นั่น ไม่น่าจะใช่แค่ “ไม่เป็นที่ยอมรับธรรมดาๆ” แน่นอน
“ฉันจะลองพยายามดูค่ะ”
“อืม ดีแล้ว หลังจบภารกิจนี้...ฉันจะขอเครดิตแทนการแต้มทหารให้นะ” ถ้าเป็นคนอื่น เขาคงจะไม่เสนอเช่นนี้ แต่เมื่อได้ยินว่าอันซูหยวนชอบเครดิตมากที่สุด ดังนั้นจึงพูดเหมือนแต้มทหารไม่สำคัญ
หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย คิดอยู่ว่าจะปฏิเสธแล้วเอาแต้มทหารเพื่อเลื่อนตำแหน่งดี หรือว่าจะเอาเครดิตเพิ่มดี สุดท้ายก็ไม่ได้คิดมากอีก การเลื่อนขั้นนั้นทำได้ไม่ยากนัก ทั้งเธอก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะกลายเป็นทหารระดับสูง ดังนั้นเวลานี้รวบรวมเครดิตให้ได้มากที่สุดก่อนก็ดี
“เข้าใจแล้วก็ไปเถอะ อีก 5 วันมาเจอกันที่นี่”
“รับทราบค่ะหัวหน้า” ซูหยวนรับคำก่อนจะแยกย้ายออกมา เธอกำลังตั้งตารอว่าที่ “ดินแดนนั้น” มีอะไรรออยู่กันแน่
………………………..