LNCrawler

บทที่ 355 วิธีวิวัฒนาการ? (อ่านฟรี 24 ก.พ. 69)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 355 วิธีวิวัฒนาการ? (อ่านฟรี 24 ก.พ. 69)

บทที่ 355 วิธีวิวัฒนาการ?

 

เมื่อเจ้านายพาสุนัขปีศาจตัวใหญ่ออกไปแล้ว ราชาหนูทองที่มองดูอยู่ก็โบกมือเรียกองครักษ์คนสนิทของตนเองมา ระหว่างนี้มันรู้ว่าเจ้าเสี่ยวหยินต้องการจะทำอะไร

 

ตอนนี้ตัวมันกลายเป็นราชาสุนัขทมิฬแล้ว มีพวกพ้องให้เรียกใช้งานไม่ต่างกับตนเอง แถมถ้ามองจากผิวเผินแล้ว...เจ้าสุนัขปีศาจนี้ยังมีข้อได้เปรียบที่ใหญ่ของมันด้วย นั่นก็คือ...ตัวมันมีทั้งความเร็วและพลังการโจมตี และอีกอย่างก็คือ...มันสามารถเป็นพาหนะให้เจ้านายได้ด้วย ในขณะที่หนูขาวมีความได้เปรียบคือการหาข่าว มันกลับช่วยเหลือเจ้านายให้ประหยัดเรี่ยวแรงจากการเดินทางได้

            

ด้วยข้อดีเช่นนั้น มันไม่ได้รังเกียจที่จะมีสุนัขทมิฬเป็นเพื่อนร่วมรับใช้เจ้านายคนเดียวกัน ทว่า...ยามสู้กับคนข้างนอก มันกับสุนัขทมิฬสามารถร่วมมือกันได้อย่างดี แต่เมื่อไรก็ตามที่สถานการณ์สงบ มันก็หวังว่าตัวเองจะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่เจ้านายรักที่สุด แน่นอนว่าความคิดนี้ไม่ต่างกันนัก จึงจะมีโอกาสได้เห็นสายตาฟาดฟันของมันและเจ้าสุนัขทมิฬอยู่เสมอ

 

“จี๊ด จี๊ดๆ” เจ้าองครักษ์ตัวใหญ่เข้ามาตามคำเรียก แต่ในสายตาของมันยังมองตำแหน่งที่เจ้านายจากไปด้วย ท่าทางไม่ชอบใจที่เจ้านายเลือกสุนัขทมิฬไปทำงานมากกว่าที่จะพาพวกมันไป

 

“จี๊ด! เจ้าเองก็รู้สึกไม่พอใจใช่ไหม แต่เรื่องนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะต้องยอมรับเท่านั้น เจ้านายไม่ต้องการเปิดเผยการมีอยู่ของพวกเราให้คนในดินแดนอื่นรับรู้ เกรงว่าจะมีเจ้าของฟาร์มคนอื่นอยู่ที่นี่ด้วย แต่ข้าไม่ได้คิดจะยอมแพ้หรอกนะ”

 

“จี๊ด จี๊ด ไม่ยอมแพ้? แต่พวกเราจะทำอะไรได้หรือขอรับ”

 

“หึ ไม่ใช่ว่าเจ้านายสั่งงานมาแล้วหรอ?”

 

“จี๊ด เจ้านายสั่งให้พวกเรารีบสร้างรายได้ให้มากขึ้น แต่ว่า...นั่นเป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว ต่อให้พวกเราสามารถสร้างรายได้เป็นจำนวนมาก มันก็ไม่ได้ทำให้เกิดการชมชอบเพิ่มขึ้นหรอก จี๊ด จี๊ด” เจ้าองครักษ์หนูทองแสดงความคิดเห็นของตนเองออกมา ซึ่งก็ทำให้ราชาหนูทองพยักหน้ารับ

 

“ถูกต้อง เพราะแบบนั้น...ข้าจึงต้องการสั่งงานอื่นให้พวกเจ้า จี๊ด!” ราชาหนูทองพูดอย่างมีแผนการ สายตาของมันจับจ้องไปยัง “โรงผลิตยาพิเศษ” ที่เจ้านายเพิ่งใช้เงินจำนวนมากหาซื้อมา

            

เพราะถูกเรียกไปทำภารกิจกะทันหัน เจ้านายของพวกมันจึงยังไม่ได้จัดการสิ่งต่างๆให้ฟาร์มให้เรียบร้อย ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของโรงผลิตยาพิเศษนี้ยิ่งแล้วใหญ่ กว่าจะผลิตยาพิเศษได้จะต้องมีสมุนไพรเพาะปลูกก่อน ก่อนจะมีสมุนไพรก็ต้องมีเงินจำนวนมากเพื่อซื้อเมล็ด ขั้นตอนเหล่านี้ล้วนต้องใช้เวลาทั้งนั้น ในขณะที่เจ้านายไม่ได้มีเงินมากพอสำหรับการซื้อเมล็ดพันธุ์สมุนไพรเข้ามาในพื้นที่ สุดท้ายจึงได้เลื่อนแผนการนี้ไป

            

ทว่า...ถ้าเจ้านายทำไม่ทัน แล้วพวกมันก็ทำไม่ทันด้วยหรือ? แน่นอนว่าตอนนี้คนที่มีเวลามากที่สุด หากไม่ใช่พวกมันแล้วจะเป็นใครได้อีก

 

“เตรียมพื้นที่สำหรับเพาะปลูก “สมุนไพรสมานแผล” ฉันจะแบ่ง 1 ใน 10 ของรายได้ทั้งหมดเพื่อนำไปซื้อเมล็ดพันธุ์ แล้วก็...ให้หนูทองที่อยู่ในพื้นที่เกาะเยือกแข็งควบคุมการล่าของแมลงกัดกินให้ดี ให้พวกมันเร่งทำเวลาอีกหน่อย เพราะพวกเราต้องการหนังของหมีขาวสุดแกร่งพวกนั้นไปขาย”

            

ถึงการขายทรัพยากรให้ระบบจะเปลี่ยนเป็นเงินได้น้อยกว่าการขายให้ผู้เล่นทั่วไป ทว่าตอนนี้ไม่มีผู้เล่นคนไหนเหลืออยู่ สิ่งที่เจ้านายโยนทิ้งไว้ในตะกร้าให้ผู้เล่นคนอื่นมาซื้อ ก็มีอยู่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น นี่เป็นการทิ้งเอาไว้เพื่อรอ NPC หรือรอให้ตัวละครในเกมที่ถูกตั้งค่ามาซื้อเท่านั้น

            

ของที่เอาไว้ในตะกร้าจึงเป็นของที่จะขายได้ในราคาแพง แต่ครั้งนี้...พวกมันจะวางขายหนังหมีขาวสุดแกร่งลงไปด้วย ซึ่งราคาของมันจะถูกตั้งเอาไว้สูงสุดเหมือนกับของอื่นๆ เพราะไม่ว่าสินค้าจะเป็นอะไรก็ตาม NPC เหล่านั้นมีหน้าที่แค่ซื้อสินค้าไป

            

ที่เหลือ หนังของหมีขาวสุดแกร่งจะถูกเอาไปขายเพื่อแลกเมล็ดพันธุ์สมุนไพร จากนั้นจะได้เริ่มการผลิต “ยาสมานแผลระดับต่ำ” เสียที

            

ไม่ใช่เพราะเป็นการผลิตเพื่อขาย แต่ยาสมานแผลระดับต่ำนี้จะผลิตขึ้นมาเพื่อเตรียมไว้ให้เจ้านายต่างหาก!

            

ไม่เหมือนกับยาที่ถูกปรุงโดยเด็กสาวสกุลเหลียนคนนั้น หรือแม้แต่ผู้ทำยาคนอื่นๆที่โลกภายนอกนั่น ยาสมานแผลของพวกเขาต้องใช้เวลานานกว่าจะทำให้แผลสมานติดกัน แถมสุดท้ายแล้วยังทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้อีกด้วย ทว่า...ยาสมานแผลระดับต่ำนี้ ถึงจะถูกเรียกว่าเป็นยาสมานแผลระดับต่ำ ทว่าก็ยังสามารถรักษาบาดแผลตื้นๆ ความยาวไม่เกิน 5 เซนติเมตรได้ในเวลา 3 วินาที!

            

มันไม่เชื่อหรอกว่าเจ้านายเห็นความสำเร็จนี้แล้วจะไม่พอใจกับผลงานของมันกับฝูงหนูทอง หึ! ตอนนี้ก็แค่ปล่อยให้เจ้าสุนัขทมิฬนั่นได้ใจไปก่อน เดี๋ยวผลสุดท้ายจะได้เห็นดีกันว่าผลงานของใครยอดเยี่ยมที่สุด!!

            

ความคิดของหนูทองเหล่านี้ไม่มีใครรู้นอกจากพวกมันเอง เวลานี้ซูหยวนและสุนัขทมิฬได้ไปถึงที่กองกำลังพิเศษแล้ว เมื่อเห็นว่าอันซูหยวนพาสุนัขทมิฬมาด้วย คิ้วของพลทหารรุ่นพี่หลายคนก็ขมวดมุ่นอย่างประหลาดใจ

            

ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวการมาถึงของสุนัขทมิฬที่ต่างจากสุนัขทมิฬที่เขารู้จักตัวนี้ ทว่าที่หวาดกลัวกลับเป็น...การกลัวว่ารุ่นน้องจะเริ่มมีรสนิยมแปลกๆต่างหาก

 

“เอ่อ รุ่นน้อง...สุนัขตัวนั้น...”

 

“นี่เป็นสุนัขที่ฉันเลี้ยงไว้ค่ะ อยากจะพามาทำความรู้จักกับทุกคนก่อน เพราะในการทำภารกิจนี้ ฉันตั้งใจจะใช้มันในการทำภารกิจแทนพวกหนูขาวค่ะ”

            

เนื่องจากทุกคนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเธอว่าเป็นผู้ควบคุมหนูขาวกลายพันธุ์ได้อย่างยอดเยี่ยม ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าเธอต้องการเอาสุนัขทมิฬมาใช้ในภารกิจแทนหนูขาว ทุกคนก็อดแปลกใจไม่ได้

 

“รุ่นน้อง หนูขาวพวกนั้นมีปัญหาแล้วหรือ?”

 

“เฮ้อ ปกติเคยได้ยินว่าพวกสัตว์กลายพันธุ์เชื่อมากไม่ค่อยได้ พวกมันมีจิตใจผิดแผกเพราะถูกสารพิษเข้าโจมตีระบบประสาท ดังนั้นตอนแรกอาจจะจงรักภักดี เวลาต่อไปก็กลายเป็นศัตรูได้ แต่เพราะรุ่นน้องมีความสามารถมาก กระทั่งควบคุมให้พวกมันทำภารกิจยากๆได้หลายภารกิจ ก็เลยคิดว่าหนูขาวที่รุ่นน้องควบคุมได้จะพิเศษไปกว่าหนูขาวตัวอื่นๆ สุดท้ายแล้วก็ยังมีปัญหาอีกหรือ?” 

 

“รุ่นน้องไม่ต้องเสียใจไป พวกกลายพันธุ์เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว พวกมันถูกทำลายสมองไปแล้ว จดจำเจ้านายตัวเองไม่ได้หรอก ดีเสียอีก...คิดว่าได้เปลี่ยนบรรยากาศไง วันนี้เลี้ยงหนูขาว วันหน้าก็เลี้ยงสุนัขทมิฬได้” 

            

เดิมทีซูหยวนยังคิดว่ารุ่นพี่เหล่านี้จะเป็นกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผู้ร่วมภารกิจกะทันหัน ทว่า...สิ่งที่เธอไม่คิดก็คือ พวกเขาไม่ได้กลัวว่าสุนัขทมิฬจะทำหน้าที่ได้ไม่ดีเท่ากับพวกหนูขาว แต่เป็นการกังวลว่าเธอจะเสียใจกับการต่อต้านของหนูขาวมากกว่า ช่างเป็นรุ่นพี่ที่ใส่ใจเหลือเกิน

            

แน่นอนว่าเธอไม่ได้รู้ความคิดในตอนแรกของพวกเขาเกี่ยวกับการกล่าวหาว่าเธออาจจะมีความชอบที่ผิดปกติเหมือนกัน แต่พอรู้ว่าซูหยวนนำมันมาไม่ใช่เพราะหลงรักสุนัขทมิฬเหมือนรุ่นน้องพลทหารคนอื่น หากแต่เป็นเพราะต้องการนำมาให้พวกเขารู้ตัวล่วงหน้าว่าภารกิจนี้จะต้องทำร่วมกับสุนัขทมิฬไม่ใช่หนูขาว พวกเขาจึงวางใจ

            

ต่อให้จะกังวลการทำภารกิจร่วมกับสุนัขทมิฬที่เพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรกมากเท่าไร ก็ยังเป็นเรื่องดีกว่าที่จะต้องมากังวลว่ารสนิยมของรุ่นน้องเปลี่ยนไปแล้วล่ะนะ...

            

ซูหยวนคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะอธิบายเพื่อไม่ให้พวกรุ่นพี่คิดมากไปกว่านี้

 

“หนูขาวกำลังอยู่ในช่วงวิวัฒนาการค่ะ ดังนั้นจึงพามันมาทำภารกิจด้วยไม่ได้ แต่สุนัขทมิฬเคยทำงานร่วมกับฉันมาหลายครั้งแล้ว มันเองก็ทำงานได้ดีเหมือนกันค่ะ”

 

“โอ้ วิวัฒนาการหรือ?”

 

“หืม? ไม่ใช่มีปัญหาสินะ ดีแล้ว ดีจริงๆ” พวกรุ่นพี่หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะหันมาสนใจสุนัขทมิฬตรงหน้าจริงๆจังๆเสียที

            

รุ่นพี่พลทหารพิเศษคนหนึ่งขยับแว่นใสของตนเองแล้วเดินเข้ามาพร้อมกับมีดผ่าตัด เขาได้ยินว่าหนูขาวของรุ่นน้องกำลังอยู่ในช่วงวิวัฒนาการ แต่...สุนัขทมิฬตรงหน้านี้ ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนจากสุนัขทมิฬธรรมดาๆไปแล้วหรือ?

 

“รุ่นน้อง...รุ่นน้องมีวิธีทำให้สัตว์พวกนี้วิวัฒนาการได้หรือ?” ได้ยินคนถามอย่างนั้น รุ่นพี่พลทหารพิเศษคนอื่นๆก็เริ่มให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ทันที

            

การวิวัฒนาการของสัตว์กลายพันธุ์ พวกเขาเคยได้ยินมาอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยนัก อีกอย่าง...ในดินแดนนั้น  ไม่ใช่พวกมันบอกว่าพวกมันเองก็เป็นสัตว์ที่วิวัฒนาการมาหลายขั้นหรอกหรือ? การที่พวกมันเปลี่ยนจนแทบจะกลายเป็นมนุษย์ ไม่สิ! สิ่งมีชีวิตเหนือมนุษย์ได้มาจากการวิวัฒนาการ ถ้าอย่างนั้น...หากรุ่นน้องทำให้สัตว์เลี้ยงของเธอวิวัฒนาการขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่ารุ่นน้องก็จะสร้างดินแดนสวรรค์เช่นนั้นได้บ้างหรอกหรือ?

 

“ดูสิ นอกจากหนูขาวกำลังวิวัฒนาการแล้ว ในสายตาของฉัน...ถ้าเดาไม่ผิด สุนัขทมิฬตัวนี้ก็ผ่านการวิวัฒนาการมาแล้วใช่ไหม? ปกติสุนัขทมิฬจะไม่ได้มีลักษณะเช่นนี้ แถมดูจากความฉลาดของมันแล้ว ไม่น่าจะเป็นสุนัขกลายพันธุ์ธรรมดาๆ” 

            

ได้ยินแบบนั้น ซูหยวนก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดูเหมือนว่ารุ่นพี่ทหารพิเศษเหล่านี้จะมีความสามารถพิเศษจริงๆ บางที...ถ้าเธอเปิดใช้งานระบบเกมตอนนี้ พวกเขาคงจะรู้ตัวในเวลาไม่กี่วินาทีเลยล่ะ!

 

“ยังอยู่ในช่วงการทดสอบอยู่ค่ะ บางทีถ้ามันสำเร็จ...ฉันอาจจะช่วยสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆวิวัฒนาการได้อีก”

 

“โอ้ หรือว่าอยากจะให้แมลงกัดกินวิวัฒนาการด้วยหรอ?” รุ่นพี่สองสามคนที่เคยไปตรวจสอบพื้นที่แปลงเพาะปลูกและมองเห็นร่องรอยของแมลงกัดกินหยอกล้อขึ้นมา พวกคนที่เคยทำภารกิจกับซูหยวนมาก่อนรู้ดีถึงความสามารถของเธอว่าไม่ใช่ธรรมดา ตอนที่นำสุนัขทมิฬมาด้วย หลายคนยังแสดงออกว่ารู้อยู่แล้วเลยด้วยซ้ำ

 

“หืม? รุ่นน้องเลี้ยงกระทั่งแมลงกัดกินเลยหรอ?”

 

“อ้าว นี่ไม่รู้หรอ? รุ่นน้องน่ะมีสัตว์เลี้ยงไม่น้อยนะ เธอรู้จักวิธีการควบคุมสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้จริงๆ รวมทั้งวิธีที่จะวิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงก็น่าจะทำได้ด้วยนั่นแหละ”

 

“จริงหรือ?” รุ่นพี่ที่ใส่แว่นกระตือรือร้นมากกว่าเดิมอีก เห็นความชมชอบของอีกฝ่ายกำลังถูกกระตุ้น รุ่นพี่ที่อยู่ใกล้ๆสองคนก็เขกหัวอีกฝ่ายอย่างแรงไปหนึ่งที

 

“อย่าคิดทดลองอะไรแปลกๆกับสัตว์เลี้ยงของรุ่นน้องเชียวล่ะ” ได้ยินอย่างนั้น สุนัขทมิฬที่พยายามทำตัวเรียบร้อยว่าง่ายก็ตวัดสายตาไปมอง 

            

หนึ่งคนหนึ่งสุนัขมองหน้ากัน ออร่าแปลกประหลาดเหมือนกับการท้าทายกันได้ถูกเปิดใช้งานขึ้น ทว่ารุ่นพี่พลทหารพิเศษเป็นคนต้องหลบสายตาไปก่อน ไม่ใช่เพราะเขาอยากหลบสายตาไปเอง แต่เป็นรุ่นพี่คนอื่นๆที่กำลังบิดหูของเขาต่างหาก

 

“รุ่นน้องอัน ไอ้นี่มันเป็นพวกบ้าคลั่งการทดลองน่ะ เอาสัตว์เลี้ยงของรุ่นน้องไปอยู่ห่างๆมันหน่อยเถอะ เดี๋ยวสุดท้ายจะถูกมันกรีดเลือดกรีดเนื้อไปใส่โหลทดลองเอา”

            

ได้ยินแบบนั้น สุนัขทมิฬก็ปากกระตุก มันไม่ได้กระตุกเพราะกลัวคนตรงหน้า หากแต่กระตุกเพราะกำลังข่มกลั้นความอดทนของตนเองอยู่ต่างหาก

            

ทั้งๆที่มันสาบานว่าจะเป็นเด็กดียิ่งกว่าหนูขาวพวกนั้น ทั้งๆที่มันบอกว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีที่สุด เชื่อฟังที่สุด ทำประโยชน์ได้มากที่สุด แต่เวลานี้...หัวใจของมันกลับบีบรัดแน่น นึกอยากจะกระโจนเข้าไปกัดคอของไอ้คนที่กล้ามองมันด้วยสายตาหิวกระหายคนนั้นเสียแล้ว

            

หากมันไม่ใช่เพื่อนร่วมภารกิจของเจ้านายล่ะก็...สุนัขทมิฬที่ยิ่งใหญ่อย่างมันจะไม่เก็บอีกฝ่ายไว้เน่!!

 

“เจ้าหมาตัวนี้ก็ใจร้อนไม่เบาเลยนะ” รุ่นพี่คนหนึ่งที่กำลังอุ้มแมงมุมแปดตาเหมือนกับคนรักเดินเข้ามาใกล้ สายตาของเขามีประกายบางอย่างวิบวับ สำหรับสุนัขทมิฬแล้ว สายตาเช่นนี้ดูน่ารังเกียจยิ่งกว่าสายตาของไอ้คนใส่แว่นเสียอีก

 

“ฮูม....” เจ้าสุนัขทมิฬอดไม่ได้ที่จะคำรามส่งเสียงในลำคอ ดูท่าใกล้จะระเบิดอารมณ์เต็มทนแล้ว

 

“วันนี้เป็นวันรวมพวกตัวประหลาดรึไงเนี่ย เฮ้อ รุ่นน้อง...พาเจ้าสุนัขทมิฬไปพักในห้องรับรองเถอะ ที่นั่นมีชื่อของรุ่นน้องติดอยู่แล้ว พวกเราทหารพิเศษจะมีห้องพักส่วนตัวในฐานด้วย พยายามอย่าออกมาช่วงนี้เลย รอให้พวกประหลาดนี้ออกไปทำภารกิจข้างนอกก่อนเถอะ”

            

รุ่นพี่คนหนึ่งก้าวออกมาเพื่อจัดการปัญหานี้ เขาห้ามแค่เจ้าแว่นบ้าการทดลองก็ยังพอทน เวลานี้ยังมาเจอรุ่นน้องที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสัตว์กลายพันธุ์อีก แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว...

 

“ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอไปพักก่อนนะคะ” ซูหยวนไม่คิดปฏิเสธอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงเสี่ยวหยินที่จะรู้สึกแปลกประหลาดกับสายตาของคนมาใหม่ แม้แต่เธอเองก็ยังรู้สึกขนลุกซู่เลย

            

รุ่นพี่พลทหารพิเศษคนนี้...คงไม่พ้นเป็นพลทหารที่เพิ่งเข้ามาเมื่อ 3-4 ปีก่อน ได้ยินว่าเขาทำให้รุ่นพี่ที่ฐานเกือบจะถูกพวกสัตว์กลายพันธุ์ปลุกปล้ำเลยด้วย...

            

ช่างเป็นคนที่น่ากลัวจริงๆ

            

ด้านหลังของเธอ รุ่นพี่ที่อุ้มแมงมุมแปดตายังคงมองร่างของสุนัขทมิฬด้วยสายตาร้อนรุ่ม ปากหนาของเขาเม้มแน่น อดไม่ได้ที่จะหลุดพูดออกมา

 

“อยากได้จริงๆ...” 

            

เพี๊ยะ!!

 

“เดี๋ยวเถอะ ถ้าครั้งนี้ล้ำเส้น...พวกเราจะจัดการสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในห้องลับของแกให้หมด จำเอาไว้”

 

“รุ่นพี่รู้เรื่องห้องลับของฉันได้ยังไง!” รุ่นพี่คนนั้นอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำขู่นี้เลย

 

“เหอะ! รู้ได้ไงไม่ต้องสนใจหรอก แค่อย่าให้ฉันรู้ว่าแกสร้างปัญหาให้รุ่นน้องอันก็แล้วกัน....บอกเลยว่าฉันไม่ได้แค่ขู่แน่ ไอ้สัตว์พวกนี้ฉันอยากจะโยนให้รุ่นน้องเอาไปทดลองนานแล้ว”

 

“มะ ไม่นะ ไม่ได้เด็ดขาด! ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก ยังไงก็เป็นรุ่นน้องของฉันเหมือนกัน!” คนว่าแบบนั้นก่อนจะรีบอุ้มแมงมุมแปดตาหนีหายไป นี่สินะที่เรียกว่า “เหนือฟ้า ก็ยังมีฟ้า” ของจริงน่ะ!

 

………………………….