บทที่ 358 ชู้ส (อ่านฟรี 27 ก.พ. 69)
บทที่ 358 ชู้ส (อ่านฟรี 27 ก.พ. 69)
บทที่ 358 ชู้ส
เจ้าสุนัขทมิฬมีข้อดีคือความรวดเร็ว แถมพวกมันยังเดินทางในที่มืดได้อย่างดี ประสาทสัมผัสก็รวดเร็วจนทำให้พวกทหารพิเศษลดความเหนื่อยล้าของตนเองไปไม่น้อย ที่สำคัญที่สุด...แทนที่จะต้องแวะพักขาระหว่างทาง เมื่อใช้พวกสุนัขทมิฬแล้ว พวกเขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องคอยฟื้นพลังอีก
เห็นว่ารุ่นน้องช่วยเหลือกองกำลังได้มากขนาดนี้ รุ่นพี่หลายคนก็กล่าวชื่นชมไม่หยุด แถมยังส่งเครดิตที่ซูหยวนชอบมากมาให้รัวๆ ทำเอาเธอนั่งยิ้มอย่างสบายใจไปตลอดทาง
กระทั่งเริ่มเข้าสู่พื้นที่อันตราย ทหารพิเศษใช้ช่องทางทหารเพื่อเดินทางอย่างปลอดภัยมาตลอด ทว่าในเขต M นี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ค่ายป้องกันของกองทัพสิ้นสุดแค่ต้นทางเขต M เท่านั้น ลึกเข้าไปยังเป็นตำแหน่งที่พวกเขายึดไว้ไม่ได้ นอกจากนี้...ต่อให้พยายามจะยึดแค่ไหน สุดท้ายก็จะถูกคนที่อยู่ในเขตไกลออกไปทำลายอยู่ดี
ซูหยวนตรวจสอบจากแผนที่ เธอค้นพบว่าในพื้นที่เขต M นี้มีสิ่งมีชีวิตไม่มากนักเมื่อเทียบกับเขตพื้นที่ล่าอื่นๆ ทว่า...พวกสิ่งมีชีวิตจำนวนน้อยนิดพวกนี้ แท้จริงแล้วมีพลังเทียบเท่ากับสิ่งมีชีวิตในเขต L ถึง 3 เท่า ถ้าเทียบกับ K ก็อาจจะมากเป็น 10 เท่าก็เป็นได้ ดังนั้นย่อมไม่มีใครประมาทอีกต่อไป
พวกสุนัขทมิฬไม่กล้าที่จะก้าวเท้าเข้ามาในเขต M ด้วยซ้ำ เสี่ยวหยินส่งเสียงคำรามครั้งหนึ่งแล้วส่งพวกมันกลับไปพักที่ค่ายทหารเขต L เพื่อรอรับทหารพิเศษทุกนายกลับ ส่วนตัวมันยังคงให้เจ้านายขี่หลังอยู่อย่างนั้น แน่นอนว่าถ้าเจ้านายมันไปข้างหน้า มันก็จะไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัว! ครั้งนี้มันสาบานแล้วว่าจะแสดงศักยภาพทั้งหมดของตัวเองให้เจ้านายได้เห็น สุดท้าย...เจ้านายจะเข้าใจเองว่ามันไม่ได้อ่อนแอไปกว่าหนูขาวเลย
ความคิดของสุนัขทมิฬไม่ได้ส่งผลกระทบกับการทำภารกิจของทหารพิเศษแต่อย่างใด ซูหยวนไม่ได้มีหน้าที่ในส่วนนี้อีก แถมพวกรุ่นพี่ที่ไม่ได้ออกแรงอะไรระหว่างเดินทางก็มีพลังกันเต็มเปี่ยม พวกเขาล้อมรอบสาวน้อยของทีมราวกับเป็นบอดี้การ์ด บอกให้เธอเชื่อใจว่าพวกเขาจะปกป้องเธอไม่ให้ได้รับแม้แต่เศษฝุ่น
บรรยากาศที่กดดันนี้เกือบทำให้หายใจไม่ออก ถ้าซูหยวนไม่ใช่ผู้ใช้พลังงานที่มีค่าพลังงานเป็นจำนวนมาก แถมยังรู้วิธีการรักษาเสถียรภาพของพลังงาน เธออาจจะหมดสติที่นี่ก็ได้
อันที่จริง...ข้อมูลเรื่องสัตว์กลายพันธุ์ในพื้นที่นี้ ควรจะเป็นสิ่งที่พวกหัวหน้าสนใจมากที่สุด ทว่าซูหยวนกลับไม่ได้ยินพวกเขาพูดถึงเลย เอาแต่บอกว่า “ที่นั่นก็เหมือนเคย” “ก็ทำหน้าที่เหมือนเดิมที่เคยทำ” ประมาณนี้เท่านั้น ช่างเป็นการออกคำสั่งที่ประมาทเสียเหลือเกิน
ถึงจะเข้าใจได้ว่าพวกเขาเก่งกาจจนไม่ต้องกลัวสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงเหล่านี้ แต่ควรจะพูดถึงมันเพื่อเธอบ้างไม่ได้หรือ?
“ที่นี่ไม่มีอะไรต้องกลัวมากหรอก เว้นไว้ก็แค่เมื่อเห็นเงาปีกนกขนาดใหญ่เมื่อไร ให้รีบดื่มยาป้องกันเสียงกริฟท์ทันที แม้มันจะไม่ส่งเสียงในภายหลัง แต่ก็ไม่ควรเสี่ยงกับเจ้านกน่ารำคาญนั่น เข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ซูหยวนพยักหน้ารับ นอกจากยาป้องกันเสียงกริฟท์แล้ว พวกเขาก็ยังมีอุปกรณ์มากมายที่เตรียมไว้ให้เธอด้วย ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าสูง ถุงมือหนาม และอื่นๆ
เดิมทีซูหยวนไม่เข้าใจว่าของพวกนี้มีประโยชน์อะไร จนกระทั่งเดินไปได้แค่ไม่ถึง 100 เมตร ที่เท้าของเธอจู่ๆก็ปรากฏแอ่งน้ำขึ้นมา และแอ่งน้ำนั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นควันร้อนๆแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะมีรองเท้าหนา เธออาจจะรู้สึกว่าเท้าโดนเผาก็ได้...
“เมือกน้ำร้อนน่ะ เจ้าพวกนี้มีประโยชน์ตอนที่อากาศหนาวๆนะ ถ้าเจอก็เก็บใส่ขวดเอาไว้ได้” คนเป็นรุ่นพี่แนะนำ เขายังแสดงวิธีการใส่เมือกลงในถุงน้ำร้อนของตนเองด้วย
ซูหยวนแตะที่เอวของตนเอง ซึ่งมีถุงน้ำร้อนใบใหญ่อยู่ เดิมทีเธอก็คิดไปไกลว่าถุงน้ำร้อนนี้มีไว้ทำไม แต่ตอนนี้เธอรู้แล้ว...ปรากฏว่ามันไม่ได้เอาไว้ใส่น้ำร้อนสำหรับดื่ม แต่เป็นการใส่สัตว์กลายพันธุ์ประหลาดพวกนี้ต่างหาก
“เมือกพวกนี้ไม่เป็นอันตรายมาก แต่จำได้ว่าตอนแรกที่มีคนเข้ามาในเขต M พวกเขากลับไปต้องรักษาเท้าหลายเครดิตเลยนะ เขาบอกว่าเดินไปทางไหนก็เจอแต่แอ่งน้ำ ฮ่าๆ น่าขำใช่ไหม?”
“น่าขำตรงไหน? ถ้าเป็นนายที่มาคนแรก จะมองออกเลยหรอว่าที่นี่มีเมือกน้ำร้อนอยู่ สุดท้ายก็ต้องกลับไปเพราะขาพองอยู่ดีนั่นแหละ”
“เขต M ก็เป็นแบบนี้แหละรุ่นน้อง เจอพวกเมือกน้ำร้อนเร็วแบบนี้ถือว่าโชคดีนะ ดีกว่าเจอพวกหิ่งห้อยลมหนาว เพราะทันทีที่เจอพวกมัน...จะรู้สึกหนาวไปจนถึงขั้วหัวใจเลย”
พวกรุ่นพี่แนะนำไปก็พูดเล่นเรื่องอื่นกันไปด้วย ซูหยวนตรวจสอบตำแหน่งของสัตว์กลายพันธุ์นี้พบตั้งแต่แรกแล้ว ทว่าเธอไม่เห็นพวกรุ่นพี่กังวลจึงไม่ได้พูดอะไรออกมา อย่างไรก็ตาม...เธอได้ให้เจ้าสุนัขทมิฬเดินเลี่ยงพวกมันไปก่อนแล้ว ทำให้เจ้าหมาตัวใหญ่ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ
“รุ่นน้องมาทางนี้ มีเมือกน้ำร้อนอีกสองตัว”
“เฮ้ รุ่นพี่ใจดีจริงเลยนะ ตอนที่ฉันเข้ามาร่วมกลุ่มครั้งแรก รุ่นพี่กลับไม่ยอมแบ่งเมือกน้ำร้อนให้ สุดท้ายปากสั่นเกือบตาย รุ่นพี่ถึงได้ยอมให้ยืม 1 ตัว”
“หือ? เรื่องนี้จะเปรียบเทียบกันได้อย่างไร แกกับรุ่นน้องอันเหมือนกันหรอ? ต่อให้แกไม่มีเมือกน้ำร้อน แกก็ใช้เถาวัลย์ประหลาดนั่นพันรอบตัวอยู่ดี แบบนั้นก็ยังจะหนาวอีกหรือไง”
“เอ้า รุ่นพี่ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ จะต้องหนาวอยู่แล้วสิครับ ไม่ใช่แค่ผมที่หนาว แต่เถาวัลย์ของผมก็หนาวด้วย”
“เฮ้อ เบื่อที่จะพูดกับแกแล้ว ไสหัวไปไกลๆเลย”
“รุ่นพี่!” เห็นคนสองคนทะเลาะกันแบบนั้น รุ่นพี่คนอื่นๆก็หัวเราะขึ้นมาบ้าง เปลี่ยนบรรยากาศที่กดดันให้กลายเป็นบรรยากาศแสนสุขมาแทน ทว่า...เมื่อพวกเขาเล่นมุขกันแล้วหันมาหวังจะดูว่ารุ่นน้องกำลังมีความสุขอยู่ด้วยหรือไม่ กลับเห็นเธอขมวดคิ้วมุ่นแทน ช่างเป็นภาพที่ขัดกันจริงๆ
“รุ่นน้อง....”
“ระวัง!” ซูหยวนขยับตัวรวดเร็ว ยกธนูขึ้นมาก่อนจะปล่อยสาย ลูกศรพุ่งผ่านหน้าของรุ่นพี่คนหนึ่งแล้วปักเข้าที่ตำแหน่งหนึ่งอย่างจัง ทว่า...ไม่มีสิ่งใดปรากฏให้เห็นเลย มีแค่ลูกธนูที่ยังค้างอยู่บนอากาศเท่านั้น
“พวกชู้ส!!”
ในตอนนั้นเอง พวกรุ่นพี่ถึงได้รู้ว่ารุ่นน้องกำลังหวาดกลัวอะไรอยู่กันแน่! ด้านหลังของพวกเขา...ท้ายที่สุดแล้วมีพวกชู้สปรากฏขึ้นเสียอย่างนั้น
“โชคร้ายจริงๆ!” รุ่นพี่คนที่เพิ่งบอกว่าโชคดีกับการได้เจอเมือกน้ำร้อน ตอนนี้กลับบ่นออกมาว่าโชคร้ายเสียอย่างนั้น
พวกชู้ส หรือสิ่งมีชีวิตที่สามารถพรางตัวได้ในระดับสูง แม้แต่ถูกโจมตีเช่นนี้ก็ทำให้คนมองไม่เห็นได้เหมือนเดิม ถ้าไม่ใช่เพราะลูกศรติดอยู่กับมัน มันคงจะลอบโจมตีพวกเขาจนได้รับบาดเจ็บกันไปแล้ว
อันที่จริง...โอกาสที่จะได้เจอพวกชู้สต่ำมาก ที่บอกว่าโชคร้ายนั้นเป็นเรื่องจริง เพราะหลายครั้งที่พวกเขามาทำภารกิจ หากดูจากสถิติทำภารกิจ 10 ครั้ง จะพบเจอพวกมันแค่ 2 ครั้งเท่านั้น และ 2 ครั้งนั้นก็เป็นสองครั้งที่พวกเขากลับมาด้วยสภาพดูไม่จืด!
ไม่เหมือนกับสัตว์กลายพันธุ์อื่นๆ พวกชู้สนี้เป็นพวกล่องหนอย่างแท้จริง แม้แต่ผู้มีความสามารถตรวจสอบก็หาไม่เจอ จะเรื่องกลิ่น สี หรือประสาทสัมผัสที่หกก็ไม่พบทั้งนั้น ตั้งแต่รู้จักพวกมันจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเคยเห็นตัวของพวกมันด้วยซ้ำ อาศัยทำเหมือนที่ซูหยวนทำ เมื่อไรที่พวกเขาถูกโจมตี จะต้องโจมตีกลับแล้วปักอาวุธไว้ที่ตัวมันให้ได้
แน่นอนว่าพวกชู้สอยู่ในพื้นที่นี้ได้ ย่อมไม่ได้อ่อนแอขนาดที่ว่าเจอตัวแล้วจะฆ่าได้ง่ายๆ เพราะนอกจากความสามารถในการพรางตัวอันยอดเยี่ยมแล้ว พวกมันยังสามารถทำเช่นนี้ได้ด้วย...
ฟิ้ว!!
ร่างทั้งร่างลอยไป ก่อนจะพุ่งเข้าไปที่ตัวของสุนัขทมิฬที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นก็ห่อร่างของมันไว้ทั้งร่างแล้วพองตัวเหมือนฟองอากาศ นี่เป็นความรู้สึกที่สุนัขทมิฬรับรู้ได้เท่านั้น หากแต่ตัวของมัน...สุนัขทมิฬก็ยังไม่เข้าใจ
“ระวัง! มันกำลังจะทำให้สุนัขทมิฬหายใจไม่ได้จนตาย!” รุ่นพี่คนหนึ่งร้องบอก สุนัขทมิฬตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงของรุ่นน้อง ถ้ามันตายไปก็อาจจะเกิดเหตุการณ์เหมือนครั้งก่อน ที่สุดท้ายแล้ว...รุ่นน้องเสียสัตว์เลี้ยงไปแล้วกลายเป็นซึมเศร้าหลายวัน หากเป็นหลังจากทำภารกิจเสร็จแล้วก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเป็นก่อนตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำภารกิจ ไม่ใช่ว่าจะเป็นปัญหาใหญ่หรือ?
ซูหยวนเองก็รออยู่ก่อนแล้ว เธอมองเห็นตำแหน่งของเจ้าชู้สที่พวกรุ่นพี่หวาดกลัวตั้งแต่แรกผ่านแผนที่ ไม่อย่างนั้นคงจะเริ่มโจมตีก่อนไม่ได้ แต่ที่ยังไม่จัดการมันในทันทีก็เพราะอยากรู้ว่าเจ้านี่อันตรายแค่ไหน
“เสี่ยวหยินโต้กลับได้แล้ว” เมื่อได้ยินคำสั่งของคนเป็นเจ้านาย เจ้าสุนัขทมิฬก็อ้าปากกว้างก่อนจะพยายามกัดไปยังสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดตรงหน้า แต่ไม่ว่าจะพยายามกัดอย่างไรก็ไม่เป็นผล เจ้านั่นเหมือนกับอากาศธาตุ ไม่ถูกเสี่ยวหยินโจมตีเลยสักนิด
แม้จะเป็นอย่างนั้น แต่ซูหยวนและเสี่ยวหยินไม่ได้ตื่นตระหนก เจ้าสุนัขทมิฬไม่พยายามกัดอีกต่อไป ทว่าสิ่งที่มันทำหลังจากนี้ทำให้พลทหารพิเศษทั้งหมดต้องประหลาดใจ
ควันสีดำพ่นออกมาทางจมูก ไอพิษรุนแรงแบบนั้นเปลี่ยนให้เจ้าชู้สค่อยๆมีสีเข้มขึ้น หรือพูดให้ถูกก็คือ...มันกำลังถูกบังคับให้ต้องเลียนแบบควันพิษต่างหาก
เมื่อเห็นรูปร่างของมันจางๆ ซูหยวนก็เตรียมส่งลูกธนูออกไป แต่รุ่นพี่ทหารคนหนึ่งกลับเข้ามาขวางเธอเสียอย่างนั้น
“รุ่นน้อง...ขอเจ้าตัวนี้ให้ฉันได้ไหม” ไม่พูดเปล่า คนยังเลียริมฝีปากอย่างกระตือรือร้นอีกด้วย มีดในมือของเขาสั่นเทาราวกับกำลังบอกว่ามันต้องการจะกรีดสิ่งมีชีวิตตรงหน้าเดี๋ยวนี้เลย
ซูหยวนยังไม่ทันได้ตอบอะไร รุ่นพี่คนนั้นก็ก้าวไปข้างหน้าแล้ว ท่ามกลางสายตาของทุกคน...เขาค่อยๆเฉือนสีเทาๆของชู้สทีละชิ้นๆ ซึ่งศัตรูตรงหน้ากำลังดิ้นทุรนทุรายเพื่อหลบหนี แต่เมื่อมันยังคลายพิษออกไปได้ไม่หมด อย่างนั้นมันจะหนีไปไหนได้อีก
เสี่ยวหยินมองดูทหารพิเศษตรงหน้าด้วยขนที่ลุกชัน ก่อนหน้านี้มันมีความรู้สึกไม่ดีกับเจ้าคนที่เลี้ยงแมงมุมแปดตา ทว่าเวลานี้...มันกลับรู้สึกไม่ดีกับคนที่ถือมีดนี้มากกว่าเสียอีก
หากอยู่ในสถานการณ์ปกติ เขาก็ดูเหมือนนักวิจัยทั่วไป แต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่เขากระตือรือร้นจะเรียนรู้ กลับกลายเป็นเหมือนปีศาจเข้าสิงร่างเสียมากกว่า
“รุ่นน้อง เธอมีความสามารถในการระบุตำแหน่ง แม้แต่พวกชู้สก็สามารถตรวจสอบพบใช่ไหม?” ระหว่างที่รุ่นพี่ผู้ถือมีดกำลังเล่นสนุก รุ่นพี่อีกคนก็เข้ามาถาม
“ค่ะ ใช่ค่ะ”
“โอ้ ดี...ถ้าอย่างนั้นก็เป็นเรื่องดีมากๆ” เขาหันไปพูดกับทุกคนเกี่ยวกับความสามารถของรุ่นน้องคนนี้ ทำเอาพวกรุ่นพี่ที่มีความสามารถในการตรวจสอบเหมือนกันถึงกับพูดจาเทิดทูนเธอ บางคนยังอยากให้เธอสอนเทคนิคให้ด้วยซ้ำ
พวกชู้สเหล่านี้ ขอแค่เจอตัวก่อนที่มันจะโจมตี เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่เสียเปรียบอีกแล้ว ไม่ต้องให้เสี่ยวหยินลำบากในการพ่นพิษออกมาก็ได้ ขอแค่มีธนูของซูหยวนปักอยู่ พวกเขาก็จะตามไปโจมตีตำแหน่งนั้นซ้ำๆจนกว่ามันจะแน่นิ่งไป และใช่...นี่คือแผนที่พวกเขาหาทางรับมือกับพวกชู้สได้เสียที
อีกนัยหนึ่งก็หมายความว่า ต่อไปหากมีภารกิจที่เขต M ตัวเลือกที่ดีที่สุดในการพามาร่วมภารกิจก็คืออันซูหยวน!
สำหรับพวกกลายพันธุ์ตัวอื่นๆนั้นไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเขา มีก็แค่พวกชู้สเท่านั้นที่ทำให้พวกเขาต้องบาดเจ็บกลับไป เวลานี้สามารถรับมือได้แล้ว เขต M ก็ไม่ใช่เปลี่ยนเป็นสวนหลังบ้านของพวกเขาแล้วหรือ?
เมื่อไม่มีอะไรให้ต้องกังวล พวกรุ่นพี่ก็พากันเข้าไปข้างใน เป้าหมายของพวกเขาคือชายขอบที่ติดกับบาเรียป้องกันสารพิษออก โดยปกติแล้วจะตั้งค่ายอยู่รอบๆนอกนี้ เพื่อรอคนไปทำภารกิจข้างในกลับมา หากมีปัญหาอะไรก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันด้วย
ตอนนั้นเองที่พวกทหารพิเศษได้เห็นกลุ่มของประธานจางที่กำลังจัดขบวนเตรียมนำสินค้าเข้าไปยืนรออยู่ก่อนแล้ว คนที่อยู่ด้านหน้าที่สุดยังคงเป็น “จางอู่หยาง” คนนั้น คนที่ครั้งหนึ่งหัวหน้าหน่วยกองกำลังพิเศษต้องการตัวมาก อยากจะรับเขาเข้ามาในหน่วยใจจะขาด แต่ถูกปฏิเสธเป็นสิบๆรอบ ดังนั้นทัศนคติของพวกเขาต่อเจ้าจางอู่หยางผู้นี้ย่อมไม่ค่อยดีนัก
“เจ้านั่น...เป็นประธานที่เธอทำงานด้วยใช่ไหม” รุ่นพี่คนหนึ่งก้าวออกมาขวางหน้าแล้วถามซูหยวนด้วยเสียงเคร่งขรึม
“ใช่ค่ะ”
“มันยืนตรงนั้นก็เพราะรอเธอหรอ”
“ฉันก็คิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้นนะคะ” ถึงจะไม่ได้พูดคุยกับประธานมาก่อนว่าจะมาเจอกันที่นี่ แต่สายตาของอีกฝ่ายที่มองมายังเธอก็แสดงความหมายแบบนั้น ซูหยวนจึงพยักหน้ารับไป
“ชิ! ถ้าเธอลาออกจากองค์กรของมันจะต้องชดเชยเงินเท่าไร”
“คะ?”
“ฉันมีเงินเยอะนะ แล้วก็พวกรุ่นพี่ของเธอพวกนี้ก็มีเงินเก็บไม่น้อย พวกเราสามารถช่วยออกให้ก่อนได้ ถ้าเธอต้องการไถ่ตัวจากการเป็นทาสของมันล่ะก็....” คนเป็นรุ่นพี่กัดฟันพูด เห็นท่าทางของเขาแบบนั้นแล้ว ซูหยวนก็อึ้งไปทันที
ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบกลับไป ตอนนั้นก็มีฝ่ามือหนาแทรกเข้ามาถึงก่อนแล้ว ดันหัวของรุ่นพี่ตัวใหญ่จนกระเด็นไปไกล เผยให้เห็นสีหน้าเย็นชาของจางอู่หยางที่ก้าวเข้ามาถึงตัว
……………………………………